คนรักงานคราฟต์ต้องมาเดินงาน ‘Crafts Bangkok 2024’ เพราะนี่คืองานที่รวบรวมสินค้างานหัตถกรรมกว่า 400 แบรนด์จากทั่วประเทศ ยังมีกิจกรรมและเวิร์กช็อปอีกมากมาย ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) (สศท.) หรือ SACICT ด้วยแนวคิด Sustainable Arts and Crafts ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ หัตถกรรม และนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน เข้าด้วยกัน


สำรวจเทรนด์และอุดหนุนผู้ประกอบการได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ Hall 98 – 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา งานนี้เดินสนุก เพราะมีงานสร้างสรรค์ให้ดูเพียบ จะแวะช้อปสินค้างานคราฟต์หลากหลายประเภท ฟังเสวนาสร้างแรงบันดาลใจ ไปเชื่อมคอนเนกชันใหม่ ๆ หรือไปพูดคุยกับพ่อค้าแม่ขาย-ครูช่างศิลป์ ก็เพลิดเพลินและควรค่าทั้งนั้น
หลังจากเราเดินทั่วงานจนอยากนอนค้างสักคืน (ฮา) ขอคัดสรร 10 แบรนด์คราฟต์ฝีมือคนไทยมายั่วคนรักงานคราฟต์สักหน่อย หลังจากคุณอ่านบทความนี้จบ โปรดระงับอาการมือสั่นจนต้องกุมกระเป๋าสตางค์ด้วยการบึ่งรถไปไบเทค บางนา โดยด่วน มีเพื่อนชวนเพื่อน มีแฟนชวนแฟน หรือจะชวนครอบครัวไปสนับสนุนผู้ประกอบการไทยก็ย่อมได้ ไปค่ะ ไปละลายทรัพย์ที่ Crafts Bangkok 2024 ด้วยกัน

#01
NERA, สงขลา
บูท B28

ลูกปัดหลากสีจากบูทนี้ดึงดูดสายตาเหลือเกิน เราเดินปรี่เข้ามาคุยกับเจ้าของแบรนด์แบบด่วนจี๋ ได้ความว่า ป้อม-เนติพงศ์ ไล่สาม เป็นชาวสงขลาที่คุ้นเคยกับชุดโนราห์เป็นอย่างดี เพราะญาติ ๆ ในชุมชนละแวกบ้านทำชุดโนราห์ เนติพงศ์และความผูกพันกับโนราห์จึงร่วมกันกลายเป็น NERA แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใช้ทั้งลวดลาย เทคนิค วัสดุ และภูมิปัญญาจากเครื่องทรงโนราห์ มาร้อยเรียงอยู่บนของตกแต่งบ้านและเครื่องประดับ อย่างเห็นโคมไฟที่ทำมาจากลูกปัดหลากสี เห็นแล้วอยากอุดหนุดสุด ๆ แต่เนติพงศ์บอกว่า ถ้าสนใจต้องสั่งทำนะ ส่วนกระเป๋ากับเครื่องประดับซื้อแล้วหิ้วกลับบ้านได้เลย


ดอกซ้อน ดอกประจำยาม และดอกไม้ต่าง ๆ บนชุดโนราห์ นำมาใช้เป็นลายดอกที่ประดับบนกระเป๋าใบสวย NERA บรรจงใส่ระย้าเพิ่มเข้าไปให้มีลูกเล่นซุกซนไม่ซ้ำใคร เพราะเนติพงศ์บอกว่าแบรนด์ของเขาคือความเยอะ ความอลัง! ใจเราเต้นตูมตามตอนลองสัมผัสกระเป๋าและตอนดูเขาร้อยลูกปัด
นาทีนี้บอกเลยว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม วันนี้ต้องได้กระเป๋า NERA กลับบ้านเท่านั้น

#02
141 Crafts, กรุงเทพฯ
บูท C2

คมกฤช และ กฤติยา ตระกูลทิวากร นิยามตัวเองว่าเป็น Craft Maker พวกเขามีแนวคิดว่า มนุษย์ควรกลับมาเชื่อมั่นในตัวเองและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทั้งสองจึงนำไม้จากบ้านเก่าที่ถูกรื้อมาทำเป็นของเล่นแสนละมุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะพาเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นนอกบ้านได้มากขึ้น เราขอสารภาพในฐานะผู้ใหญ่โข่งว่า ตั้งแต่เดินมายืนหน้าบูทนี้ มองไปทางไหนก็มีแต่คำว่า น่ารัก น่ารัก น่ารัก เต็มไปหมด


ชิ้นแรกคือกล้องไม้ห้อยคอที่ใส่เลนส์กล้องจริง ๆ ไว้ เมื่อถามคมกฤชว่ากล้องไม้ตัวนี้ถ่ายภาพได้จริงหรือเปล่า เขาตอบกลับมาว่า “ถ่ายได้จริงสิครับ เก็บภาพไว้ในใจ” (น่ารัก) ชิ้นต่อมาคือตุ๊กตาไม้รูปไข่ เจาะรูไว้ให้ออกไปตามหากิ่งไม้ทรงเหมาะ ๆ มาเสียบจนกลายเป็นสัตว์ต่าง ๆ ตามจินตนาการได้
มาแวะร้านนี้ใครมีลูกซื้อฝากลูก ใครมีหลานซื้อฝากหลาน ใครไม่มีลูกหลานก็ซื้อเล่นเองได้นะ

#03
บาติกน้ำเต้าหู้, ลพบุรี
บูท I5

ตอนเหลือบไปเห็นชื่อร้านทีแรก เราเข้าใจว่าเจ้าของร้านต้องชื่อว่าน้ำเต้าหู้เป็นแน่ เพราะไม่คิดเลยว่าน้ำเต้าหู้นำมาใช้วาดลายบนผ้าบาติกได้ด้วย
โชคดีที่เข้าไปถาม เราจึงได้รู้จักกับ วิสุทธิ์ จันทร์ศิริวัฒนา (ไม่ต้องสงสัย ชื่อเล่นของเขาไม่ใช่คุณน้ำเต้าหู้) เขาเล่าว่าเดิมทีทำงานย้อมเสื้อด้วยสีธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ต้องรอเสื้อมาส่งจึงจะได้ย้อม ปรากฏว่าเสื้อมาส่งแค่เดือนละ 4 วันเท่านั้น อีก 26 วันเขาจึงแก้เบื่อด้วยการทดลองหาความเป็นได้ใหม่ ๆ กับสีธรรมชาติ และค้นพบว่าน้ำเต้าหู้ใช้เขียนผ้าได้ดีพอ ๆ กับการใช้เทียน จึงใช้เรื่อยมาเป็นสิบปีแล้ว


นอกจากใช้น้ำเต้าหู้เขียนก่อนย้อม เขายังค้นพบว่าน้ำเต้าหู้ใช้เขียนหลังย้อมก็ได้ สวยคนละแบบ ส่วนลวดลายก็ชิกพอ ๆ กับกิมมิก เราเห็นผ้าพันคอลายกระต่ายกับลายนกฮูก จินตนาการภาพในหัวว่า ถ้าซื้อใส่ไปให้เพื่อนชม เพื่อนคงถามว่าทำมาจากอะไร เราจะตอบว่าทำจากน้ำเต้าหู้ให้เพื่อนอึ้งไปเลย

#04
หัตถกรรมเครื่องเงินบ้านกาด, เชียงใหม่
บูท D6

เครื่องประดับเงินยัดลายโบราณ มีกรรมวิธีการทำคือต้องดึงเงินให้เป็นเส้นบางเฉียบกว่าเส้นผม จากนั้นยัดเข้าไปในโครงเครื่องประดับเงินอีกที ก่อนจะเชื่อมด้วยน้ำประสานและความร้อน เพื่อให้มั่นใจว่าแข็งแรงไม่หลุดง่าย ยิ่งมองใกล้ ๆ ยิ่งตะลึงในความประณีตและความงดงามที่ช่างฝีมือรังสรรค์ขึ้น


ครูพงษ์มิต และครูอัญชลี อุปนันท์ คือคู่สามีภรรยาผู้ก่อตั้งกลุ่มหัตถกรรมนี้ ครูพงษ์มิตสนใจศิลปะตั้งแต่เด็ก จึงไปขอเล่าเรียนวิชาทำเครื่องเงินยัดลายจาก ครูสร่างปาน ชาวไทใหญ่ที่อพยพเข้ามาในชุมชนบ้านกาด จากนั้นครูพงษ์มิตก็ใช้วิชานั้นเป็นอาชีพ ตั้งใจทำเครื่องประดับเงินเรื่อยมาจน พ.ศ. 2522 จึงได้ก่อตั้งกลุ่มหัตถกรรมเครื่องเงินบ้านกาดขึ้น เพราะตลาดนิยมเครื่องเงินยัดลายมาก
ที่นี่ขายเครื่องประดับเงินแท้ร้อยละร้อย ใครอยากได้แหวนวงจิ๋วหรือสร้อยข้อมือเส้นเล็ก ๆ ต้องแวะมาเลย แถมราคาจับต้องได้ แต่ถ้าอยากได้เครื่องประดับเงินยัดลายชิ้นใหญ่ ซื้อเป็นของขวัญฝากญาติผู้ใหญ่ ขอให้ก้าวขา 3 ก้าว ไปยังร้าน Angsa Jewelry ด้านข้าง เป็นร้านลูกของครูทั้ง 2 ท่านอีกที

#05
มยุรี ผ้าปาเต๊ะ, ภูเก็ต
บูท K18

ลบภาพจำผ้าถุงตีโป่งอาบน้ำไปได้เลย เพราะผ้าปาเต๊ะจากสองพี่น้อง อธิศนันท์ และ มณฑ์สินี ยอแสงรัตน์ จากจังหวัดภูเก็ต ควรค่าแก่การนำไปใส่กรอบแต่งบ้านด้วยซ้ำ พูดจริงนะไม่ได้หยอก
ทั้งสองรับมรดกภูมิปัญญาจากคุณแม่เป็นวิชาปักผ้า ผสานกับความรักวัฒนธรรมบ้านเกิดจนอยากทำให้ผ้าปาเต๊ะเป็นผ้าที่ไม่ธรรมดา วิชาปักผ้ากับความรักจึงกลายเป็นผ้าปาเต๊ะปักลูกปัดเหล่านี้


ทั้งคู่บอกเราว่าแต่ละผืนใช้เวลาปักถึง 3 เดือน บางผืนก็ปักลูกปัด แต่บางผืนก็ปักตุ้งติ้งห้อยเข้าไปด้วย ผ้าแต่ละผืนสวยจนเราไม่กล้าใส่ แต่สองศรีพี่น้องออกปากรับประกัน 1 ปี ไม่ว่าจะใส่หรือจะซัก ลูกปัดก็ไม่หลุดแน่นอน ทางร้านไม่ได้ขายแค่ผ้าปาเต๊ะปักลูกปัดนะ ผ้าถุงแบบธรรมดาก็มี หรือผ้าถุงเพนต์กากเพชรแวววิบวับก็มี ถ้าอยากลองใส่ผ้าถุงผืนงามจากแดนใต้ ต้องแวะมาอุดหนุนที่ร้านนี้กันนะ

#06
PLAY, สมุทรปราการ
บูท L11

หากคุณคุ้นหู รู้จัก หรือเคยอุดหนุน WABY แบรนด์ที่ตั้งใจทำให้งานทองเหลืองไทยดังไกลทั่วโลกแล้ว PLAY ก็เป็นแบรนด์พี่น้องจากคุณพ่อเดียวกันคือ บอย-พงษ์สิทธิ์ ดำรงพานิชชัย นั่นเอง

บอยเล่าว่าทำงานทองเหลืองมาสักพัก นึกอยากนำเทคนิคเก่า ๆ มาเล่าใหม่ จึงเปิดแบรนด์ PLAY ขึ้นมา และหนึ่งในคอลเลกชันก็คือเครื่องประดับรูปด้วงที่บอยบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการละเล่นกว่างชน เขาใช้สีขาวและน้ำเงินทาบนตัวด้วงด้วยเทคนิคลงยา แต่ถ้าจะให้กั้นสีเพื่อสร้างลวดลายแบบการลงยาดั้งเดิมก็คงไม่ตรงคอนเซปต์แบรนด์ บอยจึงใช้เทคนิคใหม่ นำสีหนึ่งวาดทับลงไปบนอีกสีหนึ่งเลย ลายหนึ่งที่ดูแปลกแต่ก็คุ้นตาเป็นพิเศษ คือลายช้าง ที่บอยถอดแบบมาจากกางเกงช้างของบ้านเรานั่นเอง


หลังจากพิจารณาแล้ว กรรมการ (เราเอง) เห็นว่าชิ้นที่ควรมี คือเข็มกลัดด้วง จะใช้กลัดไปทำงานหรือกลัดติดของต่าง ๆ ก็ดูเท่ไม่เบา ฉะนั้น อย่ารีรอ ไปช้อปทองเหลืองดีไซน์เก๋มาใส่ให้ก้องโลกกัน
#07
ภูคราม Bhukram, สกลนคร
บูท G10

ลมหายใจของภูพานทั้งจากธรรมชาติและผู้คน ทออยู่ในใยผ้าและแต้มลงในสีสันของ ภูคราม แบรนด์ย้อมครามจาก มะเหมี่ยว-ปิลันธน์ ไทยสรวง ร่วมด้วยคนในชุมชนที่เราขอเรียกช่างฝีมือแต่ละคนว่าศิลปิน เพราะลวดลายและดีไซน์ล้วนมาจากความทรงจำและประสบการณ์ของช่างปัก แปลว่าลายดอกไม้ ใบหญ้า และทุก ๆ สิ่งล้วนมีอยู่จริงในภูพาน พืชบางต้นรู้จักชื่อ พืชบางต้นรู้จักเพียงหน้าตา


มองไปบนเสื้อผ้าของภูครามเราจึงไม่ได้เห็นแค่ลวดลาย แต่เห็นถึงชีวิตและอารมณ์ความรู้สึกของคนสร้างงานด้วย เราชอบคอลเลกชันล่าสุดเป็นพิเศษ เพราะใช้เศษผ้าเหลือไปปั่นจนได้ผ้าใหม่ออกมา แต่ดีไซน์ลายปักยังคงเดิม สีสันก็ดูน่ารัก
อ้อ เมื่ออุดหนุนของงาม ๆ จากภูพานแล้ว เราอยากชวนไปดูผลงานชิ้นพิเศษในโซน Craft Society สักหน่อย เพราะเสื้อของแบรนด์ที่จัดแสดงตรงนี้สวยแบบตะลึง มีทั้งเสื้อปักลายชีวิตของผู้คน และลายลำน้ำอูนที่หล่อเลี้ยงชุมชน แต่มะเหมี่ยวบอกกับเราว่า ยัง-ไม่-ขาย เธอขอเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของลวดลายให้คนได้ทราบทั่วกันก่อน แล้วจึงจะเปิดโอกาสให้จับจองภายหลัง

#08
เตาชวนหลง เซรามิค, ลำพูน
บูท D12

อาจารย์อุทัยย์ กาญจนคูหา รู้ตัวว่ามีใจให้งานเซรามิกก็ตอนอายุ 40 ปี จึงขวนขวายหาความรู้เองอยู่ 5 ปี ศึกษาลวดลายโบราณต่าง ๆ จากตำรา และศึกษาวิธีการทำจากสถาบันที่เปิดสอนหรือผู้รู้ต่าง ๆ พัฒนาผีมืออยู่เรื่อยมา จนวันนี้กลายเป็นงานที่มีทั้งลวดลาย รูปร่าง และสีสันเป็นเอกลักษณ์


งานของเตาชวนหลงดูร่วมสมัยแต่ก็แฝงกลิ่นอายของอดีต อาจารย์พัฒนาลวดลายต่าง ๆ มาวางบนเซรามิกรูปทรงเรียบโก้ หรือบางชิ้นก็สร้างขึ้นตามแนวความเชื่อทางศาสนา เช่น องค์พระพิฆเนศ
ชิ้นที่เราว่าน่าหลงคือปลาและช้างสีสันสวยงาม ลวดลายแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นลายคำมงคล หรือ ลาย 12 นักษัตร งานเซรามิกเหล่านี้อาจารย์จะเลือกเคลือบแค่บางจุด และบางจุดก็ทิ้งสีใต้เคลือบไว้ จึงมีทั้งบริเวณผิวด้านสลับกับบริเวณผิวเงา ส่วนชิ้นที่เอาไปตั้งไว้ที่บ้านแล้วดูเข้าท่า คือบรรดาจานใบโตต่าง ๆ โดยเฉพาะใบที่เป็นลายปลา อาจารย์เฉลยว่าตั้งใจออกแบบให้ตรงกับคติ หยิน-หยาง ของจีน

#09
C-sense Bananamache’, ลำพูน
บูท B11

ไปกันต่อ พามาอุดหนุนของตกแต่งบ้านแบบกล้วย ๆ กัน
ปิยะนุช ชัยธีระยานนท์ เจ้าของ C-sense Bananamache’ เริ่มต้นด้วยการเปิดกิจการเซรามิก แต่ต้องถอยให้กับสินค้าจีนราคาถูกที่เข้ามาตีตลาด พอดีแม่บ้านของเธอขอให้ลองออกแบบกระทงใบตองให้ทันสมัยและใช้ได้นาน เธอจึงใช้แม่แบบของเซรามิกที่มีมาขึ้นรูปเป็นจานชามจากใยกล้วย และแน่นอนว่าขายดีสุด ๆ ตอนนี้ที่ร้านจึงไม่ได้มีแค่จานชามกล้วย แต่มีเครื่องประดับจากกล้วยด้วย ไปให้สุด!


จานชามของที่นี่ใช้เศษกระดาษปั่นกับใยกล้วยมาขึ้นเป็นโครง แล้วใช้กาบกล้วยมาประกอบรวมกันให้พื้นผิวดูสวยคล้ายใบตองแห้ง ชิ้นไหนผิวเรียบแปลว่าใช้ด้านนอกของกาบกล้วย ชิ้นไหนผิวขรุขระแปลว่าใช้ด้านในของกาบกล้วย นักช้อปเลือกซื้อได้ตามใจชอบเลย ข้อควรระวังคือภาชนะจากกล้วยล้างได้แต่ห้ามแช่น้ำนะ เพราะจะทำให้ลอกหลุด แนะนำให้นำไปใส่อาหารแห้งหรือวางไว้ประดับบ้านดีกว่า
สินค้าของ C-sense Bananamache’ ที่ควรมีติดบ้าน คือที่ครอบแก้วจากกล้วยนั่นเอง

#10
สุขขี แฮนดิคราฟท์, ราชบุรี
บูท A12 – A13

นี่คือแบรนด์ของใช้จากเถาวัลย์ ที่ ครูสลัด สุขขี ได้รับแรงบันดาลใจจากการทำรังของแม่นก
เรื่องมีอยู่ว่าครูสลัดรับราชการอยู่ในกรมราชทัณฑ์ ต้องพานักโทษไประเบิดหินที่เขางู จังหวัดราชบุรี ในระหว่างทำงานก็เหลือบเห็นนกทำรังและมีเถาวัลย์อยู่ใกล้ ๆ จึงลองนำเถาวัลย์มาสานตามรังของนก จุดเริ่มต้นนี้ทำให้ครูต่อยอดเถาวัลย์มาทำเครื่องใช้ได้มากมาย และนำวิชาความรู้กับผลิตภัณฑ์มาสร้างรายได้ให้กรมราชทัณฑ์กว่าครึ่งล้านบาทต่อเดือน และภายหลังจึงลาออกมาทำแบรนด์นี้เต็มตัว


สุขขี แฮนดิคราฟท์ นำเถาวัลย์มาทำทั้งเครื่องใช้ เครื่องเรือน กระเป๋า จนถึงนำเถาวัลย์มาสร้างบ้านทั้งหลังก็มี อย่างรีสอร์ตในเครือ Soneva ก็ใช้บริการแบรนด์นี้ทำสิ่งปลูกสร้างและของตกแต่งภายใน
ถ้าสาวกของตกแต่งบ้านกำลังมองหาสินค้าประดับบ้าน เราว่าเถาวัลย์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุอื่น ๆ แถมคาแรกเตอร์ก็ดูอบอุ่นมาก ๆ แวะมาบูทนี้รับรองไม่ผิดหวัง

