งาน Adman Awards & Symposium เป็นเทศกาลความคิดสร้างสรรค์ที่ใหญ่สุดในประเทศไทย มีทั้งเวทีสัมมนาและการมอบรางวัล เดิมทีการมอบรางวัลนั้นมีแต่งานของนักสร้างสรรค์ที่เป็นครีเอทีฟในเอเจนซี่โฆษณาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งปี 2018 ที่ ป๋อม-กิตติ ไชยพร รับหน้าที่ประธานตัดสิน เขาจึงสร้างรางวัลในหมวดใหม่ขึ้นมานั่นก็คือ ‘Creativity for Sharing’ เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมซึ่งคิดโดยคนทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นความคิดนอกกรอบแบบไร้กระบวนท่าแต่ว่ามีประสิทธิภาพมาก
กระบวนการได้มาซึ่งรางวัลเหล่านี้ใช้วิธีการเสนอชื่อโดยกรรมการตัดสิน (ทั้งในหมวดนี้และกรรมการหมวดอื่น ๆ ด้วย) แล้วก็ตัดสินโดยกรรมการที่ส่วนใหญ่เป็นสื่อมวลชน คนทำงานด้านความยั่งยืน และครีเอทีฟโฆษณา เพื่อที่จะได้มั่นใจว่า เป็นงานที่สร้างสรรค์และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง
Adman 2024 ปีนี้สนุกขึ้นไปอีกเล็กน้อยเมื่อ พีท-ทสร บุณยเนตร ประธานตัดสินปีนี้เห็นว่าโลกได้หมุนเข้าสู่ยุคของความหลากหลายแล้ว ดังนั้น ชื่องานก็ควรเปลี่ยนจาก Adman Awards & Symposium เป็น AdPeople Awards & Symposium (AdPeople 2024) และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น งาน AdPeople 2024 ในหมวดนี้จึงถูกเสนอชื่อเข้ามามากถึง 50 กว่างาน และคัดสรรจนได้รับรางวัลในหมวด Creativity for Sharing 10 งาน แบบที่ดูแล้วจะทำให้เราเข้าใจว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีเกิดขึ้นได้จากทุกคนจริง ๆ
1.
โครงการถ่ายภาพคนแก่ทั้งหมู่บ้าน
อาสาฯ ถ่ายพอร์เทรตผู้เฒ่าผู้แก่ มอบฟรีเป็นที่ระลึก
Category : Print & Publishing
Brand : WichanPhoto
Creator : WichanPhoto
WichanPhoto เป็นครูสอนถ่ายภาพที่ได้แรงบันดาลใจจากคุณตาคุณยายที่เขาเคยถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ เขาจึงออกเดินทางเพื่อถ่ายรูปให้นางแบบนายแบบสูงวัยตามชนบทแล้วมอบให้ฟรีเป็นที่ระลึก หลายคนอาจมีภาพถ่ายตัวเองมากมายเป็นหมื่นภาพ แต่สำหรับนายแบบนางแบบเหล่านี้นี่อาจจะเป็นภาพถ่ายสวย ๆ รูปแรกและรูปเดียวในชีวิต เป็นการบันทึกความทรงจำที่มีความหมาย และทำให้ทั้งเจ้าตัวและครอบครัวมีรอยยิ้มเมื่อมองเห็นภาพนี้ไปอีกนานแสนนาน

2.
ลอยกระทงดิจิทัล
รักษาประเพณีและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
Category : PR
Brand : กรุงเทพมหานคร
Creator : กรุงเทพมหานคร
งานลอยกระทงเป็นหนึ่งในเทศกาลรื่นเริงที่สร้างความสุขให้ชาวไทยมาเนิ่นนาน จนกระทั่งเมื่อโลกเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คนก็เริ่มตั้งคำถามกับขยะที่เกิดจากการลอยกระทงมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ (แต่ก็ยังเป็นขยะอยู่ดี) บางคนก็แก้ปัญหาด้วยการลอยกระทงออนไลน์ (แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ออกมาเจอกัน) ยังไม่มีใครหาวิธีที่ทำให้เราได้ออกมาเดินตากลมหนาวอ่อน ๆ ริมน้ำในคืนวันเพ็ญด้วยกันโดยไม่สร้างขยะได้ จนกระทั่งกรุงเทพมหานครจัดงานลอยกระทงดิจิทัลขึ้นใน พ.ศ. 2566
กรุงเทพมหานครเปลี่ยนงาน Lighting Installation ที่จัดกันมากมายทั่วกรุงเทพฯ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ให้ตอบโจทย์งานลอยกระทงได้อย่างดีเยี่ยม คือการติดตั้งจอ LED บนผิวหน้าของคลอง ทำโปรแกรมให้ผู้ร่วมงานออกแบบกระทงดิจิทัลของตัวเองแล้วปล่อยลงไปลอยในจอบนคลองได้ เราจึงยังได้ความรู้สึกของเทศกาลรื่นเริงและการลอยกระทงแบบดั้งเดิมโดยลดปริมาณขยะลงได้มหาศาล

3.
แคมเปญอาสาล้างบ้าน
และโครงการช่วยผู้ประสบอุทกภัยของมูลนิธิกระจกเงา
Category : Ad That Works
Brand : มูลนิธิกระจกเงา
Creator : มูลนิธิกระจกเงา
อุทกภัยใหญ่ในภาคเหนือที่เกิดขึ้นในปีนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับคนในพื้นที่ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ก็ยังทิ้งปัญหามากมายให้ผู้ประสบภัย เราจึงเห็นโครงการสร้างสรรค์จำนวนมากที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาหลังน้ำท่วม และเนื่องจากทั้ง 4 โครงการนี้เป็นผลงานของมูลนิธิกระจกเงา เหล่ากรรมการเลยขอรวบไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย

เด็กบ้านกาญจนาฯ อาสาล้างบ้าน
มูลนิธิกระจกเงาร่วมกับศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก กรมพินิจฯ พาเยาวชนต้องโทษที่อยู่ในบ้านกาญจนาฯ ออกมาเป็นอาสาสมัครเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ และรู้สึกถึงความสุขจากการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทางฝั่งผู้ประสบภัยนอกจากจะมีคนมาช่วยล้างบ้านแล้ว ยังได้มองเยาวชนกลุ่มนี้ในมุมใหม่ ได้สัมผัสถึงความเป็นมนุษย์ในตัวของพวกเขา และเหล่าเยาวชนก็ได้เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของตัวเองอีกครั้ง

ลัดฟ้ามาล้างบ้าน บินฟรี 10 ที่นั่งต่อวันจากแอร์เอเชีย
การเดินทางไปเป็นอาสาสมัครช่วยล้างบ้านที่เชียงรายนั้นมีค่าเดินทางไกลที่หลายคนก็ไม่พร้อมจะจ่าย ทางมูลนิธิกระจกเงาจึงทำโปรโมชันพิเศษร่วมกับแอร์เอเชีย แบ่งปันที่นั่งบนตั๋วเครื่องบินฟรี รวมถึงที่พักฟรี และอาหารฟรี แจกตั๋ววันละ 10 ที่นั่ง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและดึงดูดให้อาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นในเวลาที่เร่งด่วนเช่นนี้

รถพุ่มพวง รวมของบริจาค ตระเวนถึงหน้าบ้านผู้ประสบภัย
น้ำท่วมครั้งนี้มีการรับบริจาคของใช้ที่จำเป็นมากมาย มูลนิธิกระจกเงาก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่รับบริจาคและนำของบริจาคไปส่งต่อ ทั้งอุปกรณ์ล้างบ้าน เสื้อผ้าไปจนถึงชุดชั้นใน แทนที่จะตั้งจุดแจกแล้วให้ชาวบ้านเดินทางมารับ กระจกเงากลับบริการผู้ประสบภัยถึงที่ด้วยการนำของมาแพ็กใส่รถพุ่มพวงแล้วขับตระเวนไปในทุกพื้นที่เพื่อให้เข้าถึงผู้ประสบภัยจริง ๆ

ร้านสะดวกหยิบ ร้าน 0 บาทที่เปิดให้คนหยิบของไปเริ่มชีวิตใหม่
นอกจากข้าวของเครื่องใช้สำหรับการดำรงชีพที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ขนส่งผ่านรถพุ่มพวงแล้ว มูลนิธิกระจกเงายังคิดว่า ข้าวของที่ต้องใช้หลังจากล้างบ้านแล้วก็ควรมีวิธีการแจกที่มีประสิทธิภาพ จึงหาพื้นที่ให้เช่าที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ (อุทกภัยแบบนี้เลยยังไม่มีผู้เช่า) นำมาทำเป็น ‘ร้านแบ่งปัน’ นำของที่ได้จากการรับบริจาคมาจัดเรียงเป็นหมวดหมู่แบบร้านสะดวกซื้อ ต่างกันตรงทุกอย่างในร้านนี้ราคา 0 บาท ผู้ประสบภัยหยิบไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ฟรี ๆ โดยที่ทุกครอบครัวจะได้รับคูปองจำนวน 500 แต้มไว้ใช้จับจ่าย เพื่อให้มั่นใจว่าของเหล่านี้จะถูกจัดสรรให้ผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง

4.
ตั้งต้นดี | Restart Academy โรงเรียนสำหรับผู้พ้นโทษ
มากกว่าฝึกอาชีพ แต่ฝึกทักษะชีวิต+จิตใจให้ตั้งต้นใหม่ได้จริง ๆ
Category : Experience Activation
Brand : โรงเรียนตั้งต้นดี(วิสาหกิจเพื่อสังคม)
Creator : บริษัท ตั้งต้นดี เพื่อสังคม จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) โดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ TIJ
จากการเก็บข้อมูลพบว่า หากผู้ต้องขังหางานทำไม่ได้ สุดท้ายก็จะกลับไปทำอาชีพสีเทาเหมือนเดิม และกลับเข้าสู่สถานที่จองจำเช่นเดิม ดังนั้น ถ้าอยากตัดวงจรนี้ ก็ต้องทำให้ผู้ต้องขังหรือผู้พ้นโทษมีทักษะอาชีพ ซึ่งที่ผ่านมามีแต่การฝึกนวดเท่านั้น TIJ จึงทำโครงการกับผู้พ้นโทษ สอนทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็นทั้งเรื่องการเงิน การดูแลจิตใจด้วยการบําบัดพูดคุยเชิงจิตวิทยา และฝึกอาชีพหลากหลายรูปแบบเพื่อให้พวกเขามีอนาคตที่สดใส อาชีพที่ฝึกก็หลากหลายและสร้างสรรค์มาก ทั้งการสอนทำอาหารและจัดเลี้ยงเพื่อทำร้านอาหารอย่างครัวตั้งต้นดี สอนเป็นรุกขกร สอนตัดผมแฟชั่นทำร่วมกับร้านตัดผมจากญี่ปุ่น และอีกมากมาย ถือเป็นความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างชีวิตใหม่ให้อดีตผู้ต้องขังไม่ต้องกลับไปสู่วงจรเดิม ๆ อีก

5.
โรงเรียนนักเดินป่า
โรงเรียนแห่งแรกที่สร้าง ‘นักเดินป่า’ โดยเฉพาะ
Category : Experience Activation
Brand : Outdoor Education
Creator : Outdoor Education
การเที่ยวธรรมชาติอย่างไม่เคารพธรรมชาติและไม่เข้าใจธรรมชาติทำลายธรรมชาติมากกว่าที่เราคิด เพราะมันสร้างผลกระทบกับธรรมชาติในทุกรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้นยังกระทบต่อความสุขของนักท่องเที่ยวด้วยกันเองด้วย เมื่อเห็นว่าประเทศที่ถือว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการเดินป่าของโลกอย่างสวีเดนมีวัฒนธรรมการเดินป่าที่เข้มแข็ง มีข้อบังคับและการสอนการเดินป่าที่เข้มข้น อุทยานแห่งชาติดอยภูคาจึงยกเอาแนวคิดในการจัดการเดินป่าที่ถือว่าคลาสสิกและยั่งยืนที่สุดในโลกอย่าง Fjällräven Classic มาทำเป็นหลักสูตร โรงเรียนนักเดินป่า เพื่อสร้างนักเดินป่าคุณภาพที่จะไม่ทิ้งผลกระทบอะไรไว้กับพื้นที่แม้แต่กระดาษทิชชูแผ่นเดียว โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งจำนวนคนที่สมัครเข้ามาเรียนหลายรุ่น สิ่งที่ได้เรียนรู้และนำไปบอกต่อได้ จนมีอุทยานแห่งชาติที่อื่นนำโครงการนี้ไปขยายผลต่อด้วย

6.
Re-Design ป้ายบอกเส้นทางข้างรถเมล์
Category : Design
Brand : องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ / กลุ่มบัสพร้อมบวก
Creator : องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ / กลุ่มบัสพร้อมบวก
หลายปีมานี้มีการใช้การออกแบบเข้าไปแก้ปัญหาของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ อยู่หลายงาน หนึ่งในงานออกแบบที่ทุกคนน่าจะคุ้นตากันก็คือป้ายรถเมล์โฉมใหม่ที่สื่อสารเรื่องเส้นทางเดินรถแบบเข้าใจง่าย แต่งานนี้ทำให้เราเห็นว่าการสื่อสารเรื่องเส้นทางเดินรถยังทำได้มากกว่าที่ป้ายรถเมล์ นั่นก็คือ ทำบนตัวรถเมล์เลย โครงการนี้เลยเปลี่ยนพื้นที่โฆษณาข้างรถเมล์ให้กลายเป็นสัญลักษณ์บอกจุดจอดของรถเมล์สายนี้แบบดูง่าย เข้าใจง่าย และสวย เห็นแล้วก็อยากเชียร์ให้รถเมล์ทุกสายทำแบบนี้

7.
เหรียญรางวัลอัปไซเคิลจากขยะฝาขวดพลาสติก
กว่า 70,000 ฝา ที่ชาวโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาช่วยกันเก็บจากรอบโรงเรียน
Category : Design
Brand : โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา x วิสาหกิจเพื่อสังคม บจก. ซีโร่ เวสท์ โยโล
Creator : โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา x วิสาหกิจเพื่อสังคม บจก. ซีโร่ เวสท์ โยโล
การเอาฝาขวดน้ำมาหลอมแล้วเป็นผลิตเป็นของอะไรสักอย่างเป็นสิ่งที่เราเห็นกันบ่อยมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การนำมาทำเป็นเหรียญรางวัลก็เห็นกันบ่อยมาก แต่เราชื่นชมโครงการนี้ตรงที่เหรียญรางวัลจากฝาขวดไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้นักเรียนได้เข้าใจและร่วมรับผิดชอบต่อขยะพลาสติก นั่นก็คือ ในวาระครบรอบ 80 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ทางโรงเรียนร่วมกับซีโร่ เวสท์ โยโล่ ทำโครงการชวนอาจารย์และนักเรียนไปช่วยกันเก็บฝาขวดพลาสติกจนได้จำนวนถึงกว่า 70,000 ฝา จากนั้นก็นำมาอัปไซเคิลให้เป็นเหรียญรางวัล 850 เหรียญ ซึ่งแต่ละเหรียญมีลวดลายเพียงหนึ่งเดียวไม่ซ้ำกัน ถือเป็นกิจกรรมเรื่องความยั่งยืนในระดับของโรงเรียนที่น่าชื่นชม

8.
Block โคลน
นำดินโคลนที่ไหลท่วมเมือง มาทำเป็นบล็อกส่งกลับไปสร้างกำแพงกันดินถล่ม
Category : Direct
Brand : มูลนิธิมดชนะภัย
Creator : มูลนิธิมดชนะภัย
โครงการ ‘พาดินโคลนกลับบ้าน’ ของศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดหาทางจัดการโคลนที่ตกค้างอยู่ตามบ้านเรือนในจังหวัดเชียงราย เมื่อน้ำที่ท่วมลดระดับลงแล้ว โคลนเหล่านี้เป็นดินตะกอนจากภูเขาและท้องแม่น้ำจำพวกทรายแป้ง เมื่อนำมาผสมปูนซีเมนต์ในอัตราส่วนที่เหมาะสมจะทำผลิตเป็น TOR Block ที่มีคุณภาพได้ โครงการนี้ก็เลยนำโคลนที่ตกค้างอยู่ในเมือง ซึ่งมีปัญหาว่าจะเอาไปทิ้งที่ไหน นำไปผลิตเป็นอิฐ แล้วก็นำอิฐพวกนี้ไปสร้างกำแพงกันดินถล่มบนพื้นที่สูงเพื่อป้องกันปัญหาจากฝนฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นโครงการที่มีวิธีคิดที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพ และคิดได้เกลี้ยงกลมหมดจดดีจริง ๆ

9.
หมูเด้ง เพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง
KOL สวนสัตว์-ประเทศไทย ขวัญใจระดับโลก
Category : Digital & Social
Brand : สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
Creator : เบนซ์-อรรถพล
ถึงตอนนี้ไม่น่ามีใครที่ไม่รู้จักหมูเด้ง ลูกฮิปโปแคระแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว แล้วก็ไม่ใช่แค่ดังในประเทศไทยแต่ยังสร้างปรากฏการณ์ดังไปทั่วโลก ทุกวงการอย่างไม่น่าเชื่อ ความดังนี้ต้องให้เครดิตกับ เบนซ์ อรรถพล แอดมินเพจ ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ผู้ดูแลหมูเด้ง เขาใช้ความสนิทสนม ความช่างสังเกต และมุมมองพิเศษ ถ่ายทอดความน่ารักของหมูเด้ง ผ่านคอนเทนต์ในสื่อออนไลน์จนคนหลงรักหมูเด้งไปทั้งโลก สร้างปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวล้นสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ทำให้คนสนใจชีวิตของสัตว์ป่ามากขึ้น บางครอบครัวก็มีบทสนทนาดี ๆ เรื่องหมูเด้ง และการชวนกันไปใช้เวลาร่วมกัน กับทริปไปดูหมูเด้ง The Cloud เองก็ยังชวนหมูเด้งมาเป็นพรีเซนเตอร์ช่วยสนับสนุนข้าวล่วงหน้าของกลุ่มเกษตรกรนาอินทรีย์ที่ถูกน้ำท่วม อย่าลืมไปสนับสนุนกันด้วยนะ

10.
บ้านให้ยืม
ตัวกลางหาบ้านที่ถูกทิ้งไว้ ให้คนไร้บ้านเข้ามาอยู่เพื่อดูแลให้
Category : Creative Strategy
Brand : มูลนิธิกระจกเงา
Creator : มูลนิธิกระจกเงา
อย่างที่ทุกคนทราบ บ้านที่ถูกทิ้งร้างแบบไร้คนอยู่ยิ่งปล่อยไว้แบบนั้นยิ่งโทรม ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่ไม่มีบ้านอยู่ มูลนิธิกระจกเงาเลยเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างบ้านที่ไม่มีการใช้งานกับคนไร้บ้าน ให้คนไร้บ้านได้เข้าไปอยู่ฟรี ๆ แลกกับการช่วยดูแลความเรียบร้อยให้บ้านหลังนั้น คนไร้บ้านก็มีบ้านฟรี ๆ เจ้าของบ้านก็มีคนมาช่วยดูแลบ้านให้ฟรี ๆ เป็นโครงการง่าย ๆ ที่เกิดประโยชน์ทุกฝ่ายแบบน่าชื่นชมสุด ๆ

