3 มิถุนายน 2025
2 K

วันนี้ฟ้าใส แดดไม่แรง เราเลือกเดินเท้าจาก MRT หัวลำโพง ผ่านถนนมหาพฤฒาราม เลี้ยวขวาที่สะพานพิทยเสถียร เพียง 9 นาทีก็มายืนอยู่หน้า The Corner House อดีตตึกเก่าซึ่งนักอ่านชาวก้อนเมฆหลายคนคงคุ้นตา ที่หมายของเราวันนี้คือ ‘Tearaphy’ สมาชิกใหม่วัย 5 เดือนแห่งตึกหัวมุมสุดเก๋

ยามเช้า Tearaphy (ทีราพี) เปิดเป็นร้านชาดอกไม้ตกแต่งสวยงาม ยามค่ำแปลงร่างเป็นบาร์ม็อกเทลบรรยากาศดี ที่สำคัญคือเป็นมิตรกับความต้องการของลูกค้าสุด ๆ (ทุกแก้วปราศจากแอลกอฮอล์)

ร้านนี้เกิดจากความตั้งใจของ ฝน-ไภศวรรย์ คำคอนสาร, เฮง-วธันน์ อาเถียน และ ฉัตร-หฤษฎ์ ไชยวานิช พาร์ตเนอร์ 3 คนซึ่งถนัดคนละอย่าง แต่รวมกันแล้วแปลงความคิดในหัวออกมาเป็นร้านสุดชิกได้อย่างที่เห็น

เราถือเอาวันฟ้าโปร่งแสงสวยนี้เป็นฤกษ์ดี นัดหมายเฮงและฉัตรมาพบกันที่ร้านชา

เรานั่งลงสนทนาที่โต๊ะริมหน้าต่างร้านซึ่งทั้งคู่ปลุกปั้น เพื่อฟังว่าร้าน Tearaphy นี้เป็นมาอย่างไร

ความเป็นมา ความเป็นชา

เท้าความก่อนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร้านของเฮงและฉัตรปรากฏบนหน้าสื่อ ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยร่วมกันแปลงตึกเก่าย่านเอกมัยอายุครึ่งศตวรรษให้กลายเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์วินเทจ Back in time 94’s และคาเฟ่ LE SPACE จนสร้างเสียงฮือฮาและชื่นชมบนโลกโซเชียลมาแล้ว

ส่วนเหตุผลที่เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์หันมาทำร้านชาก็เรียบง่ายกว่าที่คิด เพราะชาเป็นสิ่งที่ทั้ง 3 หลงใหลร่วมกัน

“สำหรับเรา ชาเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะชาที่เบลนด์จากดอกไม้ของแต่ละจังหวัดในไทยเป็นเสน่ห์ที่ยังหาดื่มได้ ไม่แพร่หลาย เราเลยนำจุดเด่นนี้มาทำร้าน” เฮงกับฉัตรย้อนถึงที่มาของร้านให้เราฟัง 

“ที่ตั้งชื่อว่า Tearaphy เพราะทุกวันนี้ข้างนอกมีแต่เรื่องวุ่นวาย เราอยากให้ร้านนี้เป็นที่พักใจ ไม่ใช่แค่ด้วยชาหรืออาหาร แต่รวมถึงศิลปะ การตกแต่ง และสังคมในร้าน”

เหตุผลที่ทั้งคู่เลือกแปรสภาพร้านเป็นบาร์ม็อกเทลหลัง 5 โมง ไม่ใช่ค็อกเทลหรือบาร์ลับนั้นก็คล้ายกัน

“เรา 2 คนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เลยอยากสร้างชุมชนของคนที่คิดเหมือนกัน ให้ลูกค้ามานั่งร้านที่ตกแต่งเหมือนบาร์สวย ๆ แต่จิบชาไม่มีคาเฟอีนหรือม็อกเทลจากดอกไม้แทน ไม่ต้องเมาก็มีความสุขได้”

เมื่อแนวคิดในหัวชัดเจน ก็ได้เวลาหาทำเลเหมาะ ๆ ให้ร้านใหม่ ซึ่งเหล่าพาร์ตเนอร์ถูกใจย่านตลาดน้อยเป็นพิเศษ ด้วยกลิ่นอายของเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ ผนวกกับความเป็นชุมชนทั้งเก่า-ใหม่ที่ทำการทั้งยามกลางวันและกลางคืน มีตั้งแต่ร้านอะไหล่ดั้งเดิม คาเฟ่ใหม่เก๋ไก๋ ไปจนถึงบาร์ลับสุดเท่ เป็นเหตุผลให้เฮง ฉัตร และฝน ตัดสินใจเลือกย่านนี้เป็นทำเลตั้งร้านใหม่แทบจะทันที

ประจวบกับที่เพื่อนของเฮงกำลังมีแผนปรับปรุงตึกเก่าที่หัวมุมถนนเจริญกรุงเพื่อสร้างพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย มีการคัดเพื่อนร่วมตึกอย่างจริงจัง แน่นอนว่า Tearaphy ผ่านฉลุย ทำให้ร้านชาดอกไม้สุดเก๋กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของ The Corner House ดังทุกวันนี้ ซึ่งรวมแล้วใช้เวลาลงหลักปักร้านราว 1 ปี จากไอเดียตั้งต้นก็กลายมาเป็นร้านชาหัวมุมดังที่ทุกคนได้เห็น

อิสระ

ความเจ๋งของ Tearaphy ที่ฉัตรเล่าให้ฟังแล้วเราชอบมากคือ ‘ความอิสระ’ แม้จะเป็นร้านที่ภายนอกดูจริงจัง ออกแบบเรียบ แต่งหรู ไม่กั๊กคุณภาพเครื่องเรือน ตั้งแต่กรอบหน้าต่างที่นำตู้แสดงสินค้าวินเทจมาดัดแปลง ใช้โต๊ะ เก้าอี้สไตล์ Mid-century ที่เหมือนหลุดมาจาก Pinterest ไปจนถึงของแต่งห้องสุดอาร์ตฝีมือ ไสยาสน์ เสมาเงิน ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ทว่าเมื่อเป็นเรื่องของลูกค้าแล้ว ร้านชาแห่งนี้ยินดีเปิดรับอย่างเป็นมิตร พร้อมปรับให้เข้ากับทุกความต้องการได้เสมอ

ความท้าทายแรกที่ทดสอบแนวคิดนี้มาเยือนทั้ง 3 คนตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนกำหนดเปิดร้าน เมื่อปรากฏว่าร้านกินดื่มของกัลยาณมิตรชั้นบนที่เปิดบริการล่วงหน้าไปก่อนยังไม่มีจานของคาว Tearaphy จึงต้องร่นฤกษ์วันเปิดเข้ามาทั้งที่ตัวร้านยังไม่พร้อมดี พร้อมเร่งทำจานคาวหลายรายการเพื่อรองรับนักดื่มชั้นบนควบคู่กัน

เมื่อเรายิงคำถามว่าแล้วสุดท้ายร้านเสร็จทันได้ยังไง เฮงกับฉัตรหันมองหน้ากันแล้วตอบพลางอมยิ้ม “พอตั้งใจไว้ว่าจะทำก็ทำเลย คิดแค่ว่าต้องทันเท่านั้นเอง”

ทั้งคู่ยังสำทับซ้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความตื่นเต้นชั่วครั้งคราว แต่คือเอกลักษณ์ของร้านที่ตั้งใจให้เกิดขึ้น ว่าต้องใส่สุด จัดเต็ม พร้อมรับมือทุกเรื่องตั้งแต่ก่อนจะเริ่มนับหนึ่งเสียอีก

แน่นอนว่าแนวคิดนี้หมายรวมถึงลูกค้าทุกคน ฉัตรเล่าว่าตั้งแต่เปิดร้านมา 5 เดือน เกิน 10 ครั้งแล้วที่ร้านได้จัดอีเวนต์พิเศษสุดแหวกแนว ไม่ว่าแบรนด์สตรีตแฟชั่นขอใช้พื้นที่จัดอีเวนต์ กลุ่มลูกค้าขอจัดงานปีใหม่ หรือบางครั้งลูกค้าประจำติดต่อมาตอนเที่ยงว่าบ่าย 3 ขอปิดร้านจัดอีเวนต์ส่วนตัว นำวงดนตรีมาเล่น เอาดีเจมาเปิดเพลง พร้อมจิบชาและม็อกเทลก็ทำได้ไม่มีปัญหา ขอแค่มาคุยกันก่อนเท่านั้นเอง

โดยความอิสระนี้เป็นเรื่องที่ต่อยอดมาจากร้าน LE SPACE ซึ่งตอบสนองลูกค้าใกล้เคียงกัน ตามความตั้งใจแต่แรกว่า Tearaphy จะไม่ใช่แค่ร้านชา แต่เป็นศูนย์รวมของลูกค้าทุกกลุ่มและทุกวัย

เมนูของลูกค้า

ต่อให้แต่งร้านสวยขนาดไหน เป็นมิตรกับลูกค้าเพียงใด ถ้าคุณภาพสินค้าไม่ดีพอคงยากจะทำให้ผู้มาเยือนติดใจจนแวะเวียนกลับมาอีก แต่แน่นอนว่าร้านนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมีครบเครื่องทั้งเมนูร้อน เย็น สมูทตี้ จนถึงจานกินเล่นรสเด็ด

เมนูที่เฮงกับฉัตรหยิบมาให้เราลองคือชาร้อนสีสด Soulmate รสหวานแปลกจากชาดอกไม้ปกติ ทว่าเมื่อรวมเข้ากับกลิ่นหอมและความละมุนกลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อจนเราดื่มหมดกาในเวลาไม่นาน ตามด้วยเมนูกลางคืนอย่างม็อกเทลเสาวรส เปรี้ยวหวานสดชื่นแต่รสไม่จัดเกิน พาเราจินตนาการว่าคงมีความสุขไม่น้อยถ้าได้นั่งจิบแก้วนี้ตอนฟ้าใกล้มืดพร้อมชมวิวถนนเจริญกรุงยามค่ำ

และที่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาหารในร้านชาแต่งสวย คือขนมจีบหมูสูตรร้อยปี ใช้เนื้อหมูล้วนผสมมันแกวสับ ให้ความหวานตัดรสหมูและเติมรสสัมผัสสนุก ๆ เวลาเคี้ยว ทำเราติดใจจนอยากสั่งเพิ่มอีกที่

คู่พาร์ตเนอร์ตรงหน้าเล่าเกร็ดสนุก ๆ ว่า หลายเมนูในร้านตอนนี้ไม่ได้เป็นไอเดียที่มีมาแต่แรก ทว่าเกิดจากคำขอของลูกค้า บางคนก็ว่ามีชาแล้วก็อยากได้กาแฟ บางคนอยากได้ของกินเล่น ทำให้ปัจจุบันนอกจากชาดอกไม้และม็อกเทลแล้ว ที่ร้านยังมีกาแฟดริป ไส้กรอกสูตรเยอรมัน (ที่เกิดจากการทำของคาวให้ร้านเบียร์) สมูทตี้ผลไม้ เพิ่มเติมเสริมแต่งเข้ามาให้ครบครันตามลูกค้าปรารถนาอีกด้วย

ใครที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคิดว่าราคาแต่ละเมนูคงทำกระเป๋าฉีก เราบอกเลยว่าไม่จริง เพราะบนใบเมนูบอกราคาเริ่มต้นไว้เพียง 75 บาทสำหรับอาหารกินเล่นกับชา 85 บาทสำหรับสมูทตี้ และไม่มีเมนูใดที่ราคาเกิน 200 บาท เรียกว่าเข้าถึงได้ เข้าถึงง่ายสมความตั้งใจจริง ๆ 

บทเรียนจากแก้วชา

ในช่วงท้ายของการสนทนา เราวางแก้วชากับจานขนมจีบลง แล้วหันกลับมาชวนเฮงกับฉัตรย้อนกลับไปมองตลอด 5 เดือนที่ Tearaphy เปิดบริการ ว่าทั้งคู่ได้อะไรกลับไปบ้าง ซึ่งคำตอบที่ได้ก็เปี่ยมพลังบวกสมกับแนวคิดของร้านเหลือเกิน

“หลายอย่างเลย เพราะเป็นธุรกิจใหม่ที่เราไม่เคยทำ มีเรื่องสนุกเกิดขึ้นตลอด อยากจะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ” เฮงกับฉัตรตอบ “ไม่ใช่แค่ร้านนี้นะ แต่ทั้งตึก The Corner House คือชุมชนที่พร้อมเป็นจุดหมายให้ทุกคนได้ ไม่ว่าจะรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า หรือเด็กรุ่นใหม่ อยากให้ลองมาสัมผัส พาครอบครัวมาใช้ชีวิตทั้งในตึกนี้และในย่านตลาดน้อย”

Tearaphy
  • ซอยเจริญกรุง 35 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • เปิดวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00 – 21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 22.00 น. (ปิดวันจันทร์)
  • 06 1615 3952
  • Tearaphy เจริญกรุง 35
  • tearaphy.th

Writer

สิรภพ พรอำนวยผล

นักอ่านมือสมัครเล่น ทาสแมวมืออาชีพ โตขึ้นอยากเป็นบรรณาธิการ พร้อมความฝันว่าสักวันจะเปิดร้านหนังสือที่เชียงใหม่

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน