16 กรกฎาคม 2025
1 K

คอลัมน์สูตรประจำบ้านครั้งนี้ มากับเมนูจากภาคใต้อย่างไก่ฆอและแบบดั้งเดิม และไก่ฆอและปูเต๊ะ หรือไก่ฆอและสีขาว พร้อมอาหารไว้กินคู่กันอย่างคั่วกลิ้งปลา เป็นสูตรของ ครูแตง-จันทรรัตน์ เหมเวช เจ้าของสตูดิโอ จันทร์ สตูดิโอสอนทำอาหารไทย 

เหตุผลที่เธออยากนำเสนอ 2 เมนูนี้ นอกจากความอร่อย อาหารจานนี้ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนพุทธและมุสลิมที่แม้จะมีความเชื่อทางศาสนาแตกต่างกัน แต่อาหารก็เชื่อมพวกเขาไว้ได้ 

“พ่อเราเป็นคนจังหวัดจันทบุรี ส่วนแม่เป็นคนจังหวัดสงขลา เราใช้ชีวิตอยู่ภาคใต้มาตั้งแต่เกิด อาหารการกินในบ้านเราส่วนใหญ่จึงเป็นอาหารใต้ 

“งานของพ่อเราทำให้ครอบครัวต้องเดินทางตลอดเวลา ย้ายไปจังหวัดต่าง ๆ ทั่วภาคใต้ บางครั้งหมู่บ้านที่พ่อย้ายไปอยู่เป็นหมู่บ้านคนมุสลิม บางครั้งก็เป็นชุมชนที่คนพุทธและคนมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกัน เราเลยมีเพื่อนเป็นมุสลิมมากมายและได้กินอาหารตามเขาอยู่บ้าง

“เมนูฆอและปูเต๊ะนับเป็นหนึ่งในเมนูที่เรากินตามเพื่อนมุสลิม ต้องเล่าก่อนว่า ‘ฆอและ’ เป็นคำในภาษามลายูถิ่นใต้ แปลว่า หมุนหรือกลิ้งไปกลิ้งมา โดยทั่วไปนิยมใช้เนื้อไก่ แต่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี มีฆอและที่ทำจากหอยและกุ้งด้วย ส่วนเนื้อวัวก็นำมาทำบ้าง แต่ไม่นิยมเท่ากับการนำไปทำสะเต๊ะ

“ปกติเราเคยกินแต่ฆอและแบบทั่วไป จะเป็นไก่หมักกับเครื่องแกงที่มีส่วนประกอบของพริกแดง ไก่ฆอและที่เราเห็นจนชินตาเลยเป็นสีแดง แต่ฆอและปูเต๊ะหรือฆอและสีขาว เราไม่เคยรู้จักมาก่อน จนได้มาเห็นเพื่อนมุสลิมคนหนึ่งกินและแบ่งให้ลองชิม หลังกินหมดไปไม้หนึ่ง เรารีบวิ่งกลับบ้านไปบอกแม่ว่าเจ้าสิ่งนี้อร่อยมาก แม่เลยช่วยเราตามหาร้านที่ขาย จนสุดท้ายถึงได้รู้ว่าทั้งอำเภอสุไหงโก-ลก มีขายแค่ร้านเดียว ซึ่งร้านอยู่ในตลาดเช้าแถวสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก

“มองเผิน ๆ ฆอและแบบปกติและฆอและปูเต๊ะแตกต่างกันที่สี ฆอและโดยทั่วไปเป็นสีแดง ขณะที่ฆอและปูเต๊ะเป็นสีขาว เพราะไม่ใส่พริกแดง ทำให้รสชาติอ่อนกว่า เหมาะสำหรับเด็ก ๆ หรือคนไม่กินเผ็ด

“เสน่ห์ของเมนูฆอและเริ่มต้นตั้งแต่กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ตีขึ้นมาแข่งกับรสชาติที่ไล่ลำดับไปตั้งแต่หวาน เค็ม และเปรี้ยวเล็กน้อยจากน้ำมะขามเปียก บางพื้นที่นิยมรับประทานคู่กับ ‘นาซิกาเป๊ะ’ หรือข้าวอัดก้อน ทำจากข้าวสวยที่นำมาอัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมแน่น ๆ มีเนื้อสัมผัสคล้ายข้าวเหนียว ทำให้ใช้มือหยิบกินได้เลย

“เราเลยอยากหยิบเมนูไก่ฆอและมาเล่าให้ทุกคนรู้จัก เพราะมันไม่ได้สะท้อนถึงแค่รสชาติหรือภูมิประเทศที่เราเติบโตมา แต่บอกเล่าความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่เดียวกัน อาหารที่ชาวมุสลิมแทบทุกครัวเรือนกินก็ปรากฏอยู่บนโต๊ะกินข้าวบ้านเราที่เป็นคนพุทธเช่นเดียวกัน เพราะอาหารเชื่อมโยงมนุษย์ได้ลึกซึ้งกว่าศาสนาหรือวัฒนธรรม”

วัตถุดิบ

พริกแห้งแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า ขิง กะปิ น้ำปลา น้ำตาลแว่น เกลือ มะขามเปียก หัวกะทิ และอกไก่ (หรือจะใช้ส่วนอื่น ๆ ตามใจชอบได้เลย)

ถ้าอยากทำฆอและปูเต๊ะ ใช้วัตถุดิบคล้ายกัน เพียงแต่ตัดพริกแดง ข่า และตะไคร้เท่านั้นเอง

ส่วนวิธีทำไม้สำหรับไว้เสียบเนื้อสัตว์ หากใช้วิธีดั้งเดิมจะเหลาไม้เป็นแท่งยาว ๆ และผ่าตรงกลางเพื่อยัดเนื้อสัตว์เข้าไป แต่ยุคนี้คนนิยมใช้วิธีเหลาปลายไม้ให้แหลมเพื่อเสียบเนื้อสัตว์แทน

วิธีทำ

  1. หมักเนื้อไก่ (หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ตามใจชอบ) ในกะทิประมาณ 20 – 30 นาที และปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย
  2. นำเนื้อไก่ที่หมักเสร็จแล้วเสียบใส่ไม้ นำไปนึ่งประมาณ 7 นาที ให้เนื้อไก่พอสุก
  3. ระหว่างรอไก่ก็มาทำเครื่องแกง โดยนำวัตถุดิบที่เหลือมาตำใส่ครก
  4. ยกไก่ขึ้นมาจากหม้อนึ่ง นำไปหมักกับเครื่องแกงที่เตรียมไว้
  5. นำไก่ไปย่างด้วยไฟอ่อน ระหว่างย่างก็พลิกไก่ไปมาและพรมกะทิลงไปด้วย
  6. เมื่อผิวไก่เริ่มแห้งเพราะการย่าง ทาเครื่องแกงที่เหลือลงไปเพื่อเพิ่มความฉ่ำและรสชาติ (ทาเครื่องแกงเพิ่มได้เท่าที่ต้องการ)
  7. เมื่อไก่สุกแล้วก็ยกเสิร์ฟ พร้อมรับประทานกับนาซิกาเป๊ะ (ข้าวอัดก้อน)

“ทุกวันนี้เรารู้สึกว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่คุ้นกับการกินอาหารแบบ ‘สำรับอาหาร’ เราเติบโตมากับโต๊ะอาหารที่ต้องมีความหลากหลาย ทั้งในรสชาติและหน้าตาของแต่ละจาน ภายใน 1 มื้อจึงมีเมนูหลากหลายประเภท เช่น หากมีต้มข่าไก่บนโต๊ะ ก็จะไม่มีเมนูแกงกะทิอื่น ๆ มาซ้ำ หรือถ้ามีแกงเผ็ดยืนพื้นอยู่แล้ว ก็จะเลี่ยงไม่มีเมนูที่ออกรสเผ็ดเพิ่ม แต่จะเลือกเมนูที่รสชาติอ่อนกว่า เพื่อตัดรสให้มื้ออาหารนั้นกลมกล่อมลงตัวขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ได้มาจากตำรา แต่เกิดจากประสบการณ์รุ่นสู่รุ่นบนโต๊ะอาหาร 

“และเมื่อพูดถึงอาหารเผ็ด ๆ ที่จะมากินคู่กับไก่ฆอและ เรามักนึกถึงอาหารอีกจานหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำคู่กัน คือคั่วกลิ้ง โดยเฉพาะ ‘คั่วกลิ้งปลา’ ที่แม่มักทำใส่ปิ่นโตให้เราไปกินที่โรงเรียน

“คั่วกลิ้งเป็นอาหารที่คนใต้คุ้นเคยกันดี ลักษณะของคั่วกลิ้งอยู่ที่คำว่า ‘กลิ้ง’ เครื่องแกงที่เคลือบเนื้อสัตว์ไว้ ไม่หลุดร่อนจากกัน เมื่อผัดในกระทะ เนื้อที่สุกจนแห้งดีจะกลิ้งไปกลิ้งมาได้โดยไม่แตก ขมิ้นเป็นส่วนประกอบสำคัญในพริกแกง ไม่เพียงให้กลิ่นหอมและสีเหลืองสวยงาม แต่มีคุณสมบัติทางยาที่ช่วยเรื่องระบบทางเดินอาหาร ทำให้เชื่อกันว่าคนใต้มักไม่ค่อยเป็นมะเร็งในช่องท้อง เพราะนิยมใช้ขมิ้นประกอบอาหาร

“โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยคั่วกลิ้งที่ทำจากหมู เนื้อ หรือไก่ คั่วกลิ้งปลาอาจหากินได้ยากสักหน่อย แต่รับรองว่ารสชาติอร่อยไม่แพ้เนื้อสัตว์อื่น ๆ”

วัตถุดิบ 

พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ ขมิ้นแว่น กระเทียมไทย หอมแดง พริกไทย กะปิ เกลือ น้ำตาล น้ำปลา เกลือ น้ำมันขี้โล้ ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้าแดง และปลาที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ใช้ปลาน้ำดอกไม้ ปลามง หรือปลาสลาแย เพราะเนื้อจะแห้ง เหมาะกับการนำมาทำคั่วกลิ้ง) 

วิธีทำ

  1. หั่นปลาเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปคั่วในกระทะให้แห้ง จากนั้นตักพักไว้ในจาน
  2. ตำเครื่องแกงโดยใส่สมุนไพรทั้งหมด กะปิ และเกลือ ตำให้ละเอียดแล้วพักไว้
  3. นำเครื่องแกงมาผัดรวมกับปลาจนเครื่องแกงเกาะชิ้นปลา กลิ้งได้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ น้ำตาลนิดหน่อย ตักใส่จาน
  4. แต่งหน้าด้วยใบมะกรูดซอย (นำเส้นกลางใบออก ม้วนแล้วซอยฝอย) และพริกชี้ฟ้าแดงให้สวยงาม

ถ้าคุณมี ‘สูตรเมนูพิเศษของครอบครัว’ และอยากบันทึกสิ่งนั้นไว้ในคอลัมน์สูตรประจำบ้าน เราพร้อมเปิดรับเรื่องราวของคุณ โดยเขียนเล่าความทรงจำ ความพิเศษของเมนูนั้นที่หากินไม่ได้จากที่อื่น ไม่จำกัดประเภทอาหารและวัฒนธรรม ส่งมาพร้อมกับรูปถ่ายเมนูอาหารนั้น ระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ Facebook ของคุณ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์สูตรประจำบ้าน’ หากสูตรไหนมีเรื่องเล่าที่พิเศษและที่มาน่าสนใจ ทางทีมงานจะติดต่อกลับไป

Writer

ณฐนนท์ สายรัศมี

เรียนภาษาเพื่อเข้าใจมนุษย์และเรียนสื่อเพื่อถ่ายทอดมันออกมา ชีวิตขับเคลื่อนด้วยกาแฟและเสียงเพลง

Photographer

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพ และ baker ฝึกหัด