10 มกราคม 2025
804

ฮ่องกงที่คุณรู้จักเป็นอย่างไร

แหล่งช้อปปิ้งที่คุณจะไม่พลาดเทรนด์ฮิตสักเทรนด์เดียว ต้นตำรับอาหารและร้านมิชลินสตาร์ ตึกสูงระฟ้า ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การคมนาคมทันสมัย แหล่งกำเนิดความบันเทิงระดับท็อปของเอเชีย หรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันดับ 1 ด้านการประทานพรเรื่องการงาน การเงิน หรือความรัก

จะติ่มซำ ดิสนีย์แลนด์ หว่องกาไว หรือวัดหวังต้าเซียน ไม่ว่าคุณจะจดจำฮ่องกงแบบไหน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่คนจำนวนมากแวะเวียนมาที่ฮ่องกงซ้ำ ๆ ได้ไม่มีเบื่อ

ไม่นานมานี้ ได้ยินมุกตลกที่บอกว่า วิธีแยกระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนฮ่องกง คือให้ดูจากเสื้อผ้าที่ใส่ ถ้าแต่งตัวสวยตามเทรนด์แปลว่านักท่องเที่ยว เพราะคนฮ่องกงเวลานี้ฮิตใส่เสื้อผ้าออกกำลังกายมาก

ทันทีที่เท้าแตะท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ดิฉันก็พบคำตอบ 

ความสนุกของการเห็นคนที่นี่สไตลิ่งชุดออกกำลังกาย ไม่ต่างจากการเฝ้าดูวัยรุ่นเกาหลีใต้ใส่เสื้อผ้าสีคุมโทนทั้งเมือง และเมื่อรวมกับภาพรวมของธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากทั่วทุกมุมโลกที่เติบโตเร็วมากในฮ่องกง ยิ่งทำให้สนใจอุตสาหกรรมแฟชั่นของที่นี่

เป็นโอกาสที่ดีที่สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำกรุงเทพมหานคร (HKETO Bangkok) และรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงผู้จัดงาน Hong Kong Fashion Fest 2024 ชวนสื่อไทยอย่าง The Cloud เข้าร่วมเปิดโลกแฟชั่นครั้งนี้ด้วย

‘Hong Kong Fashion Fest’ หรือเดิมชื่อ Hong Kong Fashion Design Week เป็นงานที่ตั้งใจส่งเสริมแบรนด์แฟชั่นและสิ่งทอของฮ่องกง และเพื่อสร้างแบรนด์ฮ่องกงให้เป็นศูนย์กลางการออกแบบแฟชั่นในภูมิภาคเอเชีย ไม่เพียงจัดเวทีเสวนาความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ยังลุกมาจัดแสดงแฟชั่นโชว์กูตูร์ผลงานดีไซเนอร์ระดับโลก ไปจนถึงนิทรรศการแฟชั่นและศิลปะ 

หัวใจสำคัญของการมาร่วมงานเทศกาลแฟชั่นนี้ คือความสร้างสรรค์และความสำคัญของวัฒนธรรมที่มีผลต่อแฟชั่น โดยจะขอเล่าผ่าน 6 แรงบันดาลใจจาก Hong Kong Fashion Fest ดังต่อไปนี้

#01

Guo Pei: Fashioning Imagination

นิทรรศการเสื้อผ้ากูตูร์ที่รวมความเป็นราชวงศ์จีนและราชสำนักยุโรปในคราวเดียว 

เดิมเป็นคนชอบดูงานนิทรรศการออกแบบเสื้อผ้า ผ่านตากูตูร์มาไม่น้อย

นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นแฟชั่นชั้นสูงแบบสูงจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝีมือการตัดเย็บระดับสูง แต่รองเท้าที่ออกแบบให้ใส่ประกอบชุดก็มีความสูงมาก จนไม่รู้ว่าจะตกใจการใช้คู่สีของเลื่อมปักหรือความสูงของรองเท้ากันแน่

Guo Pei: Fashioning Imagination คือนิทรรศการแสดงผลงานโอต์กูตูร์กว่า 40 ชิ้นของ กัว เป่ย ศิลปินกูตูร์ชาวจีนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งจัดแสดงงานครั้งแรกในเอเชียตะวันออก

กัว เป่ย ถือเป็นหนึ่งในนักออกแบบแฟชั่นร่วมสมัยรุ่นแรกของจีน ไม่เพียงนำเสนอความประณีตของงานฝีมือดั้งเดิม เทคนิคการเย็บปักขั้นสูง และการออกแบบกูตูร์ที่หรูหรา นิทรรศการนี้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการแสดงพลังของแฟชั่นและศิลปะที่เปลี่ยนโลกได้

ไฮไลต์ของงานนี้นอกจากชุดโครงสร้างล้ำ ๆ พร้อมลายปักอลังการ ยังมีชุดกระโปรงยาวกว่า 4 เมตร สีเหลืองทอง จากคอลเลกชัน 1002 Nights ซึ่ง ริฮานนา (Rihanna) สวมใส่ในงาน Met Gala ปี 2015 ไปจนถึงชุดจากคอลเลกชันแรก ๆ ซึ่งดึงดูดสายตาเราสุด ๆ เพราะเป็นชุดกระโปรงบาน แพตเทิร์นสนุก ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการพับกระดาษในวัยเด็กของ กัว เป่ย ระหว่างดูงานก็คิดถึงสมัยก่อนที่อดหลับอดนอนวาดรูปชุดกี่เพ้าร่วมสนุกชิงรางวัลกับซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ

Guo Pei: Fashioning Imagination
  • ที่ M+ Museum (แผนที่)
  • จัดแสดงถึงวันที่ 6 เมษายน ปี 2025
#02

แฟชั่นอาวองการ์ดของ Kay Kwok

ผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่นด้วยสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับรากเหง้าทางวัฒนธรรม

Hong Kong Fashion Fest เป็นเทศกาลแห่งชาติที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Cultural and Creative Industries Development Agency หรือ CCIDA), คณะกรรมการแฟชั่นแห่งฮ่องกง (Hong Kong Fashion Council หรือ HKFC) และคณะกรรมการสิ่งทอแห่งฮ่องกง (Textile Council of Hong Kong) เพื่อแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์ของฮ่องกงว่าจะสร้างผลลัพธ์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมได้อย่างไร

หลังใช้เวลากว่า 2 ปียกระดับฮ่องกงจากการเป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งไปสู่การเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ เปิดบทสนทนาเรื่องการออกแบบและธุรกิจยั่งยืน เพื่อปักธงฮ่องกงบนเวทีแฟชั่นระดับโลก พวกเขาก็พร้อมเปิดงานด้วยแฟชั่นโชว์จาก 4 ดีไซเนอร์กูตูร์ชื่อดัง ภายใต้คอนเซปต์ ‘VIRTUOSE : The Artistry of Couture’ ซึ่ง The Cloud มีโอกาสพูดคุยกับแต่ละคนสั้น ๆ ถึงเบื้องหลังการทำงาน 

เริ่มต้นที่ Kay Kwok ดีไซเนอร์จากฮ่องกงคนแรกที่ได้แสดงแฟชั่นโชว์ที่ลอนดอน

หลังจากเรียนจบปริญญาโทด้านการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายจาก London College of Fashion ฝึกงานกับ Alexander McQueen และเป็นคนฮ่องกงคนแรกที่ได้รับรางวัล Mittelmoda The Fashion Award 

Kay Kwok ก็ใช้ความหลงใหลนวัตกรรมพัฒนาและสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่แปลกล้ำนำสมัยภายใต้แบรนด์ KWK by KAY KWOK เช่น การใช้เทคโนโลยี AI และการพิมพ์ 3 มิติสร้างชิ้นงานเหนือจริง คล้ายประติมากรรมที่สวมใส่ได้ อย่างวงกลมโปร่งแสงสีเขียวมะนาว แจ็กเกตโอเวอร์ไซซ์ที่มีไหล่ขนาดใหญ่เกินจริง หรือเครื่องประดับทรงคล้ายทูบาสีทองที่มีขนาดใหญ่ 

ด้วยมุมมองการออกแบบที่โดดเด่น ทำให้เขาได้ร่วมงานกับแบรนด์ ศิลปิน และนักดนตรีระดับโลก เช่น Sony, Nike, Dormeuil, Beyoncé, Björk, Aaron Kwok, Karen Mok, CoCo Lee, Joey Yung และ Muse 

และไม่เพียงงานออกแบบที่ล้ำสมัย งานของเขามักแฝงกลิ่นอายและรากเหง้าความเป็นจีน ชวนให้คิดถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างอัตลักษณ์และวัฒนธรรม นอกจากนี้ เขายังเป็นคนออกแบบชุดให้ Beyoncé สำหรับการแสดง Renaissance World Tour ในปี 2024 อีกด้วย 

“การได้เห็น Beyoncé สวมชุดที่ออกแบบโดยผมเป็นเกียรติที่เหลือเชื่อ” Kwok เล่าพร้อมรอยยิ้มกว้าง

#03

แฟชั่นอันฝันเฟื่องของ Charles de Vilmorin

นักออกแบบดาวรุ่งผู้สร้างความแปลกใหม่ให้วงการรกูตูร์ในฝรั่งเศส

พูดถึงแฟชั่นกูตูร์ ก็ต้องมีตัวแทนนักออกแบบจากฝรั่งเศส และเขาก็คือ Charles de Vilmorin ดาวรุ่งกูตูร์วัย 27

หลังจากเปิดแบรนด์ของตัวเองใน Instagram เมื่ออายุ 23 Charles ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Creative Director ของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากปารีสอย่าง Rochas ทำให้เขากลายเป็นนักออกแบบกูตูร์ที่อายุน้อยที่สุดในวงการแฟชั่นชั้นสูง 

ด้วยความหลงใหลในศิลปะสไตล์ Surrealism และลวดลายอันซับซ้อน ส่งผลให้ผลงานการออกแบบนั้นไม่เหมือนใคร เต็มไปด้วยสีสันสดใสและลวดลายที่ดึงดูดสายตา 

“สำหรับผม กูตูร์คือเสรีภาพและความคิดสร้างสรรค์”

จากข้อมูลสาแหรกครอบครัว เราพบว่าพรสวรรค์การใช้สีสันและจิตวิญญาณด้านศิลปะ โดยเฉพาะลวดลายดอกไม้ของ Charles นั้นสืบทอดกันมาทางสายเลือด เขามีปู่เป็นนักพฤกษศาสตร์ มีปู่ทวดเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเมล็ดพันธุ์ แถมยังมีทวดเป็นนักเขียนนิยายอาวองการ์ด ส่งผลให้ทุกคอลเลกชันของเขาโดดเด่นอยู่เสมอ 

อย่างคอลเลกชันที่นำมาแสดงที่ฮ่องกง เป็นชุดกระโปรงที่มีโครงสร้างแปลกตา ภายใต้ผ้าพลิ้วไหวนั้น Charles ออกแบบให้แขนเสื้ออยู่ติดกับลำตัว ไปจนถึงการใช้ขนนก หมวกขนาดใหญ่ และกระเป๋าถือในทรงโอเวอร์ไซซ์ สะท้อนความดรามาติกที่ชวนให้ติดตาม

ปัจจุบันไม่เพียงออกแบบเสื้อผ้าภายใต้ชื่อและแบรนด์ของตัวเอง เขายังรับงานออกแบบตกแต่งคริสต์มาสให้ Galeries Lafayette ร่วมออกแบบร้านอาหาร Moët in Paris กับ Yannick Alléno เชฟชื่อดังและแบรนด์ Moët & Chandon และออกแบบชุดการแสดงภาพวาด ‘Liberté’ ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีสอีกด้วย

“ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการสร้างความประหลาดใจในงานอยู่เสมอ” เขากล่าวทิ้งท้าย

#04

แฟชั่นชุดที่มีชิ้นเดียวในโลก ของ Mohamed Benchellal

ประติมากรผู้สนุกกับการแต่งตัวให้ผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจ

ในงานแฟชั่นโชว์ที่ฮ่องกง Mohamed Benchellal เป็นดีไซเนอร์เพียงคนเดียวจาก 4 คนที่นำเสนอผลงานโดยไม่มีการเดินแบบ

“เพราะทุกชิ้นที่ทำเป็นงานที่มีชิ้นเดียวในโลก ผมจึงไม่มีอะไรให้โชว์บนรันเวย์ ถ้าจะมีก็ตัวผมเองนั่นแหละคือโชว์” นักออกแบบตรงหน้าเราพูดพร้อมกับยิ้มขำ

Mohamed Benchellal คือนักออกแบบชาวดัตช์เชื้อสายโมร็อกโก เกิดและเติบโตในครอบครัวช่างเย็บผ้า จึงหลงใหลการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก หลังเรียนจบจากโรงเรียนแฟชั่นชั้นนำในอัมสเตอร์ดัม เขาเริ่มทำแบรนด์ของตัวเองด้วยเงินทุนที่มีจำกัด ซื้อผ้าค้างสต็อกราคาถูกจากตลาดมาตัดเย็บเป็นชุดราตรีที่สวยหรู นั่นทำให้ใครต่อใครยกให้เขาเป็นดีไซเนอร์สายแฟชั่นยั่งยืน

“ผมไม่ได้เป็นฮีโร่ที่จะช่วยโลกหรอก ผมแค่ไม่มีเงินมากพอจะซื้อผ้าราคาแพงมาทำเสื้อผ้า แม้ตอนนี้จะหาผ้าได้มากตามต้องการ แต่ผมก็ยังเลือกใช้ผ้าค้างสต็อกหรือผ้าที่เป็นส่วนเกินจากการผลิตในอุตสาหกรรม สิ่งที่น่าสนใจคือผมควบคุมปริมาณผ้าที่หามาไม่ได้ และผมชอบทำงานแบบนี้ ราวกับมีโชคชะตาหรือจักรวาลมาช่วยชี้นำ”

ในงานออกแบบ เขาเลือกที่จะใช้ผ้าสีเดียวกันทำชุดทั้งชุด ซึ่งทำให้งานออกแบบที่ซับซ้อนยิ่งดูโดดเด่น และหากไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าชุดกระโปรงตรงหน้าทำจากผ้าส่วนเกินจากอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะโครงสร้างและซิลูเอตของชุดนั้นประณีตราวกับงานสถาปัตยกรรม และเมื่อเห็นเทคนิคการจับจีบและฟังกระบวนการตัดเย็บที่ไม่มีเศษทิ้งเหลือ ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะได้รับการยอมรับอย่างมากในวงการแฟชั่นชั้นสูงเวลานี้ 

แม้ว่าเขาจะไม่ออกคอลเลกชันตามฤดูกาล ไม่จัดแฟชั่นโชว์หรือทำการตลาดใด ๆ แต่ได้รับการสนับสนุนจากสื่อนิตยสารชั้นนำ เช่น Vogue, Harper’s BAZAAR, ELLE และ Vanity Fair

ทั้งยังคว้ารางวัลมากมาย เช่น Vogue Fashion Prize ปี 2020, รางวัลจาก Fashion Trust Arabia ปี 2021, รางวัล Fashion Innovator of the Year จากงาน EMIGALA ปี 2022 และรางวัล Cultuurfonds Mode Stipendium ปี 2023 และเป็นที่ต้องการของสุภาพสตรีชั้นนำทั่วโลก เช่น Queen Rania แห่งจอร์แดน, Queen Maxima แห่งเนเธอร์แลนด์, Sharon Stone, Alicia Keys, Priyanka Chopra, Naomi Campbell และ Iris Apfel 

คนอาจจะมองเสื้อผ้าเป็นเพียงเปลือกที่ห่อหุ้ม แต่สำหรับ Mohamed การสร้างสรรค์เสื้อผ้ามาพร้อมมิตรภาพใหม่ “คุณได้เห็นตัวตน ความเปราะบาง และความไม่มั่นใจของพวกเขา” Mohamed เล่าส่วนที่เขาชอบที่สุดในงานที่ทำ 

ที่น่าสนใจ คือเขาไม่มีแผนการขยายแบรนด์ “ผมไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้คนทั้งโลก แค่ได้แต่งตัวให้ผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจเพียงไม่กี่คน ผมก็ถือว่าได้ทำตามความฝันของผมแล้ว”

#05

แฟชั่นชุดคอร์เซตจากคอขวดเครื่องเคลือบแจกันจีน ของ Cheney Chen

ช่างฝีมือผู้ขยายขอบเขตความงามแบบจีนดั้งเดิมในโอต์กูตูร์

ทันทีที่เพลงบรรเลง นางแบบในชุดราตรีทรงแปลกตาก็ค่อย ๆ เยื้องย่างตามทางเดิน จะว่าแปลกตาก็ไม่ใช่ จะว่าคุ้นตาก็ไม่เชิง เมื่อพูดคุยกับ Cheney Chen จึงได้รู้ว่าเขาใช้แรงบันดาลใจจากความเว้าของคอขวดเครื่องเคลือบจีนโบราณมาออกแบบโครงสร้างเสื้อผ้าจนได้ซิลูเอต Feng Ya Qi ที่เป็นเอกลักษณ์

หลังจากใช้เวลานับ 10 ปี เป็นนักออกแบบที่ต้องคอยนำเสนอเสื้อผ้าให้เข้ากับเทรนด์และความต้องการของตลาด Cheney Chan ตัดสินใจเปิดแบรนด์โอต์กูตูร์เพื่อเติมเต็มความต้องการของตัวเอง แทนที่จะหยิบลวดลายงานศิลป์มาตีความใหม่อย่างนักออกแบบทั่วไป Cheney มีเป้าหมายที่อยากจากสร้างสรรค์งานที่ลึกซึ้งกว่านั้น อย่างการศึกษาถึงแก่นแท้ของเครื่องเคลือบโบราณทั้งรูปทรงและพื้นผิวที่หลากหลาย 

“ผมชอบสิ่งที่ดูเร้าใจ แต่แฟชั่นจีนที่ผ่านมาไม่ค่อยมีความดราม่านั้นจะต้องไม่ดูโดดเด่นหรือเรียบจนเกินไป ทุกอย่างต้องสมดุล ซึ่งผมไม่ชอบแบบนั้น” เมื่อตีโจทย์ว่าผู้หญิงทุกคนคือดอกไม้ ต่างมีธรรมชาติความสวยงามและความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ชุดในรูปทรงแจกันนี้จึงมาพร้อมโครงสร้างพิเศษที่ทำมุม 45 องศาบริเวณช่วงสะโพก เป็นความโดดเด่นในแบบ Cheney ทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริง (ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากสำหรับโอต์กูตูร์) และวิธีที่เขานำวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ของจีนมาตีความใหม่อย่างชาญฉลาด

#06

The Beauty of Workwear

นิทรรศการที่พาไปสำรวจวิวัฒนาการแฟชั่นในชุดช่าง 

ในโลกแฟชั่นที่ให้สปอตไลต์กับแฟชั่นชั้นสูงของผู้หญิง นิทรรศการ The Fashion Union – A Platform to Celebrate the Beauty of Workwear ทำให้เราไม่ลืมว่างานออกแบบที่ดีไม่ได้มีแค่ความงามเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจการใช้งานของผู้สวมใส่ เข้าใจบริบทและความจำเป็นของชีวิตอย่างลึกซึ่ง

เครื่องแบบอาจสะท้อนจิตวิญญาณองค์กร แต่เสื้อผ้าทำงานเฉลิมฉลองความเป็นมืออาชีพของแรงงานและผู้สร้างสรรค์เสื้อผ้า นิทรรศการนี้จัดโดย สถาบันการออกแบบฮ่องกง หรือ Hong Kong Design Institute (HKDI) นำเสนอเสื้อผ้าจากคลังสะสมของ The Vintage Showroom ผู้เก็บรวบรวมเสื้อผ้าวินเทจจากลอนดอน นิทรรศการนี้ไม่เพียงจัดแสดงเสื้อผ้าในอดีต แต่พาไปสำรวจและทำความรู้จักเสื้อผ้าในมุมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่มักถูกมองข้าม ผ่านเสื้อแจ็กเกตผ้าลินินหนาของเกษตรกรฝรั่งเศส ชุดป้องกันไฟของนักดับเพลิง เสื้อคลุมของสาวโรงงาน ไปจนถึงชุดคลุมสำหรับสภาพอากาศสุดขั้วของคนงานในแอนตาร์กติก แต่ละชิ้นเล่าเรื่องราวของการปรับตัวและความเข้มแข็งของมนุษย์ 

เสื้อผ้าเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่สิ่งที่สวมใส่ แต่เป็นหลักฐานทางเศรษฐกิจที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงงาน เทคโนโลยี และการออกแบบ

“พวกเขาอาจมองกระดุมเก่า ๆ แล้วคิดไอเดียใหม่สำหรับคอลเลกชันอนาคต” Douglas Gunn ผู้ร่วมก่อตั้ง Vintage Showroom และคิวเรเตอร์ของนิทรรศการนี้เล่า ซึ่งนอกจากรวบรวมเสื้อผ้าชุดทำงานในอดีตแล้ว ในงานยังจัดแสดงผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดทำงานของอาชีพต่าง ๆ

แม้ว่าจะเป็นเพียงนิทรรศการเล็ก ๆ และปิดการจัดแสดงไปแล้ว แต่ก็ยังคงอยากพูดถึงนิทรรศการนี้เผื่อว่าใครมีโอกาสเดินทางไปฮ่องกงต้องไม่พลาดชมงานดี ๆ ที่แวะเวียนจัดแสดงที่นี่ตลอดปี

Hong Kong Design Institute (HKDI)

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

แม่บ้านและฝ่ายจัดซื้อจัดหานิตยสารประจำร้านก้อนหินกระดาษกรรไกร ผู้ใช้เวลาก่อนร้านเปิดไปลงเรียนตัดเสื้อ สานฝันแฟชั่นดีไซเนอร์ในวัย 33 ปัจจุบันเป็นแม่ค้าที่ทำเพจน้องนอนในห้องลองเสื้อบังหน้า ซึ่งอนาคตอยากเป็นแม่ค่ะ