“เราเรียกตัวเองว่าเป็น ‘ร้านชำ’ เราไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านั้น” 5 ปีที่แล้ว เดอะมนต์รักแม่กลองแนะนำตัวเองว่ายังไง 5 ปีต่อมาในวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น
หนู-ภัทรพร อภิชิต และ โจ-วีรวุฒิ กังวานนวกุล ผู้ที่ทำให้เดอะมนต์รักแม่กลองเกิดขึ้น ร่วมกับเพื่อนอีก 3 คนอย่าง นก-นิสา คงศรี, ก๊อก-กึกก้อง เสือดี และ จิ๊บ-สรรวรส ชัยชวลิต ตั้งแต่คำบอกเล่าบนนิตยสาร เปลี่ยนผ่านสู่การนำเสนอเรื่องราวของบ้านเมืองผ่านสิ่งของในรูปแบบร้านขายของชำออนไลน์ จากสมุทรสงครามขยับขยายสู่กรุงเทพฯ ในหมู่บ้านสัมมากร ย่านรามคำแหง
“หมู่บ้านสัมมากรมีลักษณะเป็นชุมชน เรารู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ได้ห่างและไม่ได้ต่างจากที่เราเป็นสักเท่าไหร่ แม้จะเป็นเมือง แต่คนยังติดต่อสัมพันธ์กัน มีเพื่อนบ้าน มีความเป็นหมู่บ้าน”
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทั้งคู่ตัดสินใจเดินทางในทุก ๆ สุดสัปดาห์มาประจำที่เดอะมนต์รักแม่กลอง สัมมากร ซอย 32


ต้องมนต์ รักแม่กลอง
“เมื่อ 17 ปีที่แล้ว พี่ไปอยู่แม่กลองทั้งที่ไม่รู้จักสมุทรสงครามเลย”
‘พื้นที่ที่บริสุทธิ์ เงียบสงบ มีต้นไม้ริมถนนเล็ก ๆ ขับรถชั่วโมงเดียวจากกรุงเทพฯ มันดีมากเลย’ นี่คือภาพของแม่กลองที่ทำให้หนูตกหลุมรัก
ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นกันสักนิด สมัยที่ตลาดน้ำอัมพวายังเงียบสงบ ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแสนคึกคัก หนูได้พบกับ 2 สิ่งที่เธอรัก
หนึ่ง คือพบโจ จนเกิดเป็น NuJo Art and Farm
และสอง คือเจอแม่กลอง
“เราเห็นความรักชุมชนของคนในชุมชน บวกกับความประทับใจส่วนตัวที่เราไปเจอ เราเลยคิดว่าเราจะทำอะไรให้ที่นี่ได้บ้าง”
แม่กลองเป็นเมืองที่เล็กมาก เล็กกว่ากรุงเทพฯ ด้วยซ้ำไป แต่ด้วยความพิเศษที่เป็นเมืองติดทะเล อยู่ปากแม่น้ำ มีแม่น้ำไหลผ่าน มีครบทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย ที่นี่จึงมีระบบนิเวศหลากหลาย ก่อให้เกิดเป็นแหล่งวัตถุดิบมากมาย
ทั้งคู่เลยคิดว่า “เราจะเป็นวงจรที่เชื่อมต้นทางกับปลายทางเข้าหากัน” เริ่มต้นด้วยการเขียนนิตยสารตามความถนัดของหนู และต่อมาเธอก็คิดหาหนทางที่จะเข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น และส่งสื่อผ่านสารอื่นบ้าง ร้านขายของชำจึงเกิดขึ้น


รักของดีแม่กลอง
แม้ว่าพื้นที่จะเล็ก แต่ถ้าข้ามตำบลนิดหน่อย อาชีพการผลิตก็เปลี่ยน มีทั้งทำสวน ทำไร่ หรือประมง บนพื้นที่ลักจืดลักเค็มแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดวัตถุดิบมากมาย นั่นคือเครื่องปรุงอาหารไทยทั้งเกลือ น้ำตาล น้ำปลา กะปิ ของทะเล ของสวน และผลไม้
ประเดิมที่สินค้าจากพื้นที่น้ำเค็ม อย่างน้ำปลา เกลือ และเคย


หัวน้ำปลาแท้ ตราผู้ใหญ่แดง
“นี่เป็นน้ำปลามาจากผู้ใหญ่บ้านที่ปลูกป่า ทำป่า รักษาป่า”
ผู้ใหญ่แดง-วิสูตร นวมศิริ คือผู้ประกอบการรายแรกของเดอะมนต์รักแม่กลอง เขาไม่ใช่นักทำน้ำปลา เขาคือผู้ใหญ่บ้านประจำชุมชนริมคลองบางบ่อ มีหน้าที่หลักคือดูแลลูกบ้านและหมู่บ้าน ด้วยปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งจนบ้านจมลงทะเล แน่นอนว่าผู้ใหญ่แดงไม่นิ่งนอนใจ เขาเลือกวิธีธรรมชาติที่ช่วยปกป้องธรรมชาติด้วยการปักไม้ไผ่เป็นระแนงชะลอน้ำและปลูกป่าชายเลน เมื่อมีป่าจึงมีสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ มีปลาอกกะแล้ในตระกูลแฮร์ริงว่ายน้ำเข้ามาเป็นจำนวนมาก ผู้ใหญ่แดงจึงลองจับมาหมักน้ำปลากิน
น้ำปลาที่ผู้ใหญ่แดงหมักเป็นน้ำปลาสูตรโบราณ หมักในไหเล็ก ๆ และลองส่งมาขายที่เดอะมนต์รักแม่กลอง จาก 1 ไหเป็น 2 ไห จาก 2 เป็น 3 และพัฒนาสูตรไม่หยุดมาจนถึงทุกวันนี้
“เขาเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาที่อยู่กับปลา อยู่กับป่า” สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นคำอธิบายถึงผู้ใหญ่แดงได้ชัดเจนที่สุดไม่มีเปลี่ยน
สุดท้ายรายได้จากการขายน้ำปลาก็จะวนกลับไปสู่กระปุกกองทุนสำหรับรักษาป่าชายเลน กลับไปดูแลคน คนดูแลป่า ป่าสร้างอาหาร อาหารกลับมาให้เรากิน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่ยั่งยืน


เกลือนาแก้ว
เกลือทะเลจาก แก้ว เจ้าของนาเกลือผู้ต่อสู้ปัญหาเรื่องนาเกลือสารพัด
ทั้งที่เกลือเป็นวัตถุดิบจำเป็น เป็นยุทธปัจจัย เป็นวัตถุดิบที่ต้องมีทุกบ้าน และเป็นเครื่องปรุงพื้นฐานสำหรับการทำอาหาร ใช้ได้ทั้งหมัก แปรรูป และปรุงอาหาร ฯลฯ
แต่ประเทศเรากลับยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องนาเกลือเท่าที่ควร เดอะมนต์รักแม่กลองจึงต้องทำหน้าที่นี้ เพราะอยากให้คนเห็นความสำคัญของเกลือและได้กินเกลือทะเลแท้ ๆ ที่มีคุณภาพ ที่ร้านมีเกลือหลายแบบ ทั้งดอกเกลือหรือเกลือที่มีเม็ดหยาบ หรือเกลือสะตุ ซึ่งเป็นเกลือป่นบริสุทธิ์

กะปิเคยตาดำ ตราป้าบุญช่วย
แม่กลองเป็นพื้นที่ที่มีเคยเยอะ (เคยคือกุ้งฝอย ตัวเล็ก ๆ ละเอียด ๆ) และเคยที่มาแปรรูปเป็นกะปิคือเคยตาดำแท้ ๆ ซึ่ง ป้าบุญช่วย คือผู้ที่ทำทุกกระบวนการ ตั้งแต่ออกเรือ วางล้อมจับเคยในทะเล จับเคยมาหมักกะปิ ไปจนถึงขายเองหน้าบ้าน

ยิ้มทั้งน้ำตาล
จากพื้นที่น้ำเค็ม ย้ายมาสำรวจผลผลิตในฝั่งพื้นที่น้ำกร่อยกันบ้าง แหล่งผลิตจากพื้นที่นี้คือ สวนตาล
สำรับไทยสมัยก่อนล้วนปรุงด้วยน้ำตาลมะพร้าว ส่วนแม่กลองคือแหล่งผลิตน้ำตาลมะพร้าวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ติดชายฝั่ง มีน้ำเค็มและน้ำจืดไหลเข้ามาสลับกัน ชาวสวนแม่กลองจึงต้องทำสวนแบบสวนยกร่อง เพื่อจัดการความสมดุลของดินและน้ำ และป้องกันปัญหาน้ำท่วม
การทำสวนตาลจึงเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรรมดั้งเดิมของแม่กลอง แปลกตรงที่ทั้งที่มีสวนตาล แต่น้ำตาลแท้กลับหายาก และหลายบ้านปิดเตาตาลไปแล้ว
ในช่วงโควิด-19 ระบาดเมื่อ พ.ศ. 2562 โครงการ ‘ยิ้มทั้งน้ำตาล’ จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูให้ชาวบ้านกลับมาทำสวนตาลอีกครั้งด้วยการช่วยรับซื้อน้ำตาลจากชาวสวน เพราะน้ำตาลไหลออกจากต้นทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ช่วงวิกฤตโรคระบาดร้านอาหารปิดกิจการไปหลายร้าน ชาวสวนจึงได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากมีน้ำตาลเหลือทิ้งปริมาณมาก
ยิ้มทั้งน้ำตาล เป็นน้ำตาลมะพร้าวแท้ ๆ ไม่ผสมน้ำตาลทรายและสารกันบูด จึงให้รสชาติที่หวานละมุนลิ้น ต่างจากน้ำตาลทรายทั่วไปที่หลายคนคุ้นรส

น้ำส้มหมักจากน้ำตาลมะพร้าว ตราครูปรีชา
ถ้าไม่นำน้ำหวานจากช่อดอกมะพร้าวไปเคี่ยวทำน้ำตาล แต่นำไปหมักไว้ 1 ปี จากน้ำหวานจะเกิดเป็นน้ำส้มสายชู เป็นน้ำส้มสายชูหมักเหมือนสมัยก่อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบอาหาร ระบบลำไส้ กรดไหลย้อน จะดื่มผสมน้ำ นำไปทำน้ำสลัด หรือปรุงอาหารก็ได้

น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ ตรากำนันหน่อย
และฝั่งสุดท้าย คือผลผลิตจากพื้นที่น้ำจืด
ชาวบ้านในแม่กลองนิยมทำสวนลิ้นจี่ด้วยเช่นกัน นอกจากกมีลิ้นจี่เป็นผลแล้ว ยังมีน้ำผึ้งจากดอกลิ้นจี่ที่จะเก็บได้ในช่วงลิ้นจี่ออกดอกในเดือนมกราคม น้ำผึ้งที่เก็บได้จากดอกลิ้นจี่มีรสชาติเฉพาะตัว มีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ และหวานละมุนกลมกล่อมจากดอกลิ้นจี่
นอกจากสินค้าประจำจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ร้านเดอะมนต์รักแม่กลองในหมู่บ้านสัมมากร กรุงเทพฯ ยังมีผลิตภัณฑ์จากทุกสารทิศทั่วไทย เช่น ข้าวอินทรีย์ยายบัวจากภาคอีสาน ผ้าทอมือจากภาคเหนือ บาติกจากภาคใต้ และอีกสารพัดที่พร้อมให้ไปช้อปแล้วและกำลังทยอยเข้ามาเพิ่มอีก
ฉลากต่าง ๆ ของทุกผลิตภัณฑ์ โจคือผู้วาดบ้าง พิมพ์บ้าง ทำเองกับมือ ส่วนวัสดุที่วาดลงไปไม่ใช่เฟรมแต่เป็นโฟม ซึ่งเป็นขยะจากบรรจุภัณฑ์อาหาร ผ่านการรียูสให้กลายเป็นงานศิลป์ประดับร้าน และเป็นสารประกาศแฝงเรื่องปัญหาขยะด้วย

พาคนเมืองต้องมนต์รักแม่กลอง
“ที่ผ่านมาเดอะมนต์รักแม่กลองขายอาหารแห้งเยอะ แต่เรารู้สึกว่าของสดก็มีเยอะ เห็นพวกกุ้งหอยปูปลาแล้วมันมือ เราฝันว่าถ้าวันหนึ่งมีร้าน เราอยากเอาของสดเข้ามา”
แล้วฝันนั้นของหนูและโจก็เป็นจริง ในวันนี้เดอะมนต์รักแม่กลองมีหน้าร้านแล้ว พื้นที่ในร้านจึงแบ่งสรรปันส่วนเป็นอย่างดี
โซนร้านขายของชำ ขายสินค้าที่เกริ่นไปทั้งหมด รวมทั้งสินค้าใหม่ ๆ ที่อาจจะมีมาเพิ่มในอนาคต
โซนคาเฟ่ กาแฟและขนมหวานที่ปรุงด้วยน้ำตาลมะพร้าวและไอศกรีมโฮมเมดจากวัตถุดิบในร้าน เช่น รสออริจินัล (น้ำตาลมะพร้าว+ถั่วคุด) รสน้ำปลา รสคราฟต์ช็อกโกแลต พร้อมเสิร์ฟผู้มาเยือน


โซนร้านอาหาร ตอนนี้ใครที่แวะไปจะได้ชิมเมนูข้าวคลุกกะปิแม่แป้ง ส่วนผสมทั้งหมดก็มาจากสินค้าของเดอะมนต์รักแม่กลองผสมกับความตั้งใจที่แท้จริงของหนูและโจ นั่นคือการคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลมาขาย ฤดูไหนหอยเยอะก็จะมีเมนูหอย ถ้ากุ้งเยอะก็จะมีกุ้งสด ๆ มาให้ลูกค้ากิน แต่ใกล้ช่วงฤดูหนาวสิ้นปีนี้ เตรียมตัวให้ดี เพราะเหล่าปลาทูแม่กลองจะว่ายทวนน้ำพร้อมให้ชิมอย่างแน่นอนตามคำสัญญาของคนเลี้ยงที่ว่า “รอฤดูที่ดีที่สุดก่อน แล้วเขาจะทำปลาทูแม่กลองที่ดีที่สุดมาขาย”

และโซนเวิร์กช็อป หนูและโจไม่เพียงแค่อยากให้ที่นี่เป็นร้าน แต่อยากให้เป็นคอมมูนิตี้ เพราะพวกเขามีเรื่องราวที่อยากเล่า-อยากสื่อสารอีกมาก คงจะดีถ้าคนที่แวะมาได้มาใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยและรับฟังในเรื่องที่ต้องการจะสื่อสารร่วมกัน
“ที่นี่เหมาะกับเรา จะได้เอาของมานำเสนอได้มากขึ้น มีชีวิตชีวา มีกิจกรรม ให้เกิดการพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยน ถ่ายเทพลังงานดี ๆ นอกจากของแม่กลอง ยังมีของจากผู้ผลิตอื่น ๆ อีกมากมาย เราไม่ได้จำกัดตัวเองแค่สมุทรสงคราม ถ้าคุณมีของดีและจริงใจ เดอะมนต์รักแม่กลองก็ยินดีมาก ๆ ที่จะบอกต่อ”


คำบอกเล่าจากแม่กลองถึงคนกรุง
“แรงมันจะส่งกลับไปที่คนทำ ที่บ้านเขา ที่ชุมชน ที่ธรรมชาติ” หนูเผยความตั้งใจจากการทำสิ่งที่เธอเรียกว่าเป็น ‘ร้านชำธรรมด๊า ธรรมดา’
เดอะมนต์รักแม่กลองนิยามตัวเองว่าเป็นร้านชำ เป็นสื่อกลางพาสินค้าจากผู้ผลิตตัวเล็ก ๆ มาถึงมือผู้บริโภค เรียกได้ว่าเป็น ‘เศรษฐศาสตร์คนเล็กคนน้อย’ บนฉลากสินค้าทุกชิ้นจึงมีชื่อผู้ผลิตและคำบอกเล่าสั้น ๆ เป็นการแนะนำตัวให้พอรู้และอยากทำความรู้จักแหล่งผลิตนั้น ๆ ต่อไป
“ฉลากสินค้าทุกชิ้นของเราเขียนไว้ว่าใครเป็นคนผลิต เราบอกหมดว่าใครทำ เพราะอยากให้เขาภูมิใจ ให้เห็นว่าสินค้าที่เขาทำออกมาหน้าตาเป็นไง เดินทางไปไหน เวลาคนพูดถึง คนฝากคำขอบคุณไปถึงผู้ผลิต เราก็ส่งต่อให้ครบทุกคำ คนทำเขาก็ภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ”
จริง ๆ แล้วผู้ผลิตของเดอะมนต์รักแม่กลองมีไม่มาก แต่กว่าจะจูนกันติดนั้นไม่ง่าย ต้องอธิบายให้พวกเข้าใจในจุดเดียวกันก่อน แล้วเขาก็จะอยากผลิตและควบคุมสินค้าให้มีคุณภาพด้วยเอง
“เราทำหน้าที่ง่าย ๆ แค่นี้แหละ ธรรมดามาก แค่คุณเข้ามาหาของที่ต้องการในชีวิตประจำวัน มาเดินดูหรือจับจ่าย แค่มาพบว่ามีน้ำปลาแบบนี้ มีน้ำตาลมะพร้าวแบบนี้อยู่นะ แค่นี้ก็พอแล้ว”


ความเข้าใจของผู้บริโภคเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ถ้าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ อยากได้ของสด ของแท้ ไม่มีสารเจือปน ก็หยิบสินค้าสักชิ้นจากเดอะมนต์รักแม่กลองกลับบ้านได้เลย เพราะมั่นใจได้ว่าทุกชิ้นคือวัตถุดิบจากธรรมชาติ
“ผู้ผลิต ผู้บริโภค สังคม สิ่งแวดล้อม มีผลกระทบร่วมกันหมด”
ถ้าผู้บริโภคให้ความสำคัญเรื่องวัตถุดิบ สนใจที่มาของสินค้าแต่ละชิ้นว่าผลผลิตนี้มีสารเจือปนไหม โรงงานปล่อยน้ำเสียไหม ช่วยสนับสนุนคนที่ยังทำของดีของแท้ให้อยู่ต่อได้ ผู้บริโภคที่ตระหนักเรื่องนี้และพร้อมสนับสนุน กลไกทุกอย่างจะขับเคลื่อนไปได้ ผู้ผลิตก็จะมีกำลังใจขับเคลื่อนต่อ แค่การบริโภคในชีวิตประจำวันของทุกคนก็สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมและโลกได้
“เราแค่อยากบอกว่าการบริโภคในชีวิตประจำวันของทุกคนสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างผลที่ดีได้เยอะกว่าที่คุณคิด”
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นกับคุณลุงผู้ทำประมงกุ้งแห้ง คุณลุงเคยแขวนเครื่องมือและตัดสินใจจะเลิกออกเรือแล้ว แต่พอคุณลุงได้คุยกับหนู ได้รู้ว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากกินกุ้งแห้งแท้ ๆ กุ้งแห้งที่จริงใจ ทำให้คุณลุงมีเป้าหมาย รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร และมีพลังกลับมาออกเรืออีกครั้ง เพราะใจจริงแล้วเขาไม่ได้อยากเลิกอาชีพนี้ แค่ไม่เจอกลุ่มคนที่เห้นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำ
“บางคนซื้อน้ำตาลน้ำปลา ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องพวกนี้เลยก็ได้ มันแค่เป็นของที่คุณสัมผัสได้ด้วยรสชาติ อร่อยหรือไม่อร่อย ไว้วันไหนเผลอ ๆ แล้วคิดขึ้นมาว่าสิ่งนี้คืออะไรนะ มันอาจจะแค่เป็นจุดประกายง่าย ๆ แค่นั้นเอง”


