วันหยุดเวียนมาทีไร หลายคนคงเริ่มมองหาที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ยิ่งเดือนไหนมีวันหยุดยาว ยิ่งอยากวางแผนเที่ยวล่วงหน้า บางครั้งก็อยากพักใจกลางธรรมชาติ คนเมืองเป็นเหมือนกันไหม บางทีอยากพักผ่อนใกล้ ๆ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะปักหมุดที่ไหนดี
นี่เลย! เรารวบรวม 7 ที่พักและโรงแรมธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ จาก 7 จังหวัดที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 – 3 ชั่วโมง เหมาะกับการพักผ่อนสุดสัปดาห์โดยไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทาง ที่สำคัญยังสะดวกสบายกว่าที่คิด เพราะเราเชื่อว่าการเที่ยวธรรมชาติไม่จำเป็นต้องลำบากเสมอไป เชื่อมือ The Cloud ได้เลย เราคัดมาแล้วว่าทุกที่คุณควรไปนอนพักสักครั้ง
เรายกขบวนที่พักมาทั้งหมด 7 จังหวัด ชนิดว่าขับรถเพลิน ๆ ประเดี๋ยวเดียวก็ถึง ตั้งแต่นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครราชสีมา เพชรบุรี จนถึงระยอง แต่ละที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว บางแห่งมีเพียง 3 หลัง บางแห่งคอนเซปต์ชัด และบางแห่งเต็มไปด้วยแพสชันของเจ้าของที่พัก
ถ้าเห็นรายชื่อจังหวัดแล้วใจเต้นรัว ๆ โปรดทิ้งความเหนื่อยล้าทั้งปวง แล้วแพ็กกระเป๋าเตรียมตัวไปให้ธรรมชาติบำบัด เรารับรองว่า 7 ที่พักนี้จะทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตด้วยกาย-ใจที่ร่าเริงสดใส
#01
จังหวัดนครปฐม
neera retreat hotel
เราขอเปิดด้วยโรงแรมที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด นั่นคือ ‘neera retreat hotel’ จังหวัดนครปฐม ขับรถเพียง 1 ชั่วโมงจากเมืองหลวง คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบท่ามกลางวิวแม่น้ำท่าจีน
ที่นี่ต้อนรับเราด้วยพื้นที่สีเขียวกระจายรอบโรงแรม ตั้งแต่ระเบียง ทางเดิน และสนามหญ้า
ซึ่งข้อได้เปรียบของที่ดินผืนนี้ คือติดลำน้ำสายใหญ่ของภาคกลาง ฝั่งตรงข้ามมีบ้านไม้ที่ยังรักษาวิถีชีวิตคนไทยริมน้ำ บ้างยังพายเรือสัญจรก็มี นับเป็นเสน่ห์ของพื้นที่ที่แขกจะได้เห็นเมื่อมาเยือน

neera retreat hotel ก่อตั้งร่วมกันโดย 3 พี่น้องจากครอบครัววิทยฐานกรณ์ ซึ่งตั้งใจสร้างสถานที่พักผ่อนที่แขกได้ดูรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจ ไปพร้อม ๆ กับการได้ดูแลรักษาโลกใบนี้ด้วย
neera retreat hotel เป็นโรงแรมขนาดกลางมีห้องพัก 53 ห้อง 5 ประเภท แต่ละห้องตั้งชื่อเกี่ยวข้องกับน้ำ ห้อง well ห้อง pond ห้อง lake ห้อง lagoon (เหมาะกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว พักได้สูงสุด 4 คน) และ ห้อง mindful เป็นห้องไฮไลต์ของที่นี่ ปลายเตียงเป็นกระจกที่เห็นวิวแม่น้ำท่าจีนชัดแจ๋ว


เพื่อปลูกฝังหัวใจนักอนุรักษ์ ภายในห้องพักมีถังขยะ 3 ใบไว้แยกขยะต่างประเภท ส่วน Amenity ในห้องพักน่ารักมาก เป็นถุงผ้า Eco-kit มีปิ่นโต ช้อน ส้อม สำหรับแขกที่อยากแวะไปสำรวจและซื้ออาหาร-ขนมที่ตลาดใกล้ ๆ แถมในห้องพักยังมีขนมกินเล่นที่อุดหนุนมาจากชุมชน ให้เรากินเพลิน ๆ ระหว่างพักผ่อน ที่สำคัญยังช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นด้วยนะ อีกอย่างที่เราว่าน่าสนใจมาก ๆ คือ mindful card เป็นการ์ดที่ระบุกิจกรรมให้เราได้ทำในวันนั้น ๆ เพื่อสุขภาพกาย จิต และอารมณ์ที่ดี
ถ้าอยากผ่อนคลายกาย-ใจ ต้องไม่พลาดปักหมุด neera retreat hotel ไว้ในลิสต์นะ

neera retreat hotel
#02
จังหวัดราชบุรี
Suanphung Bonsai Village
ไปกันต่อ! ที่จังหวัดราชบุรี ชวนอิงแอบแนบชิดธรรมชาติท่ามกลางสวนบอนไซในพื้นที่ 100 กว่าไร่ พูดไปจะหาว่าคุย แต่ ‘Suanphung Bonsai Village’ รายล้อมด้วยบอนไซหลากหลายพันธุ์จริง ๆ เพราะ มนตรี สุขเสริมส่งชัย ใช้เวลากว่า 40 ปีในการสะสม ปลูก และพัฒนาพื้นที่ที่เคยเป็นป่าไผ่ให้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนแห่งใหม่ของอำเภอสวนผึ้ง ที่สำคัญยังจัดสวนจนสวยเช้ง มีทั้งสวนจีน สวนญี่ปุ่น


Suanphung Bonsai Village มีบ้านพัก 3 แบบให้เลือก คือบ้านญี่ปุ่น เพนต์เฮาส์ อาคารริมน้ำ รองรับนักเดินทางได้ทุกกลุ่ม เที่ยวคนเดียว เที่ยวกับเพื่อน เที่ยวกับคู่รัก หรือมาทั้งครอบครัวก็ได้
ความพิเศษของอาคารริมน้ำ นอกจากได้ฟังเสียงลำน้ำไหลเพลิน ๆ ด้านหน้ายังมองเห็นวิวสวนจีนชัดถนัดตา ส่วนบ้านเพนต์เฮาส์มองเห็นพื้นที่สวนได้โดยรอบ สำหรับเรา ไฮไลต์ยกให้บ้านญี่ปุ่น (มี 2 ชั้น) ที่จำลองจากบ้านญี่ปุ่นขนาดแท้ มีโต๊ะกินข้าวแบบนั่งห้อยขาให้ด้วย ด้านล่างของบ้านพักเป็นห้องกระจกที่มองเห็นสวนญี่ปุ่นได้ รับรองว่าพักผ่อนที่นี่มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียว ต่างกันแค่เฉดเข้ม-อ่อน


ถ้าดื่มด่ำกับสวนบอนไซจนหนำใจ เราอยากให้ลองแวะไปแช่ตัวที่ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นธารน้ำร้อนธรรมชาติ ห่างจากที่พักราว 25 นาทีเท่านั้น เหมาะมากกับคนรักสุขภาพ ให้อารมณ์เดียวกับแช่ออนเซ็นเลยล่ะ และวันรุ่งขึ้นแนะนำให้ไปตักบาตรและสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมที่ตลาดโอ๊ะป่อย
อ้อ ขอเตือนคุณข้อหนึ่ง ไป Suanphung Bonsai Village แล้วระวังตกหลุมรักบอนไซนะ
Suanphung Bonsai Village
#03
จังหวัดกาญจนบุรี
NexStation Kanchanaburi
ฮั่นแน่! มาถึงจังหวัดกาญนะจ๊ะบุรีทั้งที คิดว่าจะชวนไปนอนแพกาญใช่ไหม ผิด ๆ เราล้ำกว่านั้น ไปนอนในโบกี้รถไฟสิเจ๋งแจ๋ว เราขอเรียกชื่อเล่นสั้น ๆ ของบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ว่า ‘NexStation’ นะ
ที่นี่เป็นบ้านพักที่แขกจะได้นอนในคุณปู่โบกี้รถไฟ (ที่ปลดระวางแล้วและได้มาอย่างถูกกฎหมาย) สานฝันเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ที่รักรถไฟสุด ๆ ที่ NexStation มีให้เลือกพักทั้งหมด 4 โบกี้ ในพื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งพื้นที่เกือบครึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว อย่างต้นซิลเวอร์โอ๊ก แถมมีสระน้ำขนาดย่อมให้นั่งทอดสายตาด้วย


บ้านพักแต่ละหลังตกแต่งต่างกันนะ เจ้าบ้านบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากคาแรกเตอร์ของพี่น้องแต่ละคน เช่น Tony Wings Bogie เป็นตัวแทนของพี่ชาย ทีเด็ดคือโบกี้รับวิวภูเขาหิน เลยมีลูกเล่นบนหัวเตียงที่ทับซ้อนเป็นชั้นคล้ายภูเขา และซ่อนดวงไฟเอาไว้ด้านหลัง เหมือนกำลังมองอาทิตย์ตกดิน


ในโบกี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ชอบมากที่มีครัวด้วย แต่ละโบกี้มีพื้นที่ด้านนอกสำหรับปิ้งบาร์บีคิว จิบไวน์ หรือนั่งปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ก็ได้ ส่วนกิจกรรมก็มีให้ทำทั้งปั่นจักรยานและพายเรือ เลือกได้ตามความสนใจ กระซิบว่าถ้ามาพักผ่อนที่นี่ ทำตัวตามสบายได้เลย เจ้าบ้านบอกว่าอยากให้แขกรู้สึกเหมือนมาพักบ้านเพื่อน และเผลอ ๆ คุณอาจจะเจอเพื่อนใหม่ที่เป็นคนรักรถไฟเหมือนกันก็ได้
ก่อนกลับ อย่าลืมแวะชมต้นจามจุรียักษ์นะ ถือเป็นแลนด์มาร์กของกาญจนบุรีเลย
NexStation Kanchanaburi
#04
จังหวัดอุทัยธานี
บ้านสวนจันทิตา
เราขอยกให้เมืองรองแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจังหวัดสโลว์ไลฟ์ของภาคกลาง เพราะเป็นเมืองสงบ ผู้คนน่ารัก อาหารท้องถิ่นอร่อยและราคาเป็นมิตร ถ้าขับรถไปต่างอำเภอก็ได้สัมผัสธรรมชาติ ทั้งภูเขา น้ำตก
เมื่อไปเยือนอุทัยธานี เราอยากให้คุณไปสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายที่ตลาดริมน้ำสะแกกรัง มีชาวบ้านนำสินค้ามาขายหลากหลาย ผัก ผลไม้ อาหารสดใหม่ หรือลองขับรถเล่นชิลล์ ๆ สำรวจวงเวียนแต่ละจุดในเมืองก็ได้ การันตีว่าทุกวงเวียนมีเอกลักษณ์จนต้องเผลอยิ้มออกมา ส่วนที่หลับที่นอนที่เราอยากแนะนำ อยู่ห่างจากตัวเมืองราว 10 นาที แต่บรรยากาศเหมือนหลุดมาอีกโลก สดชื่น สบายตา-สบายใจ

สถานที่แห่งนี้ชื่อว่า ‘บ้านสวนจันทิตา’ เป็นที่พักแนวโฮมสเตย์ แขกได้นอนพักผ่อนในบ้านไม้ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ขอชื่นชมสถาปนิกและเจ้าบ้านที่ตัดสินใจไม่ตัดต้นไม้สักต้น แต่ดีไซน์อาคารให้หลบหลีกกิ่งก้านใบ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน แถมเป็นส่วนตัวด้วยนะ เพราะมี 4 หลังเท่านั้น
ห้องพักแต่ละหลังพักได้ 2 คน (ถ้ามากกว่านั้นมีเตียงเสริม) ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น เพราะอยากให้แขกพักผ่อนอย่างเต็มที่ และดีเทลหนึ่งที่สถาปนิกดีไซน์ไว้ คือหน้าต่างกระจกรอบห้องพัก หากเรานั่งลงกับพื้น กระจกจะอยู่ระดับสายตาพอดี ทำให้มองเห็นต้นไม้นานาชนิด


ที่นี่โอบล้อมด้วยต้นไม้มากกว่า 10 ชนิด อาทิ ประดู่ป่า ชิงชัน ยางนา เต่าร้าง เฟิร์น นนทรี ฯลฯ ยังมีสวนผลไม้และแปลงผักสวนครัวขนาดย่อมด้วย เพราะเจ้าของโฮมสเตย์เป็นคู่รักวัยเกษียณที่เพียรสร้างพื้นที่สีเขียวมานานกว่า 30 ปี จนต้นไม้นั้นสูงใหญ่ แผ่ร่มเงาให้แขกผู้มาเยือนจากทั่วทุกสารทิศ
ถ้ารู้สึกอยากชาร์จพลังเมื่อไหร่ แวะไปให้ธรรมชาติโอบกอดที่บ้านสวนจันทิตานะ

บ้านสวนจันทิตา
#05
จังหวัดนครราชสีมา
Rosemary House
เหยียบคันเร่งจากกรุงเทพฯ ราว 3 ชั่วโมง ก็ถึงอำเภอปากช่อง พื้นที่ที่ระดับโอโซนดีติดอันดับโลก และนี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่ ป้าติ๋ม สาวซ่าวัยเลข 6 ตกหลุมรักอำเภอนี้ จนตัดสินใจซื้อที่ดินไว้ผืนหนึ่งเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ แต่ไป ๆ มา ๆ ดันกลายเป็น ‘Rosemary House’ โฮมสเตย์ 5 หลังที่อบอุ่นเหมือนบ้านคอตเทจแถบชนบทต่างประเทศ แต่สิ่งที่ครองหัวใจเราได้ คือกลิ่นหอมอบอวลของเจ้าต้นโรสแมรี

บ้านสวนโรสแมรีแห่งนี้เต็มไปด้วยโรสแมรีหลากสายพันธุ์ ปลูกแซมต้นลาเวนเดอร์และต้นสน ใครชอบกลิ่นเฮิร์บเราว่าถูกใจที่นี่แน่นอน ที่สำคัญ ป้าติ๋มชอบโรสแมรีมาก เรียกว่ารักเลยล่ะ เธอศึกษาและปลูกโรสแมรีมามากกว่า 10 ปี จนแตกกิ่งก้านใบสวยสะพรั่ง เย้ายวนผู้มาเยือนให้อยากอิงกายที่นี่นาน ๆ
เคยมีเพื่อนป้าติ๋มมาพักที่นี่แล้วเอ่ยปากชมว่าบรรยากาศอย่างกับอยู่โพรวองซ์เลย บรรยากาศดีจริง ๆ นะ เราไปตอนฝนกำลังตกพอดี พอฝนหยุดเท่านั้นแหละ ฟ้าเปิด เผยให้เห็นความชุ่มฉ่ำของพุ่มโรสแมรีรอบบ้าน เราได้กลิ่นไอดินและกลิ่นโรสแมรีชัดเจน จนต้องรีบสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด


มาเยือนที่นี่ต้องไม่พลาดชิมอาหารฝีมือป้าติ๋ม (โทรจองก่อนนะ) เป็นอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดที่อร่อยและสบายใจ อย่างพาสต้าบีตรูตซีฟู้ดก็รสกลมกล่อม ส่วนพอร์กริบก็ละลายในปาก รสมือไม่ธรรมดา!
โฮมสเตย์ของป้าติ๋มรับแขกได้ประมาณ 25 คน มาเป็นกลุ่มยิ่งเหมาะเลย ชวนก๊วนเพื่อนมารียูเนียนกันก็ได้นะ และบางทีก็มีกลุ่มคนรักธรรมชาติหรือคนที่สนใจด้านออร์แกนิกรวมกลุ่มกันมาพักผ่อนบ้าง มาทำเวิร์กช็อปบ้าง ป้าติ๋มว่า ใครมาที่ Rosemary House เป็นต้องติดใจทุกราย เราเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น
เสน่ห์ของที่นี่คือป้าติ๋มและโรสแมรี เธอคุยสนุก เป็นกันเอง และส่งพลังงานบวกได้ดีมาก

Rosemary House
#06
จังหวัดเพชรบุรี
The Life Garden Boutique Farmstay
แวะมาจังหวัดติดทะเลกันบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนในฟาร์มสเตย์ใกล้หาดเจ้าสำราญ
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ‘The Life Garden Boutique Farmstay’ นะ ที่นี่มีนิยามง่าย ๆ แต่ชัดเจนว่า ‘ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่นอนสบายเต็มที่’ แขกได้พักผ่อนท่ามกลางสวนสมุนไพรไทย กินอาหารออร์แกนิก และเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ นอกจากเป็นที่พักสุดฮิตขวัญใจวัยรุ่น ยังต่อยอดเป็น Wellness Tourism ด้วย

สมุนไพรไทยที่ปลูกในพื้นที่จะนำมาปรุงอาหารและเสิร์ฟให้แขกทดลองกินจริง ๆ เช่น น้ำตะไคร้ที่กลายเป็น Welcome Drink ข้าวยำสมุนไพรสำหรับมื้อเช้า โรลพันผักสดใส่ดอกไม้กินได้ แต่ที่เมนูที่น่าสนใจมาก คือเซตอาหารเพชรบุรี มีข้าวแช่ จับไม้ และแกงบวดลูกตาล เราว่าเป็นแนวคิดที่ดีมาก นอกจากแขกได้ทำความรู้จักสมุนไพรไทยผ่านประสบการณ์การกินแล้ว ยังได้ทำความรู้จักเมืองเพชรฯ ผ่านอาหารด้วย


สำหรับสายกิจกรรม ที่ The Life Garden Boutique Farmstay มีให้ทำเพียบ ถ้าอยากรับลมทะเล บึ่งรถเพียง 4 นาทีก็ถึงหาดเจ้าสำราญ หรือถ้าอยากทำกิจกรรมสบาย ๆ ในที่พัก ก็มีตั้งแต่นั่งอ่านหนังสือ นอนแช่น้ำ ทัวร์สวนสมุนไพร ให้อาหารปลา เป็ด ห่าน จนถึงหมวดจริงจังอย่างการเรียนรู้การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ย (เรามั่นใจว่าเด็ก ๆ จะต้องชอบที่นี่มากแน่) หรือใครจะนอนทิ้งตัวให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ก็ย่อมได้ เราประทับใจที่เจ้าบ้านพยายามทำให้ธรรมชาติกลางเมืองสัมผัสจับต้องได้จริง ๆ หมายถึงว่าไม่ต้องไปบุกป่าฝ่าดงแบบละครอาหลองน่ะ เพราะบางทีคนเมืองก็โหยหาพื้นที่สีเขียวที่ไปได้จริง ๆ
ส่วนวิลล่ามี 4 ประเภท พักได้ 2 – 4 คน ซึ่งห้องประเภทสวีตนับว่าฮอตฮิตที่สุด มีห้องนั่งเล่นกับอ่างอาบน้ำด้วย ที่พิเศษกว่านั้น แต่ละเดือนจะมี Pet Day ที่แขกนำสัตว์เลี้ยงมาพักผ่อนด้วยกันได้

The Life Garden Boutique Farmstay
#07
จังหวัดระยอง
บ้านลืมเพ-ลา
เราขอปิดท้ายลิสต์ที่พักสัมผัสธรรมชาติใกล้กรุงกันที่จังหวัดระยองฮิ
วัยเด็กเรามีโอกาสไปเที่ยวระยองก็หลายหน พักติดทะเลก็หลายที แต่ไม่ยักรู้ว่ากลางเมืองระยองก็มีที่พักกลางธรรมชาติด้วย แถมเงียบสงบ เหมาะกับการไปใช้เวลากับตัวเองและชาร์จแบตร่างกายสุด ๆ

ที่นี่คือ ‘ลืมเพ-ลา เฮอร์ริเทจ โฮมสเตย์’ บ้านสวนสไตล์ไทย ๆ ที่ทุกอาณาบริเวณอุดมด้วยพื้นที่สีเขียว พร้อมด้วยหมู่มวลแมกไม้ เราชอบที่ที่นี่มีสนามหญ้ากว้างขว้าง เราถอดรองเท้าแล้วย่ำลงบนผิวดิน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ เลยล่ะ เหมือนได้กลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติอีกครั้ง และบ้านสวนแห่งนี้ยินดีต้อบรับเจ้าสัตว์เลี้ยงด้วยนะ พาน้อง ๆ มาวิ่งเล่นในสนามและนอนพักผ่อนกับเจ้าของแสนรักได้


บ้านพักมีแค่ 3 หลังเท่านั้น เจ้าบ้านตั้งใจไว้อย่างนั้น เธอให้เหตุผลว่าเพื่อจะดูแลแขกได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง และชื่อห้องแต่ละห้องก็ตั้งตามเฉดสีไทยโทน ชื่อน่ารักน่าเอ็นดูมาก อย่างห้องเขียวใบแค ห้องฟ้าตาแมว และห้องแดงก้ามปูอสุรา ซึ่งชื่อห้องก็ยังเชื่อมโยงเรื่องราวและสะท้อนตัวตนของสมาชิกในครอบครัวด้วย ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละห้องเป็นตัวแทนของใครบ้าง กระซิบถามเจ้าบ้านได้นะ เธอยินดีเล่าให้คุณฟัง
ทีเด็ดของบ้านลืมเพ-ลา คืออาหารเช้า เจ้าบ้านเข้าครัวปรุงอาหารให้แขกเอง และใส่ใจเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลมาปรุงอาหารด้วย เธอว่า เพราะอยากให้แขกกินอิ่ม-นอนหลับ ยามมาพักที่นี่

เราชื่อว่าถ้าใครได้ไปหย่อนกาย หย่อนใจที่นี่ จะต้องเผลอพักผ่อนจน ลืมเพ-ลา แน่นอน
บ้านลืมเพ-ลา
ภาพ : ปฏิพล รัชตอาภา, หฤษฎ์ หอกเพ็ชร์, มณีนุช บุญเรือง, เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล และ ธนาธิป อดิเรกเกียรติ
