4 มกราคม 2025
2 K

‘แม่บ้าน’ หรือ Maeban เป็นสื่อที่ผ่านกาลเวลามา 50 ปีแต่ยังดูอ่อนกว่าวัยจนเราอยากไปขอเคล็ดลับ

นิตยสาร แม่บ้าน เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2518 ขายเล่มละ 8 บาท ในยุคที่ก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 สตางค์ และพิมพ์เล่มที่ 601 เป็นฉบับสุดท้ายใน พ.ศ. 2562 ก่อนจะย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์เต็มตัว

แม้การเปลี่ยนแปลงของสื่อเก่าแก่จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติในทุกวันนี้ แต่แม่บ้านเตะตาเราด้วยการปรับตัวอยู่บนพื้นที่ใหม่ ๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน 

คุณอาจจะเคยเห็น Maeban แม่บ้าน ใน TikTok เล่าเคล็ดลับต่าง ๆ เรื่องงานบ้านที่ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแม่บ้าน แต่เป็นเคล็ดลับที่ทุกคนสนใจ และยังมีเนื้อหาร่วมสมัยอย่าง แม่บ้านเคาะต้นทุน ที่เกิดจากการเห็นว่ายุคนี้คนสนใจทำอาหารขายกันเยอะ หรือ แม่บ้านท้องถิ่น ซึ่งเป็นคอลัมน์ที่อยู่มาตั้งแต่สมัยเป็นสิ่งพิมพ์ ก็ถูกเอามาอยู่ในสื่อใหม่ให้เข้ายุคสมัยที่คนสนใจเรื่องที่มาของวัตถุดิบมากขึ้น 

@maebanofficial

แม่บ้านพาบุกนาบัวขนาดกว่า 100 ไร่ ที่จังหวัดนครปฐม แหล่งผลิตไหลบัวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พามาดูวิธีการปลูก เก็บ ไปจนถึงแพ๊คขาย แถมเมนูเด็ดจากไหลบัวให้ไปลองทำตาม แล้วเพื่อน ๆ ชอบกินเมนูไหลบัวเมนูไหน คอมเมนต์กันไว้ได้เลยนะ #Maeban #ไหลบัว #บัวหลวง #ดอกบัว #สายบัว #ดอกบัวหลวง #จังหวัดนครปฐม #นครปฐม #ไหลบัวนครปฐม #นาบัว #เมนูไหลบัว #ฟาร์มไหลบัว

♬ Travel videos, for Vlog, acoustic guitar, country(1120973) – yutaka.T

Maeban แม่บ้าน มีทั้งความเก๋าของคนทำสื่อดั้งเดิมและความสดของคนทำสื่อรุ่นใหม่ ส่วนผสมนี้ทำให้แม่บ้านมีผู้ติดตามบน TikTok มากกว่า 5 แสนคน มียอดกดถูกใจร่วม 5 ล้าน และบน Facebook ก็มีคนตามมากกว่า 3 ล้านคน

ในวาระครบรอบ 50 ปี นิตยสารแม่บ้าน พวกเราเลยบุกไปถึงครัวของสำนักพิมพ์แม่บ้านย่านสุขุมวิทเพื่อไปขอเรียนสูตรลับวิชาอยู่นานและอยู่ดีกัน

ส่วนประกอบ 

ทีมเนื้อหา – ทีมอาหาร

เบื้องหลังคนสำคัญของ Maeban แม่บ้าน คือ ต้องตา คงคาเขตร บรรณาธิการบริหารที่ทำแม่บ้านมาแล้ว 25 ปี เป็นทั้งครึ่งชีวิตของแม่บ้านและครึ่งชีวิตของเธอด้วย แม้สำนักพิมพ์แม่บ้านเป็นที่ทำงานที่แรกและที่เดียว แต่เธอก็บอกว่าได้ทำอะไรใหม่ ๆ ตลอดไม่มีเบื่อ เธอให้เครดิต ปรีดา เหตระกูล ผู้ก่อตั้งและเจ้านายคนแรกที่คอยผลักดันให้ ‘ทำเลย’ ‘ลองเลย’ ตลอดเวลา

“พี่จึงสอนเด็ก ๆ ในแบบเดียวกัน แล้วถ้าอันไหนลองแล้วไม่ดี เดี๋ยวเราปรับกัน คุยกัน โชคดีที่ทีมงานคุยกันตลอดเวลา ทำให้การทำงานค่อนข้างสนุกแล้วก็ได้อะไรใหม่ ๆ” ต้องตาเล่าวิธีการทำงานแบบไม่มีช่องว่างระหว่างวัยของเธอกับทีมงานให้ฟัง

ที่แม่บ้านมีทีมงานแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ‘ทีมกองบรรณาธิการ’ รับผิดชอบเรื่องการวางแผน คิด ออกแบบ ผลิตเนื้อหา และ ‘ทีมอาหาร’ ดูแลเรื่องการทำสูตร ทดลองสูตร ก่อนจะสรุปเป็นเนื้อหาไปเผยแพร่จริง ๆ “ทีมอาหารของเราเป็นเชฟที่มีความรู้ด้านอาหารเป็นอย่างดี และเรามี แม่บ้านคลับ เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารด้วย สูตรจากแม่บ้านจึงทำได้แน่ ทำได้จริง ทำได้ทุกสูตร เรามีการทดลอง ปรับ เปลี่ยนสูตร ปรับหน้าเตาก่อนจะเผยแพร่” ต้องตาเล่า

ทีมผู้อ่านควบตำแหน่งที่ปรึกษา

ต้องตาใส่ใจกลุ่มเป้าหมายของแม่บ้าน ซึ่งคือ ‘คนทำอาหาร’ อย่างสุดจิตสุดใจ ต้องตาเล่าว่าโซเชียลมีเดียของแม่บ้านมีคนติดตามเพิ่ม 3,000 – 5,000 คนต่อสัปดาห์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่แฟนคลับดั้งเดิมจากยุคนิตยสาร แต่ก็มีคนจากคอนเทนต์ใหม่ ๆ ด้วย 

ต้องตายกให้ผู้ติดตามเป็นส่วนประกอบสำคัญในการปรุงแม่บ้าน เพราะนอกจากเข้ามาอ่านและมาชมแล้ว ลูกเพจของแม่บ้านยังทิ้งคอมเมนต์แนะนำเคล็ดลับต่าง ๆ กลับมาให้ทีมงาน และแบ่งปันกับลูกเพจด้วยกัน

“เดี๋ยวนี้คนที่เป็นแฟนเพจเก่ง ๆ เยอะมาก บางทีมีคำถาม เรายังไม่ทันเข้าไปตอบเลย ลูกเพจก็ช่วยกันตอบแล้ว หรือมีแนะนำเคล็ดลับของที่บ้านก็แบ่งปันกัน เวลาลงเสียงเราเลยมักจะทิ้งท้ายไว้ว่าใครมีเคล็ดลับดี ๆ ก็ฝากไว้ จะเอาไปลองทำตาม”

ต้องตาบอกว่าความฝันอย่างหนึ่งของเธอและทีมงาน คือการได้จัดกิจกรรมเพื่อพบปะกับผู้อ่าน และให้ผู้อ่านได้แลกเปลี่ยนกัน

“ถึงจะมีกลุ่มในเฟซบุ๊ก แต่ก็คิดว่าคงไม่เหมือนกับการได้เจอกันจริง ๆ การได้พบกันจริง ๆ แม้จะเป็นแค่หลักสิบ หลักร้อยที่เหนียวแน่นกับเรา จากตัวเลขผู้ติดตามไม่ว่าจะเป็น 5 แสนหรือ 3 ล้าน ก็เป็นคนที่ช่วยทำให้เราเติบโต” ต้องตายังแอบบอกด้วยว่าความฝันดังกล่าวอาจจะเป็นจริงในปีนี้

กองทัพวัตถุดิบที่ไม่มีวันหมดอายุ

ใครที่เป็นคนทำสื่อออนไลน์คงเข้าใจดี และแม้จะไม่ใช่คนทำสื่อเราก็เชื่อว่าน่าจะเคยได้ยินว่าสื่อออนไลน์นั้นต้องการทั้งความเร็ว ความถี่ ส่วนประกอบอีกอย่างที่ทำให้แม่บ้านเป็นอย่างทุกวันนี้คือการมีวัตถุดิบพร้อมใช้ในตู้จำนวนมาก 

“เรามีสูตรอาหารที่สะสมมา 50 ปี ซึ่งเป็นเนื้อหาที่หยิบมาใช้หรือเอามาพลิกแพลงได้เสมอ” ต้องตาเล่าถึงความรุ่มรวยคอนเทนต์ที่เธอบอกว่าน่าจะหาได้ยากในสื่ออื่น ๆ 

“อาหารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้น เรามีวัตถุดิบที่เอามาเป็นเนื้อหาได้ไม่มีที่สิ้นสุด” ต้องตายกตัวอย่าง เช่น สูตรก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ แต่ละยุคอาจจะทำแตกต่างกันไป เช่น สูตรแบบใส่ผงกะหรี่ สูตรใส่ไข่แดง หรือบางสูตรก็ทำแบบใส่พริกเผาน้ำมันงา

แม้จะมีการเอาเนื้อหาจากนิตยสารอายุครึ่งทศวรรษออกมาทำใหม่และไม่ได้รีแบรนดิ้งตัวเองให้ฉูดฉาดแข่งกับอินฟลูเอนเซอร์สอนทำอาหารที่มีมากมายในทุกวันนี้ ต้องตาก็มั่นใจว่าแม่บ้านจะร่วมสมัยได้แบบไม่มีปัญหา

“การทำอาหารเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเชยอยู่แล้ว มันเข้าถึงได้กับทุกช่วงอายุ และเป็นสิ่งที่ส่งต่อกันมาเป็นรุ่น ๆ ไม่ว่าจะผ่านสื่ออะไร เมื่อ 50 ปีที่แล้วข้าวหลามเป็นอย่างหนึ่ง ปีนี้ข้าวหลามอาจเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ ไม่แปลกเลย สำคัญที่รสชาติต้องอร่อย”

และสิ่งที่แม่บ้านจะไม่ทำเด็ดขาด คือเมนูอาหารที่ทำไม่ได้จริง กินไม่ได้จริง “บางเมนูบนโลกออนไลน์ที่เน้นภาพที่น่าตื่นเต้น แต่กินไม่ได้ ทำแล้วไม่เวิร์ก เราก็ไม่ทำ สิ่งที่ออกจากในครัวควรเป็นสิ่งที่กินได้”

วิธีทำ

เปลี่ยนบางอย่าง เก็บบางอย่าง

ฟังวิธีการทำงานของแม่บ้านแล้วคิดว่าน่าจะเป็นการทำงานที่หิวมาก 

หลังจากเลิกทำสื่อสิ่งพิมพ์ สำนักพิมพ์แม่บ้านก็เปลี่ยนโรงพิมพ์ให้กลายมาเป็นออฟฟิศ สตูดิโอสำหรับถ่ายทำคลิปวิดีโอ ครัวสำหรับทดลองสูตรอาหาร และเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารด้วย เป็นการเปลี่ยนยุค เปลี่ยนความสนใจของสำนักพิมพ์นี้อย่างไม่คิดจะหันหลังกลับ

แต่แม้รูปแบบจะเปลี่ยน หลักการที่ทีมงานแม่บ้านใช้เลือกคอนเทนต์ยังเหมือนเดิม คือการนำเสนอวิธีทำที่เข้าถึงง่าย คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของเนื้อหา

“เนื้อหาที่เราเลือกไม่จำเป็นต้องเป็นเมนูใหม่หรือเมนูในกระแส แต่อาจเป็นการนำเสนอเนื้อหาให้คนได้ไอเดียใหม่สำหรับเมนูเดิม ๆ เช่น แทนที่จะสอนทอดหมูทอด เราก็ให้สูตรน้ำจิ้มหมูทอดไปเลย 8 อย่าง คิดและทดลองทำสูตรกันที่แม่บ้านเองเลย ให้คนลองเอาไปทำกิน ทำขาย”

แม่บ้านเคาะต้นทุน เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมสมัยในแบบของแม่บ้าน คือจะมีการช่วยคำนวณต้นทุนและให้ไอเดียสำหรับคนที่อยากทำอาหารขาย เป็นทางออกให้กับหลายคนท่ามกลางความท้าทายรอบด้านทุกวันนี้ คอลัมน์นี้จะนำเมนูอาหารยอดฮิตหรือเบเกอรีที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือวัตถุดิบราคาแพงมาก แนะนำการเลือกวัตถุดิบ ปริมาณ การนำเสนอ รวมทั้งคำนวณต้นทุนกับราคาขายให้เสร็จสรรพ 

“เราจะคอยปรับตัวให้เข้ากับกระแสและยุคสมัยตลอด แต่ต้องไม่ลืมว่าจะไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง ไม่ว่ารูปแบบจะเปลี่ยนไปยังไง แม่บ้านก็จะยังสอนเรื่องอาหารและสูตรอาหาร เพื่อให้คนไปทำอาหารให้ตัวเอง และคนที่เขารักได้กิน” ต้องตาบอก

ชี้นำสังคมผ่านการให้มุมมองใหม่ ๆ กับเมนูเดิม ๆ 

ในฐานะสื่อที่อยู่มาอย่างยาวนาน แม่บ้านยังนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อลดข้อจำกัดให้บางเมนูยังหากินได้และให้คนรู้จักกันต่อไป 

“ทีมงานเคยทำคอนเทนต์ทำข้าวหลามด้วยกระทะแบบทาโกะยากิ มีคนเข้ามาค้านว่ามันไม่ใช่ข้าวหลาม แต่เราคิดว่ายุคนี้ไม่ได้หาไม้ไผ่กันง่าย ๆ วิธีแบบนี้จะทำที่หอหรือคอนโดก็ได้ ราคาไม่แพง แถมหน้าตาน่ารัก”

หรือแม้กระทั่งเมนูใหม่ที่เป็นกระแสอย่างช็อกโกแลตดูไบ แม่บ้านก็มีทีท่าต่อเมนูนี้ในแบบของตัวเอง

“ตอนนั้นช็อกโกแลตดูไบดังมาก ทีมเราไปหาข้อมูลเพื่อมาพิจารณาว่าจะทำอะไรกับเรื่องนี้ ไปเจอว่าส่วนประกอบสำคัญอย่างเส้นคูนาฟาแพงมาก ทีมอาหารเราเลยทดลองทำสูตร ช็อกโกแลตดูไบโฮมเมด แบบที่ทำเส้นคูนาฟาเอง ต้นทุนไม่สูง ทำให้คนเข้าถึงได้ ทำไม่ยาก เอามาลงในแม่บ้าน

“อาหารคือความลื่นไหล เราไม่คิดว่าจะต้องไปตัดสินว่าอะไรต้องเป็นยังไงหรืออะไรถูกอะไรผิด อย่างข้าวผัดรถไฟที่คนเถียงกันว่าต้องเป็นแบบไหน สีแดงหรือสีดำ ก็ทำมัน 2 อย่างให้เห็นไปเลย เรื่องของอาหารไม่มีอะไรตายตัว อย่างเมนู Chef’s Table ก็มีการนำเสนออาหารแบบใหม่ ๆ เสมอ พาสต้าผัดกะเพราก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

เป็นคู่คิดและค่ากลางให้คนทำอาหาร 

ต้องตานิยามว่า แม่บ้าน คือเพจให้สูตรอาหารที่กลางที่สุด 

“เราไม่ได้บอกว่าสูตรเราอร่อย แต่เป็นสูตรที่กลางที่สุด ใครชอบรสชาติแบบไหนก็ไปเพิ่ม แต่ถ้าทำตามสูตรเรา คุณจะได้รสชาติปกติของอาหารนั้น ๆ” เธอขยายความ

ด้วยวิธีคิดนี้ แม่บ้านจึงมีผู้ติดตามและฝากตัวเป็นศิษย์มากมาย ทั้งแม่บ้านมือเก๋า คนหัดทำกับข้าวมือใหม่ ไปจนถึง เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ร้าน Blue Elephant ที่ได้นิตยสารแม่บ้านเป็นครูคนแรกเรื่องอาหารไทย

“ตอนเชฟนูรอมาเมืองไทยครั้งแรก เขาโทรมาที่บริษัทว่า ขอเชิญทีมงานแม่บ้านไปที่ร้าน พอเขาเจอหน้าพี่ เขาขอกอด และเล่าว่ากว่าเชฟจะเปิดร้านได้ เชฟได้สูตรจากแม่บ้าน ตอนเขาเริ่มเปิดร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศ ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงก็ดูวิธีจากหนังสือแม่บ้าน เปิดจนหนังสือพัง แล้วเอามาปรับให้เป็นสูตรของตัวเอง ทุกวันนี้เจอกันทีไรก็ยังกอดกันทุกที”

มีจิตวิญญาณของหนังสือและคนรักหนังสือ

ได้ยินมาว่าสำนักสื่อมักสะท้อนตัวตนของคนเป็นบรรณาธิการ ตอนแรกเราจึงเดาไปว่าต้องตาเป็นแม่ครัวหัวป่าก์ที่รู้และเชี่ยวชาญสูตรอาหารมากมาย แต่ต้องตามาเฉลยที่หลังว่าไม่ใช่ ตัวตนที่ว่านั้นน่าจะเป็นความมีหนังสือเป็นครูชีวิตคนสำคัญมากกว่า

ต้องตาเล่าว่าเธอเป็นคนโตมากับหนังสือ หนังสือเป็นทุกอย่างสำหรับเธอ การทำหนังสือคืออาชีพในฝัน และทุกวันนี้ก็ยังใช้ชีวิตผ่านการอ่านหนังสือทุกประเภท 

“หนังสือมีบางสิ่งจะคงอยู่ตลอดไป และแม้วันนี้จะไม่ได้ทำเป็นสิ่งพิมพ์แล้ว ทุกเนื้อหาที่แม่บ้านทำก็จะยังเป็นเหมือนหนังสือที่มีคุณค่าทุกตัวอักษร” ต้องตากล่าว

‘แม่บ้าน’ จะครบรอบ 50 ปีในเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ถือเป็นหนึ่งในสื่อเก่าแก่ของไทยที่ยืนระยะและปรับตัวผ่านการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายมาได้ แม้จะไม่หวือหวาแต่ก็มั่นคงด้วยการมีแก่นที่แน่วแน่ ท่ามกลางสื่อสายอาหารน้อยใหญ่มากมาย การเลือกเปลี่ยนบางอย่าง เก็บบางอย่าง รวมทั้งความกล้าลอง กล้าดัดแปลง เป็นวิธีคิดที่ไม่ต่างจากการทดลองทำอาหารเมนูใหม่ ๆ จึงไม่แปลก ที่ ‘แม่บ้าน’ จะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุด

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด