25 กันยายน 2024
4 K

ถึงจะไม่ใช่คนกรุงเทพฯ และไม่ได้จบจากจุฬาฯ หรือเตรียมอุดม แต่เราพูดได้เต็มปากว่าหนึ่งในย่านที่เรารักและผูกพันมากไม่แพ้คนแถวนั้น คือ ‘สามย่าน’

ไม่ใช่ตรงไหนก็ได้ของสามย่าน แต่คือสามย่านมิตรทาวน์

‘ของกินเยอะดีแฮะ นั่งทำงานก็นั่งได้ยาว ๆ’ คือความคิดแรก ๆ ที่มีต่อห้างนี้ตอนเขาเปิดเมื่อ 5 ปีก่อน และเป็นเหตุผลที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะช่วงเวลาที่ท้องส่งสัญญาณว่าหิวไส้กิ่ว อยากกิน KFC ที่เปิด 24 ชั่วโมง หรือค่ำคืนที่ต้องโต้รุ่งเพราะต้องเคลียร์งานให้เสร็จ C ASEAN SAMYAN CO-OP เวิร์กสเปซสีฟ้าสดใสบนชั้น 2 ก็เปิดประตูต้อนรับเราเสมอ

วันนี้เราจึงตื่นเต้นเป็นพิเศษที่ได้มานั่งคุยกับ วู้ดดี้ธนพล ศิริธนชัย หนึ่งในบุคคลผู้อยู่กับสามย่านมิตรทาวน์มาตั้งแต่ยังเป็นก้อนไอเดีย เนื่องในโอกาสที่สามย่านมิตรทาวน์กำลังก้าวสู่ขวบปีที่ 5 พร้อมกับความสงสัยว่าอะไรคือวิธีคิดเบื้องหลังการทำโครงการที่ทำให้เรา (และมั่นใจว่าผู้อ่าน The Cloud หลายคน) ติดใจสามย่านมิตรทาวน์มาตลอด 5 ปี คุยกันจนถึงหลักในการทำงานของคนทำงานอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เคยจับงานห้างมาก่อน

เป็นบทสนทนาที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวเซอร์ไพรส์ ยกตัวอย่างเช่น สามย่านมิตรทาวน์ไม่ได้มีแค่ห้าง แต่เป็นโครงการที่รวมโรงแรม คอนโด และออฟฟิศไว้ในที่เดียวกัน ภายใต้คอนเซปต์ Smart & Friendly ที่อยากให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่พักอาศัยหรือแวะเวียนไปมา รู้สึกว่าถูกต้อนรับอย่างเป็นมิตรและได้เปิดโลก

ถ้าถามเรา นั่นอาจเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้เรารักสามย่านมิตรทาวน์

Mixed-use Area

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น โครงการสามย่านมิตรทาวน์เปิดทำการในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

แต่น้อยคนอาจรู้ว่าความจริงแล้วไอเดียที่จะสร้างสามย่านมิตรทาวน์เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2558 หลังจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมอบพื้นที่เกือบ 14 ไร่ให้เป็นสัมปทานกับ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เพื่อให้แปลงโฉมทำอะไรบางอย่าง

“สมัยก่อนเด็กจุฬาเขาจะเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่าทะเลทรายสะฮารา” คุณธนพลย้อนความ แล้วเล่าต่อว่าพื้นที่ตั้งของสามย่านมิตรทาวน์เคยเป็นตลาดสามย่าน ก่อนจะถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามานานกว่า 10 ปี

ยุคนั้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งนิยมสร้างเป็นออฟฟิศ คอนโดมิเนียม และห้างสรรพสินค้า ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง แต่คุณธนพลมองว่ายังไม่มีโครงการไหนที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน (Mixed-use) 

ด้วยเนื้อที่ที่น้อยและอยู่ใจกลางเมือง หลังจากผ่านการคิดและตกตะกอนครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาก็ได้ไอเดียว่าสามย่านมิตรทาวน์จะมีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงแรม ส่วนพื้นที่ตรงกลางที่เชื่อมทุกตึกไว้ด้วยกัน พวกเขาจะทำเป็นศูนย์การค้าที่มีหอประชุมขนาดใหญ่อยู่ด้วย แถมยังมีที่จอดรถอีก 2 ชั้นด้านใน

“นี่เป็นองค์ประกอบที่เราคิดว่าจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่จะมาอยู่อาศัย ช้อปปิ้ง และใช้ชีวิตที่นี่”

Come for Food, Stay for Knowledge

นึกถึงสามย่าน หลายคนต้องนึกถึงของกิน

ตลาดสามย่านเคยเป็นที่ตั้งของหลายร้านดังในตำนานที่หลายคนเคยมาฝากท้อง คอนเซปต์ของศูนย์การค้าจึงตั้งต้นว่าจะเป็น ‘จุดกิน’ ประจำย่านที่พาความรู้สึกเก่า ๆ หวนกลับมาอีกครั้ง

อีกจุดเด่นคือที่ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาหลายแห่ง สามย่านมิตรทาวน์จึงอยากโฟกัสกับการเป็น ‘แหล่งเรียนรู้’ ให้กับนักเรียน-นักศึกษาและคนทั่วไป 

Food และ Knowledge จึงกลายเป็น 2 คำสำคัญที่ดึงดูดให้คนมาที่นี่ ส่วนสิ่งที่พวกเขาจะได้กลับไปคือ Smart และ Friendly มาแล้วรู้สึกว่าฉลาดขึ้น และเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อทุกคนที่เข้ามาในทุกมิติ 

Smart กับ Friendly ถูกนำมาใช้ในการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ในโครงการ เริ่มตั้งแต่ตึกสำนักงานที่รันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทางเดินที่กว้างขวาง เดินสะดวกสบาย อาหารการกินราคาเข้าถึงได้ ที่สำคัญคือเป็นศูนย์การค้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

“เราไม่ได้กำหนดว่ากลุ่มเป้าหมายจะอายุเท่าไหร่ หรือเป็นคนประเภทไหน แต่มองว่าเป็นคนที่ชอบกินและชอบเรียนรู้” คุณธนพลบอก แล้วเล่าความท้าทายให้เราฟังต่อ 

“ผมกับทีมไม่เคยทำโครงการแบบ Mixed-use มาก่อน ข้อดีคือเราไม่มีกรอบการทำงานเก่า ๆ ให้ยึดติดกับมัน เช่น ทำห้างต้องเปิด 10 โมง ปิด 4 ทุ่ม หรือร้านอาหารต้องอยู่ชั้นบน ๆ ส่วนชั้นล่างจะขายแฟชั่น พอเราไม่มีกรอบ เรา Think out of the Box ได้”

การกล้าคิดนอกกรอบที่ว่า เริ่มจากการให้พื้นที่กับร้านอาหารในชั้นล่างของศูนย์ฯ อย่างจุใจ หลายร้านยังเป็นร้านในตำนานของสามย่านที่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน ผลปรากฏว่าสามย่านมิตรทาวน์เป็นศูนย์การค้าแรก ๆ ที่ทำให้เห็นว่าร้านอาหารมาอยู่ชั้นล่างก็ประสบความสำเร็จได้ จนเป็นต้นแบบให้หลายห้างทำตาม ๆ กัน

อีกอย่างคือเวลาเปิด-ปิดศูนย์การค้า ด้วยมองว่าไลฟ์สไตล์ของคนมาห้างเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ไม่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ สามย่านมิตรทาวน์จึงออกแบบให้มีโซน 24 ชั่วโมง เพื่อตอบโจทย์คนทำงานและหิวยามดึก โดยหนึ่งในจุดเช็กอินคือ C ASEAN SAMYAN CO-OP เวิร์กสเปซสีฟ้าสดใสที่เหล่าคนทำงานข้ามคืนไปฝากตัวไว้เสมอ

ในยุคที่ห้างสรรพสินค้าทุกที่ยึดติดกับการเป็นห้างแอร์เย็นฉ่ำ สามย่านมิตรทาวน์ก็คิดแหวกว่าอยากเป็นห้างกึ่ง Open Air แม้เมืองไทยจะเป็นเมืองร้อน พวกเขาใช้การออกแบบโถงตรงกลางให้ลมพัดผ่านตลอดเวลา ทำให้มาแล้วไม่ร้อน แถมยังประหยัดพลังงานได้อีกต่างหาก

Out of the Box Space

นอกจากศูนย์การค้า คอนโดมิเนียมและโรงแรมในโครงการก็ Think out of the Box ไม่ต่างกัน

“สมัยก่อนเวลาจะทำคอนโด Leasehold (คอนโดมิเนียมที่ไม่ได้ขายขาด แต่ผู้ซื้อจะเช่าซื้อในระยะเวลาที่จำกัด ในกรณีของสามย่านมิตรทาวน์คือ 30 ปี) จะขายได้เหรอ อยู่ไปราคาน่าจะลงเพราะเวลาที่อยู่ก็หดลงเรื่อย ๆ แต่เราก็ทำ เพราะเชื่อว่าตลาดมีอยู่ ด้วยเพราะที่ตั้งติดกับจุฬาฯ เลย กลายเป็นว่าเวลาผ่านไป 5 ปี ราคาห้องที่น่าจะลดลงกลับสูงขึ้น” คุณธนพลบอก

โรงแรม Triple Y ที่อยู่ในเครือก็เช่นกัน มันไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงแรมเชิงพักผ่อนหย่อนใจ แต่หวังจะเป็นแหล่งรองรับนักท่องเที่ยวที่มาสามย่านเพราะมา ‘กิน’ ไม่เพียงสามย่านมิตรทาวน์เท่านั้น แต่รวมถึง Food Destination ใกล้ ๆ อย่างถนนบรรทัดทองอีกด้วย

อีกหนึ่งจุดที่ถือเป็นการคิดนอกกรอบคืออุโมงค์เชื่อมมิตร ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้า MRT สามย่านกับศูนย์การค้า พวกเขาไม่ได้มองว่าเป็นแค่อุโมงค์เชื่อมเฉย ๆ แต่ทรีตมันเป็นจุดที่ทุกคนมาเรียนรู้เรื่องระบบการวางท่อในอุโมงค์ใต้ดินได้ ซึ่งในโอกาสพิเศษก็จะมีการตกแต่งอุโมงค์ตามธีมให้คนมาถ่ายรูปเล่นได้ด้วย

Friendship Town

แน่นอนว่าเมื่อทำโครงการใดสักโครงการหนึ่งขึ้นมา เป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกคือ ‘ขายหมด’

วันนี้สามย่านมิตรทาวน์ขายและปล่อยเช่าได้หมดอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของศูนย์การค้า คอนโด หรืออาคารสำนักงาน ส่วนโรงแรมก็มีผู้เข้าพักแวะเวียนกันเข้ามาไม่ขาดสาย

5 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดอีเวนต์มากกว่า 1,500 อีเวนต์ มีคนมาเยี่ยมศูนย์การค้ากว่า 120 ล้านคน แน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย 

“ผมคิดว่าเหตุผลหลัก ๆ มี 3 ข้อ” คุณธนพลวิเคราะห์ เมื่อเราถามว่าอะไรทำให้คนรักสามย่านมิตรทาวน์นัก

“ข้อแรก คือคอนเซปต์ เรามีทีมผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น และทีมงาน ที่เห็นต่างประเทศมีพื้นที่แบบนี้ ที่สำคัญคือเราชอบกินด้วย เราเลยได้คอนเซปต์ของการเป็นคลังอาหารและการเรียนรู้ที่เป็นจุดเด่นของทำเลนี้ มาบวกกับ Smart & Friendly คอนเซปต์หลักของเราชัด และเราก็ทำไปเรื่อย ๆ จนเห็นผล สมัยนี้เราจะไม่ได้จับกลุ่มลูกค้าที่ระดับรายได้ แต่เราจับด้วยไลฟ์สไตล์

“ข้อที่ 2 คือการกล้าคิด กล้าแตกต่าง คิด Out of the Box 

“ข้อที่ 3 ที่ผมคิดว่าสำคัญ คือเราเรียกที่นี่ว่า ‘เมืองแห่งมิตร’ สามย่านมิตรทาวน์ไม่ใช่แค่ศูนย์การค้า แต่คือองค์ประกอบของทั้งออฟฟิศ รีเทล และที่พัก มันขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ที่นี่ตื่นตลอดเวลา เลิกงานแล้วซื้อของกลับบ้าน อยู่คอนโดก็ลงมาซื้ออาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์การค้าก็ได้คนมาจากทั้ง 2 ส่วนนี้ผสมกัน ไหนจะคอมมูนิตี้โดยรอบที่เติมเต็มเราตลอด อย่างจุฬาฯ ก็รับนิสิตใหม่ปีละเป็นหมื่นคน หรือการที่รถไฟฟ้าตอนนี้เปิดไปถึงสถานีไกล ๆ ที่นี่ก็เป็นจุดแวะเที่ยวของใครหลายคนได้”

5 ปีที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าของที่นี่ยังเป็นกลุ่มที่รักการกินและการเรียนรู้เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือเป็นคนรุ่นใหม่เยอะขึ้น ที่น่าสนใจคือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ ‘เนิร์ด’ ตามคาแรกเตอร์ของมิตรทาวน์

“อาจเป็นเพราะเราอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้สถานศึกษา แต่คนที่เรียนจบไปแล้วก็ชอบมาเพราะที่นี่เป็นแหล่งที่เขาได้มาเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะใช้เวลาที่ C ASEAN SAMYAN CO-OP หรือมาร่วมอีเวนต์เทคฯ ต่าง ๆ ที่จัดขึ้น วัยรุ่นเขามาที่นี่จะต่างจากเวลาไปที่อื่น คือมามีสาระได้ มาติวหนังสือกันได้ หรือนัดกันมาหาของกินอร่อย ๆ แชร์กันได้”

แม้เป้าหมายในวันนี้จะเป็นไปอย่างที่หวัง แต่คุณธนพลก็ออกปากว่าสามย่านมิตรทาวน์จะไม่หยุดอยู่เท่านี้แน่ ๆ

“ผมว่าสิ่งที่จะต้องมองไปข้างหน้าและเอามาปรับใช้ คือเรื่องเทคโนโลยี เทรนด์ และความสนใจที่เปลี่ยนไป ถึงอย่างนั้น แกนหลักของสามย่านมิตรทาวน์ก็ยังเหมือนเดิม นั่นคือเรื่องอาหารการกินซึ่งเป็นประสบการณ์ จะผ่านไปกี่ปีคนก็ยังกิน เพียงแต่วิธีกินและเทรนด์อาจจะเปลี่ยนไปได้ หรืออย่างเรื่องเทคโนโลยี ผมอยากให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางในการปล่อย Gadget และเทคโนโลยีใหม่ ๆ หากคนรุ่นใหม่นึกถึงความรู้ ผมอยากให้นึกถึงที่นี่”

Team Mitrtown

ความสำเร็จของสามย่านมิตรทาวน์ยืนยันกับเราว่าการคิดนอกกรอบคือวิธีคิดที่ใช่ แต่มากกว่านั้น ความสำเร็จที่เห็นยังเป็นส่วนผสมจากความสนุกสนานในการทำงาน ความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ของผู้บริหาร และ ‘ทีม’ ที่เก่งกาจในเรื่องที่ทำ

นั่นคือสูตรการทำงานที่ผู้บริหารอย่างคุณธนพลยึดถือกับโปรเจกต์นี้

“เราพัฒนาโปรเจกต์นี้ด้วยการเชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน ทำให้เขาเห็นเป้าเดียวกันและไปด้วยกัน ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ผมคิดว่าต้องปล่อยให้ทีมงานที่เชี่ยวชาญเขาทำ

“การบริหารสามย่านมิตรทาวน์ไม่ยาก แต่ที่ท้าทายคือการบริหารทีมงาน มีหลายครั้งที่เราเข้าใจมุมมองของพนักงานแต่ไม่เห็นด้วย โจทย์คือเราจะทำยังไงให้เขาเห็นภาพเดียวกัน และงานที่ทำจะทำให้เกิดอะไรต่อ 

“สิ่งที่ผมชอบพูดบ่อย ๆ คือ People don’t do what you expect, but do what you inspect. หมายความว่า ถ้าเราพูดว่าอยากได้งานเร็วที่สุด พนักงานบางคนอาจจะชิลล์ ไม่ทำให้เสร็จ แต่ถ้าเราบอกว่าอยากได้อะไร เมื่อไหร่ งานก็จะเสร็จ”

สิ่งที่คุณธนพลได้เรียนรู้จากการทำสามย่านมิตรทาวน์ คือการทำงานสักอย่างต้องมีหลักให้ยึด ที่สำคัญคือเป็นหลักที่คนทำต้องเชื่อมันอย่างสุดหัวใจและลงมือทำมันอย่างไม่ลดละ

“แม้กระทั่งชื่อของโครงการเองก็สะท้อนสิ่งที่เราเชื่อ ทำไมคำว่ามิตรที่เราใช้ไม่เป็น Mid ที่หมายถึงใจกลางเมือง แต่เป็น มิตร ที่หมายถึงเพื่อน เพราะเราเชื่อว่ามิตรทาวน์คือเมืองแห่งมิตร และพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมมิตร” คุณธนพลปิดประโยคด้วยรอยยิ้ม

10 Things you never know

about Thanapol Sirithanachai

1. ห้างที่ชอบเดินที่สุด

โตเกียวมิดทาวน์

2. ของกินที่ชอบที่สุดในสามย่านมิตรทาวน์

หมูทอดเจ๊จง

3. บุคคลต้นแบบ

คุณพ่อ

4. ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อบ่อยที่สุดในสามย่านมิตรทาวน์

ขนมปังที่ร้าน White Story

5. หนังสือที่เป็นเหมือนมิตรแท้

Steal Like an Artist เขียนโดย Austin Kleon

6. หนังเรื่องล่าสุดที่ดูที่ House Samyan

หลานม่า

7. ชอบ Work from Home หรือเข้าออฟฟิศ

เข้าออฟฟิศ ที่นี่มีนโยบายเข้าออฟฟิศ 100 เปอร์เซ็นต์

8. การออกกำลังกายที่ชอบ

วิ่งมาราธอน

9. กิจกรรมที่ชอบทำตอนเครียด

เรียกลูกน้องมาคุย แต่ลูกน้องจะเครียด ก็เลยไม่ค่อยมีใครอยากมาคุย

10. มีอะไรที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ

อยากไปดูงานแจกรางวัลออสการ์ กับดูรอบชิงชนะเลิศของเทนนิสวิมเบิลดัน

Writer

พัฒนา ค้าขาย

นักเขียนชาวเชียงใหม่ผู้รักทะเลและหนังสุขซึ้ง สนใจประเด็น gender ความสัมพันธ์ และเรื่องป๊อปทุกแขนง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ