3 มีนาคม 2025
558

ใครเคยไปเยือน The Wireless House One Bangkok อาคารนิทรรศการที่สร้างถอดแบบพิมพ์เขียวสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของประเทศไทย คงได้เห็นงานศิลปะติดตั้งหน้าตาโดดเด่นวางอยู่เบื้องหน้า

จริง ๆ แล้ว นี่ไม่ใช่งานศิลปะที่วางนิ่ง ๆ ไว้ให้ชื่นชมเฉย ๆ แต่เป็นงาน Interactive ที่เข้าไปเล่นด้วยได้ 

เราเปล่งเสียงไป ลำโพงเปล่งเสียงตอบกลับมา คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเสียงเรา แต่ฟังดูสนุก น่าสนใจขึ้น 

งานชิ้นนี้คือ ‘Metropolitan Symphony’ ฝีมือของ Yuri Suzuki ศิลปิน-นักออกแบบเสียงชื่อเสียงก้องโลกชาวญี่ปุ่น ซึ่งทำงานกับทีมศิลปะและวัฒนธรรมของ One Bangkok มาอย่างหนักหน่วง ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานนี้ให้เข้ากับบริบทของกรุงเทพฯ และประวัติศาสตร์วิทยุโทรเลขของเราเป็นอย่างดี

Studio Visit คราวนี้ เราไม่ได้ไปเยือนสตูดิโอของศิลปินถึงที่ แต่จะยืนคุยกับ Yuri Suzuki หน้างานชิ้นใหม่ของเขา เล่าเรื่องกระบวนการคิด ถามถึงที่มาของความหมกมุ่นด้านเสียงของเขาตลอดชีวิตที่ผ่านมา และสิ่งที่ตั้งใจทำจากนี้ต่อไป

“โดยพื้นฐานผมเป็น Dyslexia ผมอ่านประโยคยาว ๆ ไม่ค่อยได้ มีปัญหาสะกดคำ เลยนำมาสู่ความสนใจเรื่องการสื่อสารทางเสียง ซึ่งมันทำงานกับผมมากกว่า” ยูริเกริ่นให้เราฟัง

พร้อมกันนั้น เราก็ได้ กราฟ-ปภพ เกิดทรัพย์ คิวเรเตอร์จากทีมศิลปะและวัฒนธรรม โครงการ One Bangkok ที่รับผิดชอบ Public Art หรือศิลปะสาธารณะ มาเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังการทำงานร่วมกันด้วย

อ่านจบแล้ว อย่าลืมไปทดลองเล่นกับ Metropolitan Symphony กันนะ

โอกาสครั้งใหม่ของศิลปิน

เริ่มแรกยูริก็อยากเป็นนักดนตรีเหมือนกับหลาย ๆ คนที่สนใจเรื่องเสียงนั่นแหละ แต่เมื่อได้เรียนทางออกแบบและเทคโนโลยี เขาเริ่มทำโปรเจกต์ทางศิลปะและทำงาน Product Design ทางด้าน Musical Instrument โดยเฉพาะ ที่น่าสนใจคือเขาเคยเข้าไปเป็นหนึ่งในนักออกแบบ Otamatone เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ที่คิดค้นโดย Maywa Denki ด้วย

ถ้าใครเคยซื้อ Otamatone มาเล่นสักชิ้น หรือได้ดูการแสดงของเครื่องดนตรีชนิดนี้ น่าจะพอเห็นภาพว่าเขาสนใจการ ‘เล่นสนุก’ กับเสียงประมาณไหน

จากนั้นเมื่อราว ๆ 6 – 7 ปีก่อน เขาก็เริ่มขยับจากบทบาทนักออกแบบมาเป็นศิลปินมากขึ้น โดยทำงาน Interactive Installation ประดับไว้หลายเมืองในโลกจนเป็นที่คุ้นเคยของผู้สนใจงานศิลปะ

เมื่อ One Bangkok นึกถึงศิลปินที่ทำงานด้านเสียง ชื่อ Yuri Suzuki ก็ถูกยกขึ้นมาบนโต๊ะประชุม

One Bangkok เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับศิลปะสาธารณะมาก และหนึ่งในพื้นที่ที่พวกเขาวางแผนไว้ว่าจะต้องมีสักชิ้น ก็คือบริเวณหน้า The Wireless House One Bangkok ซึ่งพวกเขาตั้งโจทย์ไว้ตั้งแต่เริ่มเลยว่า จะต้องมี Installation 2 ที่ และสะท้อนคอนเซปต์ ‘การสื่อสาร’ เดิมของพื้นที่

“แค่ค้นหาศิลปินที่ทำงานเกี่ยวกับเสียง ชื่อของยูริก็ขึ้นมาเป็นคนแรกแล้ว เขาเป็นที่รู้จัก พอเรามองหางานที่ทำงานกับพื้นที่สาธารณะ งานของเขาที่ฟอร์มเป็นลำโพงก็ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงง่ายที่สุดด้วย” กราฟเล่า 

“ตื่นเต้นเหมือนกันนะครับที่ได้ทำงานชิ้นนี้กับ One Bangkok เป็นโอกาสที่มหัศจรรย์ทีเดียว” ยูริยิ้มกว้าง “เขาขอให้ผมเชื่อมโยงงานเข้ากับประวัติศาสตร์ของ The Wireless House One Bangkok ด้วย ซึ่งผมก็คิดว่ามันไปกันได้ดีกับแนวทางการทำงานศิลปะของผม”

นี่จึงเป็นโอกาสดีที่กรุงเทพมหานครจะมีงานของศิลปินระดับโลกมาวางในนามของ Metropolitan Symphony

ซิมโฟนีแห่งมหานคร

Yuri Suzuki มองว่างานชิ้นนี้จะต้องสื่อถึงการสื่อสารทางไกล จึงตัดสินใจออกแบบ Electronic-based Communication Installation หรืองานศิลปะติดตั้งที่สื่อสารด้วยอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจด้านรูปทรง-สีสันมาจากสิ่งต่าง ๆ อย่างจานเสาอากาศ บรรยากาศการพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ บรรยากาศโครงการ และแลนด์สเคปที่ One Bangkok กำลังสร้าง

งานที่ออกมา คือ Installation 2 ชิ้นอย่างที่ตั้งใจกันไว้ตั้งแต่แรก ชิ้นหนึ่งอยู่ที่กลางแจ้ง หน้า The Wireless House One Bangkok อีกชิ้นอยู่ในอาคาร ฟังก์ชันคล้ายกัน เชื่อมถึงกัน

ถ้าเราลองพูดใส่ลำโพงที่มีหน้าที่รับเสียงฟัง เสียงพูดของเราจะเปลี่ยนเป็นเมโลดีและดังในลำโพงที่มีหน้าที่กระจายเสียง บางครั้งไม่ได้มีใครตั้งใจพูด แต่เสียงบรรยากาศรอบ ๆ ลอดเข้าลำโพงเข้าไป เสียงนั้นก็กลายเป็นเมโลดีเช่นกัน จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินเสียงเพราะ ๆ เวลาเดินผ่าน

ซึ่งในกระบวนการทำงาน กราฟจากทีมศิลปะและวัฒนธรรม เล่าให้เราฟังว่า ศิลปินเข้าถึงคลังเสียงของกรุงเทพมหานคร และนำเสียงเหล่านั้นมาร่วมออกแบบเสียงด้วย

แม้ฟังก์ชันของทั้ง 2 ชิ้นจะไม่ต่างกันนัก แต่ด้วยโลเคชันที่ต่างกัน ศิลปินตั้งใจให้ชิ้นที่อยู่กลางแจ้งใหญ่กว่า มีความเป็น Street Furniture มากกว่า และมีผู้คนเข้าไปนั่ง ไปดู ไปเล่นด้วยมากกว่า

ก่อนหน้าที่จะเป็นแบบที่เราเห็น กราฟบอกว่า จริง ๆ แล้วผ่านมาหลายดราฟต์ด้วยกัน ตั้งแต่การหยิบมอร์สโค้ดมาเล่น แต่เป็นอันต้องตกไป เพราะเข้าใจยากและนิทรรศการด้านในหยิบไปใช้แล้ว รวมถึงการทดลองเล่นสีสันสดใส จนมาจบที่สีปัจจุบันที่เข้ากับบริบทที่สุด

เราถามกราฟว่า ตอนนี้ผู้คนตอบรับงานชิ้นนี้อย่างไรบ้าง เขาก็ตอบว่า ตอนนี้คนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ คนเดินผ่านไปผ่านมาก็ยังไม่แน่ใจว่าเข้าไปเล่นด้วยได้หรือไม่ แต่งานวันเด็กที่ผ่านมาก็เริ่มมีเด็กสนใจ ทีมจึงรู้สึกได้ว่างานชิ้นนี้กำลังเติบโตขึ้น

สเตปต่อไป จึงอาจต้องมีการโปรโมตหรือจัดกิจกรรมบางอย่างที่สร้างการรับรู้เกี่ยวกับชิ้นงาน

“ถ้างานของยูริอยู่ในบริบทของ London Design Week ทุกคนคงพร้อมเข้าไปทำอะไรบางอย่างกับมัน แต่ครั้งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เราก็ยังเดาไม่ถูกว่าผู้คนที่จะมาเป็นคนกลุ่มไหน เป็นยังไงกันบ้าง 

“ยังเป็นโจทย์หลักของเราเหมือนกันที่จะต้องสื่อสารให้คนรู้ว่าเข้าไปเล่นได้”

เสียงเดินสาย

เราถาม Yuri Suzuki ถึงชิ้นงานอื่น ๆ ที่เคยทำและชอบเป็นพิเศษ เขาเล่าถึง Crowd Cloud ชิ้นงานลักษณะเป็นลำโพงอีกชิ้นหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่โตเกียว

เมื่อครั้งโอลิมปิกที่โตเกียวในปี 2020 รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายในการติดตั้งงานศิลปะไว้ที่สนามบินนานาชาติทุกแห่งในประเทศเพื่อต้อนรับคนต่างแดน ยูริซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับเลือกจึงออกแบบงานนี้ขึ้นมา

“เวลาป้อนเสียงเข้าไป ลำโพงแต่ละตัวจะเปล่งเสียงภาษาญี่ปุ่นออกมาแบบสุ่ม ทั้งเสียงพยัญชนะ เสียงสระ”

ยูริตั้งใจไว้ว่า เมื่อผู้มาเยือนพูดภาษาต่าง ๆ เข้าไป เขาจะแปลกใจกับผลลัพธ์ทุกครั้ง เป็นการเล่นสนุกกับความเหมือนและต่างทางภาษาอย่างสร้างสรรค์

งานถัดมาที่เขาพูดถึง Sonic Bloom ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลอนดอนที่เต็มไปด้วยห้างร้าน ไกลจากโซนที่อยู่อาศัย ราว ๆ ร้อยละ 70 ของคนที่ผ่านไปผ่านมาเป็นนักท่องเที่ยว

“ตอนนั้นเป็นช่วงหลังโควิด-19 ผมเลยอยากสร้างโอกาสให้คนมารวมตัวกันและเริ่มสร้างบทสนทนา” ศิลปินเล่าถึงที่มาที่ไป

แม้ว่างานที่กรุงเทพฯ คราวนี้เป็นงานอิเล็กทรอนิกส์ แต่ส่วนใหญ่แล้วยูริมักทำงานที่เน้น Acoustic เช่นเดียวกับ Sonic Bloom ชิ้นนี้ เรียกได้ว่าศิลปินจะต้องมีความรู้ด้านเสียงครบทุกมิติ

ฟังแล้วก็อยากบินไปทดลองเล่นกับงานของยูริให้ครบเลยทีเดียว

ปกติแล้วผู้คนในแต่ละมุมโลกมีปฏิกิริยากับชิ้นงานแบบนี้ต่างกันไหม

“ผมเชื่อว่ามนุษย์มีพื้นฐานเหมือนกันทั้งนั้น” ยูริตอบอย่างมั่นใจ “งานของผมก็ทำงานกับ ‘การเล่น’ โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาษา เชื้อชาติ หรือประเทศ และไม่จำเป็นต้องมีความรู้อะไรมาก่อนเลย คนทั่วไปก็เดินเข้ามาหาวิธีใช้กันเอง ผลลัพธ์จึงออกมาคล้าย ๆ กันในทุกประเทศ”

เมื่อเราถามกราฟว่าคิดยังไงกับรูปลักษณ์ที่คล้ายเดิมของแต่ละงานของยูริ เขาให้ความเห็นว่า จริง ๆ แล้วมีแต่ ‘ลำโพง’ เท่านั้นที่คล้ายเดิม แต่ศิลปินมีวิธีคิดงานและทำงานที่เปลี่ยนไปตามสถานที่ที่ติดตั้งงาน เพื่อตอบโจทย์พื้นที่ ซึ่งรูปลักษณ์ที่คล้ายเดิมนั้นก็เป็นข้อดีที่ทำให้จดจำได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ งานของเขาก็ฉีกจากสิ่งเดิมไปเลย เช่น Sound of the Earth ที่เป็นรูปทรงลูกโลก ถ้าได้เห็นเพียงรูปลักษณ์ก็อาจจะไม่ทันนึกว่าเป็นของ Yuri Suzuki

“ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ทำงานศิลปะรอบโลก แล้วก็ยังตื่นเต้นกับทุก ๆ ชิ้น” ยูริพูดอย่างมีความสุข “ทุกประเทศมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมและเรื่องราวที่แตกต่างกัน ผมจึงสนุกทุกครั้งที่ได้พัฒนาคอนเซปต์”

หลังจากนี้ คุณอยากจะทำอะไรต่อไปบ้าง – เราถาม เพราะอยากเห็นงานของเขาอยู่ในเมืองต่าง ๆ โลกอย่างไม่รู้จบ

“ผมอยากจะทำงานกับโอกาสที่ได้รับต่อไปเรื่อย ๆ หาไอเดียสนุก ๆ และเน้นในเชิงทดลองมากขึ้น” ศิลปินแววตาเป็นประกาย

สำหรับกราฟ ผู้ดูแลเรื่องศิลปะสาธารณะที่ได้ทำงานร่วมกับยูริมาพักใหญ่ ความประทับใจที่เขามีต่อยูริคือการที่ทำให้งานเป็นสาธารณะได้ ไม่ห่างไกลกับคนทั่วไป หรือแม้แต่เด็กตัวเล็ก ๆ เองก็ตาม แม้จะฟังดูเหมือนง่าย แต่ต้องผ่านกระบวนการคิดในเชิงลึกมาไม่น้อย

ส่วนสำหรับเรา ผู้ที่เพิ่งเจอ Yuri Suzuki วันนี้ และมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกันเป็นครั้งแรก เราประทับใจที่คนคนหนึ่งรู้จักตัวเองเป็นอย่างดี รู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร มีความสุขกับอะไร และทำจนสุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งยังได้เดินสายไปทั่วโลก สร้างสิ่งที่ผู้คนเดินถนนเข้าไปร่วมสนุกด้วยได้

“ความปรารถนาของผม คือทำให้ศิลปะสาธารณะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนให้ได้” ยูริปิดท้าย

ภาพ : Yuri Suzuki

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน