9 กรกฎาคม 2025
1 K

“ชื่อ AHU ครับ อะฮู อะฮู เหมือนคนป่า” 

พัด-พชร ตรีทิพย์ธนากูล เจ้าของแบรนด์ AHU เคยแนะนำตัวกับเรา ทำให้เราจำบูทขายอุปกรณ์เดินป่าเจ้านี้ได้ขึ้นใจ ทั้งขำทั้งเอ็นดู ยังคิดอยู่ในใจว่าอยากจะทำความรู้จักแบรนด์ให้มากกว่านี้จังเลย

จักรวาลส่งโอกาสเหมาะ ๆ มาให้ เมื่อเรามีโอกาสคุยกับพัดอีกครั้งที่เวิร์กช็อปไทเทเนียมของแบรนด์ เช้านี้เราเลยนั่งแท็กซี่มาหาคนป่าเจ้าเก่า เดินเข้าสู่ถ้ำสตูดิโอลับเพื่อพูดคุยและยลโฉมผลงาน

AHU หรือ ‘Active Homosapiens Union’ เกิดจากความเนิร์ดของพัดเกี่ยวกับอุปกรณ์กินอาหาร วิวัฒนาการมนุษย์ และความหลงใหลงานคราฟต์ เขาเคยพูดว่าอยากสร้างแบรนด์ที่คารวะช่างฝีมือไทย

ถ้าคุณชอบเดินป่า คงคุ้นหน้าคุ้นตางานคราฟต์ของ AHU มาบ้าง มีทั้งถ้วย ชาม ช้อน ส้อมจากไม้ และขยับขยายมาทำอุปกรณ์จากไทเทเนียมมากขึ้น ภายใต้แบรนด์ ‘AHU THETA’ ซึ่งมีวางขายทั้งไทย ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ แถมไปเทศกาลดีไซน์ระดับโลกอย่าง Maison&Objet ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาด้วย

เราเปิดประตูเหล็กดัด เดินเข้าไปในสตูดิโอที่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของแบล็กสมิธ นาม กิ่ง-พงษ์ศักดิ์ วิวัฒน์โรจนกุล เขาเป็นเจ้าของแบรนด์ AHU THETA Titanium Craft และเป็นคนไทยคนเดียวที่มีใบรับรองจาก ABANA (Artist-Blacksmith’s Association of North America) หรือสมาคมแบล็กสมิธแห่งทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งสองมือของกิ่งนี่แหละที่อยู่เบื้องหลังสินค้าไทเทเนียมทั้งหมดของ AHU 

และยังมี ฝน-นนทลิดา คุ้มวรกุล Co-founder ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์มาด้วยกัน 

พัด ฝน กิ่ง เป็นทั้งมิตรและคู่คิดให้แก่กันและกัน เดิมทีพวกเขาพบกันด้วยความบังเอิญจากงานบ้านและสวนแฟร์ เพราะกิ่งไปสะดุดตากับขวานด้ามไม้ฝีมือคนไทยที่บูท AHU จึงเดินวนไปดูอยู่หลายครั้ง จนภรรยาของเขาต้องดันหลังให้ลองเข้าไปพูดคุยกับพัด ฝนจึงรู้ว่าพวกเขามีความสนใจคล้ายกัน 

ความเหมือนกันของทั้ง 3 คน คือรักงานฝีมือ แต่มีงานหลักอยู่แล้วและเบื่อหน่ายกับลูปชีวิตเดิม ๆ AHU จึงเป็นพื้นที่หลีกหนี ให้พวกเขา 3 คนมาเล่นสนุกกับชีวิตและจริงจังกับงานอดิเรกได้ 

พัดเล่าว่าตั้งแต่เข้ามหาลัยจนทำงาน เขาใช้ชีวิตแบบคนเมือง ทำงาน หาเงิน พอได้เงินมาก็ใช้ไปกับการกินดื่ม ซื้อของฟุ่มเฟือย แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ว่าจะมีมากเท่าไหร่ก็เติมพื้นที่ว่างในใจไม่เคยเต็ม

วันหนึ่งฝนที่ชอบเดินป่า ชวนเขาไปเดินขึ้นเขาด้วยกันเพื่อคลายความเครียดจากงาน แต่พัดกลับรู้สึกไม่อิน ฝนเล่าว่าพัดยืนงงกลางดงไม้ ทำหน้าหงิกเดินตามต้อย ๆ ตลอดเส้นทางเทรล 

แต่หลังจากนั้นไม่นาน พัดกลับตัดสินใจออกบวชในวัดป่า 

หมุดหมายอารยธรรม

การบวชทำให้พัดเข้าใจว่าชีวิตมีสิ่งจำเป็นอยู่ไม่กี่อย่าง ขอแค่กินอิ่ม หายใจได้ มนุษย์ก็อยู่ได้แล้ว 

“พื้นฐานของมนุษย์ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนครับ เราแค่ต้องกิน เรากินแล้วก็จะมีชีวิตอยู่ได้ ตอนเด็ก ๆ ต่อให้หาอาหารเองไม่ได้ก็ต้องป้อนข้าวตัวเองให้ได้ เครื่องมือแรกที่มนุษย์ยุคนี้เรียนรู้ที่จะใช้จึงเป็นช้อน

“ดังนั้น ช้อนนี่แหละ คือหนึ่งในหมุดหมายอารยธรรมมนุษย์” พัดกล่าว

เมื่อกลับสู่เส้นทางฆราวาส พัดลองเปิดใจเข้าป่ากับฝนอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาชอบมันมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเริ่มเดินป่าในเส้นทางที่โหดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการเข้าป่าก็มีแนวคิดคล้ายการบวช คือนำข้าวของเครื่องใช้ไปเท่าที่จำเป็นต้องใช้ และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด พัดเลยนึกอยากจะสร้างอุปกรณ์เดินป่าขึ้นมาใช้เองและแจกเพื่อน ๆ ก๊วนเดินป่าด้วยกัน พัดนึกย้อนถึงตนเองตอนบวชที่ต้องฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร 

เมื่อผนวกเรื่องการกินเข้ากับความเรียบง่าย อุปกรณ์เดินป่าที่พัดอยากทำขึ้นมาจึงเป็น สปอร์ก (Spork) มันคือช้อนที่รวมร่างกับส้อม ใช้กินอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะแห้งหรือน้ำ เขาเลือกใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก เพราะจำได้ว่าพระอาจารย์ที่นับถือสมัยบวชท่านฉันด้วยช้อนไม้ เวลาช้อนไม้กระทบผิวบาตร เสียงก็ไม่ดัง แถมบาตรไม่เป็นรอย เขารู้สึกว่านี่แหละ! อุปกรณ์ที่เก๋ทั้งฟังก์ชันและแนวคิด

คารวะครูช่าง

พัดวาดรูปสปอร์กวิ่งไปหาช่างไม้ 

เขาอยากเลือกช่างฝีมือดีมาเป็นผู้สร้างสิ่งประดิษฐ์ของเขา เพราะพัดโตมากับคุณแม่ที่ทำงานหาช่างฝีมือให้แบรนด์คราฟต์ เขารู้ว่าช่างฝีมือไทยเก่งกาจ ทว่ายังคงสงสัยว่าทำไมถึงไม่ได้รับการจดจำ

บรรดาช่างไม้ที่เขาตั้งใจไปหา แทบทุกรายส่ายหน้าไม่อยากทำสปอร์กให้พัด 

ด้วยความที่มันเป็นของใหม่ พวกเขาไม่เคยทำงานแบบนี้ ต้องมานั่งเรียนรู้วิธีทำ และถ้าทำจำนวนน้อย ๆ ก็ไม่คุ้มเหนื่อยอีก ช่างไม้เจ้าที่ตกลงรับงานบอกเขาว่าเขาต้องสั่งสัก 100 ชิ้น จึงจะยอมทำ

แต่ถามว่าพัดสั่งมาหรือเปล่า – แน่นอนว่า สั่ง! 

ฝนเล่าให้เราฟังว่าพอสปอร์ก 100 คันมาถึง กำลังจะเอาไปแจกเพื่อน โควิด-19 ก็ระบาดทันที ครั้นจะเก็บของไว้ก็รกเต็มบ้าน พวกเขาเลยนำไปขายออนไลน์จนกลายเป็นที่รู้จักในชื่อแบรนด์ AHU

แม้มีแบรนด์เป็นตัวเป็นตน สิ่งที่พัดออกแบบยังคงโดนช่างปฏิเสธอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะ ‘ตะลัพพี’ หรือตะหลิวไม้ชิ้นบางที่ทำไม่ดีก็แตกง่าย ถ้วย Kuksa จากไม้ชิ้นเดียวที่ต้องขุดไส้ไม้ออกเพื่อทำเป็นถ้วย ช่างไม้หลายคนกุมหัวกับดีไซน์ของ AHU แต่ยอมทำให้ทุกครั้ง เพราะไม่มีวันไหนเลยที่พัดและฝนไม่ง้อช่าง

“เราคารวะช่างทุกคน พวกเขาไม่ใช่เครื่องจักรที่ทำงานให้เรา แต่ทุกท่านเป็นครูบาอาจารย์ เป็นคนที่คอยชี้แนะ คอยบอกว่าทำอะไรได้ อะไรทำไม่ได้ ไปจนถึงช่วยพัฒนาว่าเราจะทำยังไงให้มันดีขึ้น”

ความสัมพันธ์ของแบรนด์และครูช่างจึงไม่ใช่เพียงธุรกิจ แต่เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น ทั้ง 2 ฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน AHU มีวันนี้ได้เพราะแรงของครูช่าง ส่วนครอบครัวของครูช่างก็ชวนลูกหลานกลับมาสืบทอดงานที่บ้านได้ ครูช่างบางคนเริ่มมีแรงฝึกลูกศิษย์ต่อไป เพราะมี AHU คอยสนับสนุนผลงาน

ช่างของ AHU อยู่ทุกมุมของประเทศ เชียงใหม่ เลย หนองบัวลำภู นครสวรรค์ ถ้าพลิกสินค้าของ AHU ขึ้นมาดู ทุกชิ้นเขียนกำกับไวว่า ‘Human-Made’ (มนุษย์สร้าง) บางชิ้นก็มีลายเซ็นของช่างด้วย 

ราชางานช่างและศิลปะที่ใช้งานได้

กิ่งเองก็เป็นสมาชิกครอบครัวช่างของแบรนด์ AHU เช่นเดียวกัน จึงไม่ใช่แค่สินค้างานไม้ที่มีลายเซ็นครูช่างกำกับ แต่สินค้าไทเทเนียมของแบรนด์ก็มีลายเซ็นของกิ่งกำกับบนสินค้าทุกชิ้นด้วย

 กิ่งภูมิใจกับอาชีพแบล็กสมิธที่สุด เขาชอบมาตั้งแต่เล่นเกม Ragnarok Online จนสมัยเรียนวิศวกรรมศาสตร์ พยายามทำทุกอย่างแบบไม่จ้างใคร เลยเถิดถึงขั้นพยายามทำอุปกรณ์ช่างใช้เองเหมือนแบล็กสมิธ

เราถามเขาว่า ‘แบล็กสมิธ’ คืออาชีพช่างตีเหล็กใช่ไหม กิ่งตอบเราว่า ถ้าจะสืบรากเหง้าของงานช่าง เมื่อขุดลงไปลึกที่สุดก็จะเจอกับอาชีพแบล็กสมิธ จากนั้นเขาเริ่มเล่านิทานให้เราฟังสั้น ๆ 

กาลครั้งหนึ่ง มีพระราชาองค์หนึ่งก่อสร้างอาคารปราสาทใหญ่โตโอ่อ่า เมื่อแล้วเสร็จ พระองค์จัดงานเลี้ยงฉลองให้ช่างทุกคน แล้วตรัสถามช่างแต่ละคนว่า “เจ้าสร้างอะไรให้กับปราสาท”

ช่างได้ยินเช่นนั้น บ้างตอบว่าทำโคมไฟ บ้างตอบว่าทำกระจก บ้างก็ตอบว่าเป็นผู้ประดับตกแต่งเพชรพลอยทั้งหมด จนมาถึงช่างคนสุดท้ายคือแบล็กสมิธที่เนื้อตัวมอมแมมที่สุด เขาตอบพระราชาว่า

“กระหม่อมไม่ได้ทำอะไรให้พระองค์เลย ของที่เห็นในปราสาททั้งหมด ไม่มีอะไรเป็นของกระหม่อมสักชิ้นเดียว แต่เครื่องมือที่ช่างทุกคนใช้ ล้วนมาจากฝีมือของกระหม่อมทั้งสิ้น” 

“เช่นนั้นเจ้าคงเป็นราชาแห่งงานช่างทั้งปวง หากไม่มีเครื่องมือ คงไม่มีงานช่าง” กษัตริย์ตรัส

กิ่งหลงใหลงานแบล็กสมิธจนไปร่ำเรียนวิชากับสมาคม ABANA (Artist-Blacksmith’s Association of North America) หรือสมาคมแบล็กสมิธแห่งทวีปอเมริกาเหนือ ฮับความรู้และศูนย์รวมของแบล็กสมิธที่กว้างขวางที่สุดในโลก ณ สหรัฐอเมริกา ซึ่งสิ่งที่เขาต้องทำให้ได้เพื่อสำเร็จหลักสูตรนี้คือการสร้างสิ่งของตามโจทย์ โดยต้องทำเองทุกขั้นตอน งดใช้เครื่องจักร กิ่งเรียนจบหลักสูตรและได้รับประกาศนียบัตรจากสมาคมในฐานะมนุษย์คนแรกที่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน และเขาไม่ได้เป็นแค่ Blacksmith แต่เขาคือ Artist Blacksmith ที่ต้องผลิตงานออกมาให้สวยและใช้งานได้จริง สิ่งนี้กลายมาเป็นหนึ่งในปณิธานของแบรนด์ AHU ที่ไม่ยอมผลิตสินค้าสวยแต่ใช้ไม่ได้ หรือใช้ได้แต่ไม่สวย 

สินค้าของ AHU ต้องเป็นงานฝีมือที่ใส่ดวงใจของช่างลงไปด้วยทุกชิ้น 

ช่างกิ่งรักและตั้งใจทำผลงานทุกชิ้น ถึงขั้นที่แทบไม่เคยขายผลงานเลยก่อนพบกับพัด

“ผมรักมัน ไม่อยากขาย บางคนโอนเงินมาขอซื้อ ผมต้องโอนคืน ทำใจขายไม่ลง ทุกวันนี้เวลาให้พัดไปขาย ต้องทำเผื่อประมาณ 8 อัน แล้วเก็บอันที่ชอบที่สุดไว้อันหนึ่ง ที่เหลือถึงยอมให้เขาไปขาย”

“ทุกวันนี้ผมต้องมาตื๊อพี่กิ่งว่า ผมขอเหอะ ขอเอาไปขายเหอะ” พัดแซวขำ ๆ 

เพราะสินค้าผลิตได้ทีละน้อยชิ้นมาก ๆ แค่นี้ก็จะไม่พอขายอยู่แล้ว (ฮา)

ช้อนที่ควรใส่ในพินัยกรรม

สาเหตุที่ทำให้ AHU เพิ่มสินค้าไทเทเนียมขึ้นมาไม่ใช่แค่เพราะพัดเจอกิ่ง แต่เพราะเมื่อทำสินค้าจากไม้มาสักพัก ก็พบว่าไม้มีอุปสรรคเรื่องอายุการใช้งาน พวกเขาจึงพยายามหาวัสดุใหม่มาทดแทน 

พัดเห็นว่าไทเทเนียมเป็นวัสดุที่ทนทาน (มาก) และมีน้ำหนักเบา (มาก) แต่ยังไม่ค่อยมีใครนำวัสดุนี้มาประดิษฐ์เป็นงานฝีมือ ตอนแรกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องเริ่มทำอุปกรณ์ไทเทเนียมอย่างไร เลยปรึกษากับแบล็กสมิธคนสนิท กิ่งตอบมาคำเดียวว่า “ทำได้” จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันหาวิธีทำ จนออกมาเป็นช้อนไทเทเนียมหมายเลข 1 ช้อนคันยาวที่ใช้ตักอาหารจากถุงอาหารสำหรับเดินป่าได้แบบถนัดมือ

ไทเทเนียมตอบโจทย์ทุกข้อของ AHU ทั้งสวย ทน เรียบง่าย ใช้ดี 

“ช้อนไทเทเนียมใช้ได้ตลอดชีวิตจริง ๆ นะ เอาไปฝัง 100 ปี ขุดขึ้นมาก็ยังใช้ได้ โดนน้ำก็ไม่เป็นสนิม เวลาไปเดินป่า ถ้าไม่มีน้ำยาล้างจาน ช้อนพวกนี้แค่ล้างน้ำก็ไม่มีคราบมันแล้ว” พัดเล่าด้วยความภูมิใจ

“อ้อ มีข้อควรระวังอย่างเดียว คือระวังหาย” เขาหัวเราะน้อย ๆ

ฝนเสริมว่านี่คือช้อนที่ควรเขียนใส่ไปในพินัยกรรม ใช้เป็นมรดกให้ลูกหลานเลยก็ยังได้ เมื่อก่อนใครคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด สมัยนี้ให้บอกไปเลยว่าคาบช้อนไทเทเนียมมาเกิด โก้กว่ากันเยอะ

AHU for Doomsday

AHU เป็นแบรนด์ที่อยากเป็นขั้วตรงข้ามของโลกวัตถุนิยม และโลกของการใช้แล้วทิ้ง

พวกเขาอยากให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เผื่อว่าวันหนึ่งโลกที่สุขสบายนี้จะผันผวนขึ้นมา

พัดบอกเราว่าเขาชอบคิดตลอดว่าถ้าโลกแตกจะทำยังไง เลยเตรียมเป้ใส่ของจำเป็นไว้ เผื่อว่าวันหนึ่งจะต้องวิ่งหนีตายออกจากบ้าน เพิ่งได้มาใช้ครั้งแรกตอนแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

พวกเขาพยายามติดต่อกับมนุษย์เยาว์วัยตัวจิ๋วอยู่เรื่อย ๆ ด้วยการจัดเวิร์กช็อปให้เด็ก ๆ ได้ลองมาทำช้อนไทเทเนียม พร่ำบอกพวกเขาว่าให้เก็บช้อนที่ตัวเองทำไว้ให้ดี เพราะมันจะอยู่กับเธอไปตลอดชีวิต 

เผื่อวันหนึ่งที่โลกแตก ก็พกช้อนนี้ไว้กินข้าวได้

“ถ้าไม่มีอุตสาหกรรมเกิดขึ้น มนุษย์จะสร้างช้อนได้ยังไง มันเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญนะ” พัดย้ำ เราเดินดูขวาน ค้อน และเบ้าหล่อเหล็กในเวิร์กช็อปอีกสักพัก ความรู้สึกกลัววันสิ้นโลกเมื่อวัยเด็กย้อนกลับเข้ามาในหัว เผลอคิดในใจว่าถ้าขอซื้อช้อนตอนนี้เลย กิ่งจะขายให้เราไหมนะ (แต่ไม่กล้าพูดออกไป) ขอภาวนาให้โลกยังไม่แตก ให้เรามีชีวิตรอดไปอุดหนุนพวกเขาในงาน Thailand Coffee Fest 2025 วันที่ 10 – 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 5 – 8 เมืองทองธานี แล้วเดี๋ยวจะกลับมาเตรียมเป้ของตัวเองบ้างล่ะ

Writer

นวพรรษ สรรประสิทธิ์

สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ยอมทิ้งความเป็นเด็ก ถ้าเลือกพลังวิเศษได้ 1 อย่างอยากมีสกิลการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด ชอบการเดินทางเพราะได้เจอสิ่งใหม่

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน