21 มีนาคม 2025
2 K

เมื่อความตายไม่ใช่แค่วาระสุดท้าย แต่คือสิ่งที่ทุกคนเตรียมตัวเผชิญอย่างมีคุณภาพได้

Death Fest 2025 : Better Living, Better Leaving เพื่อการเป็นอยู่ที่มีความหมาย และวาระสุดท้ายที่ดีที่สุด คือเทศกาลความตายครั้งแรกของไทย จัดที่ IMPACT Exhibition Hall 6 เมืองทองธานี เป็นงานแฟร์ที่รวบรวมบริการและองค์ความรู้เพื่อการอยู่ดี-ตายดี ไว้อย่างครบวงจร เตรียมพร้อมตั้งแต่ระยะปลาย ระยะท้าย และรับมือเรื่องราวหลังจากไปให้ทั้งตัวคุณและคนรอบกาย

ในงานอบอวลด้วยบรรยากาศชวนเบาใจ แต่งเติมด้วยมวลอารมณ์หลายหลากจากผู้เข้าร่วมหลากหลายกลุ่ม ทั้งเด็กจิ๋ว เด็กใหญ่ วัยรุ่น ผู้สูงวัย ผู้ป่วย ภิกษุ สะท้อนความเป็นไปว่าความตายและการเตรียมตัวตายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญ

แน่นอนว่างานใหญ่เช่นนี้ย่อมอัดแน่นไปด้วยกิจกรรม เวิร์กช็อป และโซนต่าง ๆ ให้คุณได้สำรวจอย่างจุใจ จนบางคนอาจสงสัยว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อน เราจึงถือโอกาสคัดสรร 11 จุดห้ามพลาดไว้เป็นลายแทงประกอบการตัดสินใจ ให้คุณได้ทดลอง เรียนรู้ และเตรียมพร้อมสู่ความตายที่ดีในแบบของตน

ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ขอเชิญทุกคนร่วมเตรียม ‘อยู่ดี-ตายดี’ ไปพร้อมกันเลย

1
เริ่มเดินเวียนขวา วนชีวิตให้ครบโซน

ก่อนจะเข้าเทศกาล เราขอพาไปทำความรู้จักผังของงานนี้คร่าว ๆ

บูทในเทศกาลความตายตั้งใจจัดเรียงให้คล้ายนิทรรศการ มีการลำดับเรื่องราวให้ผู้เข้าร่วมเดินรับความรู้ตามเส้นทางของชีวิต เวียนไปทางขวาตั้งแต่แก่ดี เจ็บป่วยดี เตรียมตัวตายดี และตายดี แบ่งส่วนคล้ายกับงานแฟร์ออกร้านทั่วไป เพื่อให้ผู้สนใจที่ยังลังเลเปิดใจมาเดินเทศกาลนี้ได้ง่ายขึ้น

ไฮไลต์สำคัญ คือตอนที่เดินผ่านประตูทางเข้า สิ่งแรกที่ทุกคนจะพบคือโซนจัดแสดง นับถอยหลังเวลาสู่ ‘Deadline’ ตายสุดท้ายของชีวิต ต่อเนื่องด้วยการเดินผ่านทางแคบคล้ายการนอนโลงศพ สองข้างทางเป็นเรื่องราวคู่ขนาน ระหว่างคนที่เตรียมตนและคนรอบข้างถึงการตัดสินใจในวันที่ตนใกล้จากไป กับคนที่ไม่ได้ทำ

โซนจัดแสดงนี้เกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นเตือนผู้เข้าร่วมทุกคนว่าความตายใกล้เข้ามาทุกที เราจึงควรเตรียมตัว เรียนรู้วิธีอยู่ดีและหนทางตายดีแต่เนิ่น ๆ

2
ลงทะเบียนร่วมงานรับสมุดเบาใจ (ฉบับ Death Fest)

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก ‘สมุดเบาใจ’ คือเครื่องมือวางแผนบั้นปลายชีวิต ช่วยแสดงเจตนาเกี่ยวกับวิธีการดูแลระยะท้ายให้ครอบครัวและทีมสุขภาพรับรู้ล่วงหน้า โดยมีผลทางกฎหมายตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 เป็นเหมือนขั้นตั้งต้นเพื่อเตรียมจากไปโดยไม่สร้างความขัดแย้งทางใจแก่คนที่ยังอยู่ 

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเตรียมสมุดเบาใจฉบับ Death Fest 2025 เป็นของที่ระลึกสำหรับ 5,000 ท่านแรกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมและมาเช็กอินในงาน ให้ขั้นแรกของการเข้าร่วมเทศกาลความตายปีนี้เป็นขั้นแรกเพื่อการเตรียมตัวตายดีของทุกคน

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

ส่วนผู้สนใจที่ลงทะเบียนไม่ทัน 5,000 คนก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะภายในงานมีสมุดเบาใจฉบับปกติวางจำหน่าย ให้ทุกคนเลือกซื้อและลองวางแผนความได้ตามใจเลย

3
ร่วมชั้นเรียนเพื่อรับมือปัญหาในทุกช่วงชีวิตก่อนจากลา กับเวที Old School

ความตายเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วผ่านไป แต่กระบวนการเดินทางไปยังวาระสุดท้ายนั้นซับซ้อนและอัดแน่นด้วยรายละเอียดกว่าที่คุณคาด หลายคนเดินทางเกือบถึงโดยไม่ได้เตรียมตนและคนใกล้ตัวให้พร้อมรับมือ ทั้งด้านการเงิน สภาพจิตใจ การเยียวยา จนต้องคอยห่วงพะวงตราบวินาทีสุดท้ายของชีวิต

เทศกาลความตายครั้งแรกของไทย จึงขอชวนผู้เข้าร่วมมาเรียนรู้วิธีรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ในทุกช่วงชีวิตก่อนจากลา ผ่านความรู้ ความนึกคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ตรงของวิทยากรหลายแขนงที่จะเปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นห้องเรียนขนาดย่อม ให้ทุกคนได้เข้าใจความเป็นไปก่อน ระหว่าง และหลังความตายมากขึ้นไปพร้อมกัน

โดยห้องเรียน Old School ภาคทฤษฎีนั้นจัดต่อเนื่องตลอด 3 วันของเทศกาล ผู้ที่สนใจก็จับจองที่นั่งบริเวณเวที แล้วซึมซับเรื่องราว ‘ความตาย’ กันได้ตามสะดวก

4
ถ่ายรูปสุดท้ายของตัวเองล่วงหน้า ที่ Last Photo 

Last Photo คือห้องภาพพิเศษฝีมือของ ธำรงรัตน์ บุญประยูร อดีตช่างภาพโฆษณาที่ถ่ายภาพคนมีชื่อเสียงมากมาย แต่ในวันที่พ่อของเขาจากไป เขาพบว่าไม่มีภาพของพ่อที่จะเอามาใช้ในงานศพสักรูป เรื่องนี้จุดประกายให้เขารับอาสากดชัตเตอร์ครั้งสุดท้ายแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้มาโดยตลอด

ในสตูดิโอพิเศษนี้ ธำรงรัตน์จะชวนคุณนั่งลงหลังม่าน ในห้องขนาดกะทัดรัดใจกลางงาน โอมล้อมด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย หล่อเลี้ยงช่วงเวลาในนั้นด้วยบทสนทนาเรื่องความตาย ย้อนคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา เพื่อบันทึกภาพทรงจำที่คุณอยากจะสื่อสารกับทุกคนในวันที่ต้องจากไปจริง ๆ 

โดยกิจกรรมนี้ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เพียงมาลงชื่อที่บูท Last Photo ในโซน Before I Die Activities ก่อนถึงรอบที่ต้องการ แต่คงต้องรีบสักหน่อยเพราะแม้สตูดิโอจะเปิดบริการในงานทุกวัน แต่ก็รับได้เพียงวันละ 5 รอบ รอบละ 5 คน ตามเวลาดังต่อไปนี้

– 10.30 – 11.30 น.

– 11.30 – 12.30 น.

– 13.30 – 14.30 น.

– 15.30 – 16.30 น.

ว่าแล้วก็เล็งรอบล่วงหน้าแล้วตรงไปลั่นชัตเตอร์ครั้งสุดท้ายกันเลยดีกว่า

5
Test Die ลองนอนโลง เพื่อเลือกบ้านหลังสุดท้าย โดย สุริยาหีบศพ

นี่คือโซนที่คนสนใจล้นหลามที่สุดในเทศกาล ตอนไปถึง เราพบทั้งเด็กจิ๋วที่กำลังถอดรองเท้าก้าวเข้าโลงจำปาแบบจีนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม คู่รักวัยรุ่นที่ต่างฝ่ายต่ายคะยั้นคะยออีกคนให้ลองมุดเข้าไปนอนโลงเย็น ไปจนถึงกลุ่มเพื่อนสูงอายุที่หัวเราะขำขัน พลางผลัดกันลองนอนโลงแทบทุกแบบ ราวกับกำลังลองเสื้อผ้าชุดใหม่

ใครที่ยังไม่เคยลอง อย่าคิดว่านอนโลงแล้วจะเคราะห์ร้าย เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเร็วหรือช้า กล่องไม้สี่เหลี่ยมนี้ก็จะเป็นที่พักหลังสุดท้ายของเกือบทุกชีวิตอยู่ดี 

ดีเสียอีก นี่จะเป็นครั้งแรกที่โลงศพไม่ใช่ของที่ ‘คนใช้ไม่ได้เลือก คนเลือกไม่ได้ใช้’ เพราะงานนี้คุณจะได้เลือกเฟอร์นิเจอร์สุดท้ายในชีวิตด้วยตัวเอง กับโชว์รูมโลงศพที่สุริยาหีบศพคัดสรรเป็นพิเศษ 10 โลง ให้คุณได้ลองนอน ได้เห็น ได้เช็กราคา ได้เลือกตามต้องการ 

วิธีเข้าร่วมกิจกรรมก็ง่าย ๆ เพียงคุณมาลงชื่อที่บูท Test Die by สุริยาหีบศพ ในโซน Before I Die Activities ก่อนถึงรอบที่ต้องการก็ร่วมเลือกโลงที่ถูกไปใจได้เลย

6
เก็บภาพร่วมกับคนที่จากไปอีกครั้ง Ag(ai)n Photo 

บางทีความตายก็กะทันหันและโหดร้ายยิ่งนัก 

โหดร้ายขนาดที่ว่า กับบางคนเราไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปคู่เขา, เธอหรือมันเลยสักครั้งด้วยซ้ำ

แม้ห้องภาพ ‘Ag(ai)n Photo by FabCafe’ ไม่อาจย้อนคืนความตายให้คุณ แต่อย่างน้อยก็ให้โอกาสคุณได้ถ่ายรูปร่วมกับคนที่จากไปและใครที่คิดถึงอีกครั้ง

เพียงคุณนำรูปในอดีตของคนที่คุณรักหรือสัตว์เลี้ยงมาที่งาน จะเป็นรูปจริงหรือไฟล์ดิจิทัลก็ได้ คุณก็จะมีภาพและวิดีโอร่วมกันอีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) จาก FabCafe 

โดยสตูดิโอเปิดบริการในงานทุกวัน วันละ 5 รอบมีรายละเอียดเวลาและจำนวนคน ดังนี้

-10.00 – 11.20 น. รับ 15 คน

-11.30 – 13.00 น. รับ 15 คน

-13.30 – 14.50 น. รับ 15 คน

-15.00 – 16.20 น. รับ 15 คน

-16.30 – 19.00 น. รับ 30 คน

เช่นเดียวกับอีก 2 ส่วนก่อน กิจกรรมนี้ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เพียงคุณมาลงชื่อที่บูท Ag(ai)n Photo by FabCafe ก่อนถึงรอบที่ต้องการ ก็ชักภาพร่วมกับคนในความทรงจำของคุณได้ทันที

7
ลองพูดคุยเรื่องการอยู่ดี-ตายดีกับคนหลายแวดวง ใน 12 วงเสวนา Human Life-Brary

รู้จักความตายทั้งภาคทฤษฎีจากห้องเรียนและภาคปฏิบัติผ่านกิจกรรมทั้งหลายแล้ว คุณอาจมีบางอย่างในใจที่อยากเล่าให้คนอื่นฟังบ้าง เราจึงอยากชวนทุกคนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความชรา ความตาย และคุณภาพชีวิตแบบเจาะลึกกับผู้คนในแวดวงการทำงานด้านนี้จากทั่วประเทศ ผ่านวงสนทนาเล็ก ในกิจกรรม Human Life-Brary

ซึ่งหัวข้อการสนทนามีตั้งแต่สื่อสารเรื่องนโยบายคุณภาพชีวิตกับผู้แทนราษฎร การสร้างชุมชนอยู่ดีตายดี ความตายของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการรับมือหลังความสูญเสียเลยทีเดียว

โดยกิจกรรมนี้ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าสักหน่อย เพราะรับเพียงหัวข้อละ 8 คน ใช้เวลาต่อรอบราว 1 ชั่วโมงพอดี ใครที่สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Facebook : Death Fest และลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่นี่

8
ร่วมฟังนิทาน เปิดใจคุยเรื่องความตายกับเด็ก ๆ กับ Die-alogue of Children’s Books

ความตายกับวัยเยาว์อาจดูเป็นเรื่องที่อยู่ห่างกันคนละฟากชีวิต แต่คงไม่เร็วเกินไปที่จะให้เหล่ากล้าอ่อนได้เข้าใจความตายในแบบเด็กแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้พวกเขาเติบโตไปอย่างเข้าอกเข้าใจชีวิตตามนิยาม ‘อยู่ดี’

ใครที่สนใจประเด็นดังกล่าวอยู่ Die-alogue of Children’s Books เป็นมุมหนังสือเด็กขนาดเล็กน่ารัก จัดแสงสว่างไสว (แต่จุดประสงค์ใหญ่เกินขนาด) โดย แม่นิดนก CREAM Bangkok และ Sand Clock ที่ตอบโจทย์เรื่องนี้พอดี โซนนี้เปิดโอกาสให้เราได้สนทนาเรื่องความตาย การจากลา และการสูญเสีย กับเด็ก ๆ อย่างไม่ยากและกระอักกระอ่วน เพราะเราเชื่อว่าความตายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องพบเจอและควรเป็นหัวข้อพูดคุยกันได้ทุกเพศและวัย

9
ชมบูทบริการพวงหรีดเช่า โรงพยาบาลแนวใหม่ และทำโลงศพจากเห็ดให้เพื่อนสัตว์เลี้ยง

นอกจากโซนเวทีและกิจกรรม ในเทศกาลความตายปีนี้ยังมีบูทขององค์กรต่าง ๆ ที่ทำงานเจ๋ง ๆ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตและการตายดีทั้งมนุษย์และเพื่อนสัตว์เลี้ยง มาให้ทุกคนได้ลองเดินชมกว่า 75 บูท แบ่งเป็น 4 โซนตามระยะชีวิต ได้แก่ โซนแก่ โซนเจ็บป่วย โซนป่วยระยะท้าย-เตรียมตัวตาย และโซนตาย

ซึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจก็มีทั้ง บริการให้เช่าพวงหรีดของ หรีดบุญ LeadBoon โครงการวิจัยเกี่ยวกับการได้ยิน ลดความเสี่ยงสมองเสื่อมโดย Eartone บริการสุนัขบำบัด ของ Therapy Dog Thailand โรงพยาบาล KOON ซึ่งเป็นแห่งแรกที่ให้บริการรักษาประคับประคอง ไปจนถึงโลงศพจากเห็ดสำหรับสัตว์เลี้ยง ของ Mycelium Coffin

หากใครเข้าห้องเรียน ทำกิจกรรมแล้วยังไม่จุใจ ก็ไปเดินโซนออกบูทกันต่อได้ตามอัธยาศัยเลย

10
ไปเดินดูนิทรรศการสมุดเบาใจของคนหลากหลายวงการ

มีสมุดเบาใจของตัวเองแล้ว เรียนรู้หนทางตายดีมาตลอดงานก็แล้ว แต่ถ้าคุณยังลังเลอยู่ว่าควรเลือกวิธีใดในช่วงสุดท้ายของชีวิต เราขอชวนมาชมตัวอย่างความคิดในสมุดเบาใจของคนผู้คนหลากวงการ ต่างช่วงวัย ทั้งนักเขียน นักบวช อาจารย์ เด็ก เยาวชน คนสูงอายุ ที่นำมาจัดแสดงร่วมกัน 

หลายคนในที่นี้ได้ใช้สมุดเบาใจเพื่อนำทางการดูแลคนที่รักในวาระสุดท้าย และบางคนก็ได้บอกรักครั้งสุดท้ายผ่านตัวหนังสือในสมุดเบาใจนี้ เมื่อเราลองอ่านแล้วทั้งยิ้มกว้างพลางน้ำตารื้น เพราะรู้สึกว่าสมุดแต่ละเล่มไม่ใช่เพียงปึกกระดาษ แต่คือชีวิตของผู้เขียน ในนั้นอัดแน่นด้วยความทรงจำ บรรจุความสัมพันธ์ และกำลังรอคอยช่วงเวลาเหมาะสมที่ความตายพาให้ต้องเปิดออกเพื่ออ่านเนื้อหาด้านในอยู่

และ 9 บุคคลที่มาแบ่งปันแรงบันดาลใจกับผู้มาเยี่ยมเยือนก็ ได้แก่

พระไพศาล วิสาโล, วีรพร นิติประภา (แหม่ม), ปราย พันแสง, สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม), คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง (อ.ตุล), ธนกฤต พานิชวิทย์ (ว่าน), วรฉัตร ธำรงวรางกูร (เฉียงไปอยู่ไหนมา), ภูมิภัทร ถาวรศิริ (เอม), เรไร สุวีรานนท์ (เรไรรายวัน)

11
ร่วมชม Healing Concert ท้ายงาน เพื่อเยียวยาการเป็นอยู่ระยะท้ายของทุกคน 

by ‘The Cadence : Music Therapy for Life and Death’

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เพราะเมื่อยังไม่ ‘ตายดี’ ชีวิตก็ยังไม่สิ้นสุด ขอชวนทุกคนมา ‘อยู่ดี’ ทำใจสบาย ๆ ร่วมฟังคอนเสิร์ตพิเศษ เพื่อข้ามผ่านพิธีปิดงาน Death Fest 2025 ไปด้วยกัน

Healing Concert นี้จะทำให้คุณได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนของการสูญเสีย สู่การดำรงอยู่ต่อไป ผ่านบทเพลงและภาพที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และความทรงจำ ในคอนเสิร์ตที่เรียบเรียงขึ้นด้วยหลักการเฉพาะทางของศาสตร์ดนตรีบำบัด โดยวง The Cadence Music Therapy

ส่วนใครที่มาถึงวันปิดเทศกาลแล้วอยากชวนคนที่จากไปมารับรู้ความทรงจำด้วยกัน ก็ร่วมส่งภาพประทับใจของคนที่คุณรักที่จากไปแล้วจำนวนไม่เกิน 3 ภาพ เพื่อบรรจุลงใน Visual Motion ที่จะฉายทุกความทรงจำและความรู้สึกไปพร้อมกับบทเพลงแห่งการเยียวยาได้เลย

หมายเหตุ : บางกิจกรรมเปิดให้เข้าร่วมเป็นรอบ หรือมีรายละเอียดเพิ่มเติมในการสมัครเข้าร่วม ติดตามรายละเอียดได้จาก Facebook : Death Fest

Writer

สิรภพ พรอำนวยผล

นักอ่านมือสมัครเล่น ทาสแมวมืออาชีพ โตขึ้นอยากเป็นบรรณาธิการ พร้อมความฝันว่าสักวันจะเปิดร้านหนังสือที่เชียงใหม่

Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน