23 สิงหาคม 2025
984

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ ชวนเปิดต่อมรับรส เอาใจสายฟู้ดดี้ด้วยการไปตะลุยกิน 10 ร้านอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาลี และฝรั่งเศส ใน 6 โรงแรมเครือ Hyatt รอบกรุงเทพฯ (ขอแถมสมุทรปราการ 1 จังหวัดนะ) ได้แก่ The StandardX, Bangkok Phra Arthit, Park Hyatt Bangkok, Grand Hyatt Erawan Bangkok, The Standard, Bangkok Mahanakhon, Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit และ Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport ซึ่งร้านอาหารแต่ละแห่งมีจุดเด่นมัดใจสายกินแตกต่างกัน พ่วงด้วยเทคนิคแพรวพราว และวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ เรารับรองว่าถ้าได้ไปตามรอยครบ 10 ร้าน คุณจะได้รับประสบการณ์อันน่าจดจำมิรู้ลืม แถมได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศผ่านอาหารด้วย 

หากไม่ได้เข้าพัก ก็แวะไปลิ้มลองความอร่อยของแต่ละร้านอาหารได้นะ Hyatt กำลังจัดแคมเปญ Be More Foodie. Be More Fulfilled ชวนสายกินไปเปิดประสบการณ์กิน-ดื่ม ณ ร้านอาหารและบาร์ 75 แห่งใน 16 โรงแรมเครือ Hyatt ทั้งสิงคโปร์และประเทศไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์จุใจ

อย่ารอช้า จดลิสต์ 10 ร้านอาหาร 10 สไตล์ แล้วไปตะลุยกินให้หนำใจกันเลย

The StandardX, Bangkok Phra Arthit

เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าสไตล์ไทย ๆ ที่ BANG ร้านอาหารไทยร่วมสมัยใน The StandardX, Bangkok Phra Arthit ที่เสิร์ฟวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแสนสงบ กระซิบดัง ๆ ว่าสูตรอาหารและรสมือกลมกล่อม ถึงเครื่อง ทั้งยังนำวัตถุดิบท้องถิ่นจากหลากภาคหลายจังหวัดทั่วไทยมาปรุงเป็นอาหารจานเด็ด

ที่นี่เหมาะมากสำหรับนักกินที่กำลังมองหาอาหารมื้อเช้า มื้อสาย หรือมื้อค่ำหลังเลิกงาน 

จานแนะนำ : ไก่ล่องใต้ (ไก่กอและ) เสิร์ฟพร้อมนํ้าจิ้มอาจาดและโรตีกรอบนุ่ม ส้มตําเจ้าพระยาเสิร์ฟร้อมไก่ย่าง คอหมูย่าง หมูยอทอด ข้าวเหนียว และขนมจีน ทีเด็ดอยู่ตรงที่ส้มตำ มี 2 แบบให้เลือกชิม ทั้งส้มตำเส้นมะละกอสดและส้มตำเส้นมะละกอทอด ไม่ว่าจะแบบไหนก็รสชาติเข้มข้น กรอบฉ่ำ จุใจ

BANG

Park Hyatt Bangkok

ขยับจากย่านเมืองเก่าเข้ามาใจกลางเมืองหลวง กับห้องอาหาร Embassy Room La Marina ห้องอาหารประจำชั้น 9 ของ Park Hyatt Bangkok ที่มาพร้อมวิวเมืองหลวงให้นั่งทอดหุ่ยชมแบบเต็มตา

ที่นี่เป็นห้องอาหารอิตาเลียน เสิร์ฟอาหารทะเลตอนใต้ของแดนรองเท้าบูต แถมเพิ่มความหลากหลายของอาหารด้วยพาสต้า พิซซ่า และการจับคู่อาหารกับไวน์ หนึ่งจุดเด่นของ Embassy Room La Marina คือครัวเปิดขนาดใหญ่ที่ทำให้นักกินอย่างเรา ๆ ได้เห็นทุกขั้นตอนการเตรียม-ปรุงอาหาร ซึ่งดึงดูดสายตาจนอยากหยิบมือถือมาบันทึกภาพและส่งต่อความประทับใจให้เพื่อน ๆ บนโซเชียลมีเดีย

จานแนะนำ : Polpo ai Carboni

จานนี้เสิร์ฟหนวดหมึกย่างกับครีม มีมะเขือเทศกงฟีเป็นเครื่องเคียง แม้หนวดชิ้นใหญ่ แต่สัมผัสกลับนุ่มอร่อย ตอนกำลังจะกัดก็ได้กลิ่นหอมอบอวล ทำเอาเราติดใจจนอยากสั่งมาเพิ่มอีกหลาย ๆ จาน

Embassy Room La Marina

ยังอยู่กันที่ Park Hyatt Bangkok มื้อพาไปสำรวจจานกริลล์หลากหลายเมนูของร้าน Penthouse Bar + Grill ที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 34 – 36 และชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ซึ่งร้านประกอบด้วย 3 ส่วน คือรูฟท็อปบาร์ชั้นดาดฟ้าที่เห็นวิวกรุงเทพ 360 องศา ห้องวิสกี้สุดพิเศษ Johnnie Walker Depth of Blue Room และห้องอาหารกริลล์สุดชิก ซึ่งห้องอาหารสุดท้ายนี่เองที่เรามีโอกาสไปลองลิ้มชิมความอร่อยในวันนี้

โซน The Grill ของที่นี่โดดเด่นตั้งแต่อุปกรณ์สำคัญอย่างเตาย่าง เลือกใช้แบรนด์ชั้นนำอย่าง Koppa Oven และ Parilla ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ผสานกับการจัดเรียงและรังสรรค์เมนูด้วยฝีมือของ Marco Chávez Jaime เชฟชาวเม็กซิกัน พร้อมการย่างด้วยถ่านไม้ธรรมชาติบนเตาดังกล่าวที่ทำให้แต่ละเมนูเกิดกลิ่นหอมควันไฟและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์หลากหลายความชอบไปพร้อมกัน

เมนูของ The Grill ครอบคลุมหลากหลาย สลัด ซุป อาหารทะเล เนื้อ ซึ่งทุกจานเข้าใจ-เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน จนเรามั่นใจว่าทุกคนที่มากินต้องติดใจเมนูกริลล์บนเตาย่างของร้านนี้อย่างแน่นอน

Penthouse Bar + Grill

Grand Hyatt Erawan Bangkok

ถัดจากเพลินจิตมาชิดลมที่ Erawan Tea Room ร้านอาหารเก่าแก่ของอาคารเอราวัณ แบงค็อก ซึ่งเปิดบริการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 นอกจากเสิร์ฟชุดน้ำชายามบ่ายตามชื่อร้านแล้ว ร้านนี้ยังภูมิใจนำเสนอเมนูสำรับไทยดั้งเดิมรสชาติกลมกล่อม รับประทานได้ทุกเพศและวัย ทั้งยังเสริมด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยที่มีคุณภาพ พร้อมวิธีนำเสนอเป็นเอกลักษณ์ ทำเอาเราแทบลืมอาหารไทยแบบเดิม ๆ ไปชั่วขณะ

จานแนะนำ : ต้มข่ากุ้งล็อบสเตอร์

นี่ไม่ใช่แค่ชามแกงกับเนื้อกุ้งธรรมดา แต่จานนี้นำเสนอด้วยอุปกรณ์ที่ดูไปดูมาคล้ายอยู่ในห้องทดลอง ตัวอุปกรณ์ใช้ความร้อนทำให้น้ำแกงซึ่งปรุงรสมาแล้วเดือดจนดันตัวขึ้นไปสัมผัสกับเครื่องแกงและดอกอัญชันในหลอดบรรจุด้านบน เกิดเป็นน้ำต้มข่าสีม่วงครีมสวยงาม จากนั้นนำมาราดลงบนเนื้อล็อบสเตอร์เป็นอันเสร็จสิ้น หากใครคิดว่าจานนี้มีจุดขายแค่วิธีนำเสนอ ขอบอกเลยว่าคิดผิด เพราะความเข้มข้นของรสชาติผนวกกับความสดเด้งของเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ จึงช่วยขับเน้นความลงตัวของจานนี้

Erawan Tea Room

หากจะนิยามอย่างเรียบง่าย Salvia คือร้านอาหารอิตาเลียนที่เหมาะกับทุกโอกาสในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมื้อเย็นของวันธรรมดา วันเกิด วันพิเศษกับคนพิเศษ จนถึงงานเลี้ยงระดับองค์กรขนาดย่อม สิ่งที่โดดเด่นคือที่นี่เหมาะสำหรับนักกินหลายกลุ่ม คุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติจัดเต็ม ทั้งพิซซ่า พาสต้า และเนื้อ 

หากสนใจตามมาลองกิน-ดื่ม ร้านนี้อยู่บนชั้นลอยของ Grand Hyatt Erawan Bangkok ซึ่งหลายคนจดจำห้องอาหารนี้ได้จากบันไดกลางสุดโอ่อ่าที่เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมบนโลกออนไลน์

จานแนะนำ : สเต๊กเนื้อเทนเดอร์ลอยด์ 

จานนี้ใช้วากิวสายพันธุ์แบล็กโอปอลจากออสเตรเลีย ขุนด้วยธัญพืช 380 วัน ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ขอบนอกกรอบ เนื้อฉ่ำ นุ่ม หอม มันกำลังดี ได้รสเนื้อเข้มข้น เมื่อกินคู่สลัดร็อกเก็ตที่เป็นเครื่องเคียงแล้ว ยิ่งขับเน้นความโดดเด่นของเมนูนี้

Salvia

เราขอส่งท้ายที่ Grand Hyatt Erawan Bangkok ด้วยเมนูฝรั่งเศสจาก GASTON Bistro & Bar

ความโดดเด่นของ GASTON คือการนำเสนออาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ต้นตำรับ ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศฝรั่งเศส เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เหมือนให้เหล่านักชิมได้เดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศผ่านรายการอาหารแต่ละจาน

เดิมทีด้วยความซับซ้อนของรสชาติ มิติในการนำเสนอ อาหารฝรั่งเศสอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกในใจของหลายคน แต่เราเชื่อว่าชุดเมนูของ GASTON คงทำบางคนเปลี่ยนใจได้แน่ ด้วยการปรุงอย่างพิถีพิถัน การเสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงที่เหมาะสม แม้จะเป็นสูตรต้นตำรับโดยตรงแต่รสชาติกลับไม่ได้เข้าใจยาก ทำให้หลายจานที่แค่ได้ยินชื่ออย่าง หอยทาก Escargot หรือตับห่านฟัวกราส์ กลับกินง่ายและทำให้เราดื่มด่ำรสชาติได้ดีขึ้นมาก GASTON จึงเหมาะจะเป็นฝรั่งเศสร้านแรกของเราและใครหลายคนเลยล่ะ

จานแนะนำ : ปลากระพงห่อกระดาษปาปิลอต

เมนูสไตล์ฝรั่งเศสตอนใต้ผสมกลิ่นอายเมดิเตอเรเนียน เนื้อปลาส่งกลิ่นหอมเตะจมูกทั้งยังสดชื่น เมื่อผสมการปรุงรสที่ลงตัวเข้ากับเนื้อปลาที่นุ่มอย่างพอเหมาะ ทำให้จานนี้แตกต่างจากจานปลาทั่วไปในอาหารสัญชาติอื่น และเชื่อว่าคงครองในนักชิมทั้งหลายได้ไม่ยากเลย

GASTON
  • ชั้น LL Grand Hyatt Erawan Bangkok เลขที่ 494 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • เปิดวันจันทร์ เวลา 18.00 – 23.00 น., วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 18.00 – 02.00 น., วันเสาร์ เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 – 02.00 น., วันอาทิตย์ เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 – 23.00 น.
  • 02 254 1234
  • www.hyatt.com/grand-hyatt/th-TH/bangh-grand-hyatt-erawan-bangkok/dining/gaston-bistro-and-bar
  • Gaston Bangkok
  • gastonbkk

The Standard, Bangkok Mahanakhon

พักจากอาหารยุโรป ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาลิ้มรสชาติทวีปอเมริกาใต้ ที่ Ojo (โอ้โห) ร้านอาหารเม็กซิกันบนชั้น 76 ของ The Standard, Bangkok Mahanakhon ที่นอกจากอยู่สูงกว่าใครเขา ประสบการณ์ที่ร้านมอบให้ก็สร้างมาตรฐานที่สูงไม่แพ้กัน เริ่มตั้งแต่ชื่อ Ojo แปลว่าดวงตาในภาษาสเปน สื่อถึงวิวมหานคร 360 องศาที่มองเห็นได้จากหน้าต่างของร้านบนชั้น 76 เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากร้านอาหารอื่น

ที่นี่เสิร์ฟอาหารเม็กซิกันร่วมสมัย เน้นความสดสวยและสีสันในแต่ละจาน ซึ่งได้ Francisco ‘Paco’ Ruano เจ้าของร้านอาหารอันดับ 51 ของโลกมาเป็นหัวหน้าพ่อครัว พร้อมเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นถึง 8 จาก 10 ส่วน ซึ่งแม้แต่เราที่ไม่สันทัดอาหารเม็กซิกันก็ยังรับรู้ถึงความพิเศษที่ว่าในอาหารแต่ละจานได้ไม่ยาก

Ojo
  • ชั้น 76 โรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon เลขที่ 114 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 17.30 – 23.30 น.
  • 02 085 8888
  • ojobangkok.com
  • Ojo Bangkok
  • ojobangkok

แม้อาหารจะอร่อยจนต้องยกนิ้ว แต่ด้วยความที่เป็นคนกลัวความสูง เราจึงขอลงจากตึกระฟ้ามาอยู่ที่ Mott 32 ร้านอาหารจีนบนชั้น 2 ของโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon

ความน่าสนใจตั้งต้นตั้งแต่ชื่อ Mott มีที่มาจากร้านของชำสไตล์เอเชียซึ่งตั้งอยู่บนถนนชื่อเดียวกันที่มหานครนิวยอร์ก มาบัดนี้จากร้านชำกลางเมืองใหญ่กลายเป็นร้านอาหารจีนซึ่งมีถึง 9 สาขาทั่วโลก 

Mott 32 เป็นร้านอาหารจีนกึ่งสมัยใหม่ เสิร์ฟเมนูชื่อคุ้นหู แต่ปรับรสชาติ เพิ่มลูกเล่น และหมุนเวียนวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง ร้านนี้จึงครบเครื่องทั้งอาหาร-เครื่องดื่ม เหมาะกับทุกโอกาส

จานแนะนำ : ล็อบสเตอร์นึ่งไข่และหมูสับ เนื้อกุ้งหวานตัดด้วยสัมผัสของไข่และหมูสับที่รสไม่จัดเกินไป นึกย้อนถึงความรู้สึกตอนตักเข้าปากทีไรก็ยังทำเอาน้ำลายสออยู่ตลอด ในขณะที่เมนูอื่น ๆ ก็ครบรสโดดเด่นไม่แพ้กัน เราจึงเชื่อเลยว่าร้านนี้จะสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนทุกคนอย่างแน่นอน

Mott 32
  • ชั้น 2 The Standard, Bangkok Mahanakhon เลขที่ 114 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 17.30 – 22.30 น. 
  • 02 085 8888
  • mott32.com/bangkok
  • Mott 32 Bangkok
  • mott32bk

Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit

ไปกินกันต่อที่อาหารสัญชาติไทยจากร้านกลางเมืองใหญ่อย่าง Market Café by Khao 

นี่คือร้านอาหารไทยซึ่งอยู่คู่กับ Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit มาตั้งแต่วันแรกที่โรงแรมเปิดประตูต้อนรับแขก นอกจากมาตรฐานที่ดีอยู่แต่เดิมนั้น ปัจจุบันร้านยังได้รับความร่วมมือจาก Khao ร้านอาหารดีกรี 1 ดาวมิชลินถึง 5 ปีซ้อนในการพัฒนาปรับปรุงสูตรอาหาร ให้สอดคล้องและตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยไม่ลืมที่จะนำวัตถุดิบคุณภาพจากชุมชนท้องถิ่นในประเทศมาร่วมรังสรรค์เมนูต่าง ๆ

จานแนะนำ : มัสมั่นน่องแกะ สาคูกรอบหน้าตั้งกุ้ง แกงฮังเลซี่โครงหมู ไข่เจียวปูผสมเครื่องแกง กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ไปจนถึงเครื่องดื่มล้างปากจากส่วนผสมของดอกอัญชันและผลไม้ไทย 

Market Café by Khao

Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport

Kinsen ร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศชวนผ่อนคลาย ตั้งอยู่ ณ Hyatt Regency Bangkok Suvarnabhumi Airport สิ่งที่ทำให้ร้านอาหารแห่งนี้มัดใจลูกค้าคือคุณภาพของวัตถุดิบ ด้วยความที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สนามบิน ทำให้วัตถุดิบที่ต้องนำเข้าของร้านนี้สดใหม่อยู่ตลอด โดยมีกำหนดนำเข้าของสดสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง โดยมีปลาบางชนิดที่นำเข้าใหม่วันต่อวัน จึงมั่นใจเรื่องความสดใหม่ได้เสมอ

จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้คือโชว์เทปปันยากิย่างเนื้อสัตว์กับผักให้ดูกันสด ๆ เหมือนที่เรามักเห็นตามสื่อออนไลน์ มีจังหวะควงอุปกรณ์และจังหวะไฟลุกสุดอลังการ เพิ่มสีสันให้มื้ออาหารสนุกยิ่งขึ้น

Kinsen
  • โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ 999 อาคารโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หมู่ 1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)
  • เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 – 22.00 น.
  • 02 131 1234
  • @HyattBKKAirport

แคมเปญ Be More Foodie. Be More Fulfilled ชวนสายกินไปเปิดประสบการณ์กิน-ดื่ม ณ ร้านอาหารและบาร์ 75 แห่งใน 16 โรงแรมเครือ Hyatt ทั้งสิงคโปร์และประเทศไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกทอดในฐานะสมาชิกของ World of Hyatt โดยแคมเปญนี้แบ่งออกเป็น 2 ห้วงเวลา ได้แก่

BE MORE SAVVY ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม – 14 กันยายน พ.ศ. 2568 นี้ ส่วนลดสำหรับสมาชิก World of Hyatt เท่านั้น รับส่วนลดไปสูง 25% สำหรับร้านในประเทศไทย และ 20% สำหรับร้านที่ประเทศสิงคโปร์ (สมัครสมาชิกฟรี)

ช่วงที่ 2 ระหว่าง 15 กันยายน – 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 สมาชิก World of Hyatt จะได้รับแต้มสะสม 2 เท่าเมื่อใช้บริการร้านอาหารและบาร์ 75 แห่งในเครือ Hyatt เพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ก็ดื่มด่ำอาหารมื้อพิเศษ พร้อมรับแต้มไว้แลกสิทธิประโยชน์อย่างจุใจ

Writer

สิรภพ พรอำนวยผล

นักอ่านมือสมัครเล่น ทาสแมวมืออาชีพ โตขึ้นอยากเป็นบรรณาธิการ พร้อมความฝันว่าสักวันจะเปิดร้านหนังสือที่เชียงใหม่

Photographers

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล