18 ตุลาคม 2025
480

ฟุตบอลโลกใกล้จะวนมาถึงอีกครั้งในปี 2026 รายการแข่งขันนี้มีมาเกือบ 100 ปีแล้ว ผมมีโอกาสไป ‘พิพิธภัณฑ์สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ’ หรือ ‘พิพิธภัณฑ์ฟีฟ่า (FIFA Museum)’ ที่เมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดชมวิวทิวทัศน์อย่างทะเลสาบซูริคไม่กี่ร้อยเมตร จึงขอเก็บบรรยากาศมาฝาก และเล่าถึงสิ่งจัดแสดง 15 ชิ้นที่ผมชื่นชอบ เพราะพวกมันเล่าเรื่องราวในอดีตได้อย่างมีพลังจริง ๆ

ผมเดินมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จากสถานีรถไฟกลาง เดินตามถนนบาห์นฮอฟชตราสเซอ (Bahnhofstrasse) หนึ่งในถนนขายปลีกที่แพงที่สุดในยุโรป เดินจนสุดถนนจะเจอทะเลสาบซูริค เลี้ยวขวาแล้วเดินต่อไปจนสุดอีกถนนหนึ่ง จนเจอสถานีรถไฟเล็กชื่อ ‘เอ็งเกอ (Enge)’ พิพิธภัณฑ์อยู่ละแวกเดียวกัน 

หลังจากซื้อตั๋วเข้าไปและเก็บกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์ ซึ่งล็อกเกอร์แต่ละตู้มีชื่อนักฟุตบอลในตำนานของแต่ละประเทศ เช่น เดนิส ลอว์ (Denis Law), จอร์จ เบสต์ (George Best), เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ฯลฯ ผมว่าตรงนี้มีลูกเล่นดี แถมทำให้จำง่ายขึ้นว่าของตัวเองอยู่ตรงไหน 

1. หมวกทีมชาติของบิลลี่ เมเรดิท 

ปัจจุบันทีมชาติฟุตบอลในสหราชอาณาจักรจะให้หมวกกับผู้เล่นทุกคนที่ติดทีมชาติ ซึ่งหมวกใบนี้เป็นของ บิลลี่ เมเรดิท (Billy Meredith) ปีกจากเวลส์ที่มีความสามารถในการครองบอลดีเด่น การจ่ายบอลและเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก็เยี่ยมไม่หยิ่งหย่อน 

บิลลี่ เมเรดิท เป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในยุคทศวรรษ 1900 และเล่นฟุตบอลอาชีพกับแมนฯ ซิตี้นานที่สุด แต่ได้แชมป์ลีกอังกฤษ 2 ครั้งกับแมนฯ ยูไนเต็ด การที่หมวกของเขาจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ฟีฟ่า ถือเป็นตัวแทนของยอดนักฟุตบอลก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ฟุตบอลในสหราชอาณาจักรเจริญแล้ว แต่ส่วนอื่น ๆ ของโลกยังตั้งไข่อยู่

2. โปสเตอร์ฟุตบอลโลกปี 1934

ฟุตบอลโลกเริ่มแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1930 โดยฟีฟ่าต้องการมีรายการชิงแชมป์โลกของตัวเอง ไม่ต้องไปผูกกับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 

ผมชอบโปสเตอร์ฟุตบอลโลกปี 1934 ซึ่งจัดที่อิตาลีมากที่สุด การแข่งขันเป็นระบบแพ้คัดออก โปสเตอร์ที่สีสันสวยงามนี้แสดงถึงสายการแข่งขัน ฟุตบอลโลกตอนนั้นมีแค่ 16 ทีม ให้โควตาทีมจากยุโรปถึง 12 ทีม จากทวีปอเมริกาทั้งเหนือและใต้รวมกัน 3 ทีม และทวีปแอฟริกากับเอเชียรวมกัน 1 ทีม (มีแค่อียิปต์กับปาเลสไตน์ที่มาสมัคร)

ถ้าสังเกตในโปสเตอร์จะเห็นธงสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโกอยู่ด้วยกัน เพราะสหรัฐอเมริกาส่งใบสมัครช้า คณะกรรมการจึงเชิญทั้ง 2 ชาติไปแข่งที่อิตาลี ทีมที่ชนะจะได้อยู่ต่อ สหรัฐอเมริกาได้ อัลโด โดเนลลี (Aldo Donelli) ยิงทั้ง 4 ประตู ชนะ 4 – 2 ก่อนจะไปแพ้เจ้าภาพอย่างอิตาลีในรอบต่อมา อิตาลีชนะเชโกสโลวาเกีย 2 – 1 หลังต่อเวลาพิเศษในรอบชิงชนะเลิศ 

3. รถไฟจำลองฉลองแชมป์ปี 1954 ของเยอรมนีตะวันตก

ฟุตบอลโลกปี 1954 จัดที่สวิตเซอร์แลนด์ การแข่งขันในปีนั้นยิงเฉลี่ย 5.4 ประตูต่อเกม นับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ คู่ชิงชนะเลิศที่กรุงเบิร์นในปีนั้นคือฮังการีกับเยอรมนีตะวันตก ฮังการีไม่แพ้มา 31 นัดติดต่อกันก่อนเกมนี้ 

ในทางสถิติ อ้างจากการจัดอันดับ Elo (การคำนวณระดับทักษะของผู้เล่นในเกมที่มีผลแพ้ชนะชัดเจน) ถือว่าฮังการีเป็นทีมอันดับ 1 ของโลก นักเตะชุดนั้นมีความฟิตเป็นที่ตั้ง วิ่งขึ้นลงได้ทั้งสนาม ดาราของทีมมีตั้งแต่นายประตูอย่าง โกรซิกส์ กลางรับอย่าง บอสซิค กลางรุกอย่าง ฮิเด็คคูติ และข้างหน้ามี ปุสกัส ค็อคซิส และ ชีบอร์ สลับกันเล่นเกมรุก

เยอรมนีตะวันตกนั้นเป็นทีม 5 อันดับแรกของโลก แต่เป็นชาติที่ยังไม่มีฟุตบอลอาชีพด้วยซ้ำ (ลีกสูงสุดอย่างบุนเดสลีกา โครงสร้างปัจจุบันเกิดขึ้นในปี 1963) นักฟุตบอลจึงต้องทำงานอื่นหรือเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวแล้วเอาเวลาว่างไปซ้อมฟุตบอล ดาวดังของทีมเยอรมนีตะวันตกมี ฟริตซ์ วอลเตอร์ ผู้เล่นตำแหน่งกลางรุก ตำนานสูงสุดของทีมไกเซอร์สเลาเทิร์น และข้างหน้ายังมี เฮลมุท ราห์น กองหน้าของทีมเอสเซน 

การเตรียมตัวของเยอรมนีตะวันตกดีกว่าชัดเจน พวกเขาไล่ยิงออสเตรีย 6 – 1 ในรอบรองฯ แต่ฮังการีต่อเวลาพิเศษก่อนชนะอุรุกวัย 4 – 2 ก็แน่นอนว่า เล่นนานกว่า โรงแรมของนักฟุตบอลเยอรมันฯ เงียบสงบมากกว่า ในเกมนั้น ฮังการีนำก่อน 2 – 0 ตั้งแต่ 8 นาทีแรก เยอรมนีตะวันตกตีเสมอในนาทีที่ 18 ฮังการีบุกเยอะกว่าหลังจากนั้น แต่นายประตู โทนี่ ทูเร็ค เซฟไว้ได้มากกว่า 10 ครั้ง ราห์นยิงประตูชัย 6 นาทีก่อนหมดเวลาให้เยอรมนีตะวันตกได้แชมป์โลก 

รถไฟจำลองที่ผมชอบมากชิ้นนี้ จำลองมาจากรถไฟที่ทีมเยอรมนีตะวันตกเดินทางไปฉลองแชมป์โลกที่เมืองมิวนิกหลังจากนั้น

4. ธนบัตรปลอมรูปนักเตะบราซิลชุดแชมป์โลก 2 สมัยติด 

กระดาษ 3 แผ่นนี้มีรูปนักฟุตบอลคนสำคัญ เรียงจากซ้ายไปขวาคือ วาว่า, การ์รินชา และ เปเล่ ทั้ง 3 คนเล่นในแผงหน้าของบราซิล 

ความจริงของทีมบราซิลที่ยอดเยี่ยมชุดนี้ คือการจัดการกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันในฟุตบอลโลก 2 ครั้ง นั่นคือปี 1958 และ 1962 ครั้งแรก บราซิลมาในแผนการเล่น 4 – 2 – 4 เปเล่ในวัย 17 ปีขึ้นมาแบกทีมในเกมรุก ครั้งหลัง บราซิลมาในแผนการเล่น 4 – 3 – 3 แบบไม่สมดุล ถอยปีกซ้ายลงมาต่ำหลังจากเปเล่เจ็บไป การ์รินชาต้องแบกทีมในเกมรุก ฟุตบอลโลก 1958 จัดในประเทศที่พร้อมอย่างสวีเดน ฟุตบอลโลกปี 1962 จัดในประเทศที่กำลังสร้างใหม่จากแผ่นดินไหวอย่างชิลี ฟุตบอลโลกปี 1958 ยังยิงกันเยอะ เฉลี่ย 3.6 ประตูต่อเกม ความตั้งใจในการบุก ไม่ปะทะกันหนักชัดเจนกว่าหลังจากนั้น ส่วน 4 ปีต่อมาปะทะกันมากขึ้น จำนวนประตูน้อยลงตามกันไป ทีมบราซิลปรับตัวเข้ากับสถานการณ์อย่างยอดเยี่ยม จนได้แชมป์โลกอย่างที่เขียนถึงไป

5. เก้าอี้ในสนามเวมบลีย์เก่า

อังกฤษจัดฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 1966 ซึ่งสนามเวมบลีย์ได้จัดถึง 9 เกมในฟุตบอลโลกหนนั้น 

สนามเวมบลีย์ปิดตัวในปี 2000 แล้วสร้างใหม่ทับที่เดิมเสร็จเมื่อปี 2007 นอกจากฟุตบอลโลก สนามนี้จัดรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยในประเทศ เป็นสนามประจำของทีมฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ จัดรอบชิงฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปหรือยูโรเปียน คัพ 5 ครั้ง 

นอกจากฟุตบอล สนามเวมบลีย์ยังเป็นสังเวียนของกีฬารักบี้ลีกหรือรักบี้ 13 คน รอบชิงชนะเลิศของรักบี้ลีกถ้วยอังกฤษก็เล่นที่นี่ นี่ยังไม่รวมหลายชนิดกีฬา 

การจัดแสดงเก้าอี้ 2 ตัวจากสนามเวมบลีย์ในพิพิธภัณฑ์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งในรายการสำคัญที่สุดที่เก้าอี้ 2 ตัวนี้มีส่วนร่วม คือฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศปี 1966 ที่อังกฤษชนะเยอรมนีตะวันตก 4 – 2 หลังต่อเวลาพิเศษ

6. เสื้อของ โยฮัน ครอยฟ์ ในฟุตบอลโลก 1974

เนเธอร์แลนด์ไปแข่งฟุตบอลโลกปี 1974 เป็นครั้งแรก ตอนที่ดาราดังของทีมอย่าง โยฮัน ครอยฟ์ ใส่เสื้อตัวนี้ในฟุตบอลโลก เขาเป็นศูนย์กลางของระบบการเล่นโททัล ฟุตบอลภายใต้โค้ช ไรนุส มิเชลส์ ซึ่งโยฮันเล่นตำแหน่งกองกลางตัวจ่ายบอลไปตามช่องว่างที่เกิดจากการที่นักเตะฝั่งตรงข้ามเข้ามาหาเขา เพื่อนร่วมทีมเลยว่าง เขาก็จะเคลื่อนที่และจ่ายบอลออกไป 

โยฮัน ครอยฟ์ ไม่ใช่คนที่ได้รับการยกย่องเพราะทำผลงานสม่ำเสมอ แต่เขาได้รับการยกย่องเพราะเก่งมากมากกว่า ทำให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้นและเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 

หากสังเกตดี ๆ เสื้อตัวนี้มีแถบ 2 แถบ ทำโดย adidas แต่เขาเองมีผู้สนับสนุนเป็น PUMA เลยเอา 1 แถบที่เสื้อออก เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น

7. ไปป์ของ เอ็นโซ่ แบร์ซ็อต กุนซือแชมป์โลก

เอ็นโซ่ แบร์ซ็อต เป็นกุนซือทีมชาติอิตาลีที่นำทีมชาติไปฟุตบอลโลก 3 ครั้ง การสูบไปป์เป็นภาพจำของเขา 

ในการแข่งขันครั้งที่ 2 ในปี 1982 เอ็นโซ่ แบร์ซ็อต พัฒนาการเล่นแบบ โซนา มิสตา หรือการคุมโซนแบบผสมขึ้นมา นักฟุตบอลต้องมีหน้าที่ทั้งตอนตั้งรับและบุกใส่คู่ต่อสู้ กองหลังมีพื้นที่ต้องรับผิดชอบไม่ให้คู่ต่อสู้นำบอลผ่านไป ยกเว้น แกร์ตาโน ซีแร กองหลังในตำนานที่ต้องไปกวาดบอลคู่ต่อสู้เมื่อโดนบุกอยู่ เอาบอลมาแล้วส่งไปให้กองกลางให้ไวที่สุด ตอนบุกไม่ต้องเปิดบอลยาวโต้กลับ ค่อย ๆ จ่ายบอลไปก็ได้ จะจ่ายบอลไปตรงกลางสนามหรือจ่ายบอลไปให้ปีกก็ได้ให้ไปถึงหน้าประตู ในการบุก นักเตะสลับตำแหน่งได้ให้คู่ต่อสู้งงแต่ผู้เล่นก็มีเขตการบุกของตัวเอง ไม่กระจายแบบ โททัล ฟุตบอล ที่อธิบายไปก่อนหน้านี้

นอกจากการสูบบุหรี่จัดของเขา เขายังตัดสินใจไม่ให้ผู้เล่นและตัวเขาเองตอบคำถามสื่อเลยหลังจากจบรอบแบ่งกลุ่มปีนั้นที่เสมอทั้ง 3 นัด เพราะโดนสื่อวิจารณ์และสร้างข่าวลือเยอะ

หลังจากนั้น อิตาลีปราบอาร์เจนตินา บราซิล โปแลนด์ และเยอรมนีตะวันตก จนได้แชมป์โลก

8. จดหมายการถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพในปี 1986 ของโคลอมเบีย

ผมชอบจดหมายฉบับนี้ เนื่องจากไม่เชื่อในตอนแรกว่าฟีฟ่าจะเก็บมันไว้ด้วย

โคลอมเบียได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเมื่อปี 1974 ตอนนั้นฟุตบอลโลกมี 16 ทีม พอเพิ่มเป็น 24 ทีม รัฐบาลโคลอมเบียก็คิดว่าคงจะจัดไม่ได้ ประธานาธิบดีจึงตัดสินใจถอนตัวในปี 1982 

ปีต่อมา เม็กซิโกได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกสำหรับปี 1986 

และประวัติศาสตร์เรื่องการถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพของโคลอมเบียก็ซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากถอนตัวจากการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อเมริกาใต้ อย่างโคปา อเมริกา ในปี 2021 

9. แผ่นเสียงเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1990

Un’estate italiana เพลงนี้คือเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการเพลงแรก เขียนโดย จอร์โจ้ โมโรเดอร์ นักแต่งเพลงเจ้าพ่อดิสโก แต่เพลงนี้เป็นเพลงป๊อปร็อก นักร้องคือ เอโดอาร์โด เบนนาโต กับ เจียนนา นานนินี 

เนื้อเพลงในภาษาอิตาลีเพลงนี้ เล่าถึงฤดูร้อนที่คนมาผจญภัยกันในอิตาลี มีเป้าหมายคือทำประตูให้ได้ เป็นเพลงที่เร้าใจและปลุกใจ คอรัสก็ไม่ได้คำเยอะเกิน ต่างจากเพลงป๊อปทั่วไปของอิตาลีที่มักจะยัดคำลงไป เพลงนี้เลยถือว่าฉีกออกมา 

Un’estate italiana ขึ้นอันดับ 1 ในอิตาลี 16 สัปดาห์ เนื่องจากตัวผมเองเปิดเพลงนี้อยู่เรื่อย ๆ จึงตื่นเต้นมาก ๆ ที่ได้มาเห็นแผ่นเสียงเพลงนี้

10. ป้ายทีมชาติฝรั่งเศส สำหรับรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1998

ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1998 หลังจากตกรอบคัดเลือก 2 ครั้งติดต่อกัน สื่อดังอย่าง L’Équipe สื่อดังของฝรั่งเศสก็ไม่ค่อยเชื่อมือหัวหน้าโค้ช แอเม่ ฌักเกต์ หลังจากโค้ชพานักเตะไปประชุมกันในช่วงคริสต์มาสปี 1997 สภาพจิตใจนักเตะพร้อมแล้ว นักฟุตบอลส่วนใหญ่ยังอายุ 20 ปลาย ๆ ยังไม่เยอะจนเกินไป ดาวดังคือผู้เล่นที่มีชื่ออยู่แล้ว กองกลางคุมเกมอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุดในฟุตบอลโลกพอดี 

แต่ฝรั่งเศสเจอบททดสอบสำคัญ ก่อนชนะปารากวัยด้วย Golden Goal ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย Golden Goal คือประตูที่ยิงได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษแล้วชนะทันที และในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ชนะจุดโทษอิตาลี และปราบโครเอเชียในรอบรองชนะเลิศ 

ป้ายนี้ใช้ก่อนเกมรอบชิงชนะเลิศกับบราซิล แชมป์เก่าที่ โรนัลโด ตำนานกองหน้าของโลกไม่สมบูรณ์ ซีดานเป็นพระเอกในคืนนั้นที่สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ชนะไป 3 – 0 สิ้นสุดการรอคอย คนมาฉลองกันเกินล้านคนในปารีสหลังจากนั้น

11. ลูกฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศในฟุตบอลโลก 2022

ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ฟุตบอลมาจำนวนหนึ่ง แต่ผมก็คล้อยตามความเห็นของคนดูบอลว่า รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดคือรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่สำคัญที่สุด ถึงแม้จะผ่านมาเกือบ 100 ปีก็ตาม 

ผมชอบลูกบอลนี้เพราะสีสันสวยดี ทำให้นึกถึงทราย แน่นอน ประเทศเจ้าภาพครั้งนั้นคือกาตาร์ อยู่กลางทะเลทราย อาร์เจนตินา ทีมเต็งหนึ่งเจอกับฝรั่งเศสแชมป์เก่า อาร์เจนตินานำก่อน 2 – 0 หลังจบครึ่งแรก จากจุดโทษของ เมสซี่ 1 ลูก และจากลูกโต้กลับ ยิงเข้าโดย ดิ มาเรีย 

ฝรั่งเศสได้ประตูขณะเหลือ 10 นาทีสุดท้ายจากจุดโทษของ เอ็มบับเป้ นั่นคือครั้งแรกที่ทีมยิงเข้ากรอบในเกมนั้น แล้วเอ็มบับเป้ตีเสมอในอีกไม่ถึง 2 นาทีต่อมา ความตื่นเต้นของผมพุ่งจาก 1% เป็น 120% ภายใน 3 นาที ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมสซี่แผลงฤทธิ์อีกครั้งให้ทีมตัวเองนำก่อนที่ฝรั่งเศสจะได้จุดโทษ 2 นาทีก่อนหมดเวลา เอ็มบับเป้ยิงลูกโทษเข้า ทำไปคนเดียว 3 ประตู ทั้ง 2 ทีมเกือบได้ประตูที่ 4 แต่ต้องไปดวลลูกโทษ อาร์เจนตินาชนะไป 4 – 2 เสียดายที่ มาราโดน่า ไม่เห็นนักเตะรุ่นลูกได้แชมป์โลกในเกมนี้ 

12. เสื้อของ ซุน เหวิน ในฟุตบอลโลกหญิงปี 1999

ทีมชาติหญิงจีนในยุค 1990 ได้แชมป์เอเชียครบทุกครั้ง ได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ครบทุกครั้ง ทีมเคยได้เหรียญเงินโอลิมปิก 1996 รองแชมป์โลก 1999 กับอันดับ 4 ในปี 1995 กองหน้าที่เป็นดาวดังของทีมก็คือ ซุน เหวิน เธอได้รางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมร่วมแห่งศตวรรษที่ 20 

ซุน เหวิน เหมาะสมทุกประการที่จะมีเสื้ออยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จุดเด่นที่สุดของเธอคือการยิงได้ทั้ง 2 เท้ากับการยิงฟรีคิกที่เฉียบคม 

13. หมวกของ นาดีน อังเคอร์เรอร์ จากฟุตบอลโลกหญิงปี 2007

ตอนนั้นฟรีทีวีบ้านเราถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหญิงปี 2007 ครับ ผมเลยได้ติดตามการแข่งขันที่เกิดขึ้นในประเทศจีน 

คนที่ผมจะจำตลอดไปคือผู้รักษาประตูมวยแทนของทีมชาติเยอรมนีอย่าง นาดีน อังเคอร์เรอร์ เธอไม่เสียประตูเลยทั้งการแข่งขัน รวมแล้ว 6 เกมด้วยกัน โอกาสที่เธอจะเสียประตูมากที่สุดเกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศกับบราซิลที่เยอรมนีเสียจุดโทษ ทีมนำอยู่ 1 – 0 ในตอนนั้น อังเกอร์เรอร์เซฟลูกยิงของ มาร์ทา ดาวดังของบราซิลได้และเยอรมนีก็ชนะไป 2 – 0 

14. เพลย์สเตชัน 1

ผมเดินไปอีกโซนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ฟีฟ่า โซนนี้มีเครื่องเล่นเกมจำนวนมาก แสดงว่าฟุตบอลมีคนเอาไปทำเกมนานแล้ว ในพิพิธภัณฑ์มีเครื่องเล่นเกมยุค 1980 และ 1990 เพลย์สเตชัน 1 เป็นเครื่องเล่นเกมแรกที่ผมรู้จัก 

ผมเคยเห็นคนเล่นเกม Harvest Moon และเคยใช้เวลาช่วงสั้น ๆ เล่นเกมฟุตบอลโลกปี 1998 แน่นอนว่าเกมสมัยนั้นยังไม่สมจริงเหมือนปัจจุบัน เลยพยายามจ่ายบอลง่าย ๆ ไปก่อน แต่เอาทักษะจากเกมยุคปัจจุบันมาเล่นได้เหมือนกัน นั่นคือการค่อย ๆ จ่ายบอลไปก่อนจนกว่าจะยิงประตูได้ 

15. ถ้วยฟุตบอลโลก

ใคร ๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปกับหนึ่งในถ้วยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกกีฬา

ประติมากรผู้สร้างถ้วยฟุตบอลโลกนี้ คือ ซิลวิโอ กาซซานิกา นำมาใช้ตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1974 หลังจากที่บราซิลเป็นทีมแรกที่ได้แชมป์โลก 3 สมัยในปี 1970 ซึ่งตามกฎจะได้ถ้วยเดิม ก็คือถ้วยจูลล์ ริเมต์ สูง 36.5 เซนติเมตร หนักราว 6.2 กิโลกรัม ทำจากทอง 18 กะรัต ด้านในกลวง ถ้วยนี้น่าจะเป็นถ้วยใบจริง เพราะผมไปพิพิธภัณฑ์ในช่วงที่ไม่ใกล้กับการจัดฟุตบอลโลก และถ้วยนี้มักจะไปทัวร์ประเทศต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้นด้วย

Write on The Cloud

Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ