คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ ชวนเปิดต่อมรับรส เอาใจสายฟู้ดดี้ด้วยการไปตะลุยกิน 10 ร้านอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาลี และฝรั่งเศส ใน 6 โรงแรมเครือ Hyatt รอบกรุงเทพฯ (ขอแถมสมุทรปราการ 1 จังหวัดนะ) ได้แก่ The StandardX, Bangkok Phra Arthit, Park Hyatt Bangkok, Grand Hyatt Erawan Bangkok, The Standard, Bangkok Mahanakhon, Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit และ Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport ซึ่งร้านอาหารแต่ละแห่งมีจุดเด่นมัดใจสายกินแตกต่างกัน พ่วงด้วยเทคนิคแพรวพราว และวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ เรารับรองว่าถ้าได้ไปตามรอยครบ 10 ร้าน คุณจะได้รับประสบการณ์อันน่าจดจำมิรู้ลืม แถมได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศผ่านอาหารด้วย
หากไม่ได้เข้าพัก ก็แวะไปลิ้มลองความอร่อยของแต่ละร้านอาหารได้นะ Hyatt กำลังจัดแคมเปญ Be More Foodie. Be More Fulfilled ชวนสายกินไปเปิดประสบการณ์กิน-ดื่ม ณ ร้านอาหารและบาร์ 75 แห่งใน 16 โรงแรมเครือ Hyatt ทั้งสิงคโปร์และประเทศไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์จุใจ
อย่ารอช้า จดลิสต์ 10 ร้านอาหาร 10 สไตล์ แล้วไปตะลุยกินให้หนำใจกันเลย
The StandardX, Bangkok Phra Arthit
BANG

เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าสไตล์ไทย ๆ ที่ BANG ร้านอาหารไทยร่วมสมัยใน The StandardX, Bangkok Phra Arthit ที่เสิร์ฟวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแสนสงบ กระซิบดัง ๆ ว่าสูตรอาหารและรสมือกลมกล่อม ถึงเครื่อง ทั้งยังนำวัตถุดิบท้องถิ่นจากหลากภาคหลายจังหวัดทั่วไทยมาปรุงเป็นอาหารจานเด็ด
ที่นี่เหมาะมากสำหรับนักกินที่กำลังมองหาอาหารมื้อเช้า มื้อสาย หรือมื้อค่ำหลังเลิกงาน


จานแนะนำ : ไก่ล่องใต้ (ไก่กอและ) เสิร์ฟพร้อมนํ้าจิ้มอาจาดและโรตีกรอบนุ่ม ส้มตําเจ้าพระยาเสิร์ฟร้อมไก่ย่าง คอหมูย่าง หมูยอทอด ข้าวเหนียว และขนมจีน ทีเด็ดอยู่ตรงที่ส้มตำ มี 2 แบบให้เลือกชิม ทั้งส้มตำเส้นมะละกอสดและส้มตำเส้นมะละกอทอด ไม่ว่าจะแบบไหนก็รสชาติเข้มข้น กรอบฉ่ำ จุใจ

BANG
Park Hyatt Bangkok
Embassy Room La Marina

ขยับจากย่านเมืองเก่าเข้ามาใจกลางเมืองหลวง กับห้องอาหาร Embassy Room La Marina ห้องอาหารประจำชั้น 9 ของ Park Hyatt Bangkok ที่มาพร้อมวิวเมืองหลวงให้นั่งทอดหุ่ยชมแบบเต็มตา

ที่นี่เป็นห้องอาหารอิตาเลียน เสิร์ฟอาหารทะเลตอนใต้ของแดนรองเท้าบูต แถมเพิ่มความหลากหลายของอาหารด้วยพาสต้า พิซซ่า และการจับคู่อาหารกับไวน์ หนึ่งจุดเด่นของ Embassy Room La Marina คือครัวเปิดขนาดใหญ่ที่ทำให้นักกินอย่างเรา ๆ ได้เห็นทุกขั้นตอนการเตรียม-ปรุงอาหาร ซึ่งดึงดูดสายตาจนอยากหยิบมือถือมาบันทึกภาพและส่งต่อความประทับใจให้เพื่อน ๆ บนโซเชียลมีเดีย


จานแนะนำ : Polpo ai Carboni
จานนี้เสิร์ฟหนวดหมึกย่างกับครีม มีมะเขือเทศกงฟีเป็นเครื่องเคียง แม้หนวดชิ้นใหญ่ แต่สัมผัสกลับนุ่มอร่อย ตอนกำลังจะกัดก็ได้กลิ่นหอมอบอวล ทำเอาเราติดใจจนอยากสั่งมาเพิ่มอีกหลาย ๆ จาน

Embassy Room La Marina
Penthouse Bar + Grill

ยังอยู่กันที่ Park Hyatt Bangkok มื้อพาไปสำรวจจานกริลล์หลากหลายเมนูของร้าน Penthouse Bar + Grill ที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 34 – 36 และชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ซึ่งร้านประกอบด้วย 3 ส่วน คือรูฟท็อปบาร์ชั้นดาดฟ้าที่เห็นวิวกรุงเทพ 360 องศา ห้องวิสกี้สุดพิเศษ Johnnie Walker Depth of Blue Room และห้องอาหารกริลล์สุดชิก ซึ่งห้องอาหารสุดท้ายนี่เองที่เรามีโอกาสไปลองลิ้มชิมความอร่อยในวันนี้


โซน The Grill ของที่นี่โดดเด่นตั้งแต่อุปกรณ์สำคัญอย่างเตาย่าง เลือกใช้แบรนด์ชั้นนำอย่าง Koppa Oven และ Parilla ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ผสานกับการจัดเรียงและรังสรรค์เมนูด้วยฝีมือของ Marco Chávez Jaime เชฟชาวเม็กซิกัน พร้อมการย่างด้วยถ่านไม้ธรรมชาติบนเตาดังกล่าวที่ทำให้แต่ละเมนูเกิดกลิ่นหอมควันไฟและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์หลากหลายความชอบไปพร้อมกัน



เมนูของ The Grill ครอบคลุมหลากหลาย สลัด ซุป อาหารทะเล เนื้อ ซึ่งทุกจานเข้าใจ-เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน จนเรามั่นใจว่าทุกคนที่มากินต้องติดใจเมนูกริลล์บนเตาย่างของร้านนี้อย่างแน่นอน

Penthouse Bar + Grill
Grand Hyatt Erawan Bangkok
Erawan Tea Room

ถัดจากเพลินจิตมาชิดลมที่ Erawan Tea Room ร้านอาหารเก่าแก่ของอาคารเอราวัณ แบงค็อก ซึ่งเปิดบริการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 นอกจากเสิร์ฟชุดน้ำชายามบ่ายตามชื่อร้านแล้ว ร้านนี้ยังภูมิใจนำเสนอเมนูสำรับไทยดั้งเดิมรสชาติกลมกล่อม รับประทานได้ทุกเพศและวัย ทั้งยังเสริมด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยที่มีคุณภาพ พร้อมวิธีนำเสนอเป็นเอกลักษณ์ ทำเอาเราแทบลืมอาหารไทยแบบเดิม ๆ ไปชั่วขณะ


จานแนะนำ : ต้มข่ากุ้งล็อบสเตอร์
นี่ไม่ใช่แค่ชามแกงกับเนื้อกุ้งธรรมดา แต่จานนี้นำเสนอด้วยอุปกรณ์ที่ดูไปดูมาคล้ายอยู่ในห้องทดลอง ตัวอุปกรณ์ใช้ความร้อนทำให้น้ำแกงซึ่งปรุงรสมาแล้วเดือดจนดันตัวขึ้นไปสัมผัสกับเครื่องแกงและดอกอัญชันในหลอดบรรจุด้านบน เกิดเป็นน้ำต้มข่าสีม่วงครีมสวยงาม จากนั้นนำมาราดลงบนเนื้อล็อบสเตอร์เป็นอันเสร็จสิ้น หากใครคิดว่าจานนี้มีจุดขายแค่วิธีนำเสนอ ขอบอกเลยว่าคิดผิด เพราะความเข้มข้นของรสชาติผนวกกับความสดเด้งของเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ จึงช่วยขับเน้นความลงตัวของจานนี้

Erawan Tea Room
Salvia

หากจะนิยามอย่างเรียบง่าย Salvia คือร้านอาหารอิตาเลียนที่เหมาะกับทุกโอกาสในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมื้อเย็นของวันธรรมดา วันเกิด วันพิเศษกับคนพิเศษ จนถึงงานเลี้ยงระดับองค์กรขนาดย่อม สิ่งที่โดดเด่นคือที่นี่เหมาะสำหรับนักกินหลายกลุ่ม คุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติจัดเต็ม ทั้งพิซซ่า พาสต้า และเนื้อ
หากสนใจตามมาลองกิน-ดื่ม ร้านนี้อยู่บนชั้นลอยของ Grand Hyatt Erawan Bangkok ซึ่งหลายคนจดจำห้องอาหารนี้ได้จากบันไดกลางสุดโอ่อ่าที่เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมบนโลกออนไลน์


จานแนะนำ : สเต๊กเนื้อเทนเดอร์ลอยด์
จานนี้ใช้วากิวสายพันธุ์แบล็กโอปอลจากออสเตรเลีย ขุนด้วยธัญพืช 380 วัน ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ขอบนอกกรอบ เนื้อฉ่ำ นุ่ม หอม มันกำลังดี ได้รสเนื้อเข้มข้น เมื่อกินคู่สลัดร็อกเก็ตที่เป็นเครื่องเคียงแล้ว ยิ่งขับเน้นความโดดเด่นของเมนูนี้

Salvia
GASTON Bistro & Bar

เราขอส่งท้ายที่ Grand Hyatt Erawan Bangkok ด้วยเมนูฝรั่งเศสจาก GASTON Bistro & Bar
ความโดดเด่นของ GASTON คือการนำเสนออาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ต้นตำรับ ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศฝรั่งเศส เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เหมือนให้เหล่านักชิมได้เดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศผ่านรายการอาหารแต่ละจาน



เดิมทีด้วยความซับซ้อนของรสชาติ มิติในการนำเสนอ อาหารฝรั่งเศสอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกในใจของหลายคน แต่เราเชื่อว่าชุดเมนูของ GASTON คงทำบางคนเปลี่ยนใจได้แน่ ด้วยการปรุงอย่างพิถีพิถัน การเสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงที่เหมาะสม แม้จะเป็นสูตรต้นตำรับโดยตรงแต่รสชาติกลับไม่ได้เข้าใจยาก ทำให้หลายจานที่แค่ได้ยินชื่ออย่าง หอยทาก Escargot หรือตับห่านฟัวกราส์ กลับกินง่ายและทำให้เราดื่มด่ำรสชาติได้ดีขึ้นมาก GASTON จึงเหมาะจะเป็นฝรั่งเศสร้านแรกของเราและใครหลายคนเลยล่ะ
จานแนะนำ : ปลากระพงห่อกระดาษปาปิลอต
เมนูสไตล์ฝรั่งเศสตอนใต้ผสมกลิ่นอายเมดิเตอเรเนียน เนื้อปลาส่งกลิ่นหอมเตะจมูกทั้งยังสดชื่น เมื่อผสมการปรุงรสที่ลงตัวเข้ากับเนื้อปลาที่นุ่มอย่างพอเหมาะ ทำให้จานนี้แตกต่างจากจานปลาทั่วไปในอาหารสัญชาติอื่น และเชื่อว่าคงครองในนักชิมทั้งหลายได้ไม่ยากเลย

GASTON
The Standard, Bangkok Mahanakhon
Ojo

พักจากอาหารยุโรป ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาลิ้มรสชาติทวีปอเมริกาใต้ ที่ Ojo (โอ้โห) ร้านอาหารเม็กซิกันบนชั้น 76 ของ The Standard, Bangkok Mahanakhon ที่นอกจากอยู่สูงกว่าใครเขา ประสบการณ์ที่ร้านมอบให้ก็สร้างมาตรฐานที่สูงไม่แพ้กัน เริ่มตั้งแต่ชื่อ Ojo แปลว่าดวงตาในภาษาสเปน สื่อถึงวิวมหานคร 360 องศาที่มองเห็นได้จากหน้าต่างของร้านบนชั้น 76 เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากร้านอาหารอื่น

ที่นี่เสิร์ฟอาหารเม็กซิกันร่วมสมัย เน้นความสดสวยและสีสันในแต่ละจาน ซึ่งได้ Francisco ‘Paco’ Ruano เจ้าของร้านอาหารอันดับ 51 ของโลกมาเป็นหัวหน้าพ่อครัว พร้อมเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นถึง 8 จาก 10 ส่วน ซึ่งแม้แต่เราที่ไม่สันทัดอาหารเม็กซิกันก็ยังรับรู้ถึงความพิเศษที่ว่าในอาหารแต่ละจานได้ไม่ยาก

Ojo
Mott 32

แม้อาหารจะอร่อยจนต้องยกนิ้ว แต่ด้วยความที่เป็นคนกลัวความสูง เราจึงขอลงจากตึกระฟ้ามาอยู่ที่ Mott 32 ร้านอาหารจีนบนชั้น 2 ของโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon
ความน่าสนใจตั้งต้นตั้งแต่ชื่อ Mott มีที่มาจากร้านของชำสไตล์เอเชียซึ่งตั้งอยู่บนถนนชื่อเดียวกันที่มหานครนิวยอร์ก มาบัดนี้จากร้านชำกลางเมืองใหญ่กลายเป็นร้านอาหารจีนซึ่งมีถึง 9 สาขาทั่วโลก
Mott 32 เป็นร้านอาหารจีนกึ่งสมัยใหม่ เสิร์ฟเมนูชื่อคุ้นหู แต่ปรับรสชาติ เพิ่มลูกเล่น และหมุนเวียนวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง ร้านนี้จึงครบเครื่องทั้งอาหาร-เครื่องดื่ม เหมาะกับทุกโอกาส


จานแนะนำ : ล็อบสเตอร์นึ่งไข่และหมูสับ เนื้อกุ้งหวานตัดด้วยสัมผัสของไข่และหมูสับที่รสไม่จัดเกินไป นึกย้อนถึงความรู้สึกตอนตักเข้าปากทีไรก็ยังทำเอาน้ำลายสออยู่ตลอด ในขณะที่เมนูอื่น ๆ ก็ครบรสโดดเด่นไม่แพ้กัน เราจึงเชื่อเลยว่าร้านนี้จะสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนทุกคนอย่างแน่นอน

Mott 32
Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit
Market Café by Khao
ไปกินกันต่อที่อาหารสัญชาติไทยจากร้านกลางเมืองใหญ่อย่าง Market Café by Khao
นี่คือร้านอาหารไทยซึ่งอยู่คู่กับ Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit มาตั้งแต่วันแรกที่โรงแรมเปิดประตูต้อนรับแขก นอกจากมาตรฐานที่ดีอยู่แต่เดิมนั้น ปัจจุบันร้านยังได้รับความร่วมมือจาก Khao ร้านอาหารดีกรี 1 ดาวมิชลินถึง 5 ปีซ้อนในการพัฒนาปรับปรุงสูตรอาหาร ให้สอดคล้องและตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยไม่ลืมที่จะนำวัตถุดิบคุณภาพจากชุมชนท้องถิ่นในประเทศมาร่วมรังสรรค์เมนูต่าง ๆ


จานแนะนำ : มัสมั่นน่องแกะ สาคูกรอบหน้าตั้งกุ้ง แกงฮังเลซี่โครงหมู ไข่เจียวปูผสมเครื่องแกง กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ไปจนถึงเครื่องดื่มล้างปากจากส่วนผสมของดอกอัญชันและผลไม้ไทย

Market Café by Khao
Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport
Kinsen

Kinsen ร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศชวนผ่อนคลาย ตั้งอยู่ ณ Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport สิ่งที่ทำให้ร้านอาหารแห่งนี้มัดใจลูกค้าคือคุณภาพของวัตถุดิบ ด้วยความที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สนามบิน ทำให้วัตถุดิบที่ต้องนำเข้าของร้านนี้สดใหม่อยู่ตลอด โดยมีกำหนดนำเข้าของสดสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง โดยมีปลาบางชนิดที่นำเข้าใหม่วันต่อวัน จึงมั่นใจเรื่องความสดใหม่ได้เสมอ


จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้คือโชว์เทปปันยากิย่างเนื้อสัตว์กับผักให้ดูกันสด ๆ เหมือนที่เรามักเห็นตามสื่อออนไลน์ มีจังหวะควงอุปกรณ์และจังหวะไฟลุกสุดอลังการ เพิ่มสีสันให้มื้ออาหารสนุกยิ่งขึ้น
Kinsen
แคมเปญ Be More Foodie. Be More Fulfilled ชวนสายกินไปเปิดประสบการณ์กิน-ดื่ม ณ ร้านอาหารและบาร์ 75 แห่งใน 16 โรงแรมเครือ Hyatt ทั้งสิงคโปร์และประเทศไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกทอดในฐานะสมาชิกของ World of Hyatt โดยแคมเปญนี้แบ่งออกเป็น 2 ห้วงเวลา ได้แก่
BE MORE SAVVY ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม – 14 กันยายน พ.ศ. 2568 นี้ ส่วนลดสำหรับสมาชิก World of Hyatt เท่านั้น รับส่วนลดไปสูง 25% สำหรับร้านในประเทศไทย และ 20% สำหรับร้านที่ประเทศสิงคโปร์ (สมัครสมาชิกฟรี)
ช่วงที่ 2 ระหว่าง 15 กันยายน – 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 สมาชิก World of Hyatt จะได้รับแต้มสะสม 2 เท่าเมื่อใช้บริการร้านอาหารและบาร์ 75 แห่งในเครือ Hyatt เพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ก็ดื่มด่ำอาหารมื้อพิเศษ พร้อมรับแต้มไว้แลกสิทธิประโยชน์อย่างจุใจ
