6 พฤศจิกายน 2024
2 K

ล้านนาอารีย์เธียเตอร์ คือโรงละครไม้และพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก ตั้งอยู่ในซอยอารีย์ 2

มองจากภายนอก ที่นี่ดูเหมือนบ้านทั่วไปในอารีย์ ป้ายชื่อที่ติดบนรั้วไม้ บ่งบอกให้รู้ว่ามาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เมื่อก้าวเท้าเข้าไปด้านใน จึงได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังรั้ว นั่นคือเรือนไทยหลังใหญ่

“พ่อชอบเรือนไทยมาก ๆ 2 หลังนี้ท่านยกจากเชียงใหม่มาประกอบที่นี่”

เตย-ณิชา รอดอนันต์ เดินออกมาต้อนรับเรา พร้อมเล่าความเป็นมาของเรือนไทยที่ถือว่าเป็นนางเอกของที่นี่ ความใหญ่ของเรือนไทยมาจากการเชื่อมเรือนไทย 2 หลังเข้าด้วยกัน ทำให้มีพื้นที่มากมายสำหรับทำกิจกรรมที่เตยเตรียมไว้ ซึ่งเตยเองก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำล้านนาอารีย์เธียเตอร์ เธอต่อยอดจากของเดิมที่พ่อทำไว้ ด้วยการปรับให้เป็นโรงละครและพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ โดยเฉพาะ

ก่อนเริ่มต้นบทสนทนาที่เราเตรียมมาคุยกับเตย เธอขอพาเราเดินทัวร์สถานที่ เริ่มจากใต้ถุนเรือนที่เต็มไปด้วยสารพัดสิ่งของที่เด็ก ๆ ชอบ อย่างหนังสือนิทาน ตุ๊กตา จิ๊กซอว์ LEGO และของเล่นอื่น ๆ ที่เตยเตรียมให้เด็ก ๆ ได้เล่นอย่างเต็มที่ เพื่อปลดปล่อยพลังและพร้อมเข้าสู่ช่วงกิจกรรมที่เธอเตรียมไว้

ด้านในสุดเป็นพื้นที่ที่เตยใช้ทำการแสดงละคร มีรถไฟทำจากกระดาษแข็งตั้งอยู่ เพราะนอกจากทำล้านนาอารีย์เธียเตอร์แล้ว เตยยังทำคณะละครเด็กที่มีชื่อว่าคณะละครปู๊นปู๊น

เดินทัวร์ใต้ถุนเสร็จแล้ว เตยเดินพาเราไปต่อที่ชั้น 2 และเล่าเรื่องของเธอให้เราฟัง

พ่อรักการดูละครสด

ที่มาที่ไปของล้านนาอารีย์เธียเตอร์ เริ่มจากพ่อของเตย เอ-วิทวัส รอดอนันต์ มีสิ่งที่ชอบทำมาก ๆ คือการชมการแสดงละครสด เตยเองก็มีความชอบเดียวกันกับพ่อ และฝันอยากเป็นนักแสดง เตยจึงเลือกเรียนต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคอน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมชวนพ่อมาท่องโลกของการแสดงละครไปด้วยกัน

“เราชอบการแสดง มันเป็นศาสตร์ที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกข้างในตัวเรา”

แต่ความบันเทิงประเภทนี้มักมีคนดูเฉพาะกลุ่ม ทำให้โรงละครและคณะละครทยอยปิดตัวตลอดเวลา พ่อเอเลยขยับจากคนดูมาเป็นคนสนับสนุน เขาตั้งใจใช้ที่ดินของคุณยายเตย ศ.กิตติคุณ พญ.อุ่นใจ แววศร พร้อมยกเรือนไทยจากเชียงใหม่มาไว้ที่อารีย์ เพื่อเตรียมเปิดโรงละครที่รอลูก ๆ มาสานต่อ

“พ่อชอบสังเกตลูก เขารู้ว่าลูกต้องการอะไร อยากทำอะไร พ่อไม่บังคับหรือบอกลูกว่าทำสิ แต่พ่อจะให้คำแนะนำและปล่อยให้เราใช้ชีวิตของตัวเอง พ่อรู้ว่าเตยอยากทำโรงละคร เขาบอกเราตลอดว่า ถ้ายังไม่พร้อมทำก็ไม่เป็นไร ไปทำสิ่งที่อยากทำก่อน เพราะที่นี่จะอยู่แบบนี้ ไม่หนีไปไหนหรอก รอเตยมาดูแล”

ล้านนาอารีย์เธียเตอร์เป็นชื่อที่พ่อเอตั้ง คำว่า ‘ล้านนา’ มาจากสไตล์ของเรือนไทย ส่วนคำว่า ‘อารีย์’ เป็นที่ตั้งของโรงละคร และพ้องกับคำว่าโอบอ้อมอารีด้วย พ่อเอเลือก 2 คำมารวมกัน ตั้งเป็นชื่อโรงละคร

“ตอนแรกพ่อจะตั้งว่า เตยเล่น พ่อดู แต่กลัวคนเข้าใจว่าเตยทำให้พ่อดูคนเดียวไหม”

เตยมีความฝันอยากเป็นนักแสดง เธอจึงทุ่มเทให้กับความฝันนี้ การทำโรงละครเลยมีความสำคัญรองลงมา ช่วงแรกเตยเปิดให้คณะละครที่สนใจมาทำการแสดงที่นี่ โดยคิดเงินเป็นเปอร์เซ็นต์จากค่าบัตรที่ขายได้ ส่วนใหญ่ละครที่มาแสดงเป็นละครสำหรับผู้ใหญ่ เข้ากับบรรยากาศเรือนไทยที่เตยใช้คำว่า ‘กุ๊กกู๋’ 

ขณะเดียวกัน เตยทำคณะละครสำหรับเด็กชื่อว่าคณะละครปู๊นปู๊น ร่วมกับเพื่อน (พริม-ญาณิศา กายสุต) ออกไปทำการแสดงมาหลายที่จนสร้างฐานแฟนคลับได้จำนวนหนึ่ง แต่คณะละครปู๊นปู๊นยังไม่เคยเปิดการแสดงที่ล้านนาอารีย์เธียเตอร์ เตยคิดว่าที่นี่ไม่เหมาะกับเนื้อเรื่องที่เธอแสดงและกลุ่มผู้ชมที่เป็นวัยเด็ก 

อยู่มาวันหนึ่งเตยฉุกคิดว่า ในเมื่อมีโรงละครของตัวเอง ทำไมถึงไม่ใช้ เป็นจุดเริ่มต้นให้เตยเข้ามาดูแลล้านนาอารีย์เธียเตอร์อย่างจริงจัง ปรับเปลี่ยนเรือนไทยที่บรรยากาศวังเวง ให้กลายเป็นเรือนไทยสำหรับเด็ก ๆ กลุ่มลูกค้าที่เธอตั้งใจให้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของที่นี่

“เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ถ้าเราจะทำสถานที่เพื่อเด็ก ๆ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1 เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาที ต่อให้เราอยู่ใกล้ชิดกับเขามาก ๆ ก็ตาม” 

บรรดาช่องว่างตามมุมบ้านถูกปิดตายเพื่อป้องกันเด็กมุดเข้าไป บันไดตามจุดต่าง ๆ ต้องติดป้ายเตือน และถ้าเด็กจะขึ้นไปต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยเสมอ มีไฟเพิ่มมากขึ้น เพื่อนำความสว่างเข้ามา ล้านนาอารีย์เธียเตอร์ค่อย ๆ มีชีวิตชีวามากขึ้น รอต้อนรับเด็ก ๆ วัย 3 – 9 ปีมาร่วมสนุกไปด้วยกัน กิจกรรมมีตั้งแต่เล่านิทาน ทำงานศิลปะ ดูการแสดงละคร (ต้อนรับเด็กโตหรือผู้ใหญ่หัวใจเด็กเช่นเดียวกัน)

“ถ้าเป็นกิจกรรมจัดเต็มวัน เราจะมีธีมหลัก เช่น ธีมแมว กิจกรรมในโปรแกรมทั้งหมดจะพูดถึงสิ่งนี้ เล่านิทานเกี่ยวกับแมว ทำหุ่นเชิดแมว หรือขยับร่างกายด้วยการจินตนาการว่าตัวเองเป็นแมว” 

ลูกสาวมีความฝันอยากอยู่กับเด็ก

ทำไมต้องเป็นเด็ก – เราถามเตย เป็นความสงสัยเล็ก ๆ บวกกับการที่เราเห็นแววตาของเตยเป็นประกายทุกครั้งที่พูดถึงเด็ก คำตอบของเตย คือเด็กเป็นสิ่งมีชีวิตที่เธอชอบที่สุดบนโลกใบนี้

“เวลาเราไปที่ไหนสักที่ สิ่งแรกที่เรามองหาคือเด็ก ต่อให้สถานที่นั้นสวยแค่ไหน แต่ถ้าเราเห็นเด็กกำลังหัวเราะกับพ่อแม่ สายตาเราจะไปหยุดอยู่ตรงนั้นทันที มันเป็นความสุขของเรา” เธอยิ้ม

ความชอบนี้เริ่มจากแม่เตย รศ.พญ.อรลักษณ์ รอดอนันต์ มักพาเตยในวัยเด็กไปทำงานที่โรงพยาบาลด้วยกัน สถานที่ที่เตยอยู่ประจำคือศูนย์ฝากเลี้ยงลูก ๆ ของบุคลากรในโรงพยาบาล แม้ว่าเตยยังเด็ก แต่อายุมากกว่าเด็กคนอื่น เตยเลยรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเล่นกับพวกเขาไปโดยปริยาย ความสุขที่เกิดจากการอยู่กับเด็กค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาในตัวเตย กลายเป็นความสุขใหญ่ ๆ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเธอ

“มีคนเคยถามเราว่า เราเป็นนักแสดง ทำคณะละครสำหรับเด็ก ทำโรงละคร คือเราทำเยอะมาก สรุปว่าเราชอบอะไรกันแน่ เราตอบทันทีว่าชอบเด็ก เราเฝ้ามองเขาเยอะ เรารู้ว่าเด็ก ๆ ต้องการอะไร เราเลยอยากทำสถานที่ที่เด็ก ๆ อยากมาวิ่งเล่น อยากใช้เวลาด้วย เป็นที่ที่เขารู้สึกปลอดภัย 

“ยุคนี้คนเลี้ยงลูกบนตึก บนคอนโดมากขึ้น ไม่ค่อยมีที่ให้เขาใช้ชีวิต เราอยากเป็นคนทำพื้นที่นั้น”

เตยมีโอกาสไปใช้บริการโรงละครหลายแห่ง เธอรู้ว่าแต่ละที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจุดเด่นของล้านนาอารีย์เธียเตอร์ เตยบอกว่า เรือนไทยเป็นจุดแข็งที่สุด ทำให้รายละเอียดอื่น ๆ เกิดขึ้นตามมา เพื่อร้อยเรียงเรื่องราวไปกับสิ่งนี้ ทำให้บรรยากาศของโรงละครแห่งนี้เปรียบเสมือนการแวะมาเยือนบ้านเพื่อน

“มีน้อยนะโรงละครที่ให้คนถอดรองเท้าเข้าไป มันเลยทำให้คนรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน” 

ชั้นบนของเรือนไทยจัดไว้เป็นพื้นที่ของโรงละคร เป็นห้องใหญ่ที่จุคนดูได้ประมาณ 40 – 50 คน ตัวห้องล้อมด้วยม่านดำทั้ง 4 ด้าน ปราศจากการการติดตั้งเวทีแบบถาวร มีลังไม้จำนวนหนึ่งเตรียมไว้ให้คณะละครแต่ละที่ต่อเป็นเวทีแสดงได้ตามความต้องการ อีกฟากหนึ่งเป็นที่นั่งของผู้ชมที่มีเก้าอี้จัดวางไว้

โรงละครแห่งนี้ไม่ได้เปิดแสดงแค่ของคณะละครปู๊นปู๊น ถ้าใครสนใจก็ติดต่อใช้สถานที่ได้ โดยเตยยังคงคิดค่าใช้จ่ายจากเปอร์เซ็นต์จำนวนตั๋วที่ขายได้ และมีเกณฑ์หลัก ๆ ว่า ขอเป็นเนื้อหาสำหรับเด็ก เพราะเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของล้านนาอารีย์เธียเตอร์

“เรายังอยากสนับสนุนศิลปินทุกกลุ่ม แต่เมื่อล้านนาอารีย์เธียเตอร์มีความชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ของเด็ก เราเลยมุ่งทางนี้ ถ้าถามว่าคณะละครที่ไม่ได้ทำเพื่อเด็กมาแสดงที่นี่ได้ไหม ได้เหมือนกัน”

การรวมตัวของคนที่อยากสร้างพื้นที่สำหรับเด็ก

กลุ่มคนที่เตยขอยกความดีความชอบและมีส่วนให้ล้านนาอารีย์เธียเตอร์เป็นอย่างทุกวันนี้ คือคนในวงการละครเด็ก

“เขาไม่หวงวิชาเลย พร้อมช่วยเราเต็มที่ เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เขาก็มีพื้นที่แสดงเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน เขาช่วยทำให้ล้านนาอารีย์เธียเตอร์เป็นอย่างทุกวันนี้ มีชีวิตจากกิจกรรมที่พี่ ๆ มาช่วยกันจัด”

ช่วงแรกที่เตยเข้ามาทำล้านนาอารีย์เธียเตอร์เป็นช่วงที่เธอยังไม่มีความรู้ในการทำโรงละครมากนัก โชคดีที่ได้พี่ ๆ จากคณะ Ta Lent Show Theatre, Puppets by Jae, Homemade Puppet, Ting A Tong, คิดแจ่ม KidJam และคณะละครอื่น ๆ ช่วยให้คำแนะนำเธอ เพราะพวกเขาเองต่างก็อยากให้มีพื้นที่สำหรับเด็กและการแสดงละครเกิดขึ้นเยอะ ๆ ในประเทศที่ห้างสรรพสินค้า-คาเฟ่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

“เราเคยเจอพ่อแม่บอกว่า ทำไมที่นี่จ่ายแพงจัง แพงกว่าพาลูกไปคาเฟ่อีก เราต้องอธิบายว่า เราไม่ใช่คาเฟ่เด็ก เราเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว มีพี่เลี้ยงคอยดูแล มีโชว์ให้ดู 

“กิจกรรมของเราพ่อแม่ต้องมีส่วนร่วมด้วยเสมอ เราไม่อยากให้พ่อแม่พาลูกมาที่นี่แล้วจบ เช่น กิจกรรมทำการ์ดต้องตัดกระดาษ เราเตรียมกรรไกรสำหรับเด็กไว้ และมีพี่เลี้ยงคอยดู แต่เราคิดว่าพ่อแม่ก็ควรมีส่วนร่วมในแง่สอนลูกใช้ โตขึ้นไปเขาจะได้ใช้เป็น เป็นการเรียนรู้ที่พ่อแม่อยู่ข้าง ๆ เรียนรู้ไปด้วยกัน”

รอยยิ้มลูก ๆ ที่ปรากฏหลังใช้เวลาที่นี่ก็ทำให้รอยยิ้มพ่อแม่ปรากฏขึ้นด้วย รอยยิ้มเหล่านี้ทำให้เตยหายเหนื่อยและมีแรงดูแลล้านนาอารีย์เธียเตอร์

“เตยมีความสุขทุกครั้งที่พ่อแม่บอกว่า เขาดีใจที่ลูกมีที่ให้วิ่งเล่น แล้วอาจส่งผลให้คนที่เห็นอยากเอาไปทำต่อ สร้างเป็นพื้นที่ของตัวเอง 

“เด็กต้องการที่แบบนี้ที่ที่เขาได้ปลดปล่อย ได้เล่นเต็มที่ ถึงสังคมตอนนี้เป็นสังคมก้มหน้า คนจดจ่ออยู่กับหน้าจอของตัวเอง แต่เราอยากทำพื้นที่ที่ให้คนมาอยู่แล้วลืมของพวกนั้นไป”

ปีหน้าเตยตั้งใจทำแผนกิจกรรมสำหรับจัดทั้งปี ระบุว่าเดือนนี้มีกิจกรรมอะไร เพื่อให้ง่ายกับคนทำงานและคนที่รอมาทำกิจกรรม ปัจจุบันล้านนาอารีย์เธียเตอร์จัดกิจกรรมเดือนละ 1 – 2 ครั้ง ตามกำลังทีมงานที่มี

เตยยังรับงานแสดงไหม – เราย้อนกลับไปถามถึงอีกหนึ่งความฝันของเตย เจ้าตัวพยักหน้ารับทันที เธอยังคงลงมือทำความฝันทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกัน

“สิ่งที่ทําให้คนเราอยู่ต่อไปได้ คือการรับรู้คุณค่าในตัวเอง การทําโรงละครทําให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น เราได้มอบความสุขและทําให้เด็กคนหนึ่งมีความสุข ทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกในมุมที่เขาไม่เคยเห็น มันไม่ได้สุขใจแค่ตัวคนทำ แต่คนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้เรามีแรงทำมันไปได้อีกนาน”

ล้านนาอารีย์เธียเตอร์

ภาพ : Jira Angsutamatuch

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล