ว่ากันว่า
คนจันทบุรีกินข้าวมันไก่กับน้ำพริกเผา
กินปาท่องโก๋กับน้ำจิ้มรสหวานเปรี้ยวคล้ายน้ำจิ้มของอาหารเวียดนาม
มีข้าวเกรียบอ่อนที่เหมือนขนมปากหม้อแต่ไม่มีไส้ ใช้น้ำจิ้มคล้ายกับน้ำจิ้มปาท่องโก๋ แต่ใส่กุ้งแห้งและพริกเพิ่มไปด้วย
จันทบุรีมีเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใครก็เรียกเส้นจันท์
จันทบุรีใช้ ‘เร่ว’ สมุนไพรชนิดหนึ่งให้กลิ่นหอมในซุปก๋วยเตี๋ยว
ตราดก็ใช้สมุนไพรอีกหลายอย่างผสมกันเป็นพริกแกงแสนตุ้ง ทำแกงป่าเผ็ดร้อนกินกันเป็นอาหารเช้า
คนที่นี่เรียกน้ำจิ้มซีฟู้ดว่า ‘พริกเกลือ’ อาจจะมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน
คนจันทบุรีและตราดกินติดหวาน แม้แต่น้ำปลาเจ้าดังของตราด ปรุงติดหวานปลายนิด ๆ เพื่อให้ได้รสที่คนท้องถิ่นนิยม
ที่ว่ามานี้เป็นสิ่งที่ได้ยินมาและความเชื่อแค่ส่วนหนึ่งที่รู้มาจากการพูดคุยกับคนท้องถิ่น เลยเกิดเส้นทาง The Cloud Journey : Routes to Roots – Food Route ที่ไปตามเส้นทางตะวันออก เริ่มจากจันทบุรีและไปสิ้นสุดที่ตราด เน้นกินเป็นหลัก เพื่อทำความรู้จักวัฒนธรรมการกินที่ไม่เหมือนใคร
และนี่คือ 10 เรื่องราวในเส้นทางอาหารที่อยากให้คุณมีโอกาสตามเราไป
ทำความรู้จักสมุนไพรท้องถิ่น
เราเริ่มต้นทริปกันที่ ‘สวนร่วมสมัย’ สวนสมุนไพรอินทรีย์ในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ของ หมอรัตน์-อารีรัตน์ พูนปาล เพื่อจะได้สัมผัสกับสมุนไพรต้นจริง ได้เด็ดเพื่อดมกลิ่น หักแง่งชิมรสกันตรงนั้น เพราะตลอดทริปหลังจากนี้จะต้องเจอกลิ่นหอมของสมุนไพรเหล่านี้ในอาหารหลาย ๆ จาน สมุนไพรอย่างเร่ว กระวาน กระทือ ไพล ขิงแห้ง หรือกระต่ายจาม เป็นสมุนไพรที่จันทบุรี ตราด รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงใช้กันอย่างแพร่หลาย
หมอรัตน์เล่าให้ฟังว่า สมุนไพรเหล่านี้อาจขึ้นอยู่ในหลาย ๆ ที่ แต่ทางตะวันออกมีภูมิปัญญาในการใช้ทั้งเป็นยารักษาโรคและอยู่ในอาหารด้วย เพราะพื้นที่ทางภาคตะวันออกมีความชื้นสูง แพทย์แผนไทยบอกไว้ว่าทำให้คนมีธาตุน้ำในร่างกายสูง และธาตุน้ำไม่เคลื่อนไหว ร่างกายจึงไม่สบายจากอาการเวียนหัว หูอื้อ หรือท้องอืด สมุนไพรทั้งเร่ว กระวาน หรือแม้แต่พริกไทย เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับลม ให้เลือดลมหมุนเวียนสมดุลกัน เป็นคำตอบที่ดีมากของคำถามที่ว่า ทำไมอาหารของแถบจังหวัดภาคตะวันออกถึงเต็มไปด้วยสมุนไพรเหล่านี้ อยู่ในทั้งแกงไปจนถึงก๋วยเตี๋ยว


ที่นี่เราได้กินอาหารจากทีมนักโภชนาการของสวนร่วมสมัย ทำอาหารจากสมุนไพรอินทรีย์ในสวนให้ได้กินด้วย ทั้งข้าวยำสมุนไพร ไก่กระวานใส่ระกำ ยำผักกระสัง เมี่ยงคำใส่กระวาน และน้ำสมุนไพรปรุงพิเศษ ตบท้ายด้วยมะแปมลอยแก้ว
หลังจากได้รู้จักสมุนไพรแล้ว เดินทางไม่ไกลจากสวนร่วมสมัยเราไปสวนวงศ์นพรัตน์ สวนพริกไทยจันทบุรีที่ปลูกพริกไทยพันธุ์ซาราวักหรือพริกไทยมาเลเซีย พื้นดินของจันทบุรีทำให้พริกไทยของที่นี่พิเศษกว่าที่อื่น ๆ มีกลิ่นหอมก่อน แล้วค่อย ๆ มีรสเผ็ดขึ้นเรื่อย ๆ
พริกไทยเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรีมาตั้งแต่อดีต และเคยมีพริกไทยสายพันธุ์จันทบุรีหรือสายพันธุ์ปรางถี่ (ปรางคือคำเรียกของเครือพริกไทยที่จะออกมาถี่กว่าสายพันธุ์อื่น ๆ) สายพันธุ์พื้นเมืองนี้เกือบสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ได้รับการฟื้นฟูและเริ่มกลับมาเพาะพันธุ์ปลูกใหม่อีกครั้ง โดยพยายามสนับสนุนให้ใช้เพื่อเป็นยารักษาโรคมากกว่าใช้ในการทำอาหาร เนื่องจากยังขยายพันธุ์ได้ไม่มากนัก


พอได้ฟังเรื่องของวิธีการทำพริกไทยและรู้จักเกรดต่าง ๆ ของพริกไทยทั้งขาวและดำ พร้อมคำแนะนำว่าถ้าจะซื้อพริกไทยควรซื้อเป็นเมล็ดพร้อมที่บดแทนการซื้อแบบบดแล้ว เพราะรักษารสและกลิ่นได้นานกว่า
เราก็ซื้อและหอบหิ้วพริกไทยกันคนละหลาย ๆ ขวดกลับบ้านก่อนจะมุ่งหน้าไปอำเภอท่าใหม่

สวนร่วมสมัย
สวนวงศ์นพรัตน์
กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าที่ท่าใหม่
ท่าใหม่เป็นอำเภอเล็ก ๆ ใกล้ตัวเมืองจันทบุรี เป็นอำเภอเล็กที่คึกคักมากอำเภอหนึ่งของจังหวัดนี้ ท่าใหม่เป็นชุมชนที่มีทั้งคนไทยเชื้อสายจีนและเวียดนามอาศัยอยู่ มีร้านอาหารมากมาย โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวร้านดังอย่าง ‘ก๋วยเตี๋ยวเลียงป้าติ๊ด’ ที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชิมไม่ขาดสาย
ก๋วยเตี๋ยวเลียงน่าจะหากินได้เฉพาะแถบภาคตะวันออกของไทย ลักษณะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใสที่ใส่เครื่องยาจีนหลายชนิด โดยเฉพาะเร่ว รากสมุนไพรหอมเย็น เป็นส่วนผสมสำคัญของก๋วยเตี๋ยวเลียง ในซุปยังมีรากผักชีใบเลื่อย สับปะรด และอื่น ๆ ตามแต่สูตรของแต่ละร้าน


ก๋วยเตี๋ยวเลียงนิยมทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อและก๋วยเตี๋ยวหมู ใช้เส้นจันท์ เส้นก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นเหนียวนุ่ม ปรุงกับน้ำตาลอ้อยกับพริกสดตำ ซึ่งต่างกับพริกป่น พริกสดตำจะละลายเข้ากับซุปได้ดีกว่าพริกป่นที่ลอยหน้าซุป และมีความหอมที่ต่างกัน แนะนำให้สั่งน้ำมะปี๊ดมาดื่มด้วย

ถ้าไม่ได้มาถึงอำเภอท่าใหม่สายเกินไป อาจจะทัน ‘ข้าวมันไก่ร้านป้าสมหมาย’ ที่อยู่ตรงข้ามกับร้านก๋วยเตี๋ยวเลียง ควรลองกินข้าวมันไก่กับน้ำพริกเผา การกินแบบที่คนเมืองจันท์ฯ นิยม ร้านข้าวมันไก่หลายร้านจะมีน้ำพริกเผาวางไว้ให้บนโต๊ะนอกเหนือจากน้ำจิ้ม ว่ากันว่าร้านป้าสมหมายเป็นเจ้าแรกของจังหวัด จริงหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ แต่ร้านนี้ทำน้ำพริกเผาเองแน่นอน
ข้ามฝั่งถนนกลับมาฝั่งเดียวกับก๋วยเตี๋ยวเลียงป้าติ๊ด เดินถัดไปสักหน่อยจะมี ‘ร้านทองม้วนแม่สงบ’ ที่นั่งทำทองม้วนกันใหม่ ๆ หน้าร้าน ความพิเศษคือเมื่อทำทองม้วนแบบสดใหม่ จะได้ชิมทองม้วนอ่อน หรือสั่งเป็นทองม้วนกรอบห่อด้วยทองม้วนอ่อนก็อร่อย
ในร้านเดียวกันมีตะกั๋วทอด คือเต้าหู้ทอดจิ้มน้ำจิ้ม ตะกั๋วเป็นภาษาที่แปลงมาจากภาษาจีน ทางใต้เรียกคล้ายกันว่า ‘เต้าคั่ว’ ซึ่งก็หมายถึงเต้าหู้ทอดเช่นกัน แต่เต้าคั่วมีความหมายรวมไปถึงเมนูอาหารที่มีเต้าหู้ทอดเป็นส่วนผสม
ทั้งข้าวมันไก่น้ำพริกเผาที่มีความเป็นไปได้ว่าจะมาจากไก่ต้มและน้ำมันพริกแบบจีน ก๋วยเตี๋ยวที่ใส่ยาจีน เต้าหู้ทอด ล้วนทำให้เห็นภาพว่าอำเภอท่าใหม่มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มากแค่ไหน
ก๋วยเตี๋ยวเลียงป้าติ๊ด
ข้าวมันไก่ร้านป้าสมหมาย
ทองม้วนแม่สงบ
ตามหาพะยูนที่คุ้งกระเบน
ถึงทริปนี้เราจะไม่ได้ตั้งใจมากินอาหารทะเลเป็นหลัก แต่อาหารทะเลก็อยู่กับเราแทบทุกมื้อ ก่อนแวะเข้าเมืองเราแวะเที่ยวป่าโกงกางที่ ‘ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ’ เป็นทางเดินสำรวจป่าโกงกางผืนใหญ่มากที่เกิดจากการสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำในอ่าวที่เคยเสียหายเพราะนากุ้ง ป่านี้ใช้เวลา 10 ปีเต็มในการปลูกจนสมบูรณ์ น้ำกลับมาสะอาด จนตอนนี้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ มีปู มีปลาหลายชนิด มีหญ้าทะเล จนพะยูนที่หายไปนานกลับมาที่อ่าวคุ้งกระเบนอีกครั้ง


แถวนี้ในอดีตมีพะยูนเป็นจำนวนมาก จนมีชื่อหมู่บ้านว่า ‘หมูดุด’ ซึ่งเป็นคำที่คนจันทบุรีเรียกพะยูน
ถ้ามาจันทบุรีแล้วอยากกินอาหารทะเล มาแถวนี้ไม่ผิดหวัง หรือใครที่อยากซื้อของฝาก แถวอ่าวคุ้งกระเบนก็มีร้านของฝากมากมายเรียงต่อกันหลายร้าน ถ้าแนะนำคงเป็น ‘ร้านปลาบ้านเรา’ ที่อยู่หัวมุมสุด ร้านนี้ทำของแห้ง ของแปรรูปต่าง ๆ เองด้วย มีให้เลือกเยอะมาก

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ปลาบ้านเรา
เดินตลาดโต้รุ่ง กินร้านข้าวต้มประจำเมือง
มื้อเย็นเราไปร้าน ‘สมบูรณ์โภชนา’ ข้าวต้มประจำเมืองจันทบุรี อยู่ตรงตลาดกลางเมือง ที่นี่เราได้กินข้าวต้มกับกับข้าวแบบไทย ๆ จีน ๆ สิ่งพิเศษคือกับข้าวที่ใช้ของทะเลสด ๆ ปรุงกับเครื่องเทศและสมุนไพร จานที่จำได้แม่นคือปลาผัดฉ่าพริกไทยอ่อน และสมุนไพรร้อน ๆ กับเนื้อปลาสด กินกับข้าวได้เยอะมาก ร้านนี้คนเยอะตลอดเวลา มีทั้งนักท่องเที่ยวและน่าจะเป็นร้านประจำของคนท้องถิ่นด้วย


ก่อนกินข้าวหรือหลังกินข้าวเสร็จ ถ้าอยากเดินเล่น ยังมี ‘ตลาดน้ำพุ’ ที่อยู่ไม่ไกลกัน เป็นตลาดที่มีอาหารสตรีตฟู้ดให้เดินซื้อของกินเล่นได้ด้วย แนะนำร้าน ‘ธงชัยปลาหมึกย่าง’ เขามีปลาหมึกบดชุบกับน้ำจิ้ม เอาไปย่างด้วยเตาถ่านอีกที ก่อนที่จะโรยด้วยถั่วบดคั่วใหม่ ๆ เดินถัดไปอีกหน่อยมีร้านที่ขายข้าวคลุกพริกเกลือ พริกเกลือของคนแถวนี้ไม่ใช่พริกกับเกลือที่ใช้จิ้มผลไม้ แต่คล้ายน้ำจิ้มซีฟู้ดมากกว่า เอามาคลุกกับข้าว มีเครื่องเคราต่าง ๆ ประกอบ


สมบูรณ์โภชนา
ตลาดน้ำพุ
ธงชัยปลาหมึกย่าง
เดินตลาดเช้า ตามกลิ่นพริกแกงสมุนไพร
ตลาดน้ำพุที่เดินซื้อของกินกันช่วงเย็นจะกลายเป็นอีกบรรยากาศในช่วงเช้าตรู่ จากร้านอาหารรถเข็นเปลี่ยนเป็นแผงผัก สมุนไพร และแผงอาหารทะเล คนจันท์ฯ จะมาเดินซื้อกับข้าวกันตั้งแต่เช้า ใน ‘ตลาดสดสวนมะม่วง’ มีแผงขายอาหารทะเลสด ๆ ที่มีความหลากหลายของพันธุ์ปลาในทะเลอ่าวไทยมาให้เลือกซื้อละลานตาไปหมด รวมถึงปู หมึก กุ้ง และกั้ง ที่เราจะเห็นในจานเด็ดหลาย ๆ จานของจันทบุรี เช่น ก๋วยเตี๋ยวกั้งหรือข้าวคลุกพริกเกลือ

ในตลาดสวนมะม่วงมีแผงขายสมุนไพรแบบตะวันออกเต็มไปหมด มีครบทั้งกระวาน กระทือ เร่ว ขิงแห้ง ผักชีไร แม้แต่ใบชะมวง
แนะนำให้ซื้อพริกแกงจาก ‘ร้านพริกแกงเจ้ป๊ะ’ ที่มีพริกแกงให้เลือกเยอะมาก มีพริกแกงที่แยกประเภทเอาไว้ให้อย่างละเอียด เช่น พริกแกงหมูชะมวง พริกแกงเป็ด พริกแกงเนื้อ แกงส้ม หรือพริกแกงป่าแสนตุ้งที่ใช้สมุนไพรผสมเข้าไปด้วยก็มี แต่ต้องเก็บในที่เย็นสักหน่อย เพราะเขาไม่ใช้สารกันบูดผสมในพริกแกงเลย


ตลาดสดสวนมะม่วง
เดินชุมชนริมน้ำจันทบูร แวะตลาดเฉลิมจันท์
จุดหมายหนึ่งของจันทบุรีที่หลายคนรู้จักกันดีคือ ‘ชุมชนริมน้ำจันทบูร’ ชุมชนนี้มีของกินน่าสนใจอยู่มากมาย ทั้งไอศกรีมกระเบื้อง ข้าวตังกรอบ ขนมโก๋ ขนมไข่ น้ำมะปี๊ด ปลาแผ่นย่าง กวยจั๊บเจ้าดัง แต่ถ้าลัดเลี้ยวออกนอกเส้นทางหลักไปสักหน่อย จะเจอกับตลาดเล็ก ๆ อีกตลาดหนึ่ง ชื่อตลาดอย่างเป็นทางการว่า ‘ตลาดโภคศิริ’ แต่ถ้าถามคนจันท์ฯ เขารู้จักในชื่อ ‘ตลาดเฉลิมจันท์’ อยู่ใกล้กับโรงหนังเฉลิมจันท์มาก่อน


ตรงนี้มีทั้งหมูสะเต๊ะนายลิ้ม บะหมี่ทำเองร้านแปะง้วน และที่เราชอบกันมากคือข้าวเกรียบอ่อนน้ำจิ้ม เป็นของว่างกินเล่น ทำจากแป้งข้าววาดลงบนผ้าขาวบางขึงปากหม้อ คล้ายข้าวเกรียบปากหม้อแต่ไม่ห่อไส้ แป้งที่สุกแล้วกินคู่กับน้ำจิ้มรสหวานเปรี้ยว มีรสเผ็ดนิด ๆ ใส่พริกสดและกุ้งป่น อาหารนี้คล้ายคลึงกับอาหารเวียดนามมาก แต่ ยายแอ๋ว คนทำข้าวเกรียบน้ำจิ้มยืนยันว่าที่บ้านเป็นไทยแท้ ๆ เลย


ชุมชนริมน้ำจันทบูร
ตลาดโภคศิริ
ชิมอาหารแห่งจันท์ฯ ที่จันทรโภชนา
มื้อใหญ่ของทริปนี้มีร้าน ‘จันทรโภชนา’ เป็นเจ้าภาพ ร้านจันทรโภชนาเป็นร้านอาหารพื้นบ้านที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมานาน ลูกโป่ง-อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี เจ้าของร้านและผู้ก่อตั้งเสน่ห์จันท์ กลุ่มขับเคลื่อนเมืองจันทบุรี จัดมื้อพิเศษที่มีอาหารซิกเนเจอร์ของที่ร้าน เช่น มัสมั่นทุเรียน ใช้ทุเรียนแก่แต่ยังไม่สุกแทนมันฝรั่ง มีสลัดและเดรสซิ่งที่ทำจากน้ำมะปี๊ด ถั่วฝักยาวผัดกะปิ หมูชะมวง ลอมาจูหรือต้มเปรี้ยวเวียดนาม ทั้งหมดนี้มากินได้ที่ร้านจันทรโภชนา


แต่นอกเหนือจากเมนูของร้าน ยังมีเมนูพิเศษที่จัดสำหรับทริปนี้เท่านั้น คือผัดเผ็ดไก่กับเครื่องเทศและสมุนไพรหลายชนิด ชื่อ ‘ชากะเดา’ ได้สูตรมาจากลูกน้องชาวกัมพูชาในครัว และไฮไลต์ของอาหารในมื้อนี้คืออาหารพื้นบ้านแท้ ๆ ของภูมิภาคนี้คือลุกกะทิหรือน้ำพริกกะทิของชาวชอง ชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน ลุกกะทิ เป็นกะทิสดเคี่ยวจนแตกมัน ปรุงกับกะปิและพริกสด เป็นฝีมือของ ป้าก้อน แม่ครัวชาวชองคนสุดท้าย ที่รสชาติ ‘พิ เดว เดว’ (ภาษาชอง แปลว่า อร่อย) และหาโอกาสกินไม่ได้ง่าย ๆ
รวมถึงก่อนเริ่มมื้อนี้ เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ เชฟที่มาร่วมทริปกับเรามาสอนและสาธิตตำเครื่องแกงป่าแบบระยองบ้านเกิดของเชฟที่ใช้สมุนไพรใกล้เคียงกัน แต่สูตรต่างกันเล็กน้อย ก่อนจะเอาแกงป่าสูตรบ้านที่ระยองร่วมเสิร์ฟกับเมนูภาคตะวันออกมื้อนี้ด้วย
จันทรโภชนา
ชิมผลไม้อินทรีย์ที่สวนสุธีร์ ออร์แกนิก ฟาร์ม
ก่อนเดินทางต่อไปจังหวัดตราด ในฐานะเมืองแห่งผลไม้ ต้องขอแวะสวนผลไม้แห่งหนึ่งที่เราชื่นชอบ แม้ต้องขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นเขาเล็กน้อย แต่ก็คุ้มที่จะแวะไป (แบบต้องนัดหมายล่วงหน้า) ส่วนความดีงามที่ดึงดูดให้เราต้องไปหา เชิญอ่านได้ที่นี่

สุธีร์ ออร์แกนิก ฟาร์ม
ล่องเรือดูเหยี่ยวแดง ที่ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
ตราดและจันทบุรีมีอาหารที่ทั้งแตกต่างและคล้ายกัน จันทบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวในเมืองมากกว่า แต่ตราดมีชื่อเสียงเรื่องเกาะในอ่าวไทย
แต่ก็ใช่ว่าบนฝั่งของตราดจะไม่มีอะไรให้เที่ยว สิ่งที่แข็งแรงมากของจังหวัดตราดคือการท่องเที่ยวชุมชน เป็นสาเหตุที่ทำให้เรามาที่ ‘ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว’


ชุมชนต่าง ๆ ของตราดมีอาชีพส่วนใหญ่เป็นชาวประมง มีวิถีชีวิตคล้าย ๆ กัน แต่ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวมีความหลากหลายถึง 3 วัฒนธรรมในหมู่บ้าน ทั้งวัฒนธรรมไทย จีน และชาวมุสลิม เมื่อนั่งรถเข้าไปในหมู่บ้านจะเห็นทั้งวัด ศาลเจ้าจีน มัสยิดอายุกว่า 200 ปี และผู้คนใน 3 วัฒนธรรมอยู่ร่วมกัน

ไฮไลต์ของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวคือการล่องเรือออกไปทางคลอง เลาะเลี้ยวผ่านป่าโกงกางขนาดใหญ่ ออกไปสู่อ่าวไทยทางปากแม่น้ำ และมีกิจกรรมดูเหยี่ยวแดงที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ล่องเข้าไปชมอุโมงค์ป่าโกงกาง และดูวิถีการทำประมงพื้นบ้าน


อาหารในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวมีหลายจานที่น่าสนใจ เมี่ยงปลาโคกที่ใช้ใบชะพลูห่อเครื่อง รวมถึงปลาโคกหรือปลาตะเพียนน้ำเค็มที่นำมาทอด ราดกับน้ำจิ้มใส่ถั่วตัดข้น ๆ เป็นจานกินเล่น
ในสำรับยังมีแกงส้มปลาที่ใช้ปลาทะเลกับสับปะรดตราดสีทอง และก๋วยเตี๋ยวผัดปูสูตรของตราดที่ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบที่ใส่กะทิแทนการใช้น้ำมัน เป็นสูตรที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยก่อน ได้เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดที่หอม รสนวล และหวานมัน

ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
ซื้อน้ำปลาตราสามกระต่าย
กิจกรรมสุดท้ายก่อนที่จบทริป เราแวะเข้าไปดูโรงงาน ‘น้ำปลาตราสามกระต่าย’ น้ำปลาท้องถิ่นของตราด ซึ่งกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในทั้งไทยและต่างประเทศ
เชฟชื่อดังหลายคนเลือกใช้น้ำปลาตราสามกระต่าย เนื่องจากมีรสชาติติดหวานปลายเป็นเอกลักษณ์ และเราเพิ่งรู้ว่ารสหวานปลายนี้ปรุงขึ้นอย่างตั้งใจ เนื่องจากรสหวานเป็นรสที่คนท้องถิ่นทางภาคตะวันออกนิยม แต่กลับกลายเป็นว่ารสนี้ถูกใจลูกค้าในภาคอื่น ๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ด้วยเช่นกัน


ใครไม่ได้เข้าไปที่โรงงานแต่สนใจน้ำปลา ร้านของฝากในจังหวัดทางภาคตะวันออกแทบทุกร้านจะมีขาย (ที่ร้านจันทรโภชนาก็มีขายเช่นกัน) แนะนำแบบขวดแก้วไซซ์เล็กที่สะดวกกับการใช้งาน และขวดแก้วช่วยรักษารสชาติไว้ได้นานกว่าด้วย
โรงงานน้ำปลาตราสามกระต่าย

ทั้งหมดนี้คือทริป The Cloud Journey : Routes to Roots – Food Route ที่เดินทางตามเส้นทางอาหารของจันทบุรีและตราด เพื่อหาทั้งความคล้ายคลึงกันในวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน และความแตกต่างที่แต่ละจังหวัดมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เป็นเส้นทางแรกใน 6 เส้นทางที่สร้างขึ้นจากการวิเคราะห์ข้อมูล True-dtac Mobility Data โดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม (Social Design Lab), คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เออร์เบินฟลิป จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
โดย Social Design Lab วิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวจาก True-dtac Mobility Data เพื่อเข้าใจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวจริงของนักท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ นำไปสู่การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและศักยภาพของพื้นที่ รวมถึงการเปิดพื้นที่ใหม่ที่ยังไม่ถูกค้นพบ
ยังมีอีก 5 ทริปใน The Cloud Journey : Routes to Roots เส้นทางสำรวจรากวัฒนธรรมไทย ติดตามรายละเอียดได้ใน Facebook และเว็บไซต์ readthecloud.co
Write on The Cloud
Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ
