12 ธันวาคม 2025
6 K

ดวงอาทิตย์กลมโตทอแสงในช่วงนาทีสุดท้ายของวัน อาบท้องฟ้าที่เคยสีฟ้าสดใสให้กลายเป็นสีส้ม (และบางครั้งก็เป็นสีชมพู) 

นี่คือนิยามของ ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ คอนเซปต์หลักของ Thailand Biennale Phuket 2025 ที่ดึงเอาทิวทัศน์ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดบนแหลมพรหมเทพมาเป็นกระดูกสันหลังของเทศกาลงานศิลปะที่จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี คราวนี้ถึงคิวของ ‘ภูเก็ต’ เมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในภาคใต้

นิรันดร์ [กัลป์] เกี่ยวพันถึง ‘เวลา’ ที่บอกเล่าวัฏจักรทางธรรมชาติอันงดงามของภูเก็ต การนับถอยหลังที่เป็นเหมือนสัญญาณของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ เรื่องราวและตำนานดั้งเดิมที่ส่งต่อกันมา แต่ถูกกลบทับด้วยการท่องเที่ยวที่เฟื่องฟู การแข่งขันทางการค้าที่ดุเดือดเลือดพล่าน วิถีชีวิตของผู้คนที่ไหลไปทั้งกลางวันและกลางคืน 

ทั้งหมดนี้นำมาจัดให้ดำรงอยู่ใน นิรันดร์ [กัลป์] รวมผลงานศิลปะที่แม้จะแตกต่าง แต่ก็ดำรงอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางวิกฤตโลกที่รุนแรงมากขึ้นทุกที

ภายใน Thailand Biennale Phuket 2025 เราจึงเห็นสถานที่เก่าแก่ อาคารร้าง และบ้านที่มีประวัติศาสตร์ กลายมาเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะหลายรูปแบบ ทั้งศิลปะจัดวาง สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะการแสดง ศิลปะถักทอ ศิลปะจัดวาง และอื่น ๆ อีกมากมายที่ผู้จัดงานบอกว่าต้องใช้เวลา 3 – 4 วันถึงจะดูครบ 

เราคัดสรรผลงานห้ามพลาด 15 ชิ้นจาก 15 ศิลปินที่กระจายตัวทั่วภูเก็ตมาฝาก เก็บลิสต์นี้แล้วจองตั๋วตามไปชมด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและพิกัดจัดแสดงได้ที่ Facebook : Thailand Biennale หรือเว็บไซต์ www.thailandbiennale.org/th

สันติ ลอรัชวี

เริ่มต้นด้วยห้องที่รายล้อมไปด้วยแผ่นดินเผาวางเรียงกันเหมือนโดมิโน่บนพาร์ทิชันและแท่นนามบัตรบนผนัง ‘ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก’ คือผลงานจาก สันติ ลอรัชวี ศิลปินที่เติบโตจากเส้นทางนักออกแบบ นอกจากเขาจะทำ Key Visual ให้กับ Thailand Biennale Phuket 2025 เขาลงพื้นที่ไปพบปะพูดคุยกับชาวบ้านในภูเก็ต ตั้งแต่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ตลาดดาวทาวน์ และหมู่บ้านชาวประมง เป็นเวลา 1 ปีเต็ม แล้วบันทึกบทสนทนาลงบนหนังสือเล่มใหญ่ (ที่เราพลิกอ่านได้) 

เขาเก็บสะสมวัตถุดิบต่าง ๆ จากผู้คนที่ได้พูดคุยมา ทั้งเปลือกหอยจากชาวเล กระเบื้องจากศาลเจ้าที่กำลังบูรณะ กากกาแฟจากโฮสเทล ผงธูปจากศาลเจ้า และผงขี้แร่ มาบดรวมกันแล้วนำมาเคลือบดินเซรามิกทีละแผ่นก่อนนำไปเผา ทำให้พื้นผิวและลวดลายของดินแต่ละก้อนไม่เหมือนกัน ก่อเรียงกันให้เราไล่สายตาดูทีละแผ่น

ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก
  • โรงหนังเพิร์ล
  • 10.30 – 18.00 น.

อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์

นักแสดงคาบาเรต์ในภูเก็ตมีชีวิตไม่ต่างจากซินเดอเรลลา เมื่อการแสดงอันสวยงามชวนฝันจบลง พวกเขากลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง และเผชิญหน้ากับเพศสภาพที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างแท้จริง 

ความเจ็บปวดและเรื่องราวของนักแสดงคาบาเรต์ถูกบอกเล่าผ่าน ‘วิกผม’ ในนิทรรศการ Foxy Diva Hot Pink Lacegina Queen นำมาถักทอด้วยฝีมือของ อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ ศิลปินหญิงที่โดดเด่นเรื่องการทำงานศิลปะด้วยเส้นผม 

ครั้งนี้เธอนำวิกผมมาถักทอโดยใช้ไม้แขวนเสื้อเป็นตัวยึดโยง รวมถึงรองเท้าแก้วซึ่งประกอบขึ้นจากเศษแก้วที่เก็บจากชายฝั่งภูเก็ต หยอกล้อไปกับความเปราะบางของอาชีพนักแสดงคาบาเรต์

Foxy Diva Hot Pink Lacegina Queen
  • โรงหนังเพิร์ล
  • 10.30 – 18.00 น.

โอ๊ต มณเฑียร

ห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยแสงไฟไนต์คลับ สร้างขึ้นโดย โอ๊ต มณเฑียร ศิลปินไทย LGBTQ+ ที่เลือกหยิบประเด็น Sex Worker ในภูเก็ตมาเปรียบเทียบกับการผลิตไข่มุกที่จำเป็นต้องฝังสิ่งแปลกปลอมลงไปในหอยมุก ต้องสร้างความระคายเคืองให้หอย หอยถึงจะสร้างมุกขึ้นมา เช่นเดียวกับพนักงานบริการที่ใช้ร่างกายทำงาน 

ภายในห้องจัดแสดงการเพาะแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของหอยมุก มีตู้แก้วที่มัดหอยไว้ในทะเลใกล้ผิวน้ำ แสงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยแสงผับจากซอยพาราไดส์ในป่าตอง ภาพยนตร์ Pearl Boy ที่บอกเล่าเรื่องราวของพนักงานบริการในภูเก็ต ด้านหลังจอยังมีประติมากรรมของเปลือกหอยกองพะเนินที่มีสร้อยหอยมุกวางอยู่ด้านบนที่ศิลปินตั้งใจสื่อความงดงามที่แลกมากับความเจ็บปวด สร้อยมุกแสนสวยงามที่ต้องแลกมากับความเจ็บปวดของหอยมุกหลายสิบตัว

Pearl Boy
  • โรงหนังเพิร์ล 
  • 10.30 – 18.00 น.

ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์

ห้องสุดท้ายในโรงหนังเพิร์ลเป็นพื้นที่ของ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ เขานำจอภาพ 6 จอ และลำโพง 12 ตัวที่แสดงภาพและเสียงเชื่อมโยง-ตอบสนองซึ่งกันและกัน เพื่อบอกเล่าเรื่อง ‘ศาลเจ้าต่องย่องสู’ ศาลเจ้าที่ตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้กับชาวอั้งยี่ที่เป็นคนงานเหมืองดีบุก 416 คน พวกเขาถูกฆาตกรรมหมู่แบบเผาทั้งเป็นเมื่อ พ.ศ. 2422 เพราะความขัดแย้งกับชาวอั้งยี่อีกแก๊ง

ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมดีบุกของเมืองภูเก็ตซึ่งมีความรุนแรงซ่อนอยู่ถูกนำมาเล่าอีกครั้งผ่านการตีความของไทกิ เขาไม่ได้บอกเล่าตรง ๆ แต่สอดแทรกด้วยภาพและเสียงที่ร้อยเรียงอย่างมีชั้นเชิงเหมือนบทกวี รวมถึงมีลำดับการเดินชมงาน ให้เหมือนกับว่าผู้เข้าชมกำลังเดินลงไปในเหมือง

Foreign Bodies
  • โรงหนังเพิร์ล 
  • 10.30 – 18.00 น.

กมล เผ่าสวัสดิ์

ตำนานพระนางเลือดขาว เป็นตำนานที่บอกเล่าในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สำหรับฉบับภูเก็ต เล่ากันว่าพระนางเลือดขาวถูกใส่ร้ายว่ามีชู้ จึงมีโทษประหารชีวิต กมล เผ่าสวัสดิ์ นำตำนานพระนางเลือดขาวมาเปรียบกับความไม่ยุติธรรมในบ้านเมือง ผู้บริสุทธิ์ถูกกดทับด้วยอำนาจ ผ่านศิลปะการจัดวางที่ให้เราสัมผัสทั้งแสง เสียง วิดีโอ และกลิ่น สะท้อน 3 วัฒนธรรม ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ และวัฒนธรรมภูเก็ต

พันธสัญญาที่เปล่าประโยชน์ 
  • ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ
  • 10.30 – 18.00 น.

เล็ก เกียรติศิริขจร

ใน Thailand Bieannale Phuket 2025 เล็ก เกียรติศิริขจร ศิลปินภาพถ่าย นำเสนอวิถีชีวิตชาวบ้านและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคม ผ่านผลงาน 3 ชุด ชุดแรกทำขึ้นจากแร่โลหะที่ดูดขึ้นมาตามชายหาด นำมาหลอมและฉายภาพชาวบ้านลงบนแผ่นเหล็กด้วยเทคนิค Wet Plate Collodion สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของภูเก็ตที่เดิมไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่อุตสาหกรรมเหมืองแร่และคนตัวเล็กเหล่านี้ที่เป็นคนท้องถิ่นกำลังถูกกลบทับด้วยคลื่นอุตสากรรมท่องเที่ยว

ส่วนแผ่นเหล็กที่อยู่บนพื้นฉลุเป็นตัวหนังสือ บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนแต่ละคนที่อยู่บนแผ่นเหล็ก ให้เราได้นั่งอ่านเรื่องราวการดิ้นรน การอพยพ การแสวงหาความมั่นคงใหม่ จากเดิมที่ถิ่นที่อยู่อาศัยถูกรุกคืบและแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนอาชีพเดิมที่เคยยึดมั่นก็ต้องแปรเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ สุดท้ายคือภาพขาวดำ ด้านหลังเป็นภาพถ่ายสะท้อนพื้นที่อยู่อาศัยของเหล่าชาวบ้านและแรงงาน ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็นเศษซากประวัติศาสตร์ที่ตั้งคำถามว่าวัฒนธรรมดั้งเดิมพื้นที่จะดำรงอยู่ต่ออย่างไร ในเมืองที่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเฟื่องฟู

ภาระดีบุก
  • อาคารพูนผล
  • 10.30 – 18.00 น.

Wu Chi-yu

ใครจะไปรู้ว่าวัสดุเซลลูลอยด์ (Celluloid) หน้าตาคล้ายพลาสติกที่ใช้ในการผลิตแผ่นฟิล์ม แว่นตา ของเล่น สร้างขึ้นมาจากการบูร

Wu Chi-yu ศิลปินชาวไต้หวันขึ้นเขาไปเพื่ออัดภาพการทำการบูรมาทำ Celluloid ฉายในโรงเหล้ากะทู้ สอดคล้องกับภายนตร์ที่ฉายเรื่องการผลิตยางพาราในไทย ซึ่งในอดีตอุตสาหกรรมยางพารารุ่งเรืองมากในภาคใต้ 

ทั้งหมดนี้ศิลปินพยายามสื่อสารถึงการที่มนุษย์สกัดทรัพยากรจากธรรมชาติ ตักตวงทรัพยากรไปโดยคิดว่าเป็นของตนเอง

Stories of Celluloid Series 
  • โรงงานสุราสรรพสามิต (โรงเหล้ากะทู้)
  • 10.30 – 18.00 น.

Ryuichi Sakamoto และ Shiro Takatani

นี่คือไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดของ Thailand Biennale Phuket 2025

Is Your Time คือการนำผลงานในปี 2017 ของ Ryuichi Sakamoto ผู้ประพันธ์บทเพลงชื่อดังชาวญี่ปุ่น มีผลงานที่เรารู้จักกันดีคือ Merry Christmas, Mr. Lawrence 

เปียโนที่ตั้งอยู่บนผืนน้ำ ด้านบนมีจอฉายภาพคลื่นทะเลตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางโรงยิม เช่นเดียวกับช่วงเวลาที่ Ryuichi Sakamoto พบเปียโนหลังนี้ตรงเรียนมัธยมเกษตรกร จังหวัดมิยางิ หลังเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2011

ภาพเปียโนที่ถูกคลื่นสึนามิซัดจนเสียหาย Ryuichi Sakamoto เปรียบเปรยไว้ว่า ภาพดังกล่าวที่เขาเห็นราวกับเป็นภาพความตายของดนตรี Ryuichi Sakamoto และ Shiro Takatani จึงชุบชีวิตเปียโนหลังนี้ขึ้นอีกครั้ง มันไม่ได้บรรเลงบทเพลง หากแต่เคาะตัวโน้ตตามจังหวะและเวลา โดยเชื่อมโยงกับภาพคลื่นที่ฉายอยู่ด้านบนโรงยิมขนาด 4,000 ที่นั่ง

Is Your Time
  • อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง 
  • 10.30 – 18.00 น.

ฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล และ เอกภพ หวงธนะภัณฑ์

ภาพ : Thailand Biennale Phuket 2025

จาก Bangkok Bastard ที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่อยู่อาศัยของคนงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ สู่ Moto Bagads ซึ่งเป็นเหมือนชุดข้อมูลที่ 2 สถาปนิก ฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล และ เอกภพ หวงธนะภัณฑ์ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพื้นที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตของชาวเลบนเกาะสิเหร่ เดิมทีพวกเขาใช้ชีวิตร่อนเร่ตามเกาะต่าง ๆ อาศัยอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่เมื่อความเจริญเข้ามา พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต สูญเสียพื้นที่ทำกินให้การท่องเที่ยว

Moto Bagads จึงบันทึกการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้ ทั้งอาคารที่ถูกดัดแปลง กับดักปลาพื้นบ้านที่สืบต่อมาหลายชั่วอายุคน รถมอเตอร์ไซค์พ่วงที่เป็นเหมือนเรือบนบก และรูปทรงของกับดักปลายังนำมาดัดแปลงเป็นศาลาในอนาคตบนเกาะสิเหร่อีกด้วย

Moto Bagads 
  • อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง 
  • 10.30 – 18.00 น.

ปรัชญา พิณทอง

ผลงานของ ปรัชญา พิณทอง สร้างความทึ่งให้เราเสมอ ใน Thailand Biennale Phuket 2025 ก็เช่นกัน ด้วยการเปรียบเทียบอย่างแยบยล และสร้างบรรยากาศราวกับว่าระหว่างที่เราเดินผ่านพื้นที่ของเขา เรากำลังตั้งคำถามชวนคิดอยู่ตลอด

ครั้งนี้ปรัชญาเลือกประเด็นสะท้อนการฟื้นฟูธรรมชาติด้วยการเลียนเสียงนกและเสียงปะการัง นำรังนกจำลองมาจัดแสดงบนชั้น 3 ของหยี่เต้งคอมเพล็กซ์ พร้อมเปิดเสียงนกนางแอ่น ล่อนกให้มาทำรังจริง ๆ ส่วนเสียงปะการังมาจากงานวิจัยว่า ตัวอ่อนของสัตว์น้ำมักถูกดึงดูดด้วยเสียงของปะการัง

ปรัชญาลงไปดำน้ำเก็บเสียงปะการังมาเอง ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนการทดลองเพื่อเสียดสีต่ออุตสาหกรรมที่ทำร้ายธรรมชาติและท้องทะเล

water~copy~air~streak
  • ตลาดสาธารณะเทศบาล 3 เดิม (หยี่เต้งคอมเพล็กซ์)
  • 10.30 – 18.00 น.

ปิตุพงษ์ เชาวกุล

THE LABYRINTH #2 เป็นภาคต่อของผลงานสร้างชื่อของ ปิตุพงษ์ เชาวกุล มาเยือนภูเก็ตทั้งที ครั้งนี้จึงยิ่งใหญ่และสลับซับซ้อนกว่าชิ้นแรกที่บางแสน

เมื่อเดินเข้าไป จะไม่มีเส้นทางตายตัวให้เดินตาม ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดจบ แต่ชวนคุณลองค้นหาเส้นทางของตนเอง ตัวงานเป็นทั้งประติมากรรม เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเล่น เป็นเหมือนจุดเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และชีวิตประจำวัน เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่ก็เข้าไปสำรวจได้เช่นกัน

THE LABYRINTH #2 
  • สวนสาธารณะสะพานหิน 
  • 06.00 – 22.00 น.

Eiji Sumi

ผ้าสามสีพันต้นไม้ เป็นความเชื่อท้องถิ่น เชื่อกันว่าต้นไม้ที่ผูกผ้าสามสีมีเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษา ศิลปินชาวญี่ปุ่น Eiji Sumi นำความเชื่อนี้มาอัปเกรดอีกขั้นด้วยผลงานศิลปะที่สอดแทรกวิทยาศาสตร์และสร้างความเชื่อขึ้นมาอย่างแยบยล

ท่ามกลางป่าโกงกางมีโคมไฟตั้งอยู่สูงต่ำตามทางเดิน โคมไฟเหล่านี้จะส่องสะท้อนแสงออกมาเป็นแนวนอน พาดผ่านต้นโกงกางน้อยใหญ่ เปลี่ยนเฉดสีไปตามวันเวลา ราวกับว่าแสงเหล่านี้พันรอบต้นโกงกางเพื่อปกปักรักษาเช่นเดียวกับผ้าสามสี

Whisper of the Forest
  • อุโมงค์ป่าโกงกาง สะพานหิน
  • 06.00 – 22.00 น.

Ibrahim Mahama

ศาลาบนจุดชมวิวเขารังถูกคลุมด้วยกระสอบปอ เป็นผลงานจาก Ibrahim Mahama ที่ขนผ้ากระสอบปอมาจากบ้านเกิดที่ประเทศกานา นำมาเย็บต่อกันจนคลุมโอบล้อมรอบศาลา บนกระสอบแต่ละผืนเต็มไปด้วยร่องรอยตราประทับ คราบเปื้อน และตะเข็บ บอกเล่าเรื่องราวของภูเก็ตที่เคยเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร สะท้อนถึงประเด็นแรงงานและการค้าขาย ก่อนที่ภูเก็ตจะแปรเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยว

Silent Memories
  • จุดชมวิวเขารัง
  • 10.30 – 18.00 น.

อารยา ราษฎร์จําเริญสุข

อาคารดีซีเป็นตึกแถวเก่าที่ผสานความเป็นตะวันตกกับตะวันออกเข้าด้วยกัน ใน Thailand Biennale Phuket 2025 อารยา ราษฎร์จําเริญสุข ศิลปินหญิงที่เลี้ยงหมาจร เขียนหนังสือ และสร้างงานศิลปะ แปลงพื้นที่ในตึกแถวให้เป็นสถานที่ที่สะท้อนตัวตนเธอ

ภายในอาคารเต็มไปด้วยประติมากรรมสุนัขที่เคยมีชีวิต พวกมันนอนเอกเขนก วิ่งเล่น หยอกล้อกันราวกับมีชีวิต รอบ ๆ อาคารมีการติดตั้งกระจกสะท้อนบ่อน้ำ เฟอร์นิเจอร์เก่า เตา และประตู บางมุมมีตุ๊กตาระบำอยู่บนคานและห้อยหัว รวมกันเป็นนิยายภาพที่กำลังเล่าเรื่องชีวิตของอาจารย์อารยา

ลมหวานเด๋อ
  • DC Phuket
  • 10.30 – 18.00 น.

Ryue Nishizawa

หากใครเคยไป Teshima Art Museum เกาะเทชิมะ ประเทศญี่ปุ่น คงคุ้นเคยกับสไตล์ของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นคนนี้ดี เมื่อ Ryue Nishizawa มาเยือนภูเก็ต เขาเห็นความผสมกลมกลืนระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ จึงสร้างโมเดล A Library for Children ขึ้นมา โดยยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมที่โปร่งเบาและเรียบง่าย 

หอสมุดในจินตนาการแห่งนี้วาดและประกอบขึ้นจากรูปทรงและวัสดุเรียบง่าย ออกแบบอาคารให้แสง ลม และทิวทัศน์เข้าออกได้รอบ เช่นเดียวกับผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เข้ามาพบปะ นั่งเล่นและเรียนรู้กันได้อย่างอิสระ และอาคารยังเชื่อมต่อไปถึงชายหาด กลมกลืนไปกับธรรมชาติของภูเก็ตอย่างลงตัว

A Library for Children
  • หอศิลป์ร่วมสมัยภูเก็ต
  • 10.30 – 18.00 น.

นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ

เหมืองเจ้าฟ้าเป็นโลเคชันที่เรารอคอย เพราะที่นี่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภูเก็ต เป็นเหมืองสูบแห่งแรกของประเทศไทย เป็นหลักฐานว่าในยุคหนึ่งภูเก็ตเคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองในการส่งออกเหมืองแร่ นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ ศิลปินชาวกาญจนบุรี ผู้ทำงานศิลปะเชิงวิจัย ใน Thailand Biennale Phuket 2025 เขาสนใจการเปลี่ยนแปลงจากเมืองที่ส่งออกแร่ดีบุกสู่เมืองท่องเที่ยวของภูเก็ต จึงเริ่มทำงานจากพื้นที่เหมืองเจ้าฟ้า

นิวัฒน์ลงพื้นที่เจอบ่อขยะรีไซเคิลที่สะพานหิน (ภูเก็ต) เริ่มทำงานจากวัสดุอะลูมิเนียมในบ่อขยะที่คล้ายคลึงกับแร่ดีบุก ไอเดียนี้นำมาสู่การตั้งคำถามถึงวงจรย้อนกลับว่า ในอดีตมนุษย์ขุดทรัพยากรจากดิน แต่ปัจจุบันพวกเราส่งคืนสิ่งเหล่านี้กลับไปในรูปของขยะเหลือทิ้ง เขาจึงขุดอดีตขึ้นมาโดยหลอมเหลวอะลูมิเนียมเทลงบนพื้นดินข้างหลังเหมืองเจ้าฟ้า ดูดแร่จากขยะถูกทิ้งออกมาเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ จัดแสดงด้านหน้าเหมือง 

นอกจากนี้ นิวัฒน์ยังสำรวจพื้นที่บ่อขยะสะสม 200 ไร่ด้วยเครื่องมือวัดความลึก กลไกคล้ายกับเครื่องมือธรณีวิทยา แล้วนำข้อมูลไปแปลงเป็นวิดีโอจัดวางภายในโรงงาน เผยให้เห็นเส้นทางของเกาะที่เคยรุ่มรวยด้วยทรัพยากร แต่ปัจจุบันกำลังมากล้นไปด้วยของเสีย 

ศิลปินชวนเรากลับไปทบทวนเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ใหม่ ไม่ใช่เพียงในแง่มุมของการพักผ่อน แต่ชวนพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังการเปลี่ยนแปลง

Land – Fill, ปี 2025
  • เหมืองเจ้าฟ้า
  • 10.30 – 18.30 น.

Tsai Ming-liang

นี่เป็นงานศิลปะที่เราว่าสะเทือนใจที่สุดใน Thailand Biennale Phuket 2025

Back Home เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าการเดินทางกลับบ้านของ อนงค์ ฮวงเฮืองสี คนงานต่างด้าวในไทยที่เดินทางกลับบ้านเกิดที่ลาว ผ่านสายตาของ Tsai Ming-liang ผู้กำกับชื่อดังแห่งไต้หวัน ภาพยนตร์ของเขามักถ่ายทอดความโหยหาและอ้างว้าง ในโปรเจกต์นี้ เขาติดตามเส้นทางการกลับบ้านของแรงงานที่ชีวิตในฝันถูกทำลาย ถูกใช้ และสูญเสียไป 

แม้จะบอกว่านี่คือการกลับบ้านของอนงค์ แต่เราคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเหมือนภาพแทนของชีวิตและความผุพังของผู้คนในสังคม วิดีโอฉายภาพบ้านในหลายมิติ บางหลังสร้างได้เพียงครึ่งทาง บางหลังไม่แน่ใจว่ายังมีคนอยู่อาศัยหรือไม่ ภาพยนตร์ดำเนินไปอย่างไม่ปะติปะต่อ จัดวางร่วมกับภาพเขียนนามธรรมที่สร้างร่วมกันระหว่างอนงค์และผู้กำกับ 

สิ่งที่เราสัมผัสได้จากงานชิ้นนี้ คือคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงกำลังซัดสาดทุกสิ่งให้หายไป 

Back Home จัดแสดงที่อาคารพูนผล ก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2530 แต่ไม่เคยเปิดให้บริการ หากภาพยนตร์กำลังเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงผ่านบ้านเรือน อาคารพูนผลก็เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่ไม่ทันได้งอกงาม และเป็นหลักฐานการล่มสลายทางเศรษฐกิจเมื่อ พ.ศ. 2540 

ได้แต่หวังว่าเทศกาลศิลปะครั้งนี้จะปลุกชีพอาคารเก่าให้กลับมาอีกครั้ง

Back Home, ปี 2025
  • อาคารพูนผล
  • 10.30 – 18.00 น.

Zhao Yao

Signals From Heaven Series เป็นผลงานส่วนหนึ่งของโครงการ The Spirit Above All ที่ Zhao Yao ศิลปินชาวจีน ติดตามพระป่าจากทิเบตเป็นเวลาหลายปีเพื่อสร้างงานศิลปะ รอบนี้ศิลปินนำกระท่อมเล็กทรงกล่องซึ่งเป็นที่พำนักจริงของเหล่าพระมาจัดแสดงที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย สภาพกระท่อมมีร่องรอยของกาลเวลา ภายในฉายวิดีโอสัมภาษณ์พระหลายรูป เล่าถึงความคาดหวังและความต้องการ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่เรื่องอัตลักษณ์ การศึกษา พิธีกรรม ไปจนถึงความลักลั่นของชีวิตร่วมสมัย

ศิลปินเลือกใช้ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยในการจัดแสดง เพราะมองว่าที่ตรงนี้เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาอยากให้เสียงบรรยากาศรอบ ๆ ทั้งเสียงตีระฆัง เสียงขอพร เสียงพูดคุย สร้างผลกระทบต่องาน Signals From Heaven จึงทำงานเหมือนบานพับที่เชื่อมโยงระหว่างความเงียบของสมาธิกับเสียงของข้อมูลที่หลั่งไหล

Signals From Heaven Series, ปี 2018 – 2019
  • ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย
  • 10.30 – 18.00 น.

Alex Monteith, Maree Sheehan และ อภิวัฒน์ ทองยวน

ภายในอาคารเพิร์ลโบว์จัดแสดงผลงานจากศิลปินถึง 3 คน ได้แก่ Alex Monteith, Maree Sheehan และ อภิวัฒน์ ทองยวน ในผลงานวิดีโอความยาวกว่า 10 นาที โดยพวกเขานำจอภาพ 5 จอมาวางเรียงกัน พร้อมกับลำโพง 5 ตัว และซับวูฟเฟอร์อีก 1 ตัว เพื่อถ่ายทอดความละเอียดอ่อนและความสมจริงของภาพและเสียงรอบทิศทางเสมือนโฮมเธียเตอร์ ให้ผู้ชมดำดิ่งสัมผัสถึงเรื่องราวซึ่งบันทึกมาจากท้องทะเลและผืนป่าโกงกางรอบ ๆ ภูเก็ต หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน

มีทั้งภาพต้นโกงกาง แสงแดดที่ทะลุผ่านผิวน้ำ เสียงกึกก้องและแตกพร่าจากกระแสน้ำ เสียงสายฝน เสียงนกร้อง รวมถึงสรรพเสียงอื่น ๆ ที่บันทึกได้จากไฮโดรโฟน เสียงเหล่านี้ซ้อนทับกัน สื่อถึงระบบนิเวศและวัฏจักรของธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงโดยทะเลและผืนป่าโกงกาง

ท่ามกลางเสียงเหล่านั้นเอง เราได้ยินเสียงของชาวมอแกลนที่เร่ร่อนอยู่ในเกาะสุรินทร์ ภูเก็ต และหมู่เกาะเมอร์กุย ภาษาและคำพูดของเขาเป็นเหมือนเสียงกระซิบ คลอไปกับเสียงของวิถีชีวิตประจำวัน ตัดกับเสียงเครื่องยนต์เรือของนักท่องเที่ยว ตอกย้ำถึงความเปราะบางของธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง และแรงกดดันที่จะพยายามพัฒนาพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

Cherishing the Sea Forests
  • เพิร์ลโบว์
  • 10.30 – 18.00 น.

Speedy Grandma

พระอภัยมณี บทประพันธ์ของ สุนทรภู่ นำมาตีความใหม่ในสายตาของ Speedy Grandma กลุ่มศิลปินอิสระที่สร้างงานศิลปะจากการการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ การคิดนอกกรอบ กบฏแหกขนบ ที่มักจะสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้ศิลปินนอกกระแสอยู่เสมอ เนื่องจาก พระอภัยมณี เป็นวรรณคดีที่ประพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งวัฒนธรรมตะวันตกมีอิทธิพลในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ภายในล็อบบี้ของโรงแรมเมลโลว์ พิลโลว์ อัดแน่นไปด้วยผลงานศิลปะสื่อผสม ประกอบด้วยมาสคอตขลุ่ยพระอภัยมณี งานประติมากรรมของเครื่องบินที่กลายเป็นนางเงือก ภาพถ่าย สิ่งพิมพ์ และวิดีโอ ที่สอดแทรกผลกระทบจากยุคอาณานิคมที่บุกรุก แผ่ขยาย และล่วงล้ำเข้ามาในในภูเก็ต แม้จะไม่ถูกปกครอง แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบมาถึงปัจจุบัน

ความคิดค้างคาในน้ำเค็ม โปรดมาท่องเที่ยวที่ทะเลของฉัน
  • โรงแรมเมลโลว์ พิลโลว์
  • 10.30 – 18.00 น.

วรภพ ตันตินันทกุล

วรภพ ตันตินันทกุล เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของภูเก็ต บ้านเกิดเมืองนอนของเขามาตั้งแต่เด็ก จากเมืองอุตสาหกรรมเหมืองที่รุ่งเรืองด้วยการประมงพื้นบ้าน แปรเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยว การเปลี่ยนผ่านสู่ความศิวิไลซ์ ทิ้งร่องรอยทั้งในรูปแบบเศษซากไปจนถึงภาพความทรงจำไว้ในจิตใจ 

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเด่นชัดที่สุดในสายตาวรภพ คือ ‘ถนน’ และ ‘ทางเท้า’ ที่แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำมากที่สุด ในอดีตถนนหลายสายในภูเก็ตสร้างขึ้นด้วยตะกรันดีบุกและเศษหินที่มีคุณภาพสูงขั้นว่าผลิตหัวกระสุนจรวดได้ แต่ถนนที่เคยแข็งแกร่งกลับกลายเต็มไปด้วยหลุมบ่อในปัจจุบัน 

วรภพจำลองถนนภูเก็ตในยุคที่เคยรุ่งเรืองด้วยอุตสาหกรรมเหมืองขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการขึ้นโครงสร้างทางเดินเหล็กบนกองตะกรันดีบุก แล้วคลุมทับด้วยกากมะพร้าว กากกาแแฟ และส่งของเหลือใช้ที่ต่างเป็นสิ่งสะท้อนถึงเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ชวนให้เราตั้งคำถามถึงความศิวิไลซ์ของภูเก็ตที่แสนจะเปราะบางด้วยโครงสร้างคมนาคมที่ไม่แข็งแรงเอาเสียเลย

ทางเดินที่ไม่ราบเรียบอีกต่อไป
  • บ้านเทอร์เทิล ภูเก็ต
  • 10.30 – 18.00 น.

Writers

สาริณ ส่งเกรียงไกร

นักเขียนที่อยากเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดเวลา เผื่อพื้นที่ให้สะสมความรู้ผ่านบทความบ้าน เมือง งานออกแบบ และศิลปะ

นฤภรกมล แมงกะพรุน

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยอาหารอร่อย หมาหน้าตลก อยู่เพื่ออ่านวรรณกรรมแล้วดูหนังไปเรื่อย ๆ ฝันอยากเป็นนักเขียนเรื่องสั้น มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปทุกที่และทดลองทำอีกหลายล้านอย่าง

Photographer

ณัฐพงศ์ ครึกเครือ

ช่างภาพหนุ่มที่รักธรรมชาติฝันว่าอยากเดินทางทั่วยุโรป เชื่อว่าเราเดินทางไม่ใช่ เพื่อหนีจากชีวิต แต่เพื่อให้ชีวิตไม่หนีไปจากเรา