2 พฤษภาคม 2025
2 K

“แม่ หนูหายเจ็บหัวใจแล้ว”

เด็กน้อยหันมาพูดกับแม่หลังเขียนความทุกข์โยนลงชักโครกในนิทรรศการ ‘สติ Space’

ก่อนหน้านี้คุณแม่ก็ไม่เห็นว่าเธอมีอาการเหมือนโกรธใครมา แต่คำพูดที่ได้ยินมาจากโรงเรียนยังดังก้องและกัดกินใจของเด็กน้อยอยู่เงียบ ๆ จนเธอเขียนมันออกมา แล้วโยนมันทิ้งไป

ส่วนหนึ่งของผลลัพธ์เล็ก ๆ จาก สติ Space พื้นที่เพื่อให้คนกลับมามองหาสติที่หล่นหาย และทำความรู้จักความรู้สึกภายในของตัวเอง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคนวัยทำงานที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเครียดมากกว่าอยู่กับสติ แต่เด็ก 5 ขวบก็เรียกสติกลับมาผ่านเครื่องมือของ สติ Space ได้เช่นกัน

หากคุณกำลังต้องการกำลังใจ หากคุณกำลังค้นหาสติที่หล่นหาย หากคุณไม่แน่ใจว่าทุกวันนี้ใจดีกับตัวเองพอหรือยัง พื้นที่นี้อาจช่วยให้คุณค้นพบคำตอบ

จอเต็มเมือง

“ในกรุงเทพฯ มีจอเยอะมาก ทั้งตามตึก ตามรถไฟฟ้า มีโฆษณาตลอดเวลา เราเคยเห็นเด็กวัยรุ่นหรือคนทํางานยืนดูจอ แต่เขาดูทั้งเหนื่อยมากและเศร้ามาก เราเลยรู้สึกว่าหน้าจอที่ขายของใส่เรามากขนาดนี้ มันจะมี ‘จอใจดี’ บ้างมั้ย ที่ถามเราว่าเราเป็นยังไง เหนื่อยไหม หรืออะไรสักอย่างที่สื่อสารสิ่งดี ๆ มาถึงเราได้”

แอน-ศศวรรณ จิรายุส หัวหน้าฝ่ายสื่อสารงานธรรม หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) เล่าแนวคิดนี้ให้ ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ADGES และที่ปรึกษาชมรม Human Capital Management Club แล้วเธอก็ชวน โต-กรุณพล พานิช ผู้จัดการหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ และ ปลา-ธนันปภัสร์ ทิพย์รักษ์​ ครีเอทีฟอิสระจาก Creative Spirit มาร่วมทำโครงการสร้างสรรค์สื่อเพื่อเสริมกำลังใจในวันที่เหนื่อยล้าให้แก่คนที่มองเห็นจอโฆษณาในกรุงเทพฯ อยู่ทุกวัน ภายใต้ชื่อ สติ Space ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของสวนโมกข์กรุงเทพฯ ในต้น พ.ศ. 2566

พร้อมกันนั้น แอนก็เชิญ พระไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต และ พระครูธรรมรัต (ธนัญชัย เตชปัญโญ) วัดญาณเวศกวัน มาเป็นที่ปรึกษาฝ่ายพระอาจารย์ เพื่อช่วยกำหนดทิศทางในการสื่อสาร และน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในสารที่ต้องการสื่อออกไป

“มันคือการเสิร์ฟธรรมะให้กับคนยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ ความบีบคั้นจากสิ่งแวดล้อม จากครอบครัว จากสังคม เขามีแรงปะทะจากทุกด้าน แต่พื้นที่สื่อมากมายกลับนําเสนอเรื่องของโลภะ โทสะ โมหะ ตลอดเวลา เราเลยจะเสิร์ฟความสุขให้กับสังคม แบ่งพื้นที่สื่อนั้นมาใช้เกื้อกูลเพื่อนมนุษย์กลับมารู้สึกตัว ได้เยียวยาตัวเอง”

พระครูธรรมรัตอธิบายวัตถุประสงค์ของโครงการนี้เพิ่มเติม ท่านยังมีความคิดเห็นว่า ธรรมะไม่ควรอยู่แค่ในวัด แต่ควรอยู่ในทุกพื้นที่ของชีวิตมนุษย์ ทั้งในบ้าน ออฟฟิศ โรงหนัง ลิฟต์ ห้องน้ำ

“การเจริญสติเป็นเรื่องของการฝึกปฏิบัติเพื่อกลับมารู้สึกตัว แล้วใคร่ครวญด้วยปัญญา ทําได้ในทุกสถานที่ ทุกอิริยาบถ ขณะที่เราขับถ่าย ยืน เดิน นั่ง นอน พื้นที่เหล่านี้มีอยู่ แต่เราไม่รู้ว่าทํายังไงถึงกระตุ้นตัวเองให้รู้สึกตัว เยียวยาตัวเอง และกลับมาเบิกบานกับตนเองได้ หลวงพี่เลยมองว่า สติ Space เกิดขึ้นเพื่อทำพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นพื้นที่แห่งสติ ผ่านกิจกรรม ผ่านนิทรรศการและสื่อที่เป็นเครื่องมือของเรา

“ว่าง่าย ๆ คือการเปิดพื้นที่เชิงรุกเพื่อนําธรรมมะเข้าไปสู่สังคม ผ่านพื้นที่ว่างที่ใช้ในชีวิตประจําวัน” พระครูธรรมรัตกล่าวสรุปความหมายของ สติ Space

พอได้ไอเดียและทีมงานที่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว ทางทีมก็ทำเรื่องขอทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีการค้นคว้าข้อมูล คุยกับกลุ่มเป้าหมาย เชิญทีมที่ปรึกษา อาทิ นักจิตวิทยา เพื่อนำงานวิจัยที่จับต้องได้มาอ้างอิง และทำแม่แบบไปนำเสนอกับเจ้าของตึก เพื่อหาพันธมิตรจอใจดีที่สนใจสนับสนุนการนำเสนอเรื่องราวดี ๆ ในทำเลดี และช่วงเวลาดีที่มีคนมองเห็นเยอะ ซึ่งเวลาออกอากาศก็ราคาไม่ใช่น้อย

“มีคําถามว่า จะรู้ได้ยังไงว่าเอาสื่อขึ้นจอแล้วได้ผล เราก็ตอบไปว่า ถ้าสื่อขึ้นจอแล้วไม่ได้ผล เวลาออกอากาศวินาทีหนึ่งคงไม่ได้ขายเป็นแสน” แอนเล่า

ดร.ณัฐวุฒิ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านพัฒนาบุคลากรให้กับองค์กรชั้นนำหลายแห่งให้ข้อสังเกตว่า หากต้องการให้พนักงานในองค์กรมีประสิทธิภาพการทํางานมากขึ้น พนักงานต้องมีความสุขในชีวิตก่อน สิ่งที่ทาง สติ Space พยายามสื่อกับคนทำงานก็เป็นสารตั้งต้นความสุขเหล่านั้น

“Frasers Property เจ้าของพื้นที่สามย่านมิตรทาวน์ที่เราได้ใช้จอเป็นแห่งแรก เขาดูแล้วชอบเขาก็ให้ใช้พื้นที่ฟรี เขามีสื่อ ส่วนเรามีสาร ช่วยกันทั้ง 2 ฝ่าย พอเจ้าของที่ได้เห็นว่าสื่ออันนี้มีประโยชน์กับคนข้างใน เขาเลยเสนอให้ใช้สื่อที่อยู่บนตึกอื่นที่เขาดูแลอยู่ด้วย” โตอธิบาย

ค้นหาสติที่หล่นหาย

วันนี้เป็นไงบ้าง

ฉันเหนื่อย ฉันเศร้า ฉันโกรธ ฉันอิ่มเอม อาจเป็นคำตอบเมื่อคุณลองถามตัวเอง แล้วสงบนิ่งเพื่อใคร่ครวญเหตุปัจจัยของความรู้สึกนั้น โดยไม่ปล่อยผ่าน แต่จัดการต่อด้วยปัญญา

เครื่องมือแรกเริ่มของ สติ Space จึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้คนกลับมามีสติในการใช้ชีวิต ผ่านข้อความบนจอใจดีที่มีผู้ใหญ่ใจดีร่วมสนับสนุน จอแรกอยู่ในโซนสำนักงานของสามย่านมิตรทาวน์ พนักงานเดินผ่านประตูหน้าเข้ามา จะเห็นประโยคเหล่านี้ก่อนขึ้นตึก หมุนเวียนไปกับสื่อโฆษณาปกติ

พยายามมาตลอดเลยใช่ไหม

ขอบคุณนะ

เก่งมากที่ยังอยู่ตรงนี้ 

ฯลฯ

ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่ประโยคที่นั่งเทียนเขียนเอา แต่ทางปลาซึ่งเป็นครีเอทีฟต้องทำการบ้านค้นคว้ากับคนรุ่นใหม่ ว่าประโยคแบบไหนที่คนอ่านรู้เรื่อง เนื้อหาจับต้องได้ แล้วปฏิสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ ชวนให้เขากลับมาตระหนักรู้อย่างได้ผล เนื้อหายังสอดแทรกองค์ความรู้ทางธรรมที่ไม่หนักจนเกินไป

ประโยคดีต่อใจที่พนักงานออฟฟิศบนตึกจะได้เห็นระหว่างวัน ตั้งแต่หน้าตึก ในตึก หน้าลิฟต์ ในลิฟต์ ฯลฯ ทำให้ผู้เขียนหันไปมองประโยค อย่าลืมมีชีวิตในแบบที่อยากเป็น ซึ่งแปะอยู่ข้างแป้นพิมพ์บนโน้ตบุ๊ก ประโยคสั้น ๆ นี้ทรงพลังมากในวันที่ผู้เขียนกำลังหมดแรง พนักงานบนตึกก็คงรู้สึกได้ถึงพลังจากประโยคเรียบง่ายเหล่านั้นเช่นเดียวกัน

บนพื้นที่สามย่านมิตรทาวน์มีโซน C asean Samyan CO-OP ซึ่งเป็น Co-working Space ที่นักเรียน นิสิต-นักศึกษามักไปใช้งาน ซึ่งทีม สติ Space พบว่าคนกลุ่มนี้มีความเครียดสูงจากการแข่งขัน แม้เจ็บป่วยก็ยังไม่กลับบ้าน จะขออ่านหนังสือต่อ

“เหมือนเขากลัวว่าถ้ากลับบ้านจะกลายเป็นคนไม่เอาไหน เราได้เห็นข้อมูลหลายอย่างที่ไม่คิดว่าเด็กสมัยนี้จะเครียดกันถึงขนาดนี้ ทั้งความกดดันในครอบครัว การเปรียบเทียบกับคนอื่น มีสารพัดเรื่องราวที่มาเป็นข้อมูลให้เรานำมาทำกิจกรรม จัดเวิร์กช็อปให้คนในพื้นที่เจอความสุข” โตกล่าว

แล้วทางทีมก็จัดกิจกรรมในพื้นที่ อาทิ ฝึกสมาธิด้วยศิลปะระบายสีน้ำ ชวนฟังเสียงในจิตใจ ดูลมหายใจตัวเอง วงล้ออารมณ์ พูดคุยแลกเปลี่ยน เขียนจดหมายบอกรักตัวเอง เขียนระบายความรู้สึกของตัวเอง เป็นต้น

“เราชวนคนมาเช็กตัวเองในแต่ละวันว่าตอนนี้กําลังรู้สึกอะไร แล้วเปิดพื้นที่ให้เขาได้เขียน ได้พูดความรู้สึก บางอย่างปรากฏขึ้นมาในพื้นที่แบบนี้ เพราะปกติเขาพูดไม่ได้ในที่สาธารณะ แล้วก็มีคนมาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน จากที่รู้สึกทุกข์อยู่คนเดียว ก็ได้เห็นว่ามีคนทุกข์เรื่องเดียวกับเขา และได้เยียวยากันและกันผ่านพื้นที่ของ สติ Space เพราะพื้นที่นี้เชื่อว่ามนุษย์มีศักยภาพในการเยียวยาตัวเอง รวมไปถึงเยียวยากันและกันได้จริง” ปลาบอก

แอนเล่าเสริมว่า ตั้งแต่ตอนที่ติดตั้งบอร์ดยังไม่ทันเสร็จ น้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาก็มายืนรอแปะสติกเกอร์เช็กความรู้สึกตัวเองกันแล้ว และแปะจนเกินระดับสูงสุดกันเยอะมาก

สติ Space ยังจัดกิจกรรมในลักษณะของนิทรรศการหมุนเวียนเช่นนี้ ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งอาคารสำนักงานและสถาบันการศึกษา ตามแต่ทางเจ้าของพื้นที่จะแจ้งความประสงค์เข้ามา

พอเข้าปีที่ 2 ทีมสติ Space เห็นผลลัพธ์จากทั้งสื่อและเวิร์กช็อปทั้งหมดที่ทำมา และนำมาปรับปรุงจัดเป็นนิทรรศการใหญ่ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) ไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

“คนมางานแน่นมาก มีคนมาร้องไห้ตั้งแต่วันแรกด้วย แล้วก็มีมาร้องทุกวัน จนทีมงานคิดว่าเราทําอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า พอได้คุยกับเขา 98% มีคําว่าเหนื่อย แต่มานิทรรศการแล้วรู้สึกว่างานนี้เข้าใจเขาจัง” แอนเล่า

หลังจบแต่ละกิจกรรม ทางทีมจะทำการวัดผลอย่างจริงจัง นำจำนวนผู้ร่วมงานและฟีดแบ็กมาประมวลผล ถ้าเป็นกิจกรรมที่ทำกับอาคารสำนักงาน ก็จะส่งผลลัพธ์นั้นไปให้ฝ่ายบุคคลนำไปใช้เติมเต็มสุขภาวะของพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายองค์กรกำลังให้ความสำคัญ และทำให้มีผู้สนใจติดต่อ สติ Space ไปจัดนิทรรศการหมุนเวียนให้องค์กรหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง

ในวันที่สติมา

วันนี้เป็นไงบ้าง

พ่อกับลูกกำลังยืนข้างกันอ่านประโยคนี้บนกระจก แล้วพวกเขาก็หันมามองกันช้า ๆ โดยปราศจากคำพูด เขาก็โผเข้ากอดกัน แอนเล่าถึงวินาทีที่สติของสองพ่อลูกกลับมาแล้วระลึกได้ว่า ทำไมคำถามง่าย ๆ แค่นี้ถึงหล่นหายไประหว่างการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

เมื่อวัตถุประสงค์ของโครงการคือการพาผู้เข้าร่วมไปค้นหาสติที่หล่นหาย แต่ค้นเจอแล้วยังไงต่อ เป็นคำถามที่ผู้เขียนยังสงสัย พระครูธรรมรัตก็ช่วยอธิบายให้เข้าใจ

“แค่คําพูดชวนกลับมาให้ความสําคัญกับตัวเอง มันเป็นกระบวนการให้กลับมามีสติ กลับมารู้สึกตัว จิตจะเป็นกุศล เมื่อจิตของเขาผ่องใสขึ้น มีความร่าเริงเบิกบาน คือยิ้มได้ ก็ผ่อนคลายมีสมาธิ สภาวะของใจเหล่านี้จึงเหมาะแก่การใช้ปัญญาพาตัวเองไปสู่ความงอกงาม กลับมาดูแลตัวเอง ทําให้ตัวเองมีความสุข เห็นความชัดเจนในชีวิตมากขึ้น รู้ว่าต้องกระทําอย่างไรเพื่อจัดการปัญหา ทําไมฉันเดินอยู่แล้วทุกข์ ทําไมยังคิดถึงเรื่องเดิม มันก็นำไปสู่กระบวนการดูแลตัวเองในแบบฉบับของตน”

“บางคนเหนื่อยแต่ไม่รู้ว่าตัวเองเหนื่อย พอไม่รู้ตัวก็ไม่รู้ว่าต้องทํายังไงให้หายเหนี่อย ซึ่งถ้าไปถึงจุดนั้นมันก็น่ากลัวมาก” โตกล่าวเสริม

เมื่อพบสติแล้ว บางคนถึงกับหลั่งน้ำตา ซึ่งเมื่ออยู่ในกิจกรรมของ สติ Space ยังมีกัลยาณมิตรช่วยรับฟัง แต่เมื่อนิทรรศการจบลง เขาเหล่านั้นจะไปปลดปล่อยความคับข้องใจได้ที่ไหน จึงเป็นโจทย์ให้ทางทีมพัฒนาแชตบอทเพื่อดูแลใจ ช่วยพาสติไปสู่ปัญญา

“เรานำข้อมูลงานเทศน์ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ประมาณ 300 เรื่อง มาเทรนเอไอ คำตอบที่ได้ก็ดีมาก ภาษาก็เป็นมิตร แม้พระอาจารย์ไพศาลมาลองเล่นเอง สิ่งที่ตอบกลับมาก็ถูกต้องดีงามมาก”

โตซึ่งดูแลด้านนี้กล่าวแนะนำ Chatbot สติ Space บน LINE OA

แม้ว่าทั้งสารและกิจกรรมจาก สติ Space จะน้อมนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ แต่เป็นเพียงวิธีและแนวทางที่นำไปสู่การเรียกคืนสติ ไม่ใช่บทสวดมนต์ ทุกคนจึงมาค้นหาสติและพัฒนาปัญญาด้วยเครื่องมือเหล่านี้ได้โดยไม่มีพรมแดนทางศาสนา

“สติ Space เป็นพื้นที่ของมนุษย์ ไม่ใช่พื้นที่ของศาสนา ที่มีเป้าหมายว่าจะทําอย่างไรถึงจะช่วยเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งกายและใจ” พระครูธรรมรัตเสริม

สติ Space ใกล้ฉัน

สติ Space จัดนิทรรศการสาธารณะใหญ่ราวปีละครั้ง แต่หากองค์กรหรือสถาบันการศึกษาไหนสนใจพาพนักงานไปค้นหาสติที่หล่นหาย ทางโครงการก็มี ‘สติ Space Starter Kit’ อาร์ตเวิร์กเรียกสติสำหรับใช้บนพื้นที่สื่อของบริษัทที่นำไปใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังเพิ่มโลโก้บริษัทลงไปได้ฟรี ดาวน์โหลดได้บนเว็บไซต์ และยังมี e-Learning ชวนผู้คนมารู้ตัวรู้ใจด้วยตัวเองอีกด้วย

แต่หากเป็นรูปแบบของนิทรรศการหมุนเวียนหรือเวิร์กช็อปพัฒนาบุคลากร ก็ติดต่อขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายได้ โดยทีมงานลงพื้นที่ได้ทั่วประเทศ ที่ผ่านมามีหน่วยงาน อาทิ Thai PBS, Volvo, SCG มาชวน สติ Space ไปจัดเวิร์กช็อปร่วมกับฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงสถาบันการศึกษาอย่างคณะเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่เพิ่งจัดไป โดยมีพระเป็นกระบวนกร มีนักศึกษาที่ร่วมงานราว 50% เป็นชาวมุสลิม

“แต่มันคงยั่งยืนกว่าถ้าองค์กรนั้นทำเวิร์กช็อปได้ด้วยตัวเอง ก้าวต่อไปเราจึงอยากเทรนคนในองค์กรให้มีคนที่ทําเรื่องพวกนี้ได้” โตกล่าว

สติ Space ยังมีความตั้งใจอีกหลายอย่าง ทั้งที่หาพันธมิตรได้แล้วหรือยังคงมองหาอยู่ เช่น การพัฒนาชุด Tool Kit ให้คนค้นหาสติด้วยตัวเองอยู่ที่บ้าน หรือเอาสารเรียกสติขึ้นจอรถไฟฟ้า เพื่อให้ทุกคนที่ทำสติหล่นหายได้มี ‘สติ Space ใกล้ฉัน’

“เราอยากชวนเจ้าของสื่ออีกเป็นแสนทั่วประเทศ ช่วยสนับสนุนเราสักวันละ 1 นาที หากคนไหนเหนื่อย รถติดอยู่แล้วหันไปเจอคําให้กำลังใจ น่าจะหายเครียดลงบ้าง แค่ 0.1% ก็ยังดี” แอนกล่าว

ผู้สนใจจัดนิทรรศการและเวิร์กช็อปร่วมกับ สติ Space ติดต่อได้ทาง

Website : https://satispace.org 

Facebook : สติ Space

พูดคุยกับ Chatbot เพื่อดูแลใจ ช่วยนำพาสติไปสู่ปัญญา

Chatbot : line.me/R/ti/p/@530qakwk

Writer

นิธิตา เฉิน

นักเล่าเรื่องและครีเอทีฟอิสระผู้อยากสื่อสารประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้สนุกและสร้างสรรค์

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง