‘TasteBud – ร้านอาหารแห่งอนาคต’
เพียงเอ่ยถึงชื่อร้าน ภาพอาหารที่มีแสงพุ่งออกมาจากจานเหมือนหนังไซไฟ ลอยได้เหมือนอยู่ในอวกาศก็ผุดขึ้นมาในหัว แต่เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านที่ตั้งอยู่ปากซอยหมู่บ้านลดาวัลย์ ในจังหวัดสมุทรปราการ กลับพบกับตึกแถว 4 ชั้นหน้าตาธรรมดา ชั้นล่างสุดเปิดเป็นร้านอาหาร TasteBud ที่เราตั้งใจมาทาน


เราเปิดประตูเข้าไปด้านใน พบกับบรรยากาศร้านอาหารที่ตกแต่งสไตล์คาเฟ่ ไม่ได้มีส่วนไหนที่แสดงความล้ำโลกจนเข้าไม่ถึง มีก็แต่เมนูอาหารที่บอกไว้ว่า Future Food อันเป็นแนวคิดหลักของร้าน ทั้งหมดทำให้เราโล่งใจว่าร้านที่นั่งอยู่เป็นร้านอาหารปกติ เพียงแต่อาหารแห่งอนาคตที่ว่า เป็นปลายทางของร้านที่มองถึงความมั่นคงและยั่งยืนของอาหาร ซึ่งทำเพื่อทุกคน เพื่อโลก และเพื่อคนรุ่นต่อไป
เราเลยจะพาคุณร่วมทานอาหารพร้อมมองอนาคตผ่านแล็บอาหารแห่งนี้
อดีตของอนาคต
ยี้-สันติ อาภากาศ ผู้ร่วมก่อตั้ง TasteBud Lab และ Bio Buddy รวมตัวกับเพื่อน ผู้มีแพสชันเรื่องอาหาร สร้างร้านนี้ขึ้นมาเมื่อราว 6 ปีก่อน พวกเขามองว่าอาหารซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่สร้างปัญหาให้โลกทั้งในตอนนี้และอนาคต เขาจึงรวมตัวกันเป็นฟันเฟืองแก้ปัญหาโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ผ่านอาหารที่ปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืนกับโลก

ยี้ได้เลือกเปิดร้านโดยใช้โมเดล Incubator Kitchen เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ทดลองเริ่มต้นธุรกิจ โดยมีอาหารอนาคต หรือ Future Food เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับร้านเข้าด้วยกัน
“ผมว่ามันเป็นโอกาสที่เปิดกว้างมากสำหรับผู้ประกอบการที่ทำผลิตภัณฑ์ดี ๆ อยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเขาเข้าใจเรื่อง Future Food แล้วต่อยอด จะยิ่งทำประโยชน์ให้โลกและธุรกิจได้ในเวลาเดียวกัน”
เมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปหลังร้าน เราเห็น Kitchen Lab ที่เปิดให้เชฟมาปรุงอาหารจากวัตถุดิบ เครือข่ายผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ได้จากท้องถิ่นไทย ส่วนชั้นบนของอาคารเปิดเป็นออฟฟิศ


อาหารอนาคตที่ต้องทานตั้งแต่วันนี้
“นวัตกรรมมาทีหลัง แต่ว่าดีต่อใจ ราคาเข้าถึงได้ สะอาด ปลอดภัย หน้าตาดี อร่อย ดีต่อโลก และดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น” เจ้าของร้านอธิบายความหมายของ Future Food ให้เราเข้าใจแบบรวบรัด เพื่อสร้างความเข้าใจและลบภาพจำเก่า ๆ ของอาหารแห่งอนาคตที่ดูเหมือนจะเข้าถึงยากให้เข้าถึงง่าย


ยี้เล่าย้อนไปว่าในตอนแรกเขามีภาพของ Future Food ที่ล้ำยุคแบบเดียวกับที่เราคิด พร้อมการวาดฝันที่ต้องการ “ปล่อยแสงให้โลกเห็น Future Food แบบสุดล้ำ” ตามความคิดของนักการตลาด ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนภาพในหัวเมื่อได้ลงลึกไปกับมัน และพบว่าแท้จริงแล้วแก่นแท้ของ Future Food เป็นอย่างไร
“อาหารอนาคตไม่จำเป็นต้องเป็นภาพของอาหารล้ำ ๆ แต่เป็นอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันแล้วทำให้อนาคตด้านอาหารของคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม ดีขึ้นได้ กินอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขมากขึ้น
“สำหรับเรา Future Food จริง ๆ แล้วก็คือ Future of Food” ยี้ย้ำ
ยี้มองว่าอาหารเป็นเรื่องของทุกคน ทั้งตัวเขา เรา และคุณ โดยเฉพาะคนที่เขารัก
“แต่ก่อนผมทานตามใจปาก พอเรามีความเป็นห่วงให้คนที่รัก ก็เริ่มคิดว่าอาหารที่เขากินจะปลอดภัยมั้ย คิดไปถึงขั้นว่ากินแล้วจะสุขภาพดีหรือเปล่า พอมองถึงอนาคต รุ่นหลังจากเราจะมีอยู่มีกินหรือเปล่า หรือปัญหาโลกร้อนจะเป็นอย่างไร ซึ่งอาหารเป็น 1 ใน 4 ของเรื่องเหล่านั้นด้วย”

ชั่วโมงแห่งอนาคต
หลังจากเปิดร้านมาหลายปี มีเชฟที่รังสรรค์เมนูอาหารนับไม่ถ้วน Future Food ถูกถ่ายทอดให้ผู้คนรับรู้เรื่องราวมากมาย แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่ามีร้านแบบนี้อยู่ในไทย เช่นเราที่เพิ่งเริ่มรู้จัก
วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้รู้จัก Future Food ผ่านเมนูในร้านที่มีมากกว่า 30 เมนู ทั้งอาหารจานเดียว เครื่องดื่ม (เลือกสั่งได้ตามชอบ) และคอร์สอาหาร Future Food Table สำหรับผู้ที่จองล่วงหน้า
‘Fried Rice No Rice’ ข้าวผัดไร้ข้าว ซึ่งแทนด้วยดอกกะหล่ำผสมควินัว ผัดกับปลาแซลมอนและผักนานาชนิด ให้ความรู้สึกเหมือนกินข้าวผัดปกติแต่มีคุณค่าทางโภชนาการมหาศาล ยังมีเมนู ‘พิซซ่า’ ที่ใช้ดอกกะหล่ำขูดแทนแป้ง ทานได้โดยไม่ต้องกังวลแคลอรี ‘พานินี่ขนุน’ ทานคู่กับ ‘ขนุนชีสบอล’ ลืมรสชาติขนุนแบบเดิมไปได้เลย เพราะทางร้านนำขนุนมาทำแพลนต์เบสแทนเนื้อสัตว์ ซึ่ง TasteBud ทำเป็นเจ้าแรกในไทย
แถม TasteBud ใช้โปรตีนที่สกัดจากจิ้งหรีด คนกลัวแมลงไม่ต้องกังวล ทางร้านเปลี่ยนเป็นเมนูสุดน่าทาน อย่าง ‘มันหวานแฮชบราวน์สลัดไข่’ เสริมโปรตีนด้วยจิ้งหรีด สำหรับเมนูเครื่องดื่ม อย่างน้อยต้องได้ดื่มได้ดริงก์ ‘Probiotic น้ำอ้อยสด’ จากสตาร์ทอัพไทยที่หมักจนคล้ายคอมบูฉะผสมด้วยน้ำมะแขว่น หรือ ‘Tropical Scented with Spirulina’ น้ำสับปะรดแท้ผสมน้ำมะนาวสดและสาหร่ายสไปรูลินา อีกเมนู ‘Spirulina Cirus Bubble’ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ผสมสาหร่ายสไปรูลินา ออนท็อปด้วยมุกที่ทำจากบุก


ระหว่างรับประทาน ยี้และเชฟจะชวนคุยเรื่องอาหารแห่งอนาคตไปด้วยพร้อม ๆ กัน
ตอนนี้มี Sustainable Sunday Brunch ในวันอาทิตย์ 1 – 2 ครั้งต่อเดือน เปิดพื้นที่ให้เหล่าผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่ทำเรื่อง Future Food มาร่วมทานอาหารและแลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนกิน
“เราอยากให้คนที่มาทานเห็นคุณค่าของอาหารจานนั้น ๆ พร้อมทั้งเชื่อมต่อแนวคิดกับคนต้นน้ำ ซึ่งวัตถุดิบของเราก็เน้นความยั่งยืน ไม่มี Food Waste เพราะเราไม่ได้ตักทานโดยไม่เห็นคุณค่าของอาหาร เราทานทุกอย่างอย่างเข้าใจ มื้อนี้หากเขาทานไม่พอ ขอเพิ่มได้นะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ขอเพิ่มหรอก (หัวเราะ) เพราะเราเสิร์ฟอาหารกว่า 30 รายการ เพราะอยากทำหน้าที่ส่งต่อวัตถุดิบที่ดีให้ได้มากที่สุด”
ทุกเมนูพยายามส่งต่อแนวคิด Future Food ที่ดีให้แก่โลก หากมีคนอย่างน้อยสักหนึ่งคนที่สนใจเพิ่มขึ้น หรืออยู่คุยกับเขาต่อหลังจากจบมื้ออาหาร เขาก็ถือเป็นกำไรที่ได้จากการทำร้านนี้แล้ว

อนาคตของอาหารอนาคต
“TasteBud มาจาก Taste Buddy” ยี้เฉลยถึงที่มาของชื่อในตอนท้าย ๆ ของบทสนทนา
“เราอยากเป็นบัดดี้ที่ทำให้เกิดระบบนิเวศในการต่อยอดเทคโนโลยีอาหาร และ สร้าง SME ด้านอาหารที่ดี ซึ่ง Future Food จะต่อยอดและสร้างความแตกต่างให้อาหารในประเทศไทยไปอีกขั้นหนึ่งได้”
สำหรับเมืองไทย ยี้มองความร่วมมือที่มากขึ้นทั้งของภาครัฐและภาคประชาชน หากเป็นไปได้ เขาอยากผนึกกำลังกันมากกว่านี้ ก้าวต่อไปของยี้คือการพัฒนา Future Food ไปสู่สากล พร้อมกับช่วยผู้ประกอบการระดุมทุนเพื่อขยายธุรกิจ ซึ่ง TasteBud เป็นสื่อกลางที่จะนำพายี้ไปสู่ปลายทางที่หวัง
เราเปิดประตูเดินออกจากร้านท่ามกลางอากาศร้อนของเมืองไทย พร้อมพยากรณ์อากาศที่คาดการณ์ว่าโลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอีกในอนาคต แค่นึกภาพตามก็มีแต่ภาพแย่ ๆ ลอยเข้ามาให้หัว แต่อย่างน้อยเราก็ดีใจที่รู้ว่า มีกลุ่มคนที่ตั้งใจสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลก ผ่านอาหารพอร์ชันเล็ก ๆ ในจาน




