หายหน้าจากคอลัมน์บ้านเพื่อนไปนาน สาเหตุหลักถ้าเทียบกับ Instagram ก็คือมิตรสหายรอบตัวพากันตั้งค่า Private กันหมด แทบไม่มีใครยอมให้เราบุกเข้าไปถ่ายภาพบ้านเลย ความเป็นส่วนตัวมาแรงจริง ๆ เจ้าของคอลัมน์ก็เลยปฏิบัติหน้าที่อื่นไปพลาง ๆ อย่างเขียนหนังสือ วาดภาพประกอบให้แบรนด์ต่าง ๆ บ้าง ทำงานกระเบื้อง และออกเดินทาง
จนต้นปีนี้ฤกษ์ดี มีเพื่อน ๆ ใจดีให้ยืมพื้นที่ในบ้านหลังที่ 2 ของพวกเขา เราผู้ฝันใฝ่อยากเรียนมัณฑนศิลป์แต่พ่อห้ามไว้ เชียร์ให้เรียนกฎหมาย จึงมีโอกาสลงมือออกแบบตกแต่งตามฝันอันแสนสนุก ดึงข้อมูลจากหนังสือออกมาสร้างบรรยากาศบนพื้นที่จริงให้คุณผู้อ่านและท่านที่สนใจ เข้ามาสัมผัสประสบการณ์รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เดินเล่นเลือกซื้อหาหนังสือ งานศิลปะ ข้าวของเครื่องใช้ นัดหมายมิตรสหายมาพักผ่อนสนทนาพบหน้าค่าตาพลางลิ้มชิมรสเครื่องดื่มของว่างมื้อบ่ายในแบบอิตาเลียนได้ในพื้นที่ซึ่งมีชื่อว่า ‘Caffe C’’ C เป็นตัวย่อชื่อห้างในจินตนาการของเรา Chanasson & Co. ที่หยิบเอานามปากกาของพ่อมาใช้ตั้งชื่อห้าง ตามที่บรรยายไว้ในหนังสือ เพลินพระนคร ซึ่งวางแผงไปปีก่อน


Mood Mapping
เพลินพระนคร คือหนังสือเล่มแรกในซีรีส์ที่เราตั้งชื่อว่า Old Town Vacanza นำเสนอเรื่องราวโซนเมืองเก่าของกรุงเทพฯ หลายย่าน พร้อมจัดกิจกรรม Pop-up Event เปิดห้องน้ำชา โดยได้รับเกียรติจากแบรนด์ชาฝรั่งเศส Mariage Frères เป็นผู้สนับสนุนหลัก ร่วมสร้างสรรค์ห้องชาที่ตนจินตนาการว่าเป็นนายห้าง Chanasson & Co. เปิดกิจการอยู่ในพระนครสมัยคุณทวดยังสาว
เราคัดสรรสรรพสินค้าจากร้านเก่าแก่คู่พระนครที่ยังเปิดกิจการอยู่จนปัจจุบันมาวางจำหน่าย ในพื้นที่เดียวกันกับส่วนห้องชา เสิร์ฟของว่างตำรับโบราณด้วย คัดอาหารอุ่นใจจากทั่วพระนครตามที่แนะนำไว้ในหนังสือมาจับคู่กับชา Mariage Frères อร่อยรื่นรมย์เลื่องลือ และยังได้รับเสียงบ่นหนาหูว่า นายห้างจัดสั้นไปเพียง 2 สัปดาห์ คราวนี้จึงขยายเวลาเป็น 3 สัปดาห์ จากห้องชาเปลี่ยนเป็นคาเฟ่อิตาเลียน
Old Town Vacanza : Italy (จรอิตาลี) หนังสือลำดับที่ 2 ในชุดวันหยุดพักผ่อนในเมืองเก่า อิตาลีเป็นดินแดนสุดหรรษาประจำใจ เพราะนอกจากจะมีเมืองเก่า (Old Town) แล้ว ยังมีเมืองโบราณ (Ancient Town) อยู่เคียงคู่กันอย่างกรุงโรมและหลายเมืองในทัสกานีที่เคยเป็นถิ่นฐานอีทรัสคัน (Etruscan) ชนเผ่าเก่าแก่ จรอิตาลี นำเสนอ 7 เมืองคละเคล้าทั้งเมืองหลักอันเป็นที่รู้จักและเมืองเล็กแอบซ่อนน่าสนใจแปลกใหม่หลายหลาก
นายห้างผู้อยากเป็นมัณฑนากรจึงเริ่มลากดึงความประทับใจจากสถานที่ตรึงจิตทั่วอิตาลีออกมา สร้าง Mood Mapping แผนผังจัดแจงแบ่งพื้นที่อันเกิดจากความรู้สึกเข้มข้นที่มีต่อสถานที่ต่าง ๆ ดังกล่าวไว้ในหนังสือ
คัดเลือกยากมาก เพราะ จรอิตาลี หนา 342 หน้า บรรจุข้อมูลแน่นเอี๊ยด คิดกรองอยู่เป็นนาน ในที่สุดก็ได้ 3 ผู้ชนะ คือเมืองอาเรซโซ (Arezzo) ปาแลร์โม (Palermo) และฟลอเรนซ์ (Florence)
อาเรซโซเป็นเมืองอัญมณีหลบเร้นอยู่ในทัสกานี เมืองนี้ช่างโชคดีที่แต่ละห้วงเวลาย้อนไปตั้งแต่ต้นเรอแนซ็องส์จนปัจจุบัน มีพลเมืองดาวเด่นผุดมาสร้างผลงานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ขับเคลื่อนเมืองให้วิวัฒน์ไปอย่างน่าสนใจหลายต่อหลายรุ่น อาเรซโซจึงผสานความเก่าแก่ที่ผลิใหม่ไปต่อได้โดยการท่องเที่ยวไม่ทำลายรากเดิม
จรอิตาลี ในบทอาเรซโซ เราเล่าถึง ปีเอโร เดลลา ฟรานเชสกา (Piero della Francesca) และ จอร์โจ วาซารี (Giorgio Vasari) 2 ศิลปินเอกยุคเรอแนซ็องส์ พร้อมด้วยอีก 2 สุภาพบุรุษผู้ริเริ่มกิจกรรมและกิจการอันดึงดูดผู้คนให้มาเยือนอาเรซโซอย่างน่าทึ่ง หนึ่งในนั้นคือผู้ก่อตั้ง Sugar Room ที่พักแรมพิเศษอยู่บนคอนเซปต์สโตร์พัฒนาชุบชีวิตพื้นที่เก่าอาคารโบราณ ซึ่งมีการขุดพบโมเสกปูโรงอาบน้ำยุคโรมันพันปีอยู่ข้างใต้ตึกด้วย
Sugar Room กลายเป็นกรณีศึกษา นำพาผู้คนในวงการออกแบบ แฟชั่น มัณฑนศิลป์ โรงแรม และการท่องเที่ยว ไหลบ่ามาชมพื้นที่อนุรักษ์ความเก่าไปพร้อมเติมความล้ำสมัยได้อย่างกลมกล่อม เปิดกิจการแข็งแกร่งมาตั้งแต่ยุค 1980 การผสมผสานสรรพสิ่งแตกต่างสุดขั้วให้มาอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวแบบ Sugar Room เป็นแนวนิยมในการใช้สร้างบรรยากาศ แต่การจะทำให้ออกมาเป็นแบบเฉพาะตัวได้ เราคิดว่าต้องมีการตีความใหม่อย่างมีที่มาที่ไป สร้างแนวคิดหลักให้ชัดเจน ดีกว่าจำลองยกสิ่งใดมาเป๊ะ ๆ
เรายังชอบบรรยากาศใน Studio Romanelli Gallery สตูดิโองานปั้นในเมืองฟลอเรนซ์ที่มีการส่งต่อกิจการรุ่นสู่รุ่นจนปัจจุบัน เจเนอเรชันที่ 6 ยังคงเปิดกิจการสานต่อที่บรรพบุรุษสร้างอยู่บริเวณฝั่งออลตราโน (Oltrarno) ชุมชนคนทำงานฝีมือ งานหัตถกรรมศิลป์ ย่านนี้ร้านรวงมีพลังตรึงใจ นอกจากนี้บรรยากาศจากสถานที่หลายแห่งในปาแลร์โม เมืองหลวงของเกาะซิซีลี บทสุดท้ายของ จรอิตาลี ก็มีบทบาทสำคัญที่เราใช้สร้างคอนเซปต์หลักในพื้นที่ Caffe C’


ซิซีลีเป็นดินแดนโบราณเต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม ชนชั้น ซ้อนทับอยู่จนน่าตกใจ เกาะนี้เป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างหนักหน่วง
ตอนเขียนบทซิซีลี เราอ่านหนังสือค้นคว้าอ้างอิงไปหลายเล่มแต่ก็ยังงุนงง จนได้ชมซีรีส์ดังของ Netflix ชื่อ Il Gattopardo ทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญสุดอย่างการรวมชาติอิตาลี (Italy Unification) กระจ่างขึ้น
บรรยากาศในหลายฉากตราตรึงจนต้องหยิบมาใช้ในการตกแต่งภายในห้องกาแฟอิตาเลียนแบบตีความใหม่ในทรงวาด เสนอเรื่องราว Mood Mapping ให้เพื่อนทั้ง 3 เจ้าของสถานที่บนชั้น 2 ของร้านอาหาร Song Viet at Song Wat คุณนัฐวุธ โรจนพันธกุล, คุณปรีชา ตรรกพงศ์ และ คุณพิษณุ สว่างเนตร ทั้ง 3 คนรับฟังโหวตเป็นอย่างดี และจัดการระดมเรียกช่างมาปรับแต่งพื้นที่เป็นการใหญ่


Pantone
พอได้ภาพ Mood Mapping เค้าโครงหลักพอจินตนาการภาพรวมออกแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องนึกถึงโทนสีที่ชื่นชอบ สีที่ทำให้ตนนึกถึงอิตาลีทันที คือเขียว ลอยออกมาจากบทแรกในหนังสือที่ว่าด้วยนครมิลานทันที
สถานที่โปรดของเราในเมืองนี้เต็มไปด้วยสีเขียว เริ่มตั้งแต่พาหนะชื่นชอบใช้ประจำ รถราง เราใช้รถรางเขียวบ่อยกว่ารถใต้ดินซึ่งเต็มไปด้วยมิจฉาชีพ ได้เห็นอะไรน่าสนใจผ่านทางหน้าต่างรถรางแล้วโดดลงไปสำรวจเสมอ อย่างคาเฟ่เก่าแก่ชื่อคุคคิ (Cucchi) อินทีเรียร์ร้านกาแฟและขนมหวานแสนอร่อยแห่งนี้สีเขียวน้ำตาลเช่นเดียวกับรถราง


นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ในดวงใจ อดีตเคยเป็นบ้านเศรษฐีรสนิยมดีผู้มอบหมายให้ ปิเอโร ปอร์ตาลุปปี (Piero Portaluppi) สถาปนิกเอกคนดังของมิลานออกแบบคือ วิลล่า เนคคิ (Villa Necchi) ก็เต็มไปด้วยสีเขียว เช่นเดียวกับการตกแต่งภายในร้านอาหารโปรดในดวงใจอีก 2 ร้านชื่อ LùBar และ Risoelatte รักการใช้สีโทนเขียวของ 2 แห่งนี้มาก
Space Design
เพื่อน 3 หนุ่มเจ้าของพื้นที่มีความคิดจะแปลงชั้น 2 ของร้าน Song Viet at Song Wat ให้เป็น ‘Ciao SongWat’ บริการของว่างเครื่องดื่ม เจลาโต มาทางอิตาเลียนแนวเดียวกันพอดี Caffe C’ x Ciao SongWat จึงเกิดขึ้น


เพื่อน ๆ ยังใจดีให้ จรอิตาลี เข้ามา Pop-up ก่อนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ คุณพิษณุผู้เป็นฝ่ายกำกับดูแลงานช่างการออกแบบตกแต่ง ชำนาญการวางแปลนโครงสร้างหลักตำแหน่งการใช้งานพื้นที่เพื่อสร้างความลื่นไหลและสวยงามตามจินตนาการของเราที่พรั่งพรูไปว่า อยากให้ Caffe C’ มีมุมเล็ก ๆ บรรยากาศห้องทำงานนักเขียนไว้สำหรับวางจำหน่ายหนังสือ จรอิตาลี สมุดกระดาษ ภาพวาด
พื้นที่ส่วนกลาง เราอยากได้ม่านโค้งสีเขียวกั้นบริเวณเหมือนมุมโคซี่ในอาร์ตแกลเลอรีเล็ก ๆ คุณพิษณุก็จัดให้ตามนั้น ม่านนี้ดีมาก เมื่อเปิดโปร่งแสงเข้า เห็นช่องหน้าต่างอาคารโบราณแบบทรงวาด แสงสาดมางดงาม เมื่อรูดปิดก็มอบอารมณ์มุมดีในอาร์ตแกลเลอรีดังฝัน จัดแสดงงานกระเบื้องที่ตนทยอยทำดีแคลและเพนต์เขียนอักษร อบเผามาตลอดทั้งปีช่วงเขียนหนังสือ


ด้วยความที่ตนเป็นนายห้างติ๊ต่างมาตั้งแต่เล่ม เพลินพระนคร จึงสนุกคัดสรรสินค้าทั้งเมดอินอิตาลี และเมดอินไทยแลนด์ มาวางจำหน่าย คุณพิษณุจัดวางส่วนคาเฟ่ไว้เป็นสัดส่วนตรงด้านในหลังจากผ่าน Concept Store ทั้งมวลของเราไปแล้ว ด้านหลังสุดเป็นพื้นที่ส่วนบาร์ยาว ใช้สำหรับจัดเตรียมอาหารเครื่องดื่ม ซึ่งใน Pop-up Event คราวนี้เราได้รับเกียรติจาก Italasia มาร่วมสนับสนุน
Italasia กิจการเก่าแก่เป็นที่รู้จักดีในแวดวงโรงแรม ภัตตาคาร และกลุ่มคนผู้รักอาหารการกินในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1962 ก่อตั้งโดย Mr.Othello Benedetti สุภาพบุรุษชาวอิตาเลียน ปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 3 สืบทอดกิจการครอบครัวในฐานะบริษัทชั้นนำ ผู้นำเข้าสินค้าเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจากทั่วโลก โดยเฉพาะอิตาลีและยุโรป ครอบคลุมสุนทรียะในการใช้ชีวิตในบ้านครบครัน ทั้งเครื่องดื่ม เช่น กาแฟอิลลี่ (illy) ไวน์คัดสรรจากหลากแคว้นในอิตาลี ไซรัปกลิ่นรสธรรมชาติโมแน็ง (Monin) น้ำแร่ (San Benedetto) เครื่องครัว เครื่องแก้ว เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องเรือน ฯลฯ Italasia ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมอิตาลีสู่ไทยผ่านการใช้ชีวิตในบ้านมาต่อเนื่องยาวนาน


เครื่องดื่มในคาเฟ่ Pop-up ของเราแม้จะชั่วคราวเพียง 3 สัปดาห์ แต่ว่าคิดใหม่อย่างพิเศษสุด
Italasia เปิดแล็บปรุงเครื่องดื่มให้เราเข้าไปบอกความต้องการเพื่อสร้างสูตรใหม่ให้ตามรสชาติที่ดึงจาก 7 บทใน จรอิตาลี ส่วนผสมมีทั้งกาแฟ illy ไซรัป Monin และเครื่องดื่มตำรับอิตาเลียนหลายตัว illy เป็นแบรนด์กาแฟจากเมืองทรีเอสเต (Trieste) ทางตอนเหนือของอิตาลี เริ่มต้นกิจการในปี 1933 โดยครอบครัวที่ใส่ใจในกาแฟคุณภาพสูง เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมกาแฟแบบอิตาเลียนแท้ เอสเปรสโซ่ถึงรสด้วยกาแฟอาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกทั่วโลก ผ่านความร่วมมือระยะยาวกับเกษตรกรท้องถิ่น ผสานนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ของกาแฟขั้นสูง การคั่วอันแม่นยำ สร้าง illy Blend ซึ่งรสชาติเสถียรละมุน กลิ่นหอมตามแบบกาแฟคุณภาพในคาเฟ่ประวัติศาสตร์ที่ผู้คนหลงใหลในอิตาลี
นอกจากนี้ เรายังมีเจลาโตและขนมหวานแบบอิตาเลียนภูมิภาคต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในหนังสือ นำมาตีความใหม่และปรุงออกมาโดยทีม Research & Development ฝ่ายคิดสูตรอาหารของ Ciao SongWat อย่างขนม Cassata Siciliana ตำรับแม่ชีในอารามเก่าแก่ในปาแลร์โม เชฟทีม Ciao SongWat ก็สร้างสรรค์ตามความต้องการของนักเขียนออกมาจนได้
Cassata เป็นขนมหวานเก่าแก่ บอกเล่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของซิซีลีได้ดีเช่นเดียวกับอาหารการกินอื่น ๆ ปาแลร์โมได้รับยกย่องว่าเป็น Capital of Food มีตลาดอาหารขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนโรงเรียนกลางแจ้งแห่งรสชาติ เดินสำรวจสนุกที่สุด
ในแต่ละสัปดาห์ Caffe C’ ยังมีเมนูพิเศษหากินยากผลัดเปลี่ยนมาให้ลิ้มลอง สัปดาห์แรกคือ Timballo เราได้กินเจ้า Timballo นี้ครั้งแรกในร้านอาหารกลิ่นอายแอฟริกันในเมืองปาแลร์โม พอกลับมาเมืองไทย ได้ดูซีรีส์ Il Gattopardo พบ Timballo ปรากฏอยู่ในฉากหนึ่ง จึงไปร้องขอทีมเชฟร้านอาหารอิตาเลียนที่เราคิดว่าถึงรสอิตาเลียนแท้สุดในเมืองไทย คือร้าน Appia (สุขุมวิท 31) โปรดมาลองปรุง Timballo เป็นเมนูพิเศษประจำสัปดาห์แรกให้หน่อย
ทีมเชฟ Appia ตอบรับร่วมผจญภัยไปกับเราด้วย สำเร็จออกมาอร่อยมาก คุณภัทรียา ณ นคร หนึ่งในผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 3 ของ Italasia ยังร่วมสร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษจับคู่กับ Timballo ชูรสกัน Timballo เป็นอาหารพิเศษ พบเฉพาะใน 3 เมืองของอิตาลีเท่านั้น คืออาบรุซโซ นาโปลี และซิซีลี

ถ้าจะอธิบายให้ง่ายว่าคืออะไร เราว่ามันคือ Pastry x Pasta (หลายคนเรียกพายมะกะโรนี) เพราะชั้นล่างสุดไส้ใน Timballo จะมีแป้งพาสต้าคลุกเคล้าซอสเนื้อรองไว้ ก่อนเรียงชั้นขึ้นไปต่อ ๆ ด้วยของอร่อยต่าง ๆ บางตำรับใส่ไข่ต้ม ทรัฟเฟิล ตับบด ชั้นบนมีซอสขาว Bechamel และถั่วเม็ดเขียว โปะปิดด้วยแป้งพายแล้วเข้าอบ
ว่ากันว่า Timballo เป็นอาหารที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง ยุคเรอแนซ็องส์ อิทธิพลจากอาหรับผู้นำพาสต้า เครื่องเทศเข้ามาในซิซีลี แต่กลับมาโด่งดังสุดสมัยศตวรรษที่ 18 – 19 มีความฝรั่งเศสเข้ามาเกี่ยวข้องหลายจุด โดยเฉพาะผู้ปรุง Timballo ในยุคนี้คือผู้มีทักษะการครัวแบบเฟรนช์ เป็นเชฟฝรั่งเศสปรุงอาหารให้ชนชั้นสูงเชื้อสายราชวงศ์ (Bourbon ที่มาปกครองซิซีลีในช่วงก่อนรวมชาติอิตาลี) Timballo จึงเป็นเมนูหรูหราอริสโตแครตไว้เลี้ยงแขกให้ฮือฮา บางแหล่งข้อมูลก็อธิบายว่า เป็นอาหารเพื่อการเฉลิมฉลองในวาระสำคัญที่สมาชิกในครอบครัวมารวมตัวกันอย่างคริสต์มาสหรืออีสเตอร์
ในงานเลี้ยงรับรองใหญ่ฉากในซีรีส์ Il Gattopardo สร้างจากหนังสือขายดีของนักเขียน Giuseppe Tomasi di Lampedusa ตีพิมพ์วางแผงราวปี 1958 นักเขียนผู้นี้เป็นคนทำให้ Timballo กลับมาเป็นเมนูฮอตในยุค 1960 เพราะเขาบรรยายความฟู่ฟ่าน่ากินไว้โดยละเอียดในหนังสือ ซึ่งต่อมากลายเป็นภาพยนตร์ยุค 1960 และล่าสุดเป็นซีรีส์ดังในปี 2025
วันทดสอบ Timballo อบจากเตาใหม่ ๆ หอมฟุ้งจรุงใจ ทุกคนลงความเห็นว่า นี่ต้องเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการปรุง Timballo เสิร์ฟ โซนห้องกาแฟด้านใน Caffe C’ จึงมีกลิ่นหอมของทั้งกาแฟอิตาเลียนโชยมา เคล้าคละกับกลิ่นเมนูพิเศษคัดสรรพิเศษหลายสิ่ง ส่วนด้านหน้า โซนแกลเลอรีศิลปะและคอนเซปต์สโตร์ของนายห้าง ได้รับความร่วมมือทางด้านกลิ่นจากผู้เชี่ยวชาญคือ PAÑPURI แบรนด์ไทยที่ชำนาญการสร้างสรรค์ความหอมพิเศษเฉพาะ กลิ่นจาก PAÑPURI ส่งความหอมออกมาจากเครื่องกระจายกลิ่นพิเศษทั่วพื้นที่ เติมความรื่นรมย์อวลบรรยากาศในอิตาลีที่ระลึกถึงเสมอได้เป็นอย่างดี กลิ่น ETERNAL SUNSHINE หอมมะนาวแปลกล้ำตำรับ PAÑPURI ชวนให้เรานึกถึงวันแดดจัด มีกลิ่นมะนาวลอยมาในอากาศหอมสะอ้านบนเกาะซิซีลี

สินค้าคัดสรรของนายห้างมีทั้งอิตาลี/ไทย อย่างเครื่องประดับสุดคราฟต์โดยแบรนด์เครื่องกระเบื้องสุดโปรด ชามเริญ สตูดิโอ เราชวนให้มาออกแบบสร้อยคอพิเศษจำนวนจำกัดพิเศษเฉพาะ ใช้ดินอิตาเลียนปั้นโดยช่างชาวไทย พริกแดงพร้อมมงกุฎเครื่องรางของอิตาลี มะนาว ขนม Cassata ฯลฯ ปั้นมือประกอบเป็นสร้อยคอ นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าแบรนด์ไทยชื่อ wwa bangkok น่าใช้ถือเก๋ไก๋เวลาไปเที่ยวเมืองทางใต้ของอิตาลี ดูดีเป็นสากลสู้แบรนด์อิตาเลียนได้สบาย


ส่วนข้าวของเครื่องใช้ Made in Italy เรามีภาพวาดของศิลปินสาวศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ เอม อาภากร ผู้ไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองฟลอเรนซ์ วันว่างจากการวาดภาพประกอบให้นิตยสารดังในยุโรป เอมก็ไปเปิดแผงจำหน่ายงานศิลปะหน้าโบสถ์ซานตา โครเซ (Santa Croce)


ที่ Caffe C’ มีงานสวยของเอมวางจำหน่ายหลายภาพ นอกจากงานศิลปะเมดอินฟลอเรนซ์แล้ว Caffe C’ ยังมีเครื่องใช้ฟังก์ชันดีมีดีไซน์เด่นจากแบรนด์ Alessi มาวางจำหน่ายด้วย
Alessi ก่อตั้งขึ้นในปี 1921 โดยพี่น้องชาวอิตาเลียนผู้มีความชำนาญด้านการนำโลหะมาผลิตเป็นเครื่องใช้ในบ้านโดยช่างฝีมืออิตาเลียน กิจการครอบครัวสืบสานส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สมาชิกครอบครัวล้วนมีพรสวรรค์ทางด้านการออกแบบและพัฒนางานช่างฝีมือสู่ระดับอุตสาหกรรม มีความชำนาญทางวัสดุโลหะ วิศวกรรมการออกแบบ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านการออกแบบ
Alessi ร่วมมือกับศิลปิน นักออกแบบยอดฝีมือระดับตำนานของแต่ละยุค สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ที่กลายเป็นผลงานชิ้นเอกในวงการออกแบบผลิตภัณฑ์โลก พวกเราจัดชั้นวางข้าวของ Alessi ไว้ใกล้โต๊ะและเก้าอี้กินกาแฟ มองไปแล้วได้อารมณ์สนุก ราวกับนั่งอยู่ในบ้านเพื่อนผู้ชื่นชอบงานดีไซน์
Upcycling
เครื่องเรือนของตกแต่งชิ้นหลัก ๆ ที่เราใช้ในการจัดวาง Caffe C’ เป็นของเก่าจากห้องเก็บของเพื่อน ๆ เจ้าของสถานที่ พวกเรานำมาชุบชีวิตใหม่ (Upcycling) ให้ของเก่าถูกทิ้งได้แสดงความงามอีกครั้ง
3 หนุ่มมีของในโกดังแยะ เพราะพวกเขามีกิจการร้านอาหารและโรงแรมในเชียงใหม่ด้วย เราเองก็นำเปียโนเก่าของคุณพ่อสามีที่ฝุ่นจับหนาเหงาอยู่ ยกมาใช้จัดวางแสดงข้าวของเอาอย่างที่พักน่ารักที่เคยไปพักแรมในอิตาลี ผนังที่เปียโนตั้งอยู่สีสดใสด้วยกระดาษแปะผนัง เป็นเหลือเศษมาจากตอนที่เราตกแต่งคอนโดเก่าเมื่อ 6 ปีก่อน
3 หนุ่มยังมีงานปูนปั้นนูนต่ำแบบอิตาเลียนแยะ คุณพิษณุนำมาประดับผนังสวยงาม มุมนี้ทำให้เรานึกถึงคาเฟ่สุดเท่ในกรุงโรม ซึ่งปรับแปลงจากสตูดิโอทำงานของ 2 ประติมากรดัง Canova Tadolini ที่เราเขียนแนะนำไว้ในหนังสือจรอิตาลี ด้วย


ทั้งหมดนี้คือความเป็นอิตาลีที่ทรงวาด ซึ่งเราบรรจงออกแบบแนวคิดลงบนพื้นที่บ้านเพื่อนที่ให้เรายืมมา Pop-up เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากนี้ เพื่อน ๆ จะเปิด Ciao SongWat พื้นที่รวบรวมความอร่อยจากการเดินทางในอิตาลีในแบบของชาวทรงวาดต่อไป




















