หากใครนั่งรถไฟฟ้าผ่านย่านบางขุนนนท์บ่อย ๆ อาจสังเกตเห็นว่าช่วงนี้เวิ้งที่เคยมืดสนิทตรงสถานีรถไฟบางขุนนนท์ทางออก 3 สว่างไสวขึ้นมาดึงดูดสายตาจนน่าฉงนว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นั่น
เรามีโอกาสเลี้ยวเข้าไปดูและพบว่าตอนนี้ตึกแถวที่เคยรกร้างถูกเติมเต็มด้วยร้านรวงวินเทจขายของเฉพาะทางที่ไม่เหมือนใคร มีร้านหลากหลายประเภท จนตอนนี้ทั้งเวิ้งมีชีวิตชีวาเพราะเหล่าเพื่อนฝูงที่ชวนกันมาเปิดร้าน จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้สเปซที่เดินเพลิน กิน ช้อปสนุก มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ
จุดเริ่มต้นของเวิ้งบางขุนนนท์มาจาก อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ และ อุ้ม-กรพินธ์ ธีระโกเมน เจ้าของ FOUND ร้านเครื่องหนังทำมือที่ทำมานานกว่า 20 ปี มีความคิดอยากเปิดร้านแถวบ้านและเจอเวิ้งอาคารพาณิชย์เก่าอายุ 45 ปี ร้างมา 10 ปี เคยเป็นตลาด ชุมชน แต่ภายหลังคนย้ายออกจนว่างเกือบทุกหลัง อูมองเห็นภาพชัดเจนตั้งแต่มาถึงครั้งแรกว่า ตึกแถวที่เรียงรายกันนี้จะเป็นพื้นที่ของเพื่อนสายพันธ์เดียวกัน มาทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน จึงชักชวน ดา-นาดา และ บอย-กฤษดา อนุนาท เจ้าของ Table Talk Cafe ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ มาร่วมด้วย หลังจากนั้นเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ทยอยตามมาเปิดร้าน


เราอยากชวนไปทำความรู้จัก 7 ร้านในเวิ้งบางขุนนนท์ มีทั้งร้านของอูและร้านเพื่อนอู แต่ละร้านมีสไตล์และสินค้าไม่ซ้ำ รับรองว่ามาแล้วไม่มีเบื่อ จนอยากชวนเพื่อนสนิทมิตรสหายมาอีกหลาย ๆ ครั้ง
#01
FOUND
ร้านเครื่องหนังของคู่รักสายคราฟต์

FOUND คือร้านเครื่องหนังทำมือของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ เจ้าของแบรนด์ By Myself Handcrafted ผลิตงานเครื่องหนังมา 20 ปี ย้ายหน้าร้านมาหลายหนจนตัดสินใจว่าควรจะเปิดร้านแถวบ้านที่ตัวเองคุ้นเคย ภายในร้าน FOUND ขายเครื่องหนัง 2 แบรนด์ คือ By Myself Handcrafted ของอู และแบรนด์ Korapin Studio ของ อุ้ม-กรพินธ์ ธีระโกเมน แม้เป็นเครื่องหนังเหมือนกันแต่ทั้ง 2 แบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ทับรอยกัน ทำให้ร้านมีความหลากหลาย นอกจากเครื่องหนังแล้ว FOUND ยังรวมของวินเทจที่ทั้ง 2 คนค้นพบและชื่นชอบมาวางขาย เรียกว่าเป็นความสนุกที่เราจะได้เดินเลือกเครื่องหนังเก่าใหม่คละกันหลายยุคสมัย ทั้งกระเป๋า เข็มขัด รองเท้า เครื่องประดับ และเสื้อผ้าวินเทจ

สิ่งที่ทำให้ร้าน FOUND พิเศษคือเครื่องหนังทุกชิ้นทำด้วยมือของอู ยืนยันด้วยมุมทำเย็บหนังภายในร้านที่อูนั่งทำให้ดูตลอดทั้งวัน เราว่าสนุกดีที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำงานด้วยมือที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก
FOUND เป็นร้านเครื่องหนังที่คนทำรักและใส่ใจชิ้นงานของตัวเองมากจริง ๆ เห็นได้จากความประณีตของสินค้าและการจัดแต่งร้าน แถมการสร้างบรรยากาศของที่นี่ก็เสริมให้งานคราฟต์มีชีวิตชีวา

FOUND
#02
Table Talk Cafe
ร้านกาแฟสเปเชียลตี้บรรยากาศบ้านเพื่อน

ขยับมาฝั่งขวาของตรอกจะเห็นอาคารสีเหลืองอ่อนสุดคลาสสิก นั่นคือ Table Talk Cafe ร้านกาแฟที่คอกาแฟต้องหลงรักของ ดา-นาดา และ บอย-กฤษดา อนุนาท ชาวบางขุนนนท์ที่เคยเปิดร้านกาแฟไกลถึงบางบัวทอง ด้วยความชอบกาแฟไทยเป็นทุนเดิม นำมาสู่การออกไปค้นหาเมล็ดกาแฟในเมืองไทยมาคั่วเอง พัฒนาเทคนิคผ่านการออกบูทงานแฟร์และขายหน้าร้านตัวเองเป็นเวลา 5 ปี จนได้วิธีคั่ว ดริป และสกัดกาแฟเป็นของตัวเอง มีลูกค้าติดใจจนตามมาที่ร้านอย่างไม่ขาดสาย (จริง ๆ นะ)
Table Talk Cafe เป็นร้านแรก ๆ ที่มาเปิดร้านในเวิ้งแห่งนี้ นอกจากมีกาแฟเป็นพระเอก จุดเด่นอีกอย่างคือการตกแต่งร้านที่อัดแน่นด้วยสารพัดของวินเทจ ทั้งยังประยุกต์ใช้เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ เช่น บาร์เครื่องดื่มจากตู้เหล็กที่มีท็อปโต๊ะเป็นไม้เก่า แม้กระทั่งผนัง เจ้าของร้านก็ลงมือเพนต์เองด้วย

แสงไฟสีส้มอ่อนฉาบบรรยากาศในร้านให้เหมือนหลุดเข้าไปในบาร์ของหนังยุค 80 เราไม่แปลกใจที่ Table Talk Cafe จะมีลูกค้าแน่นร้านจนต้องขยายพื้นที่ไปบนชั้น 2 เป็นเพราะความใส่ใจและพยายามสร้างความพิเศษให้ทุกอณูของร้าน กาแฟที่นี่มีให้เลือก 7 ชนิดเป็นอย่างน้อย ใช้ความละเมียดละไมอย่างสูงในการทำ จึงมีเวลาให้ลูกค้ามานั่งคุยเล่นที่บาร์ในบรรยากาศเป็นกันเอง เสมือนมาเยี่ยมบ้านเพื่อน

ขนมโฮมเมดคัดสรรมาอย่างดีจากเพื่อนฝูงที่ชำนาญในการทำขนมแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเค้กกล้วยน้ำว้า ครอฟเฟิลอบในถ้วยมัฟฟิน คานาเล่ ฟินองเซีย มาเดอลีน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา
เราคิดว่า Table Talk Cafe เหมาะสำหรับคนที่อยากมาใช้เวลาช้า ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศชิลล์ ๆ หรือจะนัดเพื่อน ๆ มานั่งคุยกันสบาย ๆ พร้อมชิมรสชาติกาแฟและขนมอร่อย ๆ ที่คนทำตั้งใจทำเป็นพิเศษ

Table Talk Cafe
#03
LooP64
พื้นที่เวิร์กช็อปสารพัดงานอาร์ตแอนด์คราฟต์

LooP64 คือพื้นที่เวิร์กช็อปที่หมุนเวียนกิจกรรมและผู้สอนไปเรื่อย ๆ โดยเริ่มต้นจาก ดี๊ดี-ศศมน อมาตยกุล และ ชัช-คงชัช วงศ์รักมิตร คู่รักที่ชื่นชอบงานฝีมือและการถ่ายภาพ ดีดี๊ทำงานตกแต่ง BJD Doll Makeup อยู่แล้ว ส่วนชัชมีความสนใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพ จึงจับมือกันเปิดเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ในบ้าน ให้เพื่อน ๆ มาทำกิจกรรมด้วยกันในบรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเองมาพักใหญ่
พวกเขาได้รับคำชวนให้มาเปิดร้านที่เวิ้งแห่งนี้ จึงเพิ่มเวิร์กช็อปให้หลากหลาย เช่น เวิร์กช็อปถ่ายภาพสำหรับมือใหม่ เผาเซรามิกด้วยเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่น เวิร์กช็อปปักผ้า แกะสลักไม้ ปั้นพุทธศิลป์ ฯลฯ เพื่อเพิ่มทักษะให้ผู้เรียนและเปิดโอกาสให้คนมีความสามารถในแขนงต่าง ๆ มีพื้นที่ถ่ายทอดความรู้

ความพิเศษของ LooP64 คือความหลากหลายของเวิร์กช็อป เราว่าดีเหมือนกันที่มีสถานที่ที่รวมเหล่าจอมยุทธ์ในแขนงต่าง ๆ ให้ผู้สนใจมาฝึกวิชา เผลอ ๆ อาจกลายเป็นอาชีพใหม่โดยไม่รู้ตัว
ถ้าสนใจอยากเรียนรู้งานฝีมือ รู้จักคนใหม่ ๆ หรือแม้กระทั่งอยากหาอะไรทำในวันหยุด ลองแวะไปที่นี่ดู นอกจากจะได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ แล้ว ยังได้ความภูมิใจในการทำสิ่งเล็ก ๆ จนบรรลุผลกลับบ้านมาด้วย

LooP64
#04
wanas.workspace
ร้านของแต่งบ้านจากคลังสมบัติของ Food Stylist

ท่ามกลางตึกเก่าหลายหลังในเวิ้ง มีตึกอยู่คูหาหนึ่งที่ระเบียงชั้น 3 มีดอกเฟื่องฟ้าสดใสประดับอยู่ เมื่อผลักประตูเข้าไปในร้าน เจอกับความสดใสและสารพัดของกุ๊กกิ๊ก ไวบ์ดีเหมือนอยู่ริมชายหาด
ที่นี่คือ wanas.workspace ร้านขายของกระจุกกระจิกของ ปลา เธอเป็น Food Stylist ที่มีข้าวของในคลังมากมายที่พร้อมมาส่งต่อ ของในร้านส่วนใหญ่เป็นพร็อปประกอบฉาก ไม่ว่าถ้วย-จานทรงแปลก ๆ พรม โคมไฟ ผ้าม่าน ฯลฯ สินค้าภายในร้านเธอใช้งานไปไม่กี่ครั้ง สภาพจึงใหม่และน่าสะสม เหมาะกับคนที่ตามหาไอเทมเด็ด ๆ สวยงามและหายาก ไปประดับห้องครัวหรือตกแต่งบ้าน

นอกจากพร็อปมือสองแล้ว ยังมีมุม biiki_beachmate แบรนด์กางเกงของปลา ขายกางเกงและเครื่องประดับทำจากเศษผ้าเหลือทิ้ง มีลวดลายสีสัน เสริมความสดใสให้บรรยากาศของร้าน บริเวณกลางร้านมีโต๊ะงานคราฟต์และของวินเทจสะสมวางขายอยู่ หากเดินช้อปปิ้งจนจุใจ ก็มีไอติมโฮมเมดให้ลิ้มลอง เช่น มะพร้าวน้ำหอมแท้ ๆ สตรอว์เบอร์รีเชอร์เบต เสาวรส โยเกิร์ต และช็อกโกแลต รับรองว่าสดชื่นแน่ ๆ
เมื่อเข้ามาใน wanas.workspace เหมือนหลุดเข้าไปในฉากถ่ายรูป เพราะของส่วนใหญ่ซื้อมาเพื่อใช้เสริมเติมแต่งฉากให้สวยงาม ซึ่งของเหล่านี้กำลังรอเจ้าของใหม่มารับกลับบ้านเพื่อมีชีวิตที่ 2 อีกครั้ง

wanas.workspace
#05
ป่าลาบ
ร้านเนื้อรสแซ่บของคนคิดฮอดบ้าน

นอกจากคาเฟ่และร้านงานฝีมือแล้ว เวิ้งบางขุนนนท์ก็มีร้านอาหารให้เติมพลังด้วย
ป่าลาบ เป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อที่ชอบรสจัดจ้าน เพราะแต่ละเมนูในร้านคัดมาแล้วว่าซี้ดซ้าดถูกใจ เดิมที อะแล่ม-ศุภฤกษ์ พาชอบ และ จั๊ม-กิรณา อิทธิสถิตกุลชัย เปิดร้านขายเนื้อย่างชื่อ WILD BEEF อยู่แล้ว จึงมีความชำนาญเรื่องเนื้อเป็นทุนเดิม พอเปิดร้านใหม่จึงไม่อยากให้คล้ายร้านเดิม แต่ก็ยังอยากชูวัตถุดิบที่พวกเขาถนัด ผนวกกับอะแล่มคิดถึงบรรยากาศการกลับไปกินข้าวที่บ้านต่างจังหวัด ทำอาหารง่าย ๆ นั่งกินกับครอบครัว นั่นเป็นเหตุผลให้ ป่าลาบ ถือกำเนิดขึ้น โดยมีคอนเซปต์ ‘กินข้าวที่บ้าน’

ป่าลาบรับลูกค้าในจำนวนไม่มากเกินไป ปัจจุบันเปิดวันอาทิตย์วันเดียว เมนูจะเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ เป็นอาหารที่ผสมผสานความระหว่างความดั้งเดิมกับฟิวชัน มีให้ชิมทั้งลาบ ก้อย ยำเนื้อ ต้มเนื้อ ไก่นึ่ง ฯลฯ แม้เป็นร้านที่เด็ดดวงเรื่องเนื้อ แต่หากใครไม่ทานเนื้อก็เอนจอยกับเมนูอื่น ๆ ได้เช่นกัน

ป่าลาบ
#06
Sun Moto
ศูนย์เซอร์วิซเพื่อคนออกทริปมอเตอร์ไซค์

Sun Moto เป็นแหล่งรวมตัวของนักออกทริป ให้บริการดูแลรถมอเตอร์ไซค์สำหรับคนที่อยากออกทริปโดยเฉพาะ เปิดโดยกลุ่มเพื่อน 5 คนที่ออกทริปมอเตอร์ไซค์ด้วยกันเป็นประจำ ทั้ง 5 คนทำงานต่างสายมีทักษะเฉพาะด้านที่ไม่เหมือนกัน คนหนึ่งซ่อมมอเตอร์ไซค์เป็น อีกคนทำคอนเทนต์เล่าเรื่องเก่ง อีกคนถนัดบัญชี และอีกคนเป็นแกนนำ เน้นให้ความบันเทิง จึงเหมาะพอดีที่จะทำร้านแห่งนี้ด้วยกัน

เดิมที Sun Moto เปิดให้บริการที่บ้านของหนึ่งในหุ้นส่วน ดูแลเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์รถและความสวยงามให้กับเพื่อน ๆ และคนรู้จัก เมื่อได้รับการชักชวนให้มาเปิดร้านก็ตอบรับทันที นอกจากได้ขยายฐานลูกค้า ยังสร้างคอมมูนิตี้ให้คนรักมอเตอร์ไซค์มาจอยกันด้วย ปัจจุบันมีบริการรับฝากรถ เหมาะสำหรับคนที่มีรถแต่ไม่รู้จะไปจอดไว้ที่ไหน เมื่อไหร่ที่ลูกค้าอยากออกทริปก็นั่งรถไฟฟ้ามารับรถไปขี่ได้เลย

Sun Moto
#07
Film Station Lab
ร้านล้างฟิล์มที่ตั้งใจสร้างชุมชนคนรักกล้องฟิล์ม

เราเชื่อว่าคนที่มาเยือนเวิ้งบางขุนนนท์ต้องอดใจไม่ได้ที่จะยกกล้องหรือมือถือมาแชะ! ภาพ อุ้ย-ทยา นิ่มเจริญพงษ์ มองเห็นพฤติกรรมเหล่านี้และคิดว่าเวิ้งต้องมีร้านเกี่ยวกับการถ่ายรูปสักร้าน (เจ้าของร้านในเวิ้งส่วนใหญ่ก็เป็นช่างภาพ) จึงโยกย้ายร้าน Film Station Lap ของตัวเองมาเติมเต็มพื้นที่แห่งนี้
อุ้ย เป็นช่างภาพอาชีพที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านจากฟิล์มไปดิจิทัล เขายังคงโหยหาการได้สัมผัสม้วนฟิล์มเสมอ ประจวบเหมาะกับยุคหนึ่งกล้องฟิล์มกลับมาบูมอีกครั้ง เขาเองก็กลับมาใช้กล้องฟิล์มด้วย แต่ยังไม่เจอร้านล้าง-สแกนฟิล์มที่ถูกใจ เลยตัดสินใจเปิดร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเองเมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว

เครื่องสแกนฟิล์มของที่นี่เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เป็นรุ่นสุดท้ายที่ผลิตออกมา ทำให้ล้างฟิล์มได้เร็วและคุณภาพสูง ใช้เวลา 1 – 2 ชั่วโมงก็เสร็จ ใครที่เดินถ่ายรูปแล้วอยากได้ภาพทันทีก็นำมาล้างแล้วไปดื่มกาแฟ เดินช้อปปิ้งรอรับรูปกลับบ้านได้ ความพิเศษอีกอย่างของที่ร้านคือมีตู้สำหรับดรอปฟิล์มด้วย เปิด 24 ชั่วโมง เขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ แล้วหย่อนฟิล์มในคลังได้เลย ไม่ว่าฟิล์มจะเก่าแค่ไหนทางร้านยืนยันว่าชุบชีวิตกลับมาได้แน่นอน มีบริการส่งตรงให้ถึงบ้าน แต่ถ้าอยากกลับมารับที่หน้าร้านก็ได้เหมือนกัน
ร้านล้าง-สแกนฟิล์มในย่านนี้มีค่อนข้างน้อย ไม่มีคอมมูนิตี้ที่เป็นแหล่งรวมตัวของคนรักกล้องฟิล์มเท่าไหร่นัก อุ้ยจึงพยายามผลักดันให้ Film Station Lap เติมเต็มพื้นที่ตรงนั้น ใครอยากปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยน หรือคุยเล่นเกี่ยวกับกล้องฟิล์มก็แวะไปพูดคุยกับปรมาจารย์ที่ร้านได้เลย ทุกคนใจดีสุด ๆ

Film Station Lab
นอกจาก 7 ร้านนี้ยังมีเพื่อนบ้านอีกหลายกิจการที่จะมาเสริมทัพให้เวิ้งนี้ผลิบานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโฮสเทล ร้านขายและซ่อมกล้องฟิล์ม ร้านตัดผมและสักลายที่เตรียมตัวจะเปิดเร็ว ๆ นี้
ณ เวลานี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นความเฟื่องฟูของย่านบางขุนนนท์ บรรดาเพื่อน ๆ ที่ร่วมกันทำเวิ้งนี้หวังเพียงว่าผู้คนจะได้ทำความรู้จักบางขุนนนท์มากขึ้น เพราะยังมีของดีอีกมากมายซ่อนอยู่ที่รอการค้นพบ และเวิ้งนี้คือพื้นที่เล็ก ๆ ที่พวกเขาอยากชวนทุกคนขยับมาสัมผัสประสบการณ์ที่ย่านนี้ไปด้วยกัน
อ้อ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจ คือพวกเขาตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้ว่า ‘จรัญฯ ต้องเจริญ’

