จงบอกผลิตภัณฑ์จากข้าวให้ได้มากที่สุดใน 30 วินาที
เริ่ม!
แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว น้ำมันรำข้าว
เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน แผ่นเปาะเปี๊ยะ
ข้าวเกรียบ ข้าวแต๋น ข้าวตัง ข้าวพองอบกรอบ
เบียร์ สาโท น้ำนมข้าว
ผู้เขียนนึกออกเพียงเท่านี้ แล้วผู้อ่านล่ะ นึกออกแค่ไหน
แต่พอไปถาม คุณอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว จะได้คำตอบที่นึกไม่ถึง อย่างน้ำหอม แชมพู สบู่ เครื่องสำอาง วัสดุก่อสร้าง หรือผลิตภัณฑ์ยา เพราะนี่คือผลจากการส่งเสริมการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าของ ‘กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว (กพภ.) กรมการข้าว’
พอเห็นรายการสินค้าทั้งหลายนี้ ทั้งที่ผู้เขียนนึกออกเอง ที่ผู้อ่านพอบอกได้ และที่ท่านอธิบดีบอกมา ก็เกิดคำถามต่อไปว่า ประเทศไทยที่เคยครองอันดับ 1 ประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลกมายาวนาน จนถึงวันนี้ก็ยังคงติดอันดับ 1 ใน 3 แต่ทำไมตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวของไทยถึงโตไม่มากและไม่ค่อยมีชื่อเสียง เมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตข้าวและชื่อเสียงของข้าวบ้านเรา
คุณอานนท์จะมาให้คำตอบเรื่องนี้ และพาผู้อ่านไปรู้จักโลกของการแปรรูปข้าวที่ข้าวไทยมีทั้งโอกาสและศักยภาพมากกว่าที่คิด

กรมการข้าว (Rice Department)
หากคุณเคยได้ยินชื่อข้าว กข43 ที่มีดัชนีน้ำตาลปานกลางค่อนข้างต่ำ หรือข้าวเหนียว กข24 ที่เป็นที่นิยม ตัวย่อ กข พวกนี้แหละที่บ่งบอกว่านี่คือข้าวที่ค้นคว้าวิจัยโดยกรมการข้าว ใช้เลขคี่ ระบุรหัสข้าวเจ้า ปัจจุบันมีถึง กข119 และเลขคู่ แสดงรหัสข้าวเหนียว มีถึง กข26
ส่วนงานวิจัยนี้เป็นหน้าที่ของ ‘กองวิจัยและพัฒนาข้าว’ พอได้ข้าวพันธุ์หลักแล้ว ‘กองเมล็ดพันธุ์ข้าว’ จะนำไปขยายพันธุ์ต่อเพื่อให้ได้ปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการ ‘สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว’ จะนำข้าวที่วิจัยมาใหม่นี้ไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก พอชาวนาผลิตข้าวออกมาแล้ว ‘กองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์’ จะดูแลข้าวเปลือกและโรงสี เพื่อให้ได้มาตรฐานสำหรับการจัดจำหน่าย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม ข้าวยังนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้อีก ‘กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว (กพภ.)’ จึงมีหน้าที่พัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมการแปรรูปข้าว เหล่านี้คือความรับผิดชอบส่วนหนึ่งภายใต้กรมการข้าว
แปรรูปข้าวนั้น…สำคัญไฉน
“ข้าวไม่มีการกำหนดราคาตายตัว ตลาดข้าวเป็นตลาดของต่างประเทศ ราคาของโลก ผันผวนเหมือนหุ้น อินเดียแค่ออกข่าวจะถล่มข้าวปริมาณมหาศาลออกสู่ตลาด ราคาข้าวก็ตกวูบเลย พอมีข่าว ประเทศไทยขายข้าว 500,000 ตันให้ประเทศจีนได้ แค่ออกข่าว ยังไม่มีการขายจริงเลย ราคาข้าวหอมมะลิก็ขึ้นมาเป็นตันละ 15,000 บาท ตลาดผันผวนสุด ๆ
“จึงอยากเชิญชวนว่า ถ้าจะขายแต่ข้าวเพื่อบริโภค มาแปรรูปให้เกิดสินค้าที่ราคานิ่งดีกว่าไหม”
คุณอานนท์เล่าถึงที่มาของกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวที่นำไปสู่นโยบายการส่งเสริมการแปรรูปข้าว ลดการพึ่งพาการจำหน่ายข้าวสาร ลดความเสี่ยงจากราคาข้าวที่ผันผวน นอกจากนี้ สินค้าแปรรูปยังมีมูลค่าสูงกว่าและเก็บได้ยาวนานกว่าข้าวสารด้วย


“ผมว่าการนำข้าวในประเทศมาแปรรูปเกิดขึ้นไม่ถึง 5% ที่เหลือเป็นการนำข้าวไปรับประทานกันตรง ๆ เลย”
คุณอานนท์เล่าถึงสถานการณ์การแปรรูปข้าวในปัจจุบัน ผู้เขียนได้ยินแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ด้วยเหตุผลข้อดีทั้งหลายทั้งปวงข้างต้น ทำไมการแปรรูปข้าวถึงยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ หากเทียบกับปริมาณข้าวปีนี้ที่ผลิตได้ทั้งหมด 27 ล้านตัน
“เพราะมันต้องใช้องค์ความรู้เยอะในการแปรรูปแต่ละอย่าง กว่าจะคิดพัฒนาออกมาเป็นข้าวเกรียบ เป็นเครื่องดื่ม หรือเป็นน้ำหอมนี่ทำมา 2 ปีแล้วก็ยังไม่ออก ต้องใช้ทั้งต้นทุน เงิน และเวลา หลายอย่างในการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาสักอย่าง มันไม่ง่าย ต้องคนที่ใจรักจริง ๆ” คุณอานนท์อธิบาย
ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างที่มี หากเกษตรกรจะเริ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเองจากศูนย์จึงไม่ง่าย กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวจึงมีหน้าที่เชื่อมโยงข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปต้นแบบ แล้วคอยสนับสนุนหน่วยงานทั่วประเทศ ทั้งเอกชน วิสาหกิจชุมชนที่สนใจต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่อไปในเชิงพาณิชย์


สินค้าจากข้าวที่อาจคาดไม่ถึง
“เราไปจับมือกับภาคเอกชน ทำ MOU เพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากข้าว กับบริษัทเครื่องหอม เอาข้าวทับทิมชุมแพที่มีหลายสีไปสกัดเป็นน้ำหอมเพื่อเพิ่มมูลค่า ฟางข้าวก็เอาไปทำเป็นเบาะรองนั่งหมาแมว ทำจานช้อนส้อม ทำวัสดุก่อสร้าง” คุณอานนท์กล่าวถึงสินค้าแปรรูปจากข้าว
นอกจากนี้ กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวยังภูมิใจนำเสนอนวัตกรรมสินค้าแปรรูปจากข้าวที่คุณอาจคาดไม่ถึงว่ามีในท้องตลาด แต่ผลิตจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว เช่น
- กราโนลาบาร์ โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ทำจากข้าวกล้องอินทรีย์ พัฒนาด้วยความร่วมมือชาวนาเพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณภาพสินค้าแปรรูปจากข้าว
- น้ำมันรำข้าวหอมระเหยแบบแห้ง โดยวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านหนองหมายขามเกษตรพอเพียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย สกัดจากรำข้าวคุณภาพ ผสานสมุนไพรท้องถิ่น เพื่อช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะ ลดความเครียด และมอบความผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ
- ปุ๋ยอัดเม็ดจากฟางข้าว โดยกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสะลวง จังหวัดเชียงใหม่ และวิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านโป่งแดง จังหวัดสุพรรณบุรี ใช้ได้กับพืชทุกชนิด มีธาตุอาหารหลักครบถ้วน อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่ช่วยบำรุงดิน ฟื้นฟูและปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุยมากขึ้น
ข้าวหลายประเภทโดดเด่นเรื่องคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ข้าวสีแดง มีสารในกลุ่มแคโรทีน ข้าวสีดำ มีสารแอนโทไซยานิน ข้าวหอมมะลิ มีสารโอรีซานอล จึงเหมาะแก่การนำมาทำสินค้าเพื่อสุขภาพที่มีคุณสมบัติพิเศษ อย่างน้ำนมข้าวที่มีสารกาบาช่วยเรื่องการนอนหลับ น้ำมันรำข้าวที่มีโอรีซานอลช่วยลดไขมันในเลือด
สินค้าจากข้าวยังถูกใช้เป็นสินค้าทางเลือกสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการทาน เช่น เครื่องดื่มจากข้าวที่เหมาะสำหรับผู้แพ้แลคโตส แป้งข้าวสำหรับผู้แพ้กลูเตน
อาหารเพื่อสุขภาพนับว่ามีมูลค่าสูงกว่าข้าวสารมาก แต่ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เป็นเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาตามนโยบายของคุณอานนท์ คือผลิตภัณฑ์ยาจากสารประกอบในข้าว ซึ่งมีมูลค่าสูงและเป็นประโยชน์กับผู้คนจำนวนมาก
“ในอนาคต กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวจะสร้างศูนย์นวัตกรรมแปรรูปข้าวครบวงจร ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ เราลงลึกลงไปในเรื่องสารสำคัญในข้าวและยา ปีหน้าจะเริ่มจับมือกับเอกชนเพื่อสกัดสารสำคัญที่อยู่ในข้าวเพื่อวิจัยยาด้วย”
ตั้งแต่เมล็ดข้าวไปจนวัสดุเหลือใช้จากข้าว อย่างรำ แกลบ ฟาง ล้วนนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนเปลี่ยนขยะเป็นเงินได้ทั้งนั้น

สารตั้งต้นดี อะไรก็ดี
“ข้าวจะพรีเมียมแค่ไหน อยู่ที่อารมณ์ของผู้บริโภค เราต้องเล่นกับอารมณ์และความเชื่อ จากวันนี้ข้าวเพื่อสุขภาพจะขยับไปเป็นข้าวรักษ์โลก ข้าวยั่งยืน ข้าวคาร์บอนต่ำ หรือข้าวประณีต นโยบายขยายฐานข้าวไทยระดับโลกด้วยการสร้างแบรนดิ้งโดยกระทรวงพาณิชย์”
คุณอานนท์อธิบายต่อว่า ข้าวพรีเมียมเหล่านี้ นอกจากจะได้ราคาดีกว่าข้าวธรรมดาแล้ว สินค้าที่แปรรูปจากข้าวก็ราคาดีกว่าด้วย ลองจินตนาการถึงน้ำข้าวกล้องงอกแก้วละ 100 บาท แต่พอเป็นน้ำข้าวกล้องงอกที่ผลิตจากข้าวคาร์บอนต่ำ อาจขายได้ในราคาแก้วละ 200 บาท
ดังนั้น จึงย้อนกลับมาถึงงานของกองวิจัยและพัฒนาข้าวที่ไม่เพียงพัฒนาข้าวสารพันธุ์ดี โตไว ให้ผลผลิตมาก ตรงตามความต้องการของตลาด มีสารอาหารสูง แต่ต้องพัฒนาไปถึงกระบวนการเพาะปลูกที่ยั่งยืน ลดการปลดปล่อยคาร์บอนสู่สภาพแวดล้อม สุดท้ายปลายทางเมื่อนำมาแปรรูป ก็ยิ่งสร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก


โอกาสที่ห้ามปล่อย
อินเดีย คืออันดับ 1 ด้านการส่งออกข้าว ปัจจัยหนึ่งคือพื้นที่เพาะปลูกมหาศาล การที่ข้าวไทยจะแข่งกับอินเดียจึงเป็นเรื่องยาก
เวียดนาม คืออันดับ 2 ด้านการส่งออกข้าว เพราะข้าวของเขาผ่านการวิจัย จนทำผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทย 50% และปลูกด้วยกรรมวิธีคาร์บอนต่ำ จึงดึงดูดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ประเทศไทย คืออันดับ 3 ด้านการส่งออกข้าว แต่ไทยมีข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังชนะเวียดนามด้านการแปรรูปข้าว เพราะเริ่มพัฒนามานานมาก มีประเภทสินค้ากว้างขวางครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ในขณะที่เวียดนามยังเน้นผลิตข้าวเพื่อบริโภค และเพิ่งเริ่มหันมาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวได้ไม่นาน
“พูดง่าย ๆ ว่าประเทศไทยยังคงยืนหนึ่งเรื่องการแปรรูปข้าว เพราะเวียดนามเพิ่งก้าวมาทำ เราจึงยังมีโอกาสอยู่มาก แต่ความท้าทายคือต้นทุนการแปรรูปสูง ชาวนาปลูกข้าวมาขายได้เงินแล้วก็จบไป ไม่มีเวลามาคิดแปรรูปทำอะไรใหม่ ๆ ซึ่งทำคนเดียวมันยากมาก ดังนั้น เราต้องส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อแปรรูปข้าวให้มากขึ้น และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ให้เขาได้รู้ว่าการแปรรูปข้าวช่วยเพิ่มรายได้อย่างไร” คุณอานนท์อธิบาย

คนรุ่นใหม่ใส่ใจข้าว
หากได้ไปเดิน Thailand Rice Fest 2025 เมื่อวันที่ 4 – 7 ธันวาคมที่ผ่านมา จะเห็นผู้ประกอบการหลายรายที่เป็นคนรุ่นใหม่ บางคนคือหน้าใหม่ในตลาดที่มาพร้อมไอเดียทางธุรกิจ บางคนเรียนจบสูง ๆ แล้วเลือกกลับไปพัฒนาต่อยอดเกษตรกรรมของครอบครัว
“Smart Farmer ที่มาคุยกับผมเป็นคนรุ่นใหม่หมดเลย พวกเขาใช้โซเชียลมีเดีย นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในแปลงนา บางคนนำสิ่งที่เขาไปเจอมาจากต่างประเทศกลับไปพัฒนาการเกษตร ทั้งในเรื่องข้าวและพืชอื่น ๆ ซึ่งต่อยอดไปมากกว่ารุ่นพ่อแม่เยอะมาก มีการลดทอนไม่ต้องใช้แรงงาน ใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่”
คุณอานนท์เคยเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนงานด้านเกษตรกรรมระหว่างประเทศ ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หน้าที่หลักคือพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านเกษตรกรรม ต้องทำงานกับภาคเกษตรกรรมจากประเทศอื่น สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นจากประเทศพัฒนาแล้ว คือเกษตรกรที่นั่นได้รับการศึกษาที่สูง
“เกษตรกรเขามีความรู้ จบมหาวิทยาลัยด้านพืช แล้วก็กลับมาทำฟาร์มที่บ้าน”


นี่คือปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้เช่นกัน เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่มองข้ามทรัพย์ในดิน นำความรู้จากโลกใหม่กลับไปต่อยอดภูมิปัญญาจากโลกเก่า ในไร่นาผืนเดิมที่แนวคิดแบบเดิม ๆ อาจทำให้อยู่รอดในโลกใหม่ไม่ได้
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่คิดเช่นนั้น ทางกรมการข้าวจึงพยายามส่งสารไปยังคงรุ่นใหม่ถึงโอกาสของข้าวไทยในตลาดโลก ซึ่งมีทั้งชื่อเสียงเป็นทุนเดิม และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ จากกรมการข้าว เพื่อให้ข้าวไทยไปได้ไกลกว่าเดิม ด้วยฝีมือของคนรุ่นใหม่


“จากวันนี้ เราจะมุ่งเน้นเรื่องโซเชียลมีเดียให้มากขึ้นในทุกสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น TikTok หรือ Facebook ที่กรมการข้าวจะประชาสัมพันธ์มากขึ้นว่า ข้าวมีหลากหลายแบบ แปรรูปออกมาได้หลายสิ่ง เราไปถ่ายทำกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วประเทศ นี่เป็นภารกิจที่เราอยากให้คนกลับไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวไทย ให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นจากการแปรรูปข้าว”
นอกเหนือจากช่องทางออนไลน์แล้ว ยังมีการนำเสนอข้อมูลข้าวอย่างสร้างสรรค์แบบออฟไลน์ ให้คนรู้ใหม่ได้รู้จักทั้งรูป รส กลิ่น และรสสัมผัสจากข้าว อย่างเช่นการมีส่วนร่วมในงาน Thailand Rice Fest 2025 ที่ผ่านมา
“โลกอนาคตเป็นโลกสำหรับคนรุ่นใหม่ ผมอยากเชิญชวนให้พวกเขากลับไปพัฒนาการเกษตรที่บ้าน สมัยนี้หาความรู้ในมือถือง่ายแล้ว หรือหากขาดเหลืออะไร กรมการข้าวประสานงานและให้การสนับสนุนได้ ทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี ทุน หรือการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ไปจนถึงการจับคู่ธุรกิจหรือการทำการตลาด เรามีศูนย์อยู่ทุกจังหวัด – แค่คุณกลับไปทำ คุณไม่อดตายแน่นอน” คุณอานนท์ฝากทิ้งท้ายถึงคนรุ่นใหม่

Website : brpd.ricethailand.go.th










