11 พฤศจิกายน 2024
3 K

ละติจูด 18°47’06″N ลองติจูด 99°07’33″E 

คือลายแทง ‘โรงตีมีดปลาคู่ สันกำแพง’ ที่เราได้รับ ซึ่งไม่ง่ายนักที่จะตามหา ยิ่งชวนสับสนขึ้นไปอีก เมื่อสิ่งที่ เก๊ก-ชัยพล ยิ้มไทร ส่งมาดันเป็นโลเคชันระบุตำแหน่งที่ตั้ง EQ Farm 

บ่ายนั้น เมื่อเจอเจ้าตัวกำลังตระเตรียมต้อนรับด้วยเครื่องดื่มจากเมล็ดกาแฟล็อตใหม่ที่ควบ Royal Enfield คู่ใจไปเสาะแสวงไกลถึงดอยมอโก้ จังหวัดตาก จึงสบโอกาสไถ่ถาม ทักทาย

กระจ่างว่า EQ Farm คือฟาร์มผักปลอดภัยและเลี้ยงไส้เดือนของ ควีน-จามจุรี กันคำ คนรักของเก๊ก ส่วนโรงตีมีดอยู่ตรงโน้น เรือนไม้พื้นบ้านที่มองไกล ๆ เห็นเครื่องมือช่างเรียงราย ขรึมขลัง พร้อมกับสูบเส่าโบราณปลดประจำการวางอยู่ใกล้ ๆ 

หลังจากที่ พ่ออุ๊ยปุ๊ด กันคำ ช่างตีมีดมือดีประจำตำบลแม่ปูคาล่วงลับและขาดลูกหลานสืบทอดวิชาเล่นแร่แปรเหล็ก โรงตีมีดแห่งนี้ก็เงียบสงัดไปชั่วรุ่น กระทั่งหลานสาวของพ่ออุ๊ยได้พบรักกับหนุ่มเมืองนนท์ฯ เสียงค้อนกระทบทั่งก็หวนบรรเลง ร้อยเรียงเรื่องราวเก่า-ใหม่ในชุมชน และต่อไฟเตาตีมีดโรงสุดท้ายของอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ให้โชนขึ้นอีกหนอย่างโดดเด่น ด้วยผลิตภัณฑ์มีดลาบสุดคราฟต์ คุณภาพไม่ธรรมดา ที่ประทับใจลูกค้านักเลงลาบ นักแคมปิ้ง ชาวไร่ จนถึงเชฟระดับมืออาชีพ

1

เก๊กเป็นลูกชาวนาจังหวัดนนทบุรี รูปร่างกำยำ ดังไม้ยืนต้นบนดินดี แดดกล้า และน้ำถึง เราแทบนึกภาพเขาสวมสูต ผูกเนกไทไม่ออก เก๊กเองก็ไม่นึกฝันถึงมันเหมือนกันหรอก พอจบนิติศาสตร์เขาก็มาทำนา 

ด้วยความที่ผืนนาบ้านเกิดหว่านปุ๋ย-ยา มานานปี แต่ยิ่งทำยิ่งติดลบ เก๊กจึงลองปรับมาทำนาอินทรีย์ มีเงินเหลือพอปลดหนี้ แถมขยายเช่าแปลงนาแถบปทุมธานีได้อีก 100 กว่าไร่ 

“ฤดูกาลเก็บเกี่ยวมาถึงทีไรเป็นได้หยิบเงินล้าน” เขาย้อนอดีตพลางยิ้มกว้างอวดฟันขาว 

แม้แต่รายการ คนค้นฅน ยังเคยตามไปถอดบทเรียนดังกล่าว เผยแพร่ในชื่อตอน ปริญญาทำนา

อย่างไรก็ตาม เมื่อใกล้ครบกำหนดสัญญาเช่า 10 ปี เก๊กก็เริ่มมองหาแผนสำรองเลี้ยงชีพ คนที่มักตั้งต้นทำอะไรจากความรักอย่างเขาจึงเปลืองเวลาคิดไม่นานนัก พลันพบกับคำตอบว่าสิ่งนั้นคือ ‘มีด’

2

“เราลับมีดเป็นตั้งแต่ประมาณ ป.4 – 5 เพราะที่บ้านทำสวน แม่มักใช้เราไปรดน้ำต้นไม้และตัดแต่งกิ่ง ฝึกใช้มีด ลับมีดเป็นก็ตอนนั้น เพราะมีดคม ๆ ช่วยให้ทำงานไว เสร็จแล้วจะได้ออกไปเล่นไว ๆ โตขึ้นอีกหน่อยก็เริ่มคล่อง เริ่มมั่นใจ เวลามีงานบุญ งานบวช เขาก็เรียกไปช่วยลับมีด จนกระทั่งคิดว่าจะทำเป็นอาชีพ จึงศึกษาอย่างจริงจัง หาอ่านข้อมูลตามอินเทอร์เน็ตบ้าง ดูวิดีโอช่างมีดญี่ปุ่น ช่างมีดฝรั่งที่เขาสอน”

ครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดิน เก๊กก็โยกย้ายถิ่นมาอยู่กับควีนที่จังหวัดเชียงใหม่ คราวเข้าฤดูทำนาเขาและเธอก็ช่วยกันหว่านดำในแปลงนา 5 ไร่ ระหว่างรอเทวดาเลี้ยงดูต้นกล้า เก๊กก็จับงานลับมีดเป็นอาชีพอีกทาง เป็นช่างลับมีดที่รายได้งาม ด้วยลงตัวกับจังหวะชีวิตผสมวิธีคิดพลิกแพลง สร้างสรรค์

“ถ้ามีดทำสวน มีดพร้าก็ลับเลย ถ้าเป็นมีดทำครัวต้องใช้เวลาฝึกอยู่นาน อาศัยไปซื้อมีดเก่า มีดซากมาฝึกฝน ประจวบกับความโชคดีที่ได้ครูดี ซึ่งเจอกันในกลุ่มเฟซบุ๊ก แกเป็นหัวหน้าช่างซ่อมเรืออยู่จังหวัดสตูลและเป็นช่างลับมีดหาตัวจับยาก ลับยันดาบคาตานะนิ้วละ 350 บาท คนยอมรอคิวข้ามปี 

“ด้วยความที่แกเป็นคนปากร้าย คนอื่น ๆ เลยไม่ค่อยอยากเข้าหา หรือเวลาเราลงผลงานลับมีด แกจะชอบมากดหัวเราะ ไอเราก็คิดว่าหมอนี่มันกวนประสาท แต่คำโบราณว่าเสือดุต้องอยู่ใกล้เสือ ก็ขอแอดเป็นเพื่อนไปเลย บังเอิญว่าคุยกันไปมา ถูกชะตากันเสียอย่างนั้น แล้วเราก็พบว่าจริง ๆ แกเป็นคนนิสัยดี น่ารัก บางเรื่องที่เราขอคำปรึกษา แกวิดีโอคอลมาสอนเลย ทำให้เราได้เรียนรู้หลายเรื่อง แกช่วยตรวจงานเราตลอด จนวันหนึ่งที่แกบอกว่าผ่าน เราก็เริ่มเปิดให้บริการลับคมมีด ‘Gecko Sharpening’ ” 

ลูกค้าของเก๊กมีตั้งแต่คุณตาบ้านใกล้ ไปจนถึงเชฟมืออาชีพหัวดำ-หัวทอง ที่ไว้ใจส่งมีดมีมูลค่ามาจ้างช่างหนุ่มลับคม ด้วยพลังการโฆษณาแบบปากต่อปาก ซึ่งเกิดจากความประทับใจหลังใช้บริการ

“อาทิตย์ก่อนเพิ่งมีเชฟเจ้าของร้านอาหารอังกฤษที่ได้รางวัลมิชลินสตาร์ขนมีดมาให้ลับ คนนี้มาครั้งที่ 3 แล้ว ขับรถมาเองตลอด หอบใส่กล่องมา 20 เล่ม ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ขอเราเหมาเล่มละ 200 บาท บางเล่มก็ลับให้ฟรีนะ เพราะเป็นมีดนิ่ม คุณภาพไม่ดี ก็บอกเขาไปตรง ๆ ทั้งหมดใช้เวลา 3 วันเสร็จ”

แต่สิ่งที่สร้างรายได้ให้เก๊กจนเราเองก็ตกใจ คือไอเดียการต่อยอดทักษะสู่การเป็นพ่อค้ามีด โดยมีทั้งแบบซื้อมีดเชฟญี่ปุ่นมือสองมาลับคม ขัดเงา เพิ่มมูลค่า รวมถึงออกแบบมีดเองแล้วสั่งโรงงานผลิต ก่อนนำมาตบแต่งประกอบขาย ขนาดช่วงสถานการณ์โควิด-19 เก๊กยังมีรายได้เดือนละครึ่งแสน

กระนั้น จุดเปลี่ยนก็มาถึงในวันที่โรงงานผลิตมีดเจ้าประจำประกาศหยุดรับงาน พร้อมเสนอขายอุปกรณ์ต่าง ๆ ในราคามิตรภาพ เก๊กไม่อาจปฏิเสธโอกาสที่เขารู้แกใจว่า ไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

3

“รู้ตัวเองอยู่แล้ว รู้ตั้งแต่แรกเลยแหละ เพราะก่อนที่เราจะเลือกงานลับมีดก็เคยพยายามตีมีดอยู่เหมือนกัน โดยศึกษาจากหนังสือเล่มหนึ่ง ลองตีง่าย ๆ กับเตาอั้งโล่ ปั้นเหล็กไม่เป็น กะสัดส่วนเอามั่ว ๆ ตะพึดตะพือตี สุดท้ายออกมางอเป็นกล้วย เลยรู้สึกว่าลับมีดดีกว่า เย็นสบายกว่า รายได้ก็โอเค แต่พอเหมือนจังหวะมันพอดี ความคิดว่าต้องทำเองสิก็กลับมา นี่แหละ เป็นที่มาของเครื่องมือพวกนี้” 

ทั่งหัวเห็ด ทั่งรางรถไฟ ค้อนหัวหมา เตาอบชุบควบคุมอุณหภูมิ และอุปกรณ์ผลิตมีดประดามี ถูกขนย้ายจากโรงงานเมืองกรุงมาเติมมุมโล่ง ๆ ในโรงมีดไม้จนเกือบครบ เว้นก็แต่เครื่องมือชิ้นสำคัญสุด อย่าง เตาตีมีด ซึ่งเขาได้รับการสนับสนุนจาก พ่อครูอนันต์ศิลป์ พรหมลิขิตศิลป์ และ เอนก กาวิจา ช่างฝีมือที่เก๊กเคยคลุกคลีขอวิชาตีเหล็กกล้า ก่อนทราบว่าเขาคือเจ้าของโรงตีมีดแห่งสุดท้ายในอำเภอสันกำแพง ภายหลังย้ายมายังอำเภอดอยสะเก็ด เมื่อติดตั้งเตาเสร็จสรรพ เก๊กจึงเชื้อเชิญช่างเอนกมาเป็นครูผู้เปิดเตาต่อไฟให้โรงตีมีดแห่งสันกำแพงได้ฟื้นคืนชีวิตใหม่ นาม ‘โรงตีมีดปลาคู่ สันกำแพง’

“ครั้งแรกที่เจอกับพ่อครูอนันต์ศิลป์ เราเล่าให้ท่านฟังว่าอยากทำมีดลาบ และถ้าได้ทำจริง ๆ จะนำลวดลายปลาคู่ สัญลักษณ์บนเครื่องถ้วยเตาสันกำแพงมานำเสนอ จากนั้นไม่นานพ่อครูท่านก็สนับสนุนทุนในการตั้งเตาตีมีด แล้วยังพาเราเข้าร่วมเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมโดยชุมชน ‘10 โหม้งโหล่งผญ๋า’ โรงตีมีดของเราจึงมีอีกชื่อที่นักท่องเที่ยวส่วนมากจะรู้จักกันว่า ‘โฮงตีมีด กองดีแม่ปูคา’ ”

จากนั้นก็ตี ตี และตีอย่างตั้งมั่น หัดใช้เครื่องมือ สร้างทักษะ เก๊กบอกว่า สำหรับเขากระบวนการฝึกฝนไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำซ้ำ สม่ำเสมอให้จัดเจน เหมือนคนไดรฟ์กอล์ฟเพื่อเรียนรู้และจดจำวงสวิง ผ่านเหล็กแหนบบุบ บิ่น แตกหัก ราว 50 ชิ้น จึงได้มีดที่นับว่าพอเป็นชิ้นเป็นอัน

4

ใช่ว่ามีเพียงความเพียรเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ทว่าประสบการณ์การลับมีดของเก๊กก็ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ช่วยลับศักยภาพการตีมีดของเขาให้เฉียบคม

“งานลับมีดทำให้เรามีโอกาสได้สัมผัสกับมีดหลายรูปแบบและหลายระดับ บางเล่มเป็นมีดของครูช่างในเมืองไทยที่ใคร ๆ ก็ยอมรับ หรือบ้างเป็นมีดแข่งคัตติ้ง เราศึกษามีดเหล่านั้น ดูรูปทรง ส่วนเว้าโค้ง การกระจายน้ำหนัก และวางแก้มมีดที่เหมาะกับการใช้งานประเภทต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ความรู้ที่มีประโยชน์มากสำหรับการพัฒนามีดลาบที่เราสนใจ”

มันน่าสนใจยังไง – เราหล่นความสงสัย แค่อยากรู้ว่าเขาเห็นความพิเศษอะไรในมีดลักษณะทั่วไปของชาวเหนือ

“ก็มันใช้งานได้ทุกอย่างไง” ช่างตีมีดหนุ่มตอบทันควัน “พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยชอบเอามีดแบบนี้มาให้เราลับ บางเล่มมีคราบไขมันสัตว์เพราะเขาใช้ทำอาหาร บางเล่มพกไปสวนไปนาก็มีเศษดินติดมา เรารู้สึกทึ่งมากที่เขาใช้กันทุกอย่างจริง ๆ แล้วทรงหัวป้านแบบนี้ยังใช้ขุดหน่อไม้หรือแซะตามซอกแคบ ๆ ได้ดี ที่สำคัญคือมันดูไม่รุ่มร่าม ก้าวร้าว เป็นอีกตัวเลือกของคนที่อยากได้มีดอเนกประสงค์ในกลุ่มมีดแคมป์ด้วย”

มีดลาบของเก๊กทุกเล่มผลิตขึ้นมาจากเหล็กแหนบ SUP9 ที่เหมาะกับการใช้งานหนักหน่วง กับเหล็กตะไบ SK5 ที่มีคุณสมบัติคมจัด คมนาน เหล็กทั้งสองจะถูกนำมาเผาและตัดให้เป็นทรงมีดคร่าว ๆ ก่อนคีบขึ้นตีทั้งแดงฉ่าด้วยค้อนหัวหมา กระบวนการนี้เก๊กเรียกว่าการขึ้นรูปมีดแบบหยาบ เน้นตีให้ตรงเป็นทรงมีด แล้วตีแต่งแก้มมีดซ้าย-ขวา ที่ผู้เหนือกว่าไม่ใช่ผู้ทุ่มแรง หากคือประณีตและแม่นยำ การตีแต่งจึงเปรียบเสมือนลายเซ็นของช่างแต่ละคนอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ปล่อยไว้ให้เย็นลงสักครู่ ก็ถึงคราวจับมาแต่งแก้มคมด้วยผ้าทรายสายพานให้ได้ความหนาพึงใจ พลันย้ายวางเรียงลงในเตาอบชุบควบคุมอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส ทำสลับพักครึ่งชั่วโมงวน 3 รอบ แล้วนำออกมาชุบลดอุณหภูมิฉับพลันด้วยบ่อเกลือเพื่อความแข็งแกร่งและทนสนิม 

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงฉับไวทำให้คนตระหนกได้ฉันใด เหล็กก็ฉันนั้น จึงต้องมีขั้นตอนการอบคลายเครียด ก่อนนำใบมีดที่ได้มาประกอบด้าม สวมปลอกคอ ปรับศูนย์ให้เที่ยงตรง ท้ายสุดคือบรรจงเปิดคมมีด เป็นอันว่าเสร็จสิ้นกระบวนพิธีผลิตมีดลาบทำมือจำนวน 1 เล่ม

“เรามองว่าของหลายอย่างที่ใช้ทนใช้นาน ไม่ใช่แค่เพราะผู้ผลิตมีฝีมือ แต่ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพ เราเลือกนำเครื่องมือสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้งานควบคู่ด้วย เช่น กระบวนการอบชุบ ถ้าเป็นวิธีดั้งเดิมไม่มีส่วนนี้ ช่างตีมีดรุ่นก่อนใช้การเผาและอ่านสีตามภูมิปัญญา บางคนว่าสีเหมือนพระอาทิตย์ใกล้ตกดินหรือสีเหมือนลูกหมากสุก ส้มอมแดงหน่อย ๆ ก็ชุบได้เลย แน่นอนว่าช่างต้องเก่งจริง ไม่งั้นมีเละหรือได้มีดไม่มีคุณภาพ แต่เราใช้เตาอบชุบควบคุมอุณหภูมิมาทดแทน เพราะแม่นยำกว่า แค่คุณอ่านเลขออกก็จบ” เก๊ก เสริมต่อ “เรากล้าพูดว่ามีดที่ทำออกมา 10 เล่ม คุณภาพใกล้เคียงกันหมดและคุณภาพเทียบเท่าสากลด้วย”

อะไรทำให้มั่นใจขนาดนั้น – เราเอ่ยถาม 

“คุณภาพของมีดอยู่ที่คุณภาพโลหะในการอบชุบนี่แหละ ซึ่งช่างตีมีดระดับสากลเขาก็ใช้เครื่องมืออบชุบไม่ต่างอะไรจากนี้เลย”

5

นอกจากคมและแกร่ง คุณสมบัติของมีดลาบที่ดีสำหรับเก๊กคือต้องมีสมดุลน้ำหนักเหมาะสม เนื่องด้วยความเป็นมีดอเนกประสงค์ จึงควรพกพาง่าย จับถือสบาย และใช้งานได้ทั้งวันแบบไม่หนัก ไม่เมื่อย

“มีดลาบเป็นมีดพกพาของชาวสวนชาวไร่ ถ้าจะใส่ฝักเหน็บเอวก็ต้องไม่ทำให้รู้สึกเมื่อย ไม่เป็นภาระ และอยู่ได้ทั้งวัน ที่สำคัญน้ำหนักโดยรวมต้องมีความคล่องตัว ฟันแล้วไม่รู้สึกสะเทือนข้อมือ รวมถึงต้องประหยัดแรงคนใช้มากที่สุด”

จากการทดลองพกพา หยิบจับ บวกกับการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากการจัดอันดับที่สุดของมีดที่บรรดานายพรานและนักแคมปิ้งนิยมพกติดตัวเข้าป่า คือมีดที่มีใบยาวขนาด 9 นิ้ว เหตุนี้มีดลาบมาตรฐานของโรงตีมีดปลาคู่ สันกำแพง จึงออกแบบให้มีขนาดเดียวกัน เก๊กเองก็สัมผัสได้ว่าเป็นขนาดที่ไม่ยาวเกะกะเวลานั่งและไม่สั้นจนไร้แรงเหวี่ยง อีกทั้งเหมาะสำหรับงานครัว เพราะน้ำหนักและความยาวโดยรวมกำลังสวย

“ความแตกต่างของมีดลาบของเรายังมีเรื่องรายละเอียดความประณีต เช่น ด้ามมีดขัดที่เลือกใช้ไม้เนื้อแข็ง อาทิ ประดู่ พะยูง มะค่า เก็ดดำ หรือจำพวกไม้ปุ่ม ซึ่งเรารับประกันสินค้าตลอดชีพ แล้วลูกค้าก็สั่งทำมีดลาบพิเศษตามต้องการได้ด้วย”

ทุกวันนี้เก๊กบอกว่าลูกค้าของเขามีทั้งกลุ่มเกษตรกร ลูกค้าที่คอยสนับสนุนตั้งแต่ครั้งยังทำนาอินทรีย์ ชาวเชฟที่เคยใช้บริการลับมีด รวมถึงลูกค้าขาประจำที่ตามเก็บมีดทุกรุ่น

“บางคนเขาชอบคาแรกเตอร์เรา ติดตามเราตั้งแต่ออกรายการ คนค้นฅน ก็ช่วยซื้อของเรามาตลอด บางคนก็ซื้อทีละ 2 เล่ม ตามเก็บมีดเราทุกรุ่น หรือลูกค้าบางกลุ่มพอเขาเห็นว่าเรากำลังบ้ามีดลาบก็อยากได้ อยากสั่งผลิตและติดต่อ เราก็เริ่มจากการถามทุกคนว่าอยากได้ไปใช้งานแบบไหน จะได้แนะนำถูก เช่น ถ้าต้องการนำไปทำอาหาร มีดก็ต้องดูสะอาด จัดการง่าย เราจึงไม่แนะนำปลอกคอทองเหลืองซึ่งเกิดคราบง่าย แต่เป็นวัสดุสเตนเลส ตีคมบาง และด้ามขัดเงา เพื่อไม่ให้พวกเศษอาหารติดและเกิดเชื้อรา อย่างล่าสุด มีเชฟทักมาสั่งทำมีดลาบจะใช้ออกงานอีเวนต์ บอกว่าขอเท่ ๆ เราก็ออกแบบให้เป็นเล่มนี้”

เก๊กล้วงมีดลาบเล่มหนึ่งออกมาจากคลังแสง พลางยื่นมาให้จับน้ำหนักและชวนให้เล็งตรงสันมีด

“เห็นไหมว่าสันมันบางนะ ส่วนคมก็บางมาก เป็นมีดลาบที่มี DNA ของมีดเชฟญี่ปุ่นอยู่ในนั้น การศึกษามีดเชฟญี่ปุ่นทำให้เราได้เรียนรู้ลักษณะของคมและแก้มคม ซึ่งนำมาปรับใช้ แล้วลองสังเกตตรงหัวมีดมันจะเชิดขึ้นนิด ๆ เนื่องจากเรามองถึงการสับ พอเรากระดกข้อมือขึ้นนิดหนึ่งและวาดมันลงมา มันจะกินแรงน้อย ไม่หนัก ทำงานได้ดีกับคนที่ต้องทำครัวทั้งวัน ด้านความยาวก็พยายามออกแบบให้ไม่เกินขนาดเขียงที่เขาใช้เพื่อความงาม แล้วมันต้องมีความเป็นลิเก เป็นดาบ เพราะเชฟแบบครัวเปิดต้องมีลีลา เราเลยบอกลูกค้าไปว่าให้สับแล้วรำไปด้วยเลยนะ เพราะมีดมันสวย” ช่างมีดร่างใหญ่หัวเราะร่าอย่างเบิกบาน

สำหรับเรา มีดลาบเล่มนี้ดูสวยแปลกตา น้ำหนักต่างจากมีดลาบอื่น ๆ นั้นของแน่ และมีความเท่ที่กินขาดตั้งแต่คนทำ

6

โรงตีมีดปลาคู่ สันกำแพง ไม่เพียงเกิดขึ้นจากความรักและความฝัน หากส่วนหนึ่งเก๊กยังวางภารกิจใจในการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งต่อองค์ความรู้งานตีมีดพื้นบ้านสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่สนใจได้มาทดลองทำ หรือนำทักษะไปต่อยอดสร้างอาชีพ ขณะเดียวกันก็ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้บริการลับคมและผลิตเครื่องมือเหล็กสารพัดชนิด เพื่อสนับสนุนชุมชนช่างหัตถกรรมแขนงอื่น ๆ ในอำเภอสันกำแพง และบอกว่าเร็ว ๆ นี้กำลังจะมีแผนตีตลาดเมืองนอก เพราะอยากยกระดับมีดลาบให้เป็นมีดอเนกประสงค์อีกทรงที่ทั่วโลกรู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากล

7

เก๊กกลับมาหลังเจรจาค่าบริการลับคมมีดที่ย่อมเยากว่ากาแฟสดรสขมปี๋แก้วหนึ่ง แล้วนัดแนะคุณลุงให้มารับของในวันพรุ่งนี้ ก่อนจบบทสนทนาเราจึงถือโอกาสชวนเขาแลกเปลี่ยนมุมมองของการเป็นปลาที่ว่ายทวนกระแสน้ำมาทั้งชีวิต 2 คำถามทิ้งท้ายบทความนี้สำหรับผู้อ่านที่รักและนัก (ลงมือทำตาม) ฝันทุกคน 

อยากพัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นทุนดั้งเดิมต้องเริ่มยังไง

ต้องมองให้ออกว่าไอ้สิ่งที่ทำอยู่มันเป็นอย่างอื่นได้หรือเปล่า ยกตัวอย่างกรณีของเพื่อนเราที่บ้านเขาทำเครื่องจักสาน วันหนึ่งตกงานเลยกลับมาลองทำเครื่องจักสานเป็นโคมไฟขาย ปรากฏว่าทุกวันนี้ขายดิบขายดีมีคนมารับของทีละ 2 – 3 รถคอก การต่อยอดสำหรับเราจึงเริ่มจากการมองให้ต่างมุม ที่สำคัญเลยต้องมีเพื่อน คนรู้จัก หรือใครก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่กำลังทำเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย ขยายวิสัยทัศน์เราให้กว้าง และต้องมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

เตรียมตัวอย่างไรในวันที่ใจอยากทำตามแพสชัน

แพสชันต้องนำมาซึ่งรายได้ ถึงจะอยู่ได้นาน อยู่ได้จริง มาก-น้อยไม่รู้ แต่ต้องมีรายได้ก่อนในขั้นต้น

การอยากทำตามสิ่งที่เรารักก็เหมือนกับการไปรักใครสักคน อย่างแรกเลยเราต้องแน่ใจก่อนว่ารัก เหมือนกับที่เรารักเมียเรานี่แหละ (หัวเราะ) ถึงเราจะรักเมีย แต่เราก็มีปัญหากับเมียนะ คือสุดท้ายแพสชันมันไม่จำเป็นต้องสวยหรูอยู่ตลอด อย่างช่วงก่อนที่เราไม่มีรายได้จากงานมีดเลย ก็พยายามหาจากทางอื่น เช่น รับกาแฟมาคั่วขายหรือรับจ้างทำสวนแบบเพอร์มาคัลเจอร์ 

ถ้าเกิดเราผ่านช่วงที่แย่ แต่ยังอยู่กับมันได้แสดงว่าคุณรักมันจริง ๆ ดังนั้นถ้าคุณรัก คุณก็ต้องรู้จักทนด้วย เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่ช่วงเวลาที่ดี เราเชื่อว่าทุกอาชีพ ถ้าเก่งจริงประสบความสำเร็จได้หมด สิ่งสำคัญคือต้องมีวินัย ความคงเส้นคงวา ยอมรับจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนผ่าน รู้จักปรับตัวหาหนทางไปต่อ และมีจิตใจเบิกบานพร้อมสำหรับเปิดรับโอกาสดี ๆ

ติดตามผลงานมีดของเก๊กได้ที่ Facebook : ชัยพล ยิ้มไทร

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ