“ก่อนจะเข้าพัก ลองตีฆ้องก่อนนะคะ” เสียงใส ๆ ของพนักงานต้อนรับบอกเรา ก่อนผายมือไปยังฆ้องที่วางข้างกำแพง เราไม่รอช้าหยิบไม้ตีที่ฆ้อง 3 ครั้ง เป็นสัญญาณว่ากำลังจะเข้าพักที่ เทวาศรม เขาหลัก จังหวัดพังงา (Devasom Khao Lak Beach Resort & Villas)
คำว่า ‘เทวาศรม’ มาจากคำภาษาสันสกฤต 2 คำ คือ เทวา (Deva) และ อาศรม (Arshrm) มีความหมายรวม ๆ ว่า ‘ที่พักอาศัยของเทวดา’ ที่นี่จึงเชิญชวนผู้เข้าพักตีฆ้องก่อนเดินเข้าประตูไม้บานใหญ่ซึ่งแกะสลักด้วยลวดลายโบราณ ราวกับการประกาศว่ากำลังจะมีเทวดาองค์ใหม่มาเยือน

การตีฆ้องคล้ายกับทำให้เราได้เตรียมพร้อมไปในตัว เมื่อเดินเข้ามาถึงโซนที่พักซึ่งล้อมรอบด้วยต้นไม้ เราจึงรู้สึกถึงความสงบและพร้อมที่จะใช้เวลา 3 วัน 2 คืนต่อจากนี้ดูแลร่างกายและจิตใจ ตามความตั้งใจของ อิศร์ อติรักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเทวาศรมที่อยากทำให้เทวาศรมเป็นพื้นที่แห่งการเยียวยาและฟื้นฟู
ช่วงที่เราไป ที่นี่ยังมี Devasom Sol Festival 2025 เทศกาลที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness แบบองค์รวมจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงการดูแลตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ คืนความสมดุลให้ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ผ่าน 3 แนวคิด ทั้งการเจริญสติ (Mindfulness) กลับมาหาความสุขสงบภายในตัวเรา การดูแลตัวเองแบบองค์รวม (Well-being) ผ่านการทำกิจกรรมและสัมผัสธรรมชาติ (Nature) เพื่อช่วยสร้างความสมดุลและความสงบ


Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้น คนไม่ได้ตั้งใจเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเพียงเพื่อไปท่องเที่ยว แต่เลือกที่จะไปพักผ่อนในที่พักที่จะได้ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจอย่างจริงจัง ซึ่งเราหวังว่าบันทึกการเดินทางที่คุณจะได้อ่านต่อจากนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและลองท่องเที่ยวในลักษณะเดียวกันกับเราบ้าง
หายใจเข้าลึก ๆ
เราเริ่มต้นทริปด้วยการนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินภูเก็ตและมาถึงจุดหมายปลายทาง ณ รีสอร์ตที่ตั้งอยู่บนเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา บรรยากาศรอบตัวเรามีทั้งสีฟ้าจากน้ำทะเลและท้องฟ้า สีขาวจากหาดทราย และสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า แถมมีลมเย็น ๆ พัดเป็นระยะพอให้สบายตัว
เทวาศรม เขาหลัก ถือเป็นรีสอร์ตแห่งที่ 2 นับจากแห่งแรก คือ ‘เทวาศรม หัวหิน รีสอร์ท’ คุณอิศร์อยากสร้างรีสอร์ตให้สัมพันธ์กับที่ตั้ง ด้วยการนำเสนอวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ เขาค้นพบว่าเมื่อ 1,400 ปีก่อน อำเภอตะกั่วป่าเป็นเมืองท่าชื่อว่า ‘ตะโกลา’ สถาปัตยกรรมในรีสอร์ตจึงได้แรงบันดาลใจจากอารยธรรมอุษาคเนย์หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผสมผสานกับอารยธรรมเมืองตะโกลา

เราว่าอาคารที่พัก พื้นที่ทำกิจกรรม บันได หรือแม้แต่ประตูตามจุดต่าง ๆ มีกลิ่นอายศิลปะอินเดียผสมอยู่ด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดียค่อนข้างมาก

ที่พักของเราอยู่ในโซน Seaside Junior Suite with Jacuzzi มองเห็นวิวทะเลและลากูน (Lagoon) หรือทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่แยกตัวจากทะเลจากปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง

โปรแกรมแรกที่เราทำคือฝึกหายใจแบบ Wim Hof (Wim Hof Method Breathwork Session) โดยสตูดิโอ Breath Inspired ของ สจ๊วต วิลสัน และ แก้ม-วริศรา กัญพันธ์ คู่รักที่เรียนรู้วิธีนี้จาก Wim Hof ผู้คิดค้นศาสตร์นี้ โดยแก้มถือเป็นคนไทยคนแรกที่เป็นครูฝึกสอน Wim Hof Method

Wim Hof เป็นชาวดัตช์ที่สนใจโยคะและการฝึกลมหายใจ เขาค้นพบว่าเมื่อร่างกายแช่ในน้ำเย็นจัดหรือหิมะ จะเกิดความผ่อนคลายไปจนถึงหนทางสู่ความสงบสุข และการแช่น้ำแข็งยังช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น อวัยวะต่าง ๆ ทำงานดีขึ้น แถมช่วยลดความเครียดได้ด้วย เขาจึงพัฒนาองค์ความรู้นี้เป็น Wim Hof Method ศาสตร์ที่ว่าด้วยการหายใจ ใช้ความเย็น และรู้วิธีควบคุมจิตใจ เพื่อช่วยให้สุขภาพกาย-ใจดีขึ้น
สจ๊วตได้เรียนรู้ศาสตร์นี้กับ Wim Hof โดยตรง ก่อนจะชักชวนภรรยามาเรียนรู้ด้วย และเปิดเป็นสตูดิโอถ่ายทอดความรู้นี้ให้คนอื่น ๆ ที่สนใจ

โปรแกรมที่เราเข้าร่วมสอนวิธีหายใจโดยเน้นที่การควบคุมลมหายใจเข้า-ออก หรือ Conscious Breathing สจ๊วตให้ผู้เข้าร่วมนอนราบกับพื้นแล้วเริ่มต้นด้วยการหายใจเข้า-หายใจออกให้สุด กล่าวคือ เมื่อหายใจเข้าก็สูดลมเข้ามาลึก ๆ ก่อนปล่อยออกยาว ๆ สจ๊วตบอกว่าการทำแบบนี้ช่วยให้รับออกซิเจนเข้ามาในร่างกายได้ดีขึ้น

จากนั้นพวกเราได้ลองทำแบบฝึกหัด สจ๊วตให้ทุกคนนอนราบพร้อมกับหายใจเข้า-ออกแบบเดิม โดยครั้งนี้มีเสียงดนตรีเบา ๆ ประกอบเป็นตัวช่วย ตอนแรกเราคิดว่ากิจกรรมนี้คงเป็นแค่การนอนเฉย ๆ แต่พอได้ลองทำกลับพบว่าเพลินดีนะ ไม่ใช่ความเพลิดเพลินจนรู้สึกง่วง แต่ได้โฟกัสที่ลมหายใจเข้า-ออก จริง ๆ สจ๊วตแนะว่านำวิธีหายใจแบบนี้ไปใช้ได้ในกรณีที่อยากรีเซตความคิด เผชิญสถานการณ์ยาก ๆ หรือก่อนเข้านอน


ฟังเสียงของซีฟู้ด
หลังจบกิจกรรมแรกก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี ข้าวเย็นของเรารังสรรค์โดย เชฟ Alex Jarvis จากร้าน Nothing Sacred เขาเป็นนักดนตรีที่เคยได้รับรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 62 สาขา Best Americana Album ก่อนจะมาเปิดร้านอาหารที่ไทย โดยมีภรรยาอย่าง Nicole Scott เป็นผู้ช่วย
มื้อเย็นวันนี้จึงเสิร์ฟมาทั้งอาหารทะเลและดนตรีที่แต่งมาให้เหมาะกับอาหารแต่ละจาน (Seafood & Sound Beach Dinner) มี 7 คอร์ส เชฟอเล็กซ์เล่าว่า วัตถุดิบที่นำมาปรุงในมื้อนี้หาได้จากเขาหลัก เพราะเขาอยากสนับสนุนชาวประมงและเกษตรกรในพื้นที่ตามจุดยืนของเทวาศรม และใช้วิธีปรุงแบบญี่ปุ่นผสมผสานกับตะวันตก
จานแรก BBQ Mud Crab เนื้อปูย่างห่อด้วยใบชะพลู ให้รสชาติเนื้อปูเป็นหลักที่ค่อนข้างหวาน ผสมกับการปรุงที่ให้รสเค็ม และมีกลิ่นใบชะพลู ช่วยให้อาหารจานนี้อร่อยยิ่งขึ้น
จานที่เราชอบที่สุดคงเป็น Fish Scrap Dumpling หนึ่งในเมนูเด็ดของร้าน เป็นเกี๊ยวที่สอดไส้ด้วยเนื้อส่วนต่าง ๆ ของปลาที่เหลือจากเมนูอื่น เชฟอเล็กซ์บอกว่าเขาพยายามใช้วัถตุดิบแต่ละอย่างให้คุ้มค่าและเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด จานที่เราประหลาดใจที่สุดคือของหวานชื่อ Issan Chocolate ช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของน้ำต้มเปลือกกุ้ง ซอสคาราเมล มีส่วนผสมของปลาร้า และทุกจานเสิร์ฟมาพร้อมกับเสียงดนตรีคลอประกอบ

แช่น้ำแข็งพันก้อน
วันที่ 2 ของเราเริ่มต้นด้วยกิจกรรม Ice Bath หรือการลงไปแช่ตัวเองในน้ำแข็ง ซึ่งเราสงสัยมาตลอดว่าเขาทำกันไปทำไม
แม้ท้องฟ้าตอน 9 โมงเช้าจะขมุกขมัว แต่พอได้เห็นครูสจ๊วตที่สอนหายใจไปเมื่อวานกับถังบรรจุน้ำแข็งพันกว่าก้อนตรงหน้าเราก็สดชื่นขึ้นมาทันที

สจ๊วตเริ่มต้นกิจกรรมด้วยการอธิบายความสำคัญและประโยชน์ของ Ice Bath นั่นก็คือการรีเซตร่างกาย ความคิด และกลับมาอยู่กับตัวเองเช่นเดียวกับการฝึกหายใจ เขาเปรียบความเย็นจากน้ำแข็งเหมือนปัญหาที่เจอในชีวิตประจำวัน หากนำความนิ่งสงบ มีสมาธิ และจดจ่อกับตัวเองเหมือนตอนเผชิญความเย็นมาใช้ อาจทำให้มองปัญหาเหล่านั้นเบาบางลง
“ถ้าคุณอดทนกับความหนาวได้ คุณจะทนทุกอย่างได้” สจ๊วตพูดติดตลก

เขาให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 4 คนลงไปในถังน้ำแข็ง แค่เดินไปใกล้ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความเย็น หย่อนขาลงไปเพียง 1 ข้างก็เย็นจนอยากกระโดดออก เราหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหย่อนตัวลงนั่ง จากนั้นค่อย ๆ หายใจออก แล้วนั่งให้หัวโผล่พ้นน้ำแข็งพร้อมกับทำสมาธิประมาณ 2 นาที ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ เราว่าร่างกายเบาขึ้น จากที่เคยปวดเมื่อยก็หายไป อาจจะเป็นไปตามที่ Wim Hof บอกว่าความเย็นช่วยบรรเทาและฟื้นฟูร่างกายได้
นี่เป็นขั้นเริ่มต้น ใครทนต่อความหนาวเย็นได้ แนะนำให้ลองนั่งในถังน้ำแข็งนานขึ้น

Devasom Sol Festival 2025
ก่อนจะไปทำกิจกรรมถัดไป เราชวนคุณอิศร์มาคุยถึงแนวคิดและเบื้องหลังเทศกาล Devasom Sol Festival 2025 เขาเล่าว่า เทวาศรมตั้งใจให้ผู้เข้าพักได้รับการดูแลที่ช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้น จึงมีกิจกรรมดูแลตัวเองให้ผู้เข้าพักเสมอ ไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงเทศกาล แต่เทศกาลนี้เกิดขึ้นมาเพื่อแสดงจุดยืนให้ชัดเจนขึ้น ที่สำคัญเทศกาลนี้ยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness จากทั่วโลก
“เรานำเสนอประสบการณ์ดูแลตัวเอง ที่ผสานปรัชญาตะวันออกกับความสุขสงบของธรรมชาติ มีทั้งสปาและกิจกรรม Wellness ที่หลากหลาย เช่น การจัด Sound Bath ด้วย Himalayan Singing Bowl หรือการนำศาสตร์การอาบป่าของญี่ปุ่นมาใช้ประกอบกิจกรรมพายคายัคเข้าไปสัมผัสป่า
“เป้าหมายที่เทวาศรมอยากให้ผู้เข้าร่วมเทศกาล Devasom Sol Festival 2025 ได้รับและนำกลับไปได้ด้วย คือค้นพบความสุขด้วยตัวเอง ได้หลีกความวุ่นวายมารีเซต เห็นเส้นทางที่จะนำพาไปสู่ความสุข ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ฟื้นฟูกายใจ”

ปล่อยใจด้วยการวาดเส้น
กิจกรรมต่อไปคือ Line of The Soul Workshop โดย เบญจรัตน์ เอี่ยมรัตน์ กราฟิกดีไซเนอร์ที่สรรหาวิธีสื่อสารใหม่ ๆ และชวนคนไปสร้างประสบการณ์ผ่านงานศิลปะ เธอได้แรงบันดาลใจในกิจกรรมนี้มาจาก Asemic Writing หรือการขีดเขียนที่ไม่ต้องการความหมาย ไม่ต้องเขียนคำให้อ่านรู้เรื่อง แต่ปล่อยตัวและใจไปกับการลากเส้น คล้ายกับตอนเด็กที่เราวาดรูปไปเรื่อย ๆ
เบญจรัตน์อยากพาพวกเรากลับไปในช่วงเวลานั้น เพราะเธอว่ามันเป็นช่วงที่สมองของเราโล่งจริง ๆ ไม่ต้องคิดอะไร และได้อยู่กับตัวเอง

เธอเตรียมอุปกรณ์เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มกระดาษที่มีทั้ง A4 ธรรมดาไปจนถึงกระดาษสาเนื้อต่าง ๆ ส่วนอีกฝั่งเป็นอุปกรณ์การเขียน มีทั้งดินสอ ปากกา พู่กัน และกิ่งไม้ พร้อมด้วยหมึก เบญจรัตน์บอกให้เราลองทำทุกอย่างโดยปล่อยสมอง ไม่ต้องคิดอะไร แล้วแต่ว่ามือจะลากไปอย่างไร เราเลยเลือกใช้กิ่งไม้แปะลงบนงาน

สิ่งหนึ่งที่เราคิดได้ระหว่างขีดเขียนไปมา คือมีหลายสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และผลลัพธ์มักไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ เราเอาใบไม้ทาหมึกดำแปะลงบนกระดาษ คิดว่าคงออกมาเป็นลวดลาย แต่กลับได้แค่ก้อนสีดำ การไม่คาดหวังและปล่อยวางย่อมดีที่สุดเสมอ

ลอยในน้ำ ฟังเสียงดนตรี
ก่อนกลับ เราได้ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในกิจกรรมสุดท้าย นั่นคือ Aqua Sound Bath with Crystal Bowls เป็นการนอนอยู่ในสระและฟังเสียงดนตรี หรือจะเรียกว่าให้คนนอนอาบเสียงก็ไม่ผิดนัก


แม้จะไม่ได้ลงไปนอนฟังกลางน้ำ แค่ได้ฟังเสียงตี Crystal Bowls สุดผ่อนคลาย ก็สบายและเหมือนได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง
Website : www.devasom.com/khaolak
Write on The Cloud
Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ





