ไม่กี่วันก่อนเราโดนสายการบินยิงแอดในเฟซบุ๊กถึงการโปรโมตเที่ยวบินตรงท่องเนปาลราคามิตรภาพ อดไม่ได้ต้องรวบรวมความประทับใจจากการท่องเที่ยวเนปาลครั้งก่อนมาเขียนเล่าสู่กันฟังในบทความนี้ แต่ช้าแต่ เราไม่ได้พาคุณบุกป่าฝ่าดงปีนภูเขาพิชิตยอดเอเวอเรสต์หรอกนะจ๊ะ แต่จะชวนเดินเล่น ‘ย่านทาเมล’ (Thamel) ศูนย์การค้าและแหล่งท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดในกาฐมาณฑุ เนปาล

ขอมีสาระสักนิด เดิมทีทาเมลไม่ได้เริ่มต้นด้วยย่านการค้าเสียทีเดียว ก่อนหน้านั้นเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองในหุบเขาของกาฐมาณฑุ แล้วก็เริ่มขยับเป็นแหล่งการค้าหลังจากปี 1960 ที่พี่น้องชาวฮิปปี้เดินทางมาเยือนเนปาล ยุคนั้นฮิปปี้เฟื่องฟูเลยล่ะ เขามีเส้นทางที่เรียกว่า Hippie Trail เป็นเส้นทางท่องเที่ยวของกลุ่มฮิปปี้ ซึ่งเริ่มต้นจากยุโรป-เอเชียตะวันตก-เอเชียใต้ แล้วย่านทาเมลกับเมืองกาฐมาณฑุก็เป็นจุดหมายสำคัญและแหล่งรวมตัวกันของชาวฮิปปี้จากทั่วโลก หลังจากนั้นย่านนี้ก็ค่อย ๆ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทุกมุมโลก ถ้าลองนับนิ้วเร็ว ๆ ย่านทาเมลก็เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวมามากกว่า 5 ทศวรรษแล้ว แถมยังเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย

ทาเมลเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ที่อัดแน่นด้วยร้านรวงน้อยใหญ่ มีผู้คนเดินขวักไขว่ มีรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่พร้อมบวกกันตลอดเวลา แม้ทางแคบจิ๋วแต่พี่จะขับสวนกันให้ได้ (ไปเอาสกิลล์นี้มาจากไหน) เราว่าย่านนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายขีดสุด ถ้าลองนึกภาพฮานอย มันวุ่นวายแค่บนถนนใช่ไหม แต่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีรถยนต์คอยจี้ตูดคุณ พร้อมเสียงแตรดังสนั่นที่ไม่รู้ว่าบีบไล่เราหรือไล่แค่ระบายความคับใจ ส่วนข้างหน้าเป็นพ่อค้า-แม่ขายที่เชื้อเชิญให้เราเข้าร้านพ่วงโปรฯ ลดราคา
โอ๊ย ถ้าคุณไม่รักก็คงเกลียดย่านนี้ไปเลย แต่แน่นอนเรารักย่านนี้ ความวุ่นวายนี้แลคือเสน่ห์ ความบ้าคลั่งคือเราพักในเมืองกาฐมาณฑุ 4 วัน 3 คืน ช่วงสาย ๆ เราไปเดินเล่นทาเมลจนถึงเที่ยงหน่อย ๆ เราทำพฤติกรรมเช่นนี้เป็นเวลา 4 วันยันวันบินกลับไทย ถ้าไม่ชอบช้อปปิ้งมากก็คงชอบย่านนี้มาก ๆ
แถม ๆ เราพักที่ Dusit Princess Kathmandu นะ เป็น City Hotel แบรนด์ไทยที่อยู่ใจกลางเมืองกาฐมาณฑุเลย นอกจากเสิร์ฟอาหารไทยอร่อย ๆ ให้หายคิดถึงบ้าน ยังอยู่ใกล้ย่านทาเมลด้วย เราเดินจากโรงแรมราว 15 นาทีเท่านั้น เหงื่อยังไม่ทันออกก็ถึงแล้ว (โชคดีไปช่วงฤดูหนาว เหงื่อไม่ออกจริง ๆ) ส่วนขากลับไม่เดินนะ เพราะหิ้วของพะรุงพะรังเต็มตัว เลยเรียกรถผ่านแอปฯ inDrive ราคาถูก ช่วงต่อราคาในแอปฯ นี่อย่างกับสงคราม แต่ราคาก็ยังถูกอยู่ดี หรือลองโบกแท็กซี่ก็ได้นะ บางทีถูกกว่าในแอปฯ inDrive อีก
ร้านค้าเริ่มเปิดกันสาย ไม่เหมือนบ้านเราที่เปิดกันเช้าตรู่ ทาเมลเริ่มคึกคักหลัง 10 โมงเป็นต้นไป จนถึงค่ำมืดดึกดื่น จะมาเอนจอยชีวิตตอนกลางวันหรือจะแวะมาชมแสงสีท่องราตรียามค่ำคืนก็ได้


สินค้าที่ขายส่วนใหญ่ ว่ากันตามตรงก็คล้าย ๆ กัน ต่างกันแค่ราคาถูก-แพง มีของฝาก อาหาร เสื้อผ้าพื้นเมือง ผ้าขนสัตว์ งานฝีมือ ที่โดดเด่นคือร้านขายอุปกรณ์เดินป่า เพราะนักเดินทางที่ปักหมุดเนปาลมักไปพิชิตเอเวอเรสต์หรือเดินป่าเดินเขาต่าง ๆ กัน ที่นี่มีให้เลือกซื้อหลายแบบหลายแบรนด์ เรียกว่ามาแต่ตัวแล้วมาตั้งหลักช้อปอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นี่ได้เลย ในย่านยังมีโรงแรมราคาประหยัด ผับ บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารหลายสัญชาติ มาเนปาลทั้งทีต้องกินโมโม่นะ มันคือเกี๊ยวนึ่งไส้ต่าง ๆ ราคาดีมาก เราลองสั่ง 1 เซต ได้มา 10 ชิ้น อิ่มจุก ถูกใจคนรักคาร์บ ระหว่างทางมีสตรีตฟู้ดรถเข็นและร้านเล็ก ๆ ในตรอกให้ท้าประลองความอร่อยอยู่เป็นระยะ แนะนำให้พกทิชชูแห้ง-ทิชชูเปียก น้ำดื่ม และกระเป๋าผ้าไปด้วย

หลังจากเดินเล่นอยู่ 4 วัน ซึ่งเรามั่นใจว่ายังเดินไม่ครบทุกซอกซอยแน่ ๆ (ฮา) แต่ของแบ่งปัน 5 ร้านในทาเมลที่เราชอบเป็นพิเศษให้นักอ่านที่กำลังวางแพลนไปท่องเที่ยวกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
กระซิบก่อน ความชอบส่วนตัวเราชอบหนังสือ งานฝีมือท้องถิ่น และของกระจุกกระจิก
#01
Fair Circle
ร้านนี้เป็นร้านที่เราเจอโดยบังเอิญ พอเท้าเหยียบย่านทาเมลปุ๊บก็งงก่งก๊งไม่รู้ทิศ ไร้เป้าหมายว่าจะไปร้านไหนดี ทุกร้านดูหน้าตาเหมือนกันหมด ก็เดินตรงไปแล้วกัน ง่ายดี ออกเดินไม่กี่ก้าวก็เจอร้านนี้ อยู่ใต้อาคารขนาดใหญ่ ด้านในดูทะมึน ๆ เพราะแสงน้อย สวนทางกับข้าวของสีสันสดใสกว่าพันชิ้นในร้าน


ที่นี่ขายของตกแต่งบ้าน ตุ๊กตา เสื้อผ้า กระเป๋า ซึ่งทำจากผ้าทอสีแจ่มว้าว เดินเลือกของอยู่ครู่ก็ได้ความจากใบปลิวของร้าน ซึ่ง Fair Circle เป็นหน้าร้านขององค์กรพัฒนาทักษะของผู้หญิง (Women’s Skills Development Project – WSDP) ก่อตั้งมา 50 ปี โดยหญิงสาวจากชุมชนชนบทในเนปาลที่ช่วยเหลือผู้หญิงยากจนและด้อยโอกาสในหมู่บ้านด้วยการพัฒนาทักษะสิ่งทอ เพื่อให้พวกเธอมีรายได้เลี้ยงดูตนเองและพึ่งพาตนเองได้ การแวะอุดหนุนสินค้าจาก Fair Circle จึงไม่ใช่แค่ได้ของสวยงามกลับบ้าน แต่เป็นการสนับสนุนช่างฝีมือผู้หญิง สร้างคุณค่า และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเนปาลด้วยเช่นกัน


เราได้ของน่ารัก ๆ กลับบ้านเพียบ โดยเฉพาะผ้ารองแก้ว ผ้ารองหม้อ สีดี ทอแน่น ที่สำคัญราคาถูกเลยล่ะ แล้วก็ไม่เห็นสินค้าแบบนี้ในร้านขายของฝากทั่วไปด้วย รับรองว่าซื้อฝากก็ถูกใจผู้รับแน่นอน
Fair Circle ไม่ได้มีแค่ร้านเดียวในย่านทาเมลนะ มี 3 ร้านซึ่งตั้งกระจายกันในย่าน
พิกัด : Thamel Marg 1, Kathmandu (แผนที่)
#02
Friendly Export
ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับ Fair Circle เลย หน้าร้านเป็นตรอกเล็ก ๆ ทำให้เรานึกถึงร้านขายเสื้อผ้าทอมือ-ย้อมสีธรรมชาติร้านหนึ่งในเชียงใหม่ แถวตลาดวโรรสที่ผสมกลิ่นอายญี่ปุ่นหน่อย ๆ (ขออภัยจำชื่อร้านที่เชียงใหม่ไม่ได้) ซึ่ง Friendly Export ก็มีความญี่ปุ่นอยู่เต็มเปี่ยม ตกแต่งง่าย ๆ สบายตา มีสินค้าล่อตาล่อใจตั้งแต่ตรอกทางเข้ายันด้านในร้าน มาถึงบางอ้อจากพนังงานว่าเจ้าของร้านเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-เนปาล


Friendly Export เขาเริ่มต้นปี 2004 จากการขาย Pashmina ผ้าที่ทำจากขนแพะภูเขา ปัจจุบันก็ยังขายอยู่นะ แล้วก็มีสินค้าหัตถกรรมจากช่างฝีมือเนปาลวางขายด้วย ถ้ากำลังมองหาข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เราว่าที่นี่ตอบโจทย์ เพราะมีพวกรองเท้าใส่ในบ้านจากขนแกะ (Wool) มีชุดเครื่องนอนจากผ้าฝ้าย หมวกบีนนี ผ้าคลุมอเนกประสงค์จากขนสัตว์ ผ้าแคชเมียร์ และมีของกระจุกกระจิกมากมาย
เราโดนตกด้วยเข็มกลัดเต่าทองจิ๋ว 2 อัน พวงกุญแจน้องหมา 1 อัน กระเป๋ารูด ๆ จากเศษผ้าส่าหรีเหลือใช้ 3 ใบ และดินสอที่ทำจากหนังสือพิมพ์เนปาล ฝีมือร้านเครื่องเขียนในเนปาล อีก 2 แท่ง


เราชอบร้านที่ร้านนี้มีกลิ่นอายญี่ปุ่นเจือนิด ๆ ผสมกับงานฝีมือฉบับเนปาล อย่างสินค้าที่ดรอปสีให้อ่อนลง เพราะทำจากสีธรรมชาติ เลยไม่ฉูดฉาดมาก ละมุน ๆ ใช้ในบ้านแล้วรู้สึกอบอุ่นดี อ้อ เขามีสโลแกนว่า สินค้าของที่นี่ Human-friendly & Eco-friendly นะจ๊ะ สมชื่อร้าน Friendly Export จริง ๆ เลย
พิกัด : P876+GG3, Thamel Marg, Kathmandu (แผนที่)
#03
Beni Handicrafts
ร้านนี้เราเดินผ่านแล้วต้องถอยกลับมาดูให้แน่ใจอีกที เพราะเซนส์บอกว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ ขอบคุณความตาไวของตัวเองมาก คือร้านอยู่ในตรอกนะ ยังอุตส่าห์ไปเห็น พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ต๊ายตายร้านปิด เปิดอีกทีก็สายโด่ง เลยถ่ายภาพเช็กพิกัดแล้วค่อยกลับมาใหม่ พอถึงเวลาอันเหมาะเหม็งเราก็เดินกลับมาตามสัญญา (ที่ให้ไว้กลับตัวเอง) พอเปิดประตูเข้าไปมีน้องผู้หญิงยิ้มตอบรับ ร้านช่างวิบวับเหลือเกิน


ที่วิบวับเหมือนเลเซอร์สี ๆ ในผับ เพราะสินค้าของ Beni เป็นของรีไซเคิลจากขยะ เช่น ซองขนม ซองบะหมี่ ซองช็อกโกแลต เขาเก็บมาจากข้างถนน ร้านอาหาร และโรงแรม นำมาทำความสะอาด ตาก ตัด และสานเป็นทรงกลม ทรงเหลี่ยม และสารพันสินค้ามากประโยชน์ จนลืมไปเลยว่าเคยเป็นขยะ
Beni Rani Ghale หญิงผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้บอกว่า เธอต้องการให้คนเนปาลและนักท่องเที่ยวตระหนักถึงปัญหาของขยะพลาสติก จึงค่อย ๆ ทำ Beni Handicrafts ขึ้นมา โดยรีไซเคิลขยะให้เป็นสินค้าต่าง ๆ ด้วยฝีมือของเธอและผู้หญิงที่เป็นสมาชิกเกือบ 200 คน นอกจากแปลงร่างซองสีเงินให้เป็นของสวยงาม ช่างฝีมือยังตัดเย็บกระเป๋าจากถุงข้าวสาร ยางรถยนต์ และผ้าไหมส่าหรีที่ถูกทิ้งด้วย


Beni เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีบทบาทในการพัฒนาสังคมได้ หากได้รับการศึกษาและโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งที่เธอทำ นอกจากช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังฝึกทักษะ-สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับผู้หญิงในกาฐมาณฑุ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว (Beni เจอเหตุการณ์นี้ในวัยเด็ก แต่เธอผ่านอุปสรรคนั้นมาได้) เพื่อให้พึ่งพาตนเองได้ ฟังแล้วฮึกเหิมค่ะ เราจับจ่ายผ้ารองแก้วจากส่าหรีเหลือทิ้งมาหลายอัน ทั้งเก็บทั้งแจก แฮปปี้มาก น้องพนักงานใน Beni Handicrafts ก็น่ารักเช่นกัน เธอทั้งแนะนำสินค้าต่าง ๆ และเล่าเรื่องราวของร้านเล็ก ๆ ในตรอกย่านทาเมลแห่งนี้ให้เราฟัง
ป.ล. ชอบมากที่ในร้านมีมุมเล็ก ๆ ให้ความรู้เรื่องประจำเดือนและขายผ้าอนามัยทำจากผ้า

พิกัด : P886+55W, Chaksibari Marg, Kathmandu (แผนที่)
#04
Co-Creative
นี่คือร้านค้าคัดสรรค์ (Selected Shop) ที่รวมแบรนด์ท้องถิ่นของเนปาลกว่า 40 แบรนด์! ฟังดูกิ๊บเก๋ยูเรก้าใช่ไหมล่า การคิวเรตสินค้าของเขาสนุกดี มีตั้งแต่น้ำพริก ของดองสูตรคุณแม่ ชา กาแฟ โปสต์การ์ด กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ บอร์ดเกม ขนมน้องหมา ยันเสื้อผ้าดีไซน์ดี ๆ แบรนด์คนรุ่นใหม่


เราชอบ ĀMĀKO นะ เป็นแบรนด์ของคุณแม่กับลูกสาว ลูกสาวเขาเอาสูตรลับในครัวของแม่มาแบ่งปันผ่านเครื่องเคียงอย่างน้ำพริก และ Pickle โฮมเมดจากสารพัดวัตถุดิบ เช่น มะม่วง หัวไชเท้า แตงกวา กระเทียม มะระขี้นก แถมมีให้เลือกซื้อหลายขนาด มีขนาดจิ๋วสำหรับลองกินก่อนว่าชอบไหม ถ้าชอบก็กลับมาอุดหนุดขนาดกลางและขนาดใหญ่กลับบ้านได้ สนนราคาเริ่มต้น 30 บาทเท่านั้น


ความตั้งใจของ Co-Creative ที่เพิ่งเปิดได้เพียงปีนิด ๆ คือเขาอยากนำเสนอแบรนด์ของคนเนปาลี ด้วยการเป็นพื้นที่รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าตกแต่งบ้านและการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน อีกนัยก็คือการเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์และคอมมูนิตี้ด้วย ภายในร้านใหญ่พอสมควร โปร่งโล่ง แยกสินค้าเป็นหมวดหมู่ดี แต่แนะนำว่าให้ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ ดี เพราะมีของเยอะ มักมีของดีหลบซ่อนอยู่ในมุมต่าง ๆ

ร้านนี้ทำให้เราได้รู้จักแบรนด์คนเนปาลีเจ๋ง ๆ หลายแบรนด์เลย แล้วก็ทำให้รู้สึกว่าย่านทาเมลก็มี Hiddem Gems ซ่อนอยู่ ไม่ได้มีแค่ร้านขายของฝากที่ขายของหน้าตาเหมือนกันหมดอย่างเดียว
แนะนำให้พกเงินสดไปด้วยนะ เพราะสินค้าบางชิ้นจ่ายด้วยบัตรเครดิตไม่ได้ (โดนมาแล้ว)
พิกัด : P875+8XG, Chaksibari Marg, Kathmandu (แผนที่)
#05
Pilgrims Book House
ที่นี่เปิดมาตั้งแต่ปี 1984 นับนิ้วก็ 40 ปีพอดี ตอนเห็นโปรแกรมทัวร์ว่าต้องอยู่ในเมือง 4 วัน ก็เข้า Google Maps หาสถานที่เก๋น่าไปเช็กอิน เรากดเซฟร้านหนังสือไว้หลายร้านนะ แต่แวะ Pilgrims ก่อน เพราะอยู่ใกล้เรา (ณ ตอนนั้น) ที่สุด มองจากด้านนอกเป็นร้านเล็ก ๆ พอเข้าไปด้านใน โอ้ นี่มันอาณาจักร ตรงเคาน์เตอร์มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายกำลังต่อคิวจ่ายเงิน โอ๊ย หัวใจเต้นรัว ๆ


เราเดินสำรวจชั้นล่างตั้งแต่หน้าประตูยันสุดกำแพง นี่มันร้านดูดวิญญาณ เราอยู่ที่นี่กือบ 1 ชั่วโมง ความสนุกคือ Pilgrims Book House ไม่ได้ขายแค่หนังสือ แต่ขายเครื่องเขียนและของฝากด้วย ชอบที่ของฝากหมือนคิดมาให้แล้ว เดาใจนักท่องเที่ยวถูกหมดว่าต้องซื้ออะไร มีตั้งแต่แมกเน็ต ธงชาติ โปสต์การ์ด ชา กาแฟ ยันเสื้อผ้า เราแนะนำให้คุณใจแข็ง ไม่วอกแวกซื้อของฝากที่ร้านอื่น แต่ชวนให้มารวบยอดซื้อของฝากกระจุกกระจิกที่ร้านนี้แทน ข้อดีคือมีของเยอะ ครบจบในที่เดียว ข้อเสียคือต่อราคาไม่ได้


เรามาที่นี่เพราะตั้งใจมาดูหนังสือเด็ก คิดว่าคงมีบ้างพอกล้อมแกล้ม แต่พอเห็นโซนหนังสือเด็กเท่านั้น ใจเต้นเหมือนได้แฟนใหม่ เพราะกินพื้นที่ไปครึ่งชั้น เลิฟมาก มีหนังสือเด็กแทบทุกวัย แนวที่เราชอบคือหนังสือภาพ ละลานตามาก เราว่าเขาคัดหนังสือดีเลย โดยเฉพาะหนังสือต่างประเทศ (เห็นหนังสือยอดฮิตมีเพียบ) ที่ว้าวคือหนังสือภาพของเนปาล ทำดี ภาพสวย ส่วนใหญ่เล่าเรื่องราวบ้านเมืองของเขา เท่าที่เห็นพวกหนังสือภาพที่เล่าตำนานพื้นบ้าน ความเชื่อ วัฒนธรรม นำเข้าจากอินเดียเป็นส่วนใหญ่ ภาพสวยสะบัด ความพออีกอพีกคือเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง ลายเส้นคุ้นมาก นึกในใจว่าใช่เล่มเดียวกับที่มีไหมนะ พอเห็นชื่อ Christopher Corr เท่านั้น หยิบทันทีไม่สนราคา เราชอบลายเส้นและการใช้สีของเขามาก
เราเสียทรัพย์ให้ที่นี่ด้วยความยินดีไปหลายพันรูปี วันสุดท้ายของทริปก็ยังดั้นด้นไป Pilgrims Book House ชอบขนาดไหนคิดดู แต่เราไปก่อนเวลาเปิดร้านมาก เลยนั่งรอที่คาเฟ่ฝั่งตรงข้าม ชื่อ Dozy Coffee & Bakery โมเมนต์จิบกาแฟรอร้านหนังสือเปิดนี่มันดีจัง จะว่ากระแดะก็ได้ แต่ดีจริง ๆ อากาศเย็นแต่มีแสงแดด ประตูม้วนสีน้ำเงินค่อย ๆ เปิดขึ้น เสียงดังคำรามลั่นถนน มันเหมือนร้านหนังสือกำลังมีชีวิต

พิกัด : Chaksibari Marg, Kathmandu (แผนที่)
Write on The Cloud
Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ




