20 มีนาคม 2026
1 K

ณ เมืองแห่งทุ่งดอกกระเจียว บนเนินสูงของจังหวัดชัยภูมิ อากาศปลอดโปร่งและค่ำคืนมืดสนิทพอมองเห็นดาวเต็มท้องฟ้า ที่ตั้งของ ‘สวนเทพพนา’ ในหมู่บ้านเทพพนา ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ แหล่งปลูกอะโวคาโดพันธุ์แฮสเม็กซิโก สายพันธุ์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้นแบบของการปลูกอะโวคาโดแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐาน Organic Thailand จากกรมวิชาการเกษตร และกลายเป็นโมเดลที่ช่วยให้ชุมชนสร้างรายได้จากผลไม้คุณภาพสูงได้

การปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงของที่นี่เริ่มจากความตั้งใจของ วิเชียร พรมทุ่งค้อ ที่อยากพลิกฟื้นผืนดินซึ่งเคยเป็นไร่มันสำปะหลัง อุดมไปด้วยสารเคมี สู่ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ และได้รับการสนับสนุนจาก โครงการ เซ็นทรัล ทำ (Central Tham) โครงการภายใต้แนวคิด CSV (Creating Shared Value) นำเทคโนโลยีถ่านไบโอชาร์เข้ามาช่วยฟื้นฟูดิน พร้อมผลักดันให้ ‘สวนเทพพนา’ กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชน

ปลูกต้นไม้คืนสู่ป่า

เรามาเยือนสวนเทพพนาในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำ จากความสูงของที่นี่ มองเห็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ทอดยาวสุดสายตา เรารับแก้วอะโวคาโดปั่นเนื้อเนียนมาดื่ม ก่อนแวะไปดูต้นอะโวคาโดแฮสเม็กซิโกต้นแรกของสวน ซึ่งวันนี้เติบโตสูงใหญ่และสมบูรณ์เต็มที่ เป็นต้นพันธุ์ที่สร้างความเจริญงอกงามให้กับเครือข่ายเกษตรกรในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ผืนดินของหมู่บ้านเทพพนาเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนเดินทางมาชมทุ่งดอกกระเจียวบาน เวลาผ่านไป ที่ดินเริ่มเปลี่ยนมือ ต้นไม้ในป่าถูกตัด ความแห้งแล้งเข้ามาแทนที่ จนผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ค่อย ๆ เลือนหายไป

วิเชียร อดีตนักธุรกิจจากกรุงเทพฯ ย้ายมาอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ ชวนชาวบ้านลุกขึ้นมาร่วมกันปลูกต้นไม้คืนป่า เพราะหากปล่อยไว้เช่นนี้ แม้แต่ดอกกระเจียวที่เคยบานสะพรั่งก็อาจไม่เหลือ 

“เราเลือกปลูกอะโวคาโดแฮสเม็กซิโกเพราะเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนได้ถึง 80 ปี เป็นสายพันธุ์ที่ทั่วโลกยอมรับว่าดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญคือรสชาติอร่อย ปลูกแล้วสร้างรายได้ให้ชุมชนได้จริง” เขาอธิบาย

“ตั้งแต่วินาทีแรกที่คิดจะทำ พวกเราปักหมุดร่วมกันเลยว่าจะปลูกอะโวคาโดโดยไม่ใช้สารเคมี” วิเชียรกล่าว

การนำผลไม้จากต่างประเทศมาปลูกในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่สูงอย่างหมู่บ้านเทพพนาที่ทั้งขาดแคลนน้ำและเผชิญปัญหาโรคแมลงอยู่เสมอ จึงมีอุปสรรคมากมายที่พวกเขาต้องรับมือ

วิเชียรเริ่มแก้ปัญหาน้ำด้วยการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ดึงน้ำขึ้นมาใช้ในช่วงหน้าแล้งและและกักเก็บน้ำในฤดูฝน เพื่อให้ธรรมชาติหมุนเวียนทรัพยากรอย่างสมดุล

ขณะเดียวกัน เขายังร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พัฒนา ‘ปุ๋ยหมักระบบเติมอากาศ’ โดยนำมูลสัตว์มาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อบำรุงดินและปลูกพืช ทำให้ต้นอะโวคาโดเติบโตตามวิถีไม้ป่า

พระเอกของสวนเทพพนาคือ ‘ถ่านไบโอชาร์’ นวัตกรรมที่ Central Tham นำมาสนับสนุน เพื่อผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นต้นแบบของการทำเกษตรคาร์บอนต่ำ

“ถ่านไบโอชาร์มีลักษณะเป็นรูพรุน ช่วยฟื้นฟูดิน กักเก็บคาร์บอนและความชุ่มชื้นในดิน รวมถึงลดปัญหาโรคแมลงในพืช” วิเชียรเล่าพร้อมพาเราไปดูเตาไบโอชาร์ 2 เตาในโรงเพาะพันธุ์

ไบโอชาร์ผลิตจากเศษวัสดุทางการเกษตรที่ปกติต้องเผาทิ้งจนก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 เปลี่ยนมาแปรรูปในเตาเผาแบบจำกัดออกซิเจนที่ไร้ควัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อทั้งผู้บริโภคและธรรมชาติ เป็นอีกทางรอดของเกษตรกรในยุคโลกร้อน

เซ็นทรัล (ตั้งใจ) ทำ

ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ทีม Central Tham ลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนเล็ก ๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้คนมีรายได้ แนวคิดของทีมงานเรียบง่าย นั่นคือทำให้ชาวบ้านใช้ทรัพยากรของตัวเองสร้างรายได้ โดยไม่ทำลายผืนดินที่พวกเขาอาศัยอยู่

“แต่ละท้องถิ่นมีของดีของตัวเองอยู่แล้ว เราในฐานะนักธุรกิจ แค่เข้าไปช่วยต่อยอด ทำให้มันมีแบรนด์และขายได้กว้างขวางขึ้น” เต้ง-พิชัย จิราธิวัฒน์ หัวแรงหลักในการสนับสนุนครั้งนี้ที่เดินทางมาเยือนสวนเทพพนาพร้อมกับเรากล่าว 

สวนเทพพนาเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ วันนี้รายได้จากอะโวคาโดแฮสเม็กซิโกที่เติบโตตามวิถีไม้ป่าทำให้เงินหมุนเวียนในชุมชนมากกว่า 60 ล้านบาทต่อปีนอกจากรายได้จากผลผลิต สิ่งที่ชุมชนทำร่วมกับ Central Tham คือการส่งต่อแนวคิดนี้ไปยังชุมชนอื่น ๆ 

ในช่วงเริ่มต้นของสวนเทพพนา วิเชียรและชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน มีเพียงเพิงหลังเล็ก ๆ 2 หลัง เพื่อให้เกษตรกรมานั่งเบียดเสียดเรียนรู้การปลูกอะโวคาโดสายพันธุ์แฮสเม็กซิโก 

ไม่นานหลังจากนั้น เพิงหลังเล็กก็เกิดเหตุไฟไหม้ 

ท่ามกลางความเสียหาย วิเชียรได้รับโทรศัพท์จากคุณเต้ง 

“ไม่ต้องกังวล เราต้องไปต่อ” เสียงจากปลายสายบอกเขา

อาคารเรียนรู้หลังใหม่ถูกสร้างขึ้นมา รองรับผู้คนได้มากขึ้น กลายเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรจากหลายจังหวัดเดินทางมาเรียนรู้พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย

ปัจจุบันสวนเทพพนาเป็นศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ นำร่องปลูกอะโวคาโด 20 ไร่ ค่อย ๆ ขยายพื้นที่ด้วยการชวนเกษตรกรกว่า 500 คนเข้าร่วม ปลูกคนละ 2 ไร่ หลังจากนั้นเกษตรกรหลายพื้นที่รวมกลุ่มและเดินทางมาเรียนรู้การพัฒนาการเกษตรจากที่นี่กันหลายขบวนรถ

วันนี้เครือข่ายผู้ปลูกอะโวคาโดสายพันธุ์แฮสเม็กซิโกขยายออกไปกว่า 1,500 ราย

“กลุ่มเกษตรกรที่มาเรียนส่วนใหญ่เขารู้สึกว่าพืชพรรณที่ตัวเองปลูกไม่ได้ตอบโจทย์แล้ว เขาอยากเปลี่ยน

“นอกจากให้ดูกระบวนการเพาะปลูกแล้ว ต้องสอนให้เขารู้จักพื้นที่ของตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจว่าการปรับเปลี่ยนทิศทางทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร” วิเชียรกล่าว

“ถ้าผลผลิตดีต่อคนกินและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม Central Tham ก็พร้อมรับซื้อในราคาที่สูงขึ้น เพื่อให้เกษตรกรเห็นว่าการทำเกษตรแบบนี้คุ้มค่า” วิเชียรกล่าว

สำหรับ Central Tham สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ปริมาณผลผลิต แต่คือการเติบโตของชุมชนไปพร้อมกับธุรกิจ

“ถ้าทำแล้วรวยคนเดียว เขาไม่ซื้อ ชุมชนต้องโตไปพร้อมกัน นั่นแหละคือคุณค่า” วิเชียรกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

มากกว่าผลคือเมล็ดพันธุ์

“เราขายต้นกล้าอะโวคาโดให้เฉพาะคนที่มาเรียนที่นี่เท่านั้น เกษตรกรขายต้นละ 4 บาท 50 ต้น 200 บาท

“แต่ถ้าจะซื้อไปปลูกในพื้นที่ที่ใช้สารเคมี เราไม่ขาย อะโวคาโดสายพันธุ์แฮสเม็กซิโกไม่ชอบสารเคมี ซื้อไปก็ปลูกไม่รอดอยู่ดี” วิเชียรพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ภายในโรงผลิตไบโอชาร์มีต้นกล้าอะโวคาโดเรียงรายเต็มพื้นที่ มือขวาของวิเชียร หนุ่มวัย 23 ปีที่เกิดและเติบโตในหมู่บ้านเทพพนา สาธิตขั้นตอนการเปลี่ยนยอดอะโวคาโดแฮสเม็กซิโก เชื่อมเข้ากับลำต้นของพันธุ์พื้นเมืองอย่างคล่องแคล่ว วิธีนี้ทำให้ผลไม้สายพันธุ์ต่างถิ่นเติบโตในดินไทยได้อย่างแข็งแรง

มากกว่าผลผลิตที่สร้างรายได้ให้ชุมชน ความฝันของชาวเทพพนาและ Central Tham คือการเผยแพร่แนวคิดฟาร์มออร์แกนิกและเกษตรคาร์บอนต่ำออกไปให้กว้างที่สุด เพราะเมื่อเกษตรกรเปลี่ยนวิธีคิด โลกและสิ่งแวดล้อมก็จะมีโอกาสดีขึ้นตามไปด้วย

เด็ก ๆ แทบทุกคนในหมู่บ้านเทพพนาปลูกอะโวคาโดเป็น เพราะโรงเรียนบ้านไร่พัฒนามีหลักสูตรท้องถิ่นวิชาการปลูกอะโวคาโด เรียนเปลี่ยนยอด ขยายพันธุ์ ดูแลต้นกล้า ไปจนถึงคัดเลือก ทำความสะอาด และบรรจุผลผลิตเตรียมขาย

“อยากให้เด็ก ๆ คุ้นเคยกับการปลูกผลไม้และวิถีออร์แกนิก ให้เขารู้ว่าทำสิ่งเหล่านี้เป็นอาชีพได้” วิเชียรเล่า พร้อมหยิบผลผลิตฝีมือเด็ก ๆ มาอวดอย่างภูมิใจ

หลักสูตรอะโวคาโดไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่โรงเรียนเดียว แต่กำลังขยายไปยังอีกหลายโรงเรียน วันหนึ่งเราอาจได้เห็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอะโวคาโดรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกในอนาคต

“ผมอยากให้คนในชุมชนเชื่อเหมือนที่ผมเชื่อว่า ต้นไม้ที่เราดูแลอยู่ทุกวันนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้”

กลางวันขายอากาศ กลางคืนขายท้องฟ้า

เป็นครั้งแรกที่เราได้ลองชิมข้าวมัน แกงเขียวหวาน ส้มตำ มัสมั่น และสารพัดเมนูที่มีอะโวคาโดเป็นส่วนประกอบ รวมถึงเครื่องดื่มที่ใช้อะโวคาโดเป็นวัตถุดิบหลัก ทั้งหมดเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารของสวนเทพพนา

อาคารเปิดโล่งรับลม มองออกไปเห็นแนวภูเขาไกล ๆ เมนูอาหารและการออกแบบพื้นที่พัฒนาขึ้นโดยทีมจาก Central Tham เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ชวนเชฟและบาริสต้ามืออาชีพมาถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชน เพื่อให้ผลผลิตจากสวนกลายไปเป็นอาหารและเครื่องดื่มที่นักท่องเที่ยวอยากมาลองชิม

หลังจากอิ่มท้อง เจ้าบ้านแนะนำให้เดินต่อไปยังจุดชมวิว สูดอากาศให้เต็มปอด ถือเป็นของขวัญสำหรับการนั่งรถไต่เขาขึ้นมาถึงที่นี่ ตกกลางคืนก็มีกิจกรรมนอนดูดาว โดยมีวิเชียรและคนในหมู่บ้านที่ผ่านการอบรมมัคคุเทศก์ดาราศาสตร์มาแล้วคอยเล่าเรื่องกลุ่มดาวให้ฟัง 

“ผมเชื่อว่าวันหนึ่งถ้าชุมชนของเราขายอะไรบางอย่างได้โดยไม่ต้องมีสินค้า เช่น ธรรมชาติที่สวยงามมาก ๆ ของบ้านเรา เราจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน” วิเชียรเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการพยายามทำ Dark Sky

ค่ำคืนบนสวนเทพพนาเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ วิทยากรมีอารมณ์ขันแทรกมุกตลกระหว่างเล่าเรื่องกลุ่มดาวเป็นระยะ เพราะที่นี่มืดสนิท แสงดาวบนท้องฟ้าเด่นชัดจนเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม 

หลังการบรรยาย มีกล้องดูดาวราคาสูงที่ได้รับการสนับสนุนจาก Central Tham มาช่วยเปิดมุมมองให้ผู้มาเยือนสัมผัสจักรวาลได้ใกล้กว่าที่เคย

ที่น่าประทับใจ คือผู้นำทางจักรวาลเหล่านี้คือคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านเดียวกัน กลางวันพวกเขาเป็นชาวสวน แต่เมื่อฟ้ามืดก็พาผู้คนออกเดินทางท่ามกลางดวงดาว

เมื่อศักยภาพของพื้นที่เปล่งประกายอย่างเต็มที่ เมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ จะเติบโตเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ ทั้งกับผู้คน ชุมชน และผืนดินที่พวกเขาดูแลอยู่ทุกวัน

สวนเทพพนา
  • 555 สวนเทพพนา หมู่10 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
  • ชม Dark Sky ติดต่อได้ที่โทรศัพท์ : 08 1989 2584
  • สวนเทพพนา

Writer

นฤภรกมล แมงกะพรุน

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยอาหารอร่อย หมาหน้าตลก อยู่เพื่ออ่านวรรณกรรมแล้วดูหนังไปเรื่อย ๆ ฝันอยากเป็นนักเขียนเรื่องสั้น มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปทุกที่และทดลองทำอีกหลายล้านอย่าง

Photographer

กฤตภาส ตั้งงามจิตต์

ตอนกลางวันเป็นช่างภาพ ตอนกลางคืนเป็นนักตบลูกขนไก่ ส่วนกาแฟ... เพิ่งเริ่มคบกันแบบไม่ค่อยไว้ใจ