หน้าที่ของพ่อบ้านเราวันนี้ คือเปลี่ยนความขี้เสียดายของให้กลายเป็นเครื่องดื่มให้ถูกใจคนอื่นให้ได้
เคยไหม พาครอบครัวไปพักที่โรงแรมหรือค้างโรงพยาบาล เช็กเอาต์เมื่อไรจะต้องมีใครสักคนสั่งโกยมาให้หมด ตั้งแต่ชา กาแฟ คอฟฟี่เมต เก็บมาครบ จนทุกวันนี้เปิดตู้เย็นออกมา


‘ชั้นวางบนสุดขวามือ’ บริเวณสุดคลาสสิก เหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จะทิ้งอะไรไม่ได้เด็ดขาด
มีตั้งแต่มะนาวซีก ซองซอสพริก-ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มไก่ย่างห้าดาว พริกเกลือ พริกบ๊วยรถเข็นผลไม้ น้ำปลาพริกที่สั่งแกร็บ โชยุ วาซาบิ จากร้านแซลมอนดอง พริก-น้ำตาลราดหน้า เครื่องปรุงมาม่าก็เพียบ
เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่บ้านฉันแน่ ๆ แต่รอบนี้ลุงรีย์มีคนช่วย เป็นคนใกล้ตัวนี่เอง เชฟโฮป-ณัฐวัฒน์ จารุโชคทวีชัย Head Chef ของร้าน OmakaHed

โฮปเป็นคนเดินทางบ่อย บินถี่ เป็นสายชิมอาหารจรดเครื่องดื่ม ประสบกินไม่น้อย เชฟโฮปก่อนหน้านี้ทำงานเป็นสายเรื่องทุนสตาร์ทอัพ พบเจอความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
คราวนี้แหละขอท้าทาย โยนหินถามทางเป็นไปได้ซักตั้งว่าจะเคลียร์ตู้เย็นสำเร็จไหม
#สูตรที่ 1
Ginger Long Island
ชาขิงสุ่มตามใจอาม่า
ปกติลองไอส์แลนด์ไม่ได้มีส่วนผสมของชาเย็น แต่เนื่องด้วยสีอำพันนี้ และรสของโคล่าเล็กน้อยนี้มันชวนให้ใช้ขิงมาชูโรง
ส่วนผสม
- ขิงพันปีแต่ยังดีอยู่ 5 แผ่น
- น้ำร้อน 100 มิลลิลิตร
- ชาซอง เลือกรสใดก็ได้มาสัก 1 ซอง
- น้ำตาล 5 ซอง
- พริกน้ำส้มสายชู (พริกสีเขียว) 2 ซอง
- น้ำแข็ง

วิธีการทำ
1. แช่ชาในน้ำร้อน 100 มิลลิลิตร กับขิง ทิ้งไว้จนเย็น ประมาณ 5 – 10 นาที ค่อยนำขิงออก พักลงจาน เตรียมขั้นตอนต่อไป (แช่ไว้นานเกินจะเผ็ดนะ)

2. โรยน้ำตาล 1 ซอง (5 กรัม) ลงบนขิงที่เพิ่งขึ้นจากการแช่ แล้วนำเข้าไมโครเวฟ 1 นาที


Tips : ฝั่งซ้าย ถ้าใครชอบหั่นบาง ๆ แล้วไม่แช่ในชา รีบ ๆ ทำ ขิงจะบิดผิดรูปมากหน่อย (ต้องใช้ไฟอ่อน ครั้งละ 30 วินาที 2 ครั้ง จะได้ขิงแบบบางที่สวยขึ้น
ฝั่งขวา ถ้าหั่นหนาหน่อย แช่ในชา โรยน้ำตาล (ใช้ไฟแรงได้ 1 นาที กลิ่นขิงจะหอมมาก ๆ)

3. ผสมชากับน้ำตาลซอง 4 ซอง น้ำส้มสายชูใส ๆ ที่มากับพริก 2 ซอง

4.เทลงแก้ว เติมโซดา 90 มิลลิลิตร (ถ้าจะให้ครบสูตรที่สุดคือบวกวอดก้าสัก 2 ฝา) ตามสูตรจะได้ประมาณ 2 แก้ว

5. เสร็จเรียบร้อย กลายเป็นเครื่องที่มีรสลึก ดีเกินตัว เราก็ลองอยู่หลายที เปลี่ยนรสชาหรือใช้น้ำตาลไม่ขัดสี รสก็ต่าง ๆ กันออกไป บางทีก็เอาชาเย็นไปแช่ทำเป็นน้ำแข็ง ตวงเกิน ตวงขาด มันทำให้รสสนุกเกิดขึ้นไม่ซ้ำแบบ ใครใส่อะไรแล้วอร่อยกว่านี้ก็มาบอกกันด้วยนะ

#สูตรที่ 2
Bloody Mary
ถ้าแบบแต่ดั้งแต่เดิมใช้แค่วอดก้า น้ำมะเขือเทศ และน้ำแข็ง ปัจจุบันก็พลิกแพลงไปตามเอกลักษณ์แต่ละที่ เราลองทำ Mocktail จากเจ้าซองซอสมะเขือเทศที่มากับไก่ทอดและกองสุมเครื่องปรุงกันดูหน่อยซิว่าจะเข้าท่าไหม
ส่วนผสม
- น้ำ 30 มิลลิลิตร
- ซอสมะเขือ 3 ซอง
- ซอสพริก 1 ซอง
- น้ำมะนาว 40 มิลลิลิตร
- มะนาวพันปี 1 ซีก
- เกลือ พริกไทย 1 หยุมบาง ๆ
- น้ำแข็ง
วิธีการทำ
1. เคลือบขอบแก้วด้วยซอสมะเขือเทศ


2. เทพริกเกลือที่เก็บเอาไว้ลงจาน และใช้ขอบแก้วที่เคลือบซอสมะเขือเทศแล้วแตะกับพริกเกลือโดยรอบ ช่วยสร้างขอบแก้วให้มีรสที่จัดจ้าน

3. ผสมน้ำอุ่น 30 มิลลิลิตร ซอสมะเขือเทศ 3 ซอง ซอสพริก 1 ซอง และน้ำมะนาว 40 มิลลิลิตร

4. คนเข้าด้วยกันแล้วทิ้งให้เย็น แช่ตู้เย็น 20 นาทีให้เย็นฉ่ำขึ้นแก้วได้เลย

ถ้าต้องการเสิร์ฟเย็นจะใส่น้ำแข็งสักก้อนก็ได้นะ

Tips : ตัวอย่างเช่นซองมะเขือเทศนี้ มีทั้งขนาด 7 กรัม จากไก่ทอด, 9 กรัม จากพิซซ่า, 14 กรัม จากร้านไข่เจียว หากหัวใจของการทำเครื่องดื่มคือสัดส่วนที่แม่นยำ สิ่งที่ต้องทำคือการจดบันทึก มากไปลด อ่อนไปเพิ่ม ทำบ่อย ๆ
พวกเราเองไม่ใช่ Mixologist มืออาชีพ แค่อยากลองหยิบยกสูตรซน ๆ เหล่านี้ดัดแปลงมาจากสูตรสากล
และเราก็ยังมีความเชื่อว่าสูตรอาหารหรือเครื่องดื่มขายดีสนุก ๆ พวกนี้อาจเกิดมาจากของเหลือที่อยู่ใกล้ตัวของเขาเช่นเดียวกัน
จะเก็บซองพวกนี้ไปอีกพันปี หรือจะลองเอามาทำอะไรสนุกให้ตู้เย็นได้หายใจสะดวกขึ้นก็ลองดูกันนะ เดี๋ยวเข้าหน้าหนาวจะมาชวนทำซอสทาบาร์บีคิวให้ตู้โล่ง
ผ่านไปแล้ว 2 สูตรนำร่อง เป็นเครื่องดื่มรับแขก ใครทำเสร็จแล้วก็อย่าลืมลองเอาไปให้คนในบ้านชิมด้วย และถ้าเห็นดีด้วยว่าอร่อยดี ข้างตู้เย็นของเราจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
