หลังจากเปิดตัว KLĀY cafe คาเฟ่-ร้านอาหารสุขภาพไปเพียงขวบปี ต้า-วัชรากรณ์ ต่อกิตติกุล และ เติ้ล-ธารณ บุญศรีภูมิ 2 หัวเรือใหญ่ของ ‘KLĀY (คลาย)’ แบรนด์เครื่องหอมเซรามิกกลิ่นยูนีก ดีไซน์ร่วมสมัย ก็ปักหมุดอีกธุรกิจสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากความรัก และตั้งใจให้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ‘KLĀY commu’ คอมมูนิตี้สเปซสุขภาพใจกลางย่านนิมมานฯ ซอย 5 จึงเกิดขึ้น

“สถานที่สำหรับ Retreat ในเชียงใหม่ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่นอกเมือง ต้องใช้เวลาเดินทาง อาจไม่ค่อยตอบโจทย์สำหรับคนมีเวลาน้อย เราจึงหวังใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในเมืองรวมถึงนักท่องเที่ยวแวะมาพักผ่อน ดูแลสุขภาพกายและใจกันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น”
ต้าคลี่แนวคิดธุรกิจน้องใหม่แบบกระชับ พลันเสริมว่านอกจากมีกิจกรรมให้เลือกดูแลสุขภาพ เขายังคัดสรรอาหารและเครื่องดื่มมาเอาใจสายรักสุขภาพ พร้อมชักชวนหลากแบรนด์คราฟต์ท้องถิ่นมาแบ่งปันแพสชันและพลังงานดี ๆ
ใครอยากรู้ว่าคอมมูนิตี้ที่ทั้งคู่วาดฝันให้เป็นโอเอซิสชุบชูกายใจและคลายสู่ความสงบแห่งนี้มีอะไรน่าเอนจอยบ้าง ชวนนั่งในท่าสบาย ๆ สูดหายใจลึก ๆ ผ่อนออกช้า ๆ แล้วตามคอลัมน์ Share Location ไปหาคำตอบกัน

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าหัวใจของ KLĀY commu คือการเป็นพื้นที่ฟื้นฟูดูแลสุขภาพกายใจ โซนสตูดิโอสำหรับทำกิจกรรมผ่อนคลายและฝึกสติ จึงเป็นพื้นที่ที่ต้ากับเติ้ลรังสรรค์อย่างใส่ใจตั้งแต่การออกแบบบรรยากาศให้สัมผัสถึงการกลับคืนสู่ความสงบ สมาธิ และใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากโถงถ้ำเคียงสีสันสวนสวยอันรื่นรมย์
“ช่วงแรกที่เปิดสตูดิโอมีแค่คลาสโยคะกับพิลาทิส เพราะเป็นสิ่งที่อินและเราฝึกโยคะกันมา 5 – 6 ปีแล้ว” ต้าเล่าให้ฟังต่อว่าจุดที่ทำให้เขาหันมาสนใจการเล่นโยคะอย่างจริงจัง เกิดขึ้นในวันที่ความคิดอลหม่านและความเครียดเข้มค่อยเจือจางเมื่อพาตัวเองมาอยู่บนเสื่อโยคะ


“ทุกครั้งที่เล่นโยคะ เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ รู้สึกเป็นอิสระจากทุกสิ่ง สำหรับเรา ศาสตร์โยคะจึงเป็นมากกว่ากิจกรรมให้ประโยชน์ทางกาย แต่ช่วยดูแลสุขภาพจิตใจได้ด้วย”
“ส่วนผมเริ่มจากปวดหลังครับ” เติ้ลกระโดดร่วมวงแบ่งปันประสบการณ์ “สาเหตุหลักเกิดจากการนั่งทำงานนาน ๆ พอมาฝึกโยคะก็รู้สึกว่าอาการดีขึ้น อีกอย่างโยคะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ยอมรับในความอ่อนแอและสร้างทัศนคติด้านบวก ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตหรือแม้แต่การทำธุรกิจ”
เมื่อจัดการหย่อนโยคะลงตารางตามมาด้วยกิจกรรมสุดโปรดปรานอย่างพิลาทิส ต้ากับเติ้ลก็จัดแจงทาบทามครูคนพิเศษที่ทั้งคู่ชื่นชมมาเปิดคลาสมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่น่าประทับใจ โดยต้ายกตัวอย่างให้เราฟังถึงคลาสเรียนสนุก ๆ จากครู 3 ท่าน 3 สไตล์


“คนแรกที่เราชวนเข้ามาคือ ครูนุ้ย เราว่าเขามีแพสชัน เขาเชื่อมั่นว่าโยคะเปลี่ยนแปลงชีวิตและเคยหายจากโรคร้ายด้วยการฝึกฝนโยคะ สไตล์การสอนของครูนุ้ยมีทั้งแบบยืดเหยียดสบาย ๆ ไปจนถึงระดับความท้าทายที่เหนื่อยจนเหงื่อท่วม แล้วก็ยังเก่งมาก ๆ ในการทำให้นักเรียนไม่หลุดโฟกัส
“ส่วน ครูต้า เชี่ยวชาญวินยาสะโยคะ เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องและลื่นไหล แล้วก็ทำ Sound Healing ด้วยคริสตัลโบวล์ที่ช่วยสลายความเครียดและพลังงานลบต่าง ๆ ซึ่งสะสมอยู่ในร่างกาย และ ครูใบบัว สอนพิลาทิสบนเสื่อกับบาร์ เน้นเคลื่อนไหวและสร้างความแข็งแรงคล้ายกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ”
การสร้างประสบการณ์ผ่านกลิ่นนับเป็นจุดเด่นของคลาสดูแลสุขภาพฉบับ KLĀY commu โดยทุกคลาสมีการหยิบน้ำมันหอมระเหยซิกเนเจอร์ของแบรนด์ มาปรับจูนกลิ่นบรรยากาศเพื่อเสริมความน่าอภิรมย์และประสิทธิภาพในการเรียน เช่น การใช้กลิ่น 06 – CRUDE ช่วยเกลาอารมณ์ให้รู้สึกผ่อนคลายและเพิ่มสมาธิในคลาสเรียนโยคะยืดเหยียด หรือกลิ่น 07 – ADOLESCENT เพิ่มความสดชื่น กระฉับกระเฉง หายใจปลอดโปร่งในคลาสที่เน้นการเคลื่อนไหวและโฟลว์รวดเร็ว


ขณะที่บทเรียนนั้นต้าบอกว่าค่อนข้างยืดหยุ่นกับผู้เรียนทุกระดับไม่ว่าจะมือใหม่ ฝึกหัด หรือจัดเจน ที่สำคัญแต่ละคลาสจำกัดจำนวนประมาณ 10 – 12 คนเท่านั้น เพื่อการดูแลที่ทั่วถึงและคำนึงในความเป็นส่วนตัว
มวลความสงบอบอุ่นของสตูดิโอยังโอบเอื้อให้เกิดกิจกรรมการฝึกสติ ฟื้นฟูสุขภาพจิต ตลอดจนสร้างพื้นที่ปลอดภัยในหัวใจ
“เพราะร่างกายและจิตใจของเราทุกคนเชื่อมโยงถึงกัน สภาวะทางจิตใจ อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก หรือทัศนคติทุกอย่างส่งผลต่อสุขภาพกายของเราได้ทั้งนั้น ฉะนั้น ถ้าเกิดจิตใจดี มีความสงบภายในใจก็ย่อมจะเป็นผลดีต่อร่างกายด้วยเช่นกัน”

ต้าขยายความจำเป็นของการดูแลสุขภาพใจควบคู่สุขภาพกาย ซึ่ง KLĀY commu ก็มีให้เข้าร่วมหลายหลาก ไม่ว่าจะกิจกรรม Sound Healing หรือการบำบัดโดยใช้เสียงและคลื่นเสียง เพื่อช่วยให้กายใจเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายและสมดุล กิจกรรม Emotional Healing จุดประกายความเข้าใจเรื่องการจัดการอารมณ์ หยั่งลึกสู่ความรู้สึก และเรียนรู้กระบวนการเยียวยาทางอารมณ์ หรือ Women’s Circle กิจกรรมที่ชวนสาว ๆ มาจัดดอกไม้ จิบชา ล้อมวงสนทนาว่าด้วยการมีความสุขในแบบฉบับผู้หญิง ท่ามกลางโลกที่เรียกร้องให้ต้องแกร่งและอยู่ในโหมดสู้หรือหนีตลอดเวลา
“เราเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงมานั่งล้อมวงพูดคุยกัน เหมือนเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเล็ก ๆ ให้ทุกคนกล้าที่จะระบายความรู้สึก ความเปราะบาง และเรื่องราวในใจที่ในชีวิตประจำวันบอกเล่าให้ใครฟังไม่ได้โดยไม่ถูกตัดสิน” ต้าเกริ่นอธิบายภาพกิจกรรมฮีลใจสำหรับผู้หญิง Women’s Circle จัดโดย เอิน-สาธิตา สลับแสง แห่งร้านโพสพ

“เรามองว่าเป็นอีกกิจกรรมที่ดีมาก ๆ ทุกคนที่มาฟีดแบ็กเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกดีและเบาสบายใจ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราคาดหวังไว้เหมือนกันนะ ว่าอยากให้ที่นี่เป็นอีกพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนได้มาระบายคลายหนักให้เบาลงและซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน”
ไม่เพียงเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพ ต้ากับเติ้ลหมายมั่นให้ KLĀY commu เป็นพื้นที่ส่งเสริมงานคราฟต์ท้องถิ่น รายล้อมสตูดิโอจึงมีร้านค้าจากหลากแบรนด์เก๋ของนักสร้างสรรค์ภาคเหนือ ให้เลือกชมเลือกช้อปมากมาย ทั้ง LONG GOY แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสุดยูนีกที่ถอดรหัสอัตลักษณ์ล้านนามาถ่ายทอดบนผืนผ้าในสไตล์ร่วมสมัย Papacraft แบรนด์เครื่องประดับหนังที่หยิบยืมแรงบันดาลใจจากพรรณพฤกษา และเทคนิคบาติกมาต่อยอดสร้างสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์ ttq.thontonq แบรนด์ที่ร้อยเรียงมนต์เสน่ห์ของดอกไม้นานาพรรณให้กลายเป็นงานศิลปะสวยสะพรั่ง เสมือนจริงบนกระดาษและผืนผ้า หรือ bana.playa แบรนด์เสื้อผ้าลำลองและเสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ต โดดเด่นด้วยลวดลายแฮนด์เมดเก๋ไก๋ สะดุดตา ซึ่งรังสรรค์ด้วยเทคนิคการพิมพ์ลายบล็อกไม้แบบอินเดีย
พลาดไม่ได้เลยคือโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งน่ารับประทานและตอบโจทย์สายเฮลตี้ มีให้เลือกลิ้มลองทั้งร้านซาวร์โด แซนด์วิชโฮมเมด น้ำผลไม้สกัดเย็น สมูทตี้ และมัทฉะ บาร์

“เราว่ามันเป็น Ecosystem ที่ดีนะที่คนมาแล้วได้พักผ่อน ดูแลสุขภาพ เดินชมงานออกแบบสร้างสรรค์ และกินอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์ครบ” ต้าแย้มยิ้ม “ทุก ๆ ร้าน เราเลือกจากคนที่มีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือเป็นคนที่มีแพสชันและอินในสิ่งที่ตัวเองทำจริง ๆ”
ต้ามีความเชื่อ (อันประกอบไปด้วยเหตุและผลอยู่ไม่น้อย) ว่าคนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่หลงใหลจะทำมันออกมาได้ดี เขาจึงให้คุณค่ากับสิ่งนี้และรวมตัวผู้คนที่มีหัวใจเดียวกันมาเติมเต็มคอมมูนิตี้ให้อบอวลไปด้วยพลังงานดี ๆ จากความรักและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมแบ่งปันสู่ผู้มาเยือนอย่างมีชีวิตชีวา
