24 พฤษภาคม 2025
15 K

ผมกำลังเดินเร่งฝีเท้าจากหอคอยโตเกียวมุ่งหน้ามายังจุดหมาย พยายามก้าวฉับ ๆ ตามเส้นทางที่ Google Maps กำหนด อีก 10 นาทีต่อมา ผมปรากฏตัวอยู่ในซอยเล็ก ๆ หน้าร้านอาหารเล็ก ๆ พร้อมคิวยาว ๆ ของกลุ่มหนุ่มสาวพนักงานออฟฟิศละแวกนั้น ขณะนั้นเป็นเวลา 10.30 น. อีกตั้ง 30 นาทีกว่าร้านจะเปิดให้บริการ

อะไรกันเนี่ย!! ผมว่าผมรีบแล้วนะ

ป้ายบอกเมนูพร้อมราคาให้อ่านระหว่างรอคิวหน้าร้าน ขนาดถึงก่อนร้านเปิดครึ่งชั่วโมงยังมีคิวยาวทีเดียว

ยิ่งใกล้ 11.00 น. กลิ่นหอมชวนหิวก็ค่อย ๆ ลอยออกมาจากในร้าน ทั้งหมดล้วนเป็นกลิ่นหอมอร่อยอันคุ้นเคย อย่างกลิ่นผัดกะเพรา กลิ่นแกงเขียวหวาน รวมทั้งกลิ่นแกงกะหรี่แบบไทย ๆ ด้วย

ใช่ครับ มื้อนี้ผมอยากชวนทุกท่านมาลองเมนูคุ้น ๆ ของคนไทย จากร้านโด่งดังใจกลางกรุงโตเกียว ที่สำคัญทุกจานปรุงโดยเชฟชาวญี่ปุ่นที่หลงรักเมืองไทยและอาหารไทยหัวปักหัวปำ จนเขาคิดว่าเขาควรจะเปิดโอกาสให้คนญี่ปุ่นได้กินอาหารไทยอร่อย ๆ สุดโปรดของเขาบ้าง โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงเมืองไทย

พอถึงเวลา 11.00 น. ประตูร้าน ‘ไทโกฮัง เซนซู ยะไต (Thai Gohan Senshu Yatai)’ ก็เปิดออก แขกค่อย ๆ เดินเข้าร้านเป็นแถวเรียงหนึ่งทีละคน ๆ ทุกคนจะมาหยุดยืนตรงหน้ารถเข็นแบบรถเข็นขายข้าวแกงที่เราคุ้นตา เพื่อเล็งว่าเที่ยงนี้จะฝากท้องกับเมนูอะไรดี

“คอนนิจิวะ อาโหน่… ก้าว-มัน-ก่าย”

ลูกค้าคนแรกสั่งเสียงดังฟังชัด คนที่ 2 และ 3 ตามหลังเข้ามาก็ ก้าว-มัน-ก่าย เช่นกัน

ส่วนคนที่ 4, 5, และ 6 พากัน “อาโหน่… ก้าว-ปัด-กะเปา-ไก่” โดยพร้อมเพรียงกัน

ลูกค้าแทบทุกคนดูคุ้นเคยกับเจ้าของร้าน และยังคุ้นเคยกับเมนูอาหารไทย รวมทั้งวิถีการกินแบบไทย ๆ ด้วย พอยกจานอาหารที่ตัวเองสั่งเดินเข้าไปหาที่นั่งได้เรียบร้อย ต่างก็ลุกขึ้นมากดน้ำเปล่าเย็น ๆ ใส่แก้วพลาสติกสีสดจากกระติกใหญ่กลางร้าน ว่าแล้วก็ยกเอาพวงเครื่องปรุงหรือไม่ก็โถน้ำปลาพริกไปปรุงที่โต๊ะให้เรียบร้อย ก่อนจะยกนำกลับมาวางคืนที่เดิม

เมื่อถึงคิวผม ผมตัดสินใจสั่งผัดกะเพราไก่ราดข้าว แถมไข่ดาว และไก่ทอดอีก 2 ชิ้น

“อ้า… คนไทยหรือครับ” เสียงทักทายจากพี่ผู้ชายใจดี เมื่อผมเอ่ยชื่ออาหารด้วยสำเนียงไทยที่แตกต่างจากลูกค้าคนอื่น ๆ ก่อนที่พี่ผู้หญิงที่ยืนอยูข้าง ๆ คอยทำหน้าที่ช่วยคิดเงินจะยกมือไหว้และกล่าว “สวัสดีก้ะ คนไทยหรือก๊ะ” พร้อมกับยิ้มดีใจ ผมรีบยกมือสวัสดีทักทายพี่ ๆ ตอบอย่างรวดเร็ว

ภายในร้านมีเสียงรายการวิทยุถ่ายทอดสดจากเมืองไทย ดีเจกำลังพูดคุยสัพเพเหระสลับกับเปิดเพลงต่าง ๆ ที่กำลังฮิตในบ้านเรา ผมลงนั่งหน้าตู้แช่ที่เต็มไปด้วยเบียร์ยี่ห้อคุ้น ๆ มองไปด้านหน้าเห็นนางกวักกำลังหันมามอง มีธนบัตร 100 บาท จำนวนหนึ่งหนีบเป็นมงคลอยู่ใกล้ ๆ มือของนางกวัก

เห็นนางกวักตรงเสาและธนบัตร 100 บาทไหมครับ

นี่ผมอยู่โตเกียวหรือกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วเนี่ย

หลงเสน่ห์เมืองไทย หลงเสน่ห์ร้านข้างทาง

“โกฮัง คือ ข้าว ยะไต คือ ร้านข้างทาง ผมเรียกร้านผมว่าร้านข้าวข้างทางมาโดยตลอด ลูกค้าเรียกร้านเราเล่น ๆ ว่าร้านข้าวแกงตุ๊กตุ๊ก เพราะโลโก้เป็นรถตุ๊กตุ๊ก ผมว่าร้านบ้าน ๆ แบบนี้มีเสน่ห์มาก และเป็นสิ่งที่ผมหลงรัก

“ถ้าถามว่าผมหลงรักอะไรในประเทศไทย ตอบได้เลยว่าผมรักคนไทย และรักร้านข้าวแบบบ้าน ๆ เหล่านี้” โจจิ เอนามิ (Joji Enami) เอ่ย เขาคือผู้ที่ทำหน้าที่ทุกอย่าง เป็นผู้ก่อตั้ง เชฟ พนักงานต้อนรับ แคชเชียร์ พนักงานล้างจาน พนักงานทำความสะอาด ผู้คิดค้นและพัฒนาสูตรอาหาร ฯลฯ โดยมีภรรยา ซายากะ (Sayaka Enami) เป็นผู้ช่วยเขาทุกอย่างอีกแรงหนึ่ง

เมื่อ 15 ปีก่อน ทั้งคู่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทย แล้วก็หลงรักเมืองไทยทันที โดยเฉพาะร้านอาหารข้างทางที่พบได้ทั่วไปในบ้านเรา เช่น ร้านข้าวแกง ร้านข้าวมันไก่ เป็นต้น

“ผมรักบรรยากาศร้านเหล่านี้มาก ของทุกอย่างที่ใช้มีเสน่ห์ อย่างโต๊ะเหล็กซึ่งบางที่อาจดูเก่า ๆ ไปหน่อยนะ (หัวเราะ) เก้าอี้พลาสติกสีสด ๆ พวงเครื่องปรุงที่มีพริกป่น น้ำตาล น้ำปลา โถใส่ตะเกียบพลาสติก กล่องใส่ช้อนส้อม เสียงคนตะโกนสั่งอาหาร คนเดินป้วนเปี้ยนไปชี้แกงหรือกับข้าวจากรถเข็นหรือในตู้กระจกที่มีกับข้าวหลาย ๆ อย่างอยู่ในนั้น เสียงโทรทัศน์หรือวิทยุที่เปิดคลออยู่ในร้าน แล้วก็เหยือกน้ำเปล่าหรือไม่ก็น้ำชาที่วางไว้ให้ลูกค้าเติมได้เองเวลากระหาย ทุกอย่างมีเสน่ห์จริง ๆ”

โจจิย้ำคำว่าเสน่ห์หลายครั้ง ผมสังเกตว่าร้านของเขาถ่ายถอดเสน่ห์นั้นจากเมืองไทยมาอยู่กลางกรุงโตเกียวอย่างครบถ้วน

ลองดูรูปและสังเกตรายละเอียดได้เลยครับ มันครบเสียยิ่งกว่าครบ ไม่ขาดรายละเอียดใด ๆ เลย แม้แต่ป้ายไวนิลของน้ำดื่มยี่ห้อที่เราคุ้นเคย

ชอบเอง ทำเอง ชิมเอง ปรับสูตรเอง ให้เนียนที่สุด

“พี่โจจิชอบเมืองไทยขนาดนี้ ไปมากี่ครั้งแล้วครับ” ผมชวนคุย

“ผมไปปีละ 3 ครั้ง คิดว่าเกิน 30 ครั้งแล้วนะ” โจจิตอบไปยิ้มไป ส่วนผมตาค้าง เขารักเมืองไทยอย่างจริงจังมาก ๆ

“ไปกินข้าวมันไก่ ข้าวแกง อย่างแกงเขียวหวานชอบมาก ชอบมาก ๆ ไปกินทุกวันเลย ไปกินทุกมื้อด้วย กินจนคิดว่าทำยังไงจะได้กินที่ญี่ปุ่น เลยคิดต่อไปว่า คนญี่ปุ่นก็น่าจะได้กินอาหารอร่อย ๆ แบบนี้ในบรรยากาศไทย ๆ โดยไม่ต้องบินไปถึงเมืองไทย ผมก็เลยตัดสินใจเปิดร้าน Thai Gohan Senshu Yatai เปิดมา 10 ปีแล้วครับ

“ผมลองทำอาหารเอง ไม่มีคนสอน ทำเอง ชิมเอง ความที่ไปเมืองไทยบ่อย ไปทีก็จะไปชิมจากร้านต้นตำรับที่ผมชอบ กลับมาก็ลองทำแล้วก็ชิมไปเปรียบเทียบไป จนได้รสที่ผมคิดว่าเนียนที่สุด ถูกหรือผิดไม่รู้ จะว่าเหมือนเด๊ะ ๆ เลยก็อาจไม่ใช่ แต่คำว่าเนียนหมายถึงทานแล้วบอกได้เลยว่านี่เป็นผัดกะเพราแบบไทย ๆ นะ นี่เป็นแกงเขียวหวานแบบไทย ๆ นะ นี่เป็นข้าวมันไก่แบบไทย ๆ นะ”

วัตถุดิบที่นำมาปรุงคือวัตถุดิบจากประเทศไทยที่หาซื้อได้ในญี่ปุ่น และมีหลายอย่างที่ใช้วัตถุดิบของญี่ปุ่นแทนไปเลย ทุกวันนี้ที่ร้านบริการกับข้าวข้างทางหลายเมนูสลับสับเปลี่ยนกันไป เช่น ผัดกะเพรา ผัดคะน้าหมูกรอบ แกงเขียวหวาน แกงเขียวหวานหน่อไม้สด แกงข่าไก่ ขาหมู หมูพะโล้ ส่วนเมนูสุดฮิตคือข้าวมันไก่ (ทั้งไก่นึ่งและไก่ทอด) ใช้ข้าวหอมมะลิของไทย แต่ใช้ไก่คุณภาพของญี่ปุ่น

อย่างวันนี้มีเมนูข้าวมันไก่ แกงเขียวหวานไก่ แกงกะหรี่ ผัดกะเพราไก่ ไก่ทอด ยำวุ้นเส้น ไว้บริการ ลูกค้าเลือกกับได้มากกว่า 1 อย่าง ราคาจัดว่าไม่แพง อยู่ระหว่าง 800 – 1,000 เยนโดยประมาณ

ผมลองกินกะเพราไก่ราดข้าว ขอยืนยันว่าอร่อยเหมือนที่ทานในบ้านเราเป๊ะ กลิ่นกะเพราหอม รสชาติกำลังดี ไก่ทอดออกแนวไก่คาราอะเกะ ซึ่งก็กินร่วมกันได้อย่างลงตัว ที่สำคัญหุงข้าวดีมาก อร่อยมาก เสิร์ฟในจานพลาสติก วางบนถาด แล้วให้เราไปหาช้อนเองจากกล่องเก็บช้อนส้อม

ปกติคนญี่ปุ่นกินโดยใช้แค่ช้อน ลองสังเกตเวลาไปข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นสิครับ เขาจะนำแค่ช้อนมาให้เท่านั้น อยากได้ส้อมต้องขอ

แต่ที่ร้าน Thai Gohan Senshu Yatai ทุกคนพร้อมใจกันใช้ช้อนส้อมกันอย่างพร้อมเพรียง

“ถ้าคนไทยมา ผมจะดีใจมาก”

ลูกค้ายังคงเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง และผมรู้สึกเกรงใจพี่โจจิและภรรยาที่ต้องคอยมาตอบคำถามผมเป็นระยะ พี่ ๆ พยายามพูดภาษาไทยกับผม แต่บางคำก็ต้องนึกกันอยู่นาน จนเราต้องใช้ Google Translate ช่วย พอดีมี พี่หลุยส์-ภลลพัฒน์ ปุญวัชรพงศ์วสุ ซึ่งเป็นนักเดินทางชาวไทยที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ เขาแวะเวียนเข้ามาที่ร้านในเวลานั้นพอดิบพอดี เราเลยคุยกันได้ง่ายขึ้นด้วยความกรุณาของพี่หลุยส์ที่ช่วยแปลให้ แต่ผมก็เกรงใจพี่โจจิและพี่ซายากะอยู่ดี

อยากฝากอะไรถึงคนไทยครับ – ผมถามคำถามรองสุดท้าย

“อยากชวนมาทานร้านผมครับ ถ้าคนไทยมาผมจะดีใจมาก ทุกวันนี้ก็มีมาบ้าง แต่ส่วนมากลูกค้าเราเป็นชาวญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่แถวนี้” พี่โจจิตอบ

มีเมนูอะไรที่อยากทำและกำลังฝึกทำอยู่บ้างครับ – ผมถามเป็นคำถามสุดท้าย

“แกงฮังเลครับ ทำยาก แต่ผมจะทำให้ได้” พี่โจจิตอบอย่างมั่นใจ

ร้านเปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00 – 14.00 น. อยู่ห่างจากหอโตเกียวระยะเดินเพียง 10 – 15 นาที พิมพ์ Thai Gohan Senshu Yatai เพื่อค้นหาใน Google Maps ได้ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ปิดบริการนะครับ

สำหรับวันศุกร์เย็น มีอาหารเป็นคอร์สในราคาพิเศษ ราคาประมาณ 3,000 เยนต่อคน และต้องสำรองโต๊ะหรือที่นั่งเท่านั้น ไม่รับ Walk-in ทางร้านจะจัดอาหารชุดที่มีธีมประกอบ เช่น แอ่วอีสาน ก็จะเป็นอาหารอีสานทั้งคอร์ส เช่น ส้มตำ ลาบหมู น้ำตก กินกับข้าวเหนียวนึ่ง เป็นต้น

อาหารคอร์สพิเศษมื้อเย็นวันศุกร์ก็มักได้รับการจับจองจากลูกค้าขาประจำจนเต็มทุกโต๊ะ

ร้านข้าวแกงตุ๊กตุ๊ก

ก่อนกลับ พี่ซายากะถามผมว่าตอนเดินเข้าซอยมาที่ร้าน สังเกตเห็นรถตุ๊กตุ๊กไหม

ผมส่ายหัวปฏิเสธ

“งั้นตามมานี่ค่ะ” ว่าแล้วพี่ซายากะก็เดินนำผมออกจากร้านย้อนไปที่บ้านหลังเล็ก ๆ บริเวณต้นซอย ในนั้นมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ ผ้าคลุมอยู่ทำให้ไม่ได้สังเกตว่านั่นคือรถตุ๊กตุ๊ก จนเปิดผ้าออก

“โอ้โห รถตุ๊กตุ๊กมายังไงครับ อย่าบอกนะว่าขับมา” ผมถามพร้อมรอยยิ้ม ส่วนพี่ซายากะหัวเราะก๊าก

“ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ค่ะ แล่นเรือมา” นี่คือคำตอบ เธอบอกว่าของทั้งหมดที่ใช้ตกแต่งร้านล้วนมาจากประเทศไทย ซึ่งเธอได้ของติดไม้ติดมือกลับมาทุกครั้งหลังจากเดินทางกลับจากเที่ยวเมืองไทย

“ผมขอขอบคุณพี่ ๆ ในนามของคนไทยเช่นกัน ขอบคุณที่รักประเทศไทย และขอบคุณที่เผยแพร่ความเป็นไทยให้กับคนญี่ปุ่น” ผมพยายามพูดช้า ๆ ให้มากที่สุด

ด้วยความตั้งใจและหมายความเช่นนั้นจริง

(แอบ) ดูคนญี่ปุ่นกินอาหารไทย

ก่อนจบบทความนี้ ผมอยากเล่าสิ่งที่พบเห็นเพิ่มเติมเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเกิดจากการสังเกตของผมเองระหว่างที่ทานผัดกะเพราไก่ราดข้าวอยู่ในร้าน และผมคิดว่าน่าบันทึกไว้ครับ

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในร้านนี้ร้านเดียว ในเวลาที่ผมสังเกตเห็นเท่านั้นนะครับ

ประการแรก ชาวญี่ปุ่นกินเผ็ดเก่งมาก มากกว่าที่ผมเคยจินตนาการเอาไว้ ผมเห็นเกือบทุกคนราดน้ำปลาพริกโดยใส่พริกขี้หนูพูน ๆ ใส่พริกป่นในยำวุ้นเส้น และใส่ในปริมาณแบบเดียวกับคนไทยเลย กินเผ็ดกันเก่งมาก ๆ

ประการที่ 2 ชาวญี่ปุ่นกินแกงเขียวหวานเป็นซุปมิโสะเลยครับ คือผมเห็นคนที่สั่งข้าวมันไก่มาแล้วก็สั่งแกงเขียวหวานไก่ด้วย โดยไม่ราดแกงบนข้าวสวย แต่ใส่แกงในถ้วยซุปแยกต่างหากเพื่อยกซดระหว่างทานข้าวมันไก่ ผมเห็นแล้วทำให้เกิดไอเดียใหม่ในการกินแกงเขียวหวานไปเลย คราวหลังต้องลองบ้าง

ประการสุดท้าย ชาวญี่ปุ่นชอบพริกป่นมากครับ ผมเห็นหลายคนโรยพริกป่นบนข้าวมันไก่ บนไก่ทอด และโรยใส่แกงเขียวหวานด้วย ผมถามว่าไม่เผ็ดหรือครับ พี่ ๆ ชาวญี่ปุ่นหัวเราะอย่างอารมณ์ดีและกินต่อแบบชิลล์ ๆ สิ่งนี้ช่วยยืนยันความสามารถในการกินเผ็ดของพวกเขาเหมือนที่เล่าไปในข้อ 1

หากใครมีโอกาสไปโตเกียว อย่าลืมแวะไปหาพี่โจจิและพี่ซายากะนะครับ เพราะถ้าคนไทยมาพี่ ๆ คงจะดีใจมาก

3 Things you should do

at Thai Gohan Senshu Yatai

01

ทักทายพี่โจจิและพี่ซายากะ สามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของร้านและผู้ตักอาหาร เพราะถ้าพี่ ๆ รู้ว่าเรามาจากเมืองไทยเพื่อมากินอาหารไทยฝีมือพี่เขาถึงโตเกียว พี่เขาจะดีใจมาก ๆ

02

หลังอิ่มแล้ว เดินเล่นย่อยอาหารเพลิน ๆ ละแวกนั้นก่อน เผื่อพบรถเข็นสาวยาคูลท์ต้นตำรับของญี่ปุ่น ซึ่งมักมาขายอยู่แถวนั้น ราคายาคูลท์ขวดละ 140 เยนครับ แต่การซื้อจากสาวยาคูลท์ต้นตำรับในชุดเครื่องแบบนี่พีกจริง ๆ

03

ไปเที่ยวหอโตเกียว (Tokyo Tower) เดินจากร้านไปประมาณ 10 – 15 นาทีเท่านั้น หอโตเกียวเริ่มสร้างในปี 1957 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังฟื้นฟูประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง การเห็นหอโตเกียวค่อย ๆ สูงขึ้นทีละชั้น ๆ เป็นกำลังใจให้คนโตเกียวและคนญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้นมาก ๆ

ขอขอบคุณ หม่อมหลวงสุธานิธิ จิตรพงศ์ ผู้แนะนำร้านนี้จนเกิดเป็นบทความบทนี้

Writer & Photographer

โลจน์ นันทิวัชรินทร์

หนุ่มเอเจนซี่โฆษณาผู้มีปรัชญาชีวิตว่า "ทำมาหาเที่ยว" เพราะเรื่องเที่ยวมาก่อนเรื่องกินเสมอ ชอบไปประเทศนอกแผนที่ที่ไม่ค่อยมีใครอยากไป เลยต้องเต็มใจเป็น solo backpacker Instagram : LODE_OAK