หากให้นึกถึงจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในจังหวัดพังงา เขาหลักคงเป็นชื่อแรก ๆ ที่คนคุ้นหูกันมากที่สุด ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีฝั่งหนึ่งติดทะเลอันดามัน หาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลสีฟ้าใส อีกฝั่งถนนติดภูเขาป่าดิบชื้นภาคใต้เขียวชะอุ่มตลอดปี คนบางกลุ่มหลีกหนีความวุ่นวายของเกาะภูเก็ตที่อัดแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวขึ้นมาทางเหนือเพียงเล็กน้อย จะได้พบความสงบงามกว่าเกาะภูเก็ต ณ เขาหลัก จังหวัดพังงาแห่งนี้ จากตัวเขาหลักใช้เวลาไม่นานก็เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้ ไม่ว่าจะเป็น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ หรือข้ามฝั่งไปอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ยังได้ ในฤดูท่องเที่ยวมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก เดินป่า ส่วนฤดูมรสุมที่ฝนตกชุก คลื่นลมแรง ที่แห่งนี้ก็ยังคงเป็นสวรรค์ของนักโต้คลื่นและนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก
ปัจจุบันเขาหลักกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังไม่แพ้ภูเก็ต เกิดการก่อร่างสร้างโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านรวง เกิดการลงทุนมากมายจากนักธุรกิจ จากพื้นที่ดั้งเดิมตามธรรมชาติที่มีเพียงทะเล หาดทราย ป่าชายหาด และป่าดิบชื้น พื้นที่ธรรมชาติดั้งเดิมจึงถูกแผ้วถางเพื่อเปิดพื้นที่แก่นักลงทุนสำหรับการผลิตเม็ดเงิน สนองความต้องการให้มนุษย์อย่างเรา ๆ

ไม่น่าเชื่อว่ากว่า 20 ปีก่อน มีนักลงทุนที่ต้องการทำกิจการโรงแรมโดยที่ยังคำนึงสภาพพื้นที่ดั้งเดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เขาต้องเป็นคนแบบไหนกันที่ยอมเสียเวลา เสียต้นทุน มากกว่าคนอื่น ๆ ในการทำธุรกิจนี้ ผู้ก่อตั้ง Khaolak Merlin Resort มีแนวคิดที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติบริเวณที่ตั้งรีสอร์ตอย่างยั่งยืน ในสมัยที่ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังมีน้อยกว่าสมัยนี้ การเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ก็ยังไม่สะดวกสบายเท่ายุคนี้ หลังจากรู้ประวัติก็ทำให้ฉันนับถือใจผู้ก่อตั้งรีสอร์ตแห่งนี้ที่ริเริ่มวางแผนสร้างรีสอร์ต โดยมีจุดประสงค์ที่อยากจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนขึ้นมา
เย็นวันนั้นฉันเลี้ยวรถเข้ามายังถนนที่นำไปสู่รีสอร์ต ถนนต้นทางด้านหน้าคราคร่ำไปด้วยอาคารร้านค้าและนักท่องเที่ยวมากมาย ฉันขับรถผ่านย่านการค้า และโรงแรมอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กัน จากสีฉูดฉาดของอาคารสิ่งปลูกสร้างและแสงไฟวิบวับจากร้านรวงเริ่มเปิดเพื่อเรียกนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาใช้บริการ เข้ามาพบกับความเขียวชะอุ่มของพื้นที่รีสอร์ตและแสงไฟโทนอุ่นสลัวสบายตา สิ่งแรกที่ดึงความสนใจของฉันก่อนจะได้สบตากับแผนกต้อนรับที่ล็อบบี้เพื่อเช็กอิน คือต้นไม้สูงใหญ่ที่รายล้อมบริเวณรีสอร์ต


Khaolak Merlin Resort สร้างขึ้นโดยรักษาธรรมชาติดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด ที่นี่เก็บรักษาและทำนุบำรุงคุณปู่คุณย่าต้นไม้พันธุ์ท้องถิ่นของเขาหลัก พวกท่านยืนตั้งตระหง่านท่ามกลางลมฝนมาหลักสิบหลักร้อยปี แน่นอนว่าพวกท่านฟันฝ่าสึนามิครั้งใหญ่มาด้วย บางท่าน (บางต้น) สูงหลัก 10 เมตร ลำต้นกว้างหลายคนโอบ แม้ฉันไม่ได้มีความรู้เรื่องพืชมากมายนักก็ยังบอกได้ว่าคุณต้นไม้เหล่านี้อายุไม่น้อยแน่นอน นี่ไม่ใช่ลักษณะของต้นไม้ที่จะพบเห็นได้ทั่วไปตามโรงแรมหรือรีสอร์ตอื่นที่เคยไปพักมา มันเหมือนเดินเข้าไปในป่าดิบชื้นของเขตอุทยานแห่งชาติ หากแต่ว่ามีอาคารรีสอร์ตตั้งอยู่อย่างเงียบสงบและกลมกลืน
ระหว่างต้นไม้แต่ละต้นในรีสอร์ต หากสังเกตจะเห็นว่ามีเชือกผูกขึงไว้บางจุดเป็นสะพานเชื่อมเพื่อให้สัตว์ได้เดินไปมาระหว่างต้นไม้แต่ละต้น นอกจากภายในรีสอร์ตแล้วฉันยังเห็นว่ามีเชือกที่เชื่อมต้นไม้จากนอกรีสอร์ตข้ามถนนมาฝั่งในรีสอร์ตด้วย เชือกเส้นนั้นเป็นสะพานลอยข้ามถนนให้กับสัตว์ เนื่องจากมีคนสังเกตเห็นว่ามี ‘นางอาย’ หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ ‘ลิงลม’ เคยเดินข้ามถนนตรงนั้น เพื่อเดินทางหากินระหว่างป่าที่ถูกตัด (โดยถนน) เขาเลยกลัวว่านางอายจะโดนรถชน จึงมีการทำเชือกเป็นสะพานลอยให้นางอายเดินทางสัญจรหากินกันอย่างปลอดภัยมากขึ้น


เช้าวันนั้นฉันยืนดูจุดที่มีเชือกขึงระหว่างต้นไม้อยู่ประมาณ 10 นาที มีเจ้ากระรอกปลายหางดำมาใช้งานกันพอสมควร ตัวหนึ่งวิ่งบนเชือกจากต้นตีนเป็ดไปยังต้นหมากเพื่อแทะกินลูกหมากที่กำลังสุกแดงอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนอีกตัววิ่งปร๋อเพื่อไปกินดอกมะพร้าวช่อฟู ฉันจำได้ว่าเช้าวันนั้นเป็นยามเช้าที่มีเสียงกระรอกหลายตัวสื่อสารกันเจื้อยแจ้ว เสียงเม็ดฝนเปาะแปะหยดลงจากหลังคารีสอร์ต ระคนกับเสียงนกปรอดหน้านวลและนกสีชมพูสวนที่เริ่มเริงร่าออกหากินหลังจากฝนปลายเดือนตุลาคมเริ่มหยุดลงเม็ด

การที่รีสอร์ตรักษาไว้ซึ่งพื้นที่ธรรมชาติดั้งเดิมแบบนี้ นอกจากเป็นประโยชน์โดยตรงให้กับคุณปู่คุณย่าต้นไม้แล้ว ยังเป็นการดึงดูดให้สัตว์น้อยใหญ่เข้ามาแวะเวียนในพื้นที่ แขกผู้เข้าพักจึงได้ยลโฉมสรรพสัตว์แบบใกล้ชิด ทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้ตื่นตาตื่นใจและมีความอยากที่จะทำความรู้จัก-เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์และธรรมชาติอีกด้วย ระหว่างที่ฉันกำลังดื่มด่ำอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ ณ ชานห้องอาหารด้านนอก อยู่ ๆ เจ้ากระรอกปลายหางดำตัวหนึ่งเกิดคึกคักวิ่งผ่านคานของบริเวณห้องทานอาหาร เหมือนอยากโชว์ตัวให้เหล่ามนุษย์ได้เห็นแบบชัด ๆ …และก็ได้ผล! แขกของรีสอร์ตกว่า 80% เป็นชาวต่างชาติ เงยหน้าจากจานอาหารเช้า พากันชี้นิ้วชวนกันเงยหน้าดูเจ้ากระรอกและทำสีหน้าตื่นเต้นกันใหญ่ หลังจากเหตุการณ์นั้นก็บังเกิดความอิ่มเอมขึ้นในใจฉันเล็กน้อย รู้สึกเอาเองลึก ๆ ว่าสิ่งที่เป็นธรรมชาติและแนบเนียนไปในชีวิตประจำวันสามัญธรรมดาแบบนี้แหละ ที่จะค่อย ๆ ทำให้ผู้คนหันมาสนใจอยากทำความรู้จักสัตว์ป่าและสิ่งที่อยู่รอบตัวเรากันมากขึ้น

ไม่เพียงแค่หน้าบ้านของรีสอร์ตที่แสดงให้ฉันได้เห็นว่าทางรีสอร์ตใส่ใจธรรมชาติแค่ไหน แต่เบื้องหลังในรายละเอียดของสิ่งอื่นที่วางตัวกันอยู่อย่างเงียบเชียบในรีสอร์ตก็ทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะสร้างให้รีสอร์ตแห่งนี้มีความยั่งยืนต่อทั้งมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
น้ำเสียจากห้องพักถูกบำบัดโดยจุลินทรีย์และตัวกรองธรรมชาติ ไหลผ่านลำธารที่รีสอร์ตทำขึ้นเพื่อกักเก็บไว้ในบ่อของรีสอร์ตที่เรียกว่าสระมรกต เป็นระบบบำบัดน้ำแบบปิดที่ถูกวางระบบไว้ตั้งแต่ตอนสร้างรีสอร์ต น้ำเสียที่บำบัดแล้วและกักเก็บไว้ในบ่อจะนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ภายในรีสอร์ต ทำให้ที่นี่ไม่มีการปล่อยน้ำเสียสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก และยังช่วยประหยัดน้ำอีกด้วย แถมในลำธารของรีสอร์ตยังมีการเลี้ยงปลาที่ช่วยกินลูกน้ำของยุงและแมลงเพื่อควบคุมประชากรแมลงไม่ให้มากเกินไป ยิ่งพอได้รู้แบบนี้ฉันก็ยิ่งทึ่งในความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่ผู้สร้างมีมาตั้งแต่เมื่อเริ่มก่อสร้างรีสอร์ตแห่งนี้จริง ๆ

นอกจากเรื่องน้ำก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น เศษอาหารเหลือในแต่ละวันจะถูกนำไปทำเป็นปุ๋ย มีการแยกขยะอย่างจริงจัง โดยขวดหรือกระป๋องที่รีไซเคิลได้จะถูกส่งไปยังโรงงานรีไซเคิลท้องถิ่น มีการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์และของใช้ต่าง ๆ ในห้องพัก หากใครมีโอกาสได้มาพัก ณ รีสอร์ตแห่งนี้ก็อยากให้สนุกกับการสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เช่นกัน
คืนนั้นหลังจากกลับมาจากการเดินส่องสัตว์กลางคืนรอบ ๆ รีสอร์ต (เสียดายที่ไม่เจอนางอายและนกเค้าป่าหลังจุด สัตว์ป่าไฮไลต์ของที่นี่เลย) ฉันนอนคิดอยู่บนฟูกแสนนุ่มบนเตียงคิงไซซ์ภายในห้องพักขนาด 37 ตารางเมตร ว่าทำไมผู้ก่อตั้ง ผู้บริหาร หรือใครก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้อง เขาถึงคิดคำนึงเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขนาดนี้ ทั้งที่ถ้าเป็นนักธุรกิจส่วนใหญ่ทั่วไปเขาคงสนใจแต่เม็ดเงินและผลกำไรให้เข้ากระเป๋าได้มากที่สุดด้วยวิธีที่สะดวกสบายและง่ายที่สุด แต่ที่นี่มีทั้งการวางระบบ เก็บข้อมูล ร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งการเป็นรีสอร์ตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การทำสิ่งเหล่านี้ต้องแลกมาด้วยการใช้เงินทุนที่เยอะขึ้น แรงงานที่เยอะขึ้น การบริหารจัดการที่ยุ่งยากขึ้นหรือเปล่า และคิดไปถึงว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการอื่นหันมาสนใจการทำธุรกิจที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกับสิ่งอื่น ๆ นอกจากมนุษย์ได้บ้างแบบ Khaolak Merlin Resort แห่งเขาหลัก จังหวัดพังงาแห่งนี้

เพราะโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงแค่มนุษย์เผ่าพันธุ์เดียว แต่ยังคงมีพืช สัตว์ สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตอื่น ๆ ที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยและร่วมมือกันหมุนเวียนวัฏจักรของดาวเคราะห์ดวงนี้ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน การที่มนุษย์ยังไม่หลงลืมที่จะคำนึงถึงชีวิตอื่นในธรรมชาติ ไม่หลงลืมที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมรอบกาย สุดท้ายแล้วสักวันหนึ่งผลประโยชน์จะย้อนคืนกลับมาเอื้อเฟื้อเกื้อกูลตัวมนุษย์เอง ให้ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อย่างสุขกายสบายใจ
ให้ผืนป่าและท้องทะเลยังมีแหล่งอาหารให้เรากิน
ให้ผืนดินยังอุดมสมบูรณ์ให้เราเพาะปลูกได้
ให้สภาพฟ้าฝนยังคงไม่โหดร้ายเกินไป
ให้อากาศยังคงบริสุทธิ์พอให้เราได้หายใจ
ขอบคุณทุกสรรพสิ่งที่ยังคงทำหน้าที่ในธรรมชาติและเกื้อหนุนกันตลอดมา
