31 พฤษภาคม 2025
1 K

“เราตั้งใจให้พื้นที่ตรงนี้เป็นบ้าน ถ้ามีคนเดินผ่านหน้าบ้านก็แวะซื้อข้าวตังมยุรีได้”

พิน-ชัญชกร ชัยพรหมประสิทธิ์ หลานสาวเจ้าของบ้านและทายาทรุ่นสามผู้สานต่อกิจการของครอบครัว กำลังแนะนำบ้านในแบบที่อยากให้ทุกคนรู้จัก บ้านแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

บ้านหลังนี้อยู่ไม่ไกลจากปากซอยสุขุมวิท 51 มากนัก เป็นระยะทางที่เดินสบายในวันที่อากาศดี ถ้าคุณเห็นบ้านหนึ่งคูหาสีแดงอิฐที่มีตัวหนังสือเขียนว่า ‘มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง แสดงว่าถึงจุดหมายแล้ว

(มยุรีคือชื่อของ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ คุณแม่ของพินผู้เติบโตมากับข้าวตัง)

เมื่อผลักประตูเข้าไปในบ้าน คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอบอุ่น มีแสงไฟสีเหลืองนวล มีกระปุกข้าวตังทรงเครื่องวางเรียงรายบนชั้นไม้ และเจ้าบ้านหน้าตายิ้มแย้มที่พร้อมทักทายอย่างเป็นกันเอง

“คุณยายเริ่มจากขายข้าวตังหน้าบ้าน มันเรียบง่าย อบอุ่น และจริงใจ” หลานสาวเปรย

เธอสร้างร้านนี้ขึ้นมาเพราะอยากนำบรรยากาศนั้นกลับมาให้ผู้คนได้สัมผัสอีกครั้ง

หิ้วกระปุกข้าวตังแล้วไปสำรวจเรื่องราวของ ‘มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง’ พร้อมกัน!

ข้าวตังสูตรคลาสสิกของคุณยาย

“ลูกสาวไปเรียนต่างประเทศ จะทำยังไงให้เขาไม่คิดถึงอาหารไทย”

นี่คือโจทย์หลักของ คุณยายสมสมร คูสกุล เจ้าของสูตรข้าวตังแสนอร่อยมากว่า 50 ปี คุณยายทำขนมง่าย ๆ ด้วยวัตถุดิบที่มีในบ้าน อย่างข้าว หมูหย็อง น้ำมัน น้ำตาล และคิดต่อว่าจะทำให้ขนมอยู่ได้นานโดยรักษารสชาติอร่อยไว้ได้อย่างไร คำตอบคือต้องเป็นอาหารแห้งอย่างข้าวตัง

ข้าวตังในแบบที่เรารู้จักคือแผ่นข้าวกรอบ ๆ โรยหน้าด้วยหมูหย็อง เป็นอาหารว่างชาววังที่มีมาหลายร้อยปี เป็นการเพิ่มคุณค่าจากข้าวที่เหลือติดก้นหม้อในกระทะใบบัว มักใช้เป็นเสบียงเวลาเดินทางไกล

‘ข้าวตังทรงเครื่อง’ ของคุณยายสมสมร เลือกใช้ปลายข้าวจากจังหวัดสุรินทร์แทนข้าวหอมมะลิทั่วไป เพราะให้สีสวยและกลิ่นหอมกว่า แถมอุดมด้วยคุณประโยชน์ที่มากกว่า ซึ่งคุณยายไปคัดเลือกปลายข้าวเองถึงจังหวัดสุรินทร์ จนเจอเจ้าที่ถูกใจ ปัจจุบันก็ยังสั่งซื้อกับเจ้านี้มาตลอด

เมื่อทำขายก็เริ่มมีลูกค้ามากขึ้น กระทั่ง พ.ศ.​ 2511 คุณยายตัดสินใจเปิดร้านเล็ก ๆ ถือเป็นเจ้าแรกในไทยและเป็นตำนานของซอยเอกมัย 10 ในชื่อ ‘ข้าวตังทรงเครื่อง’

ยิ่งทาน ยิ่งอร่อย ยิ่งเคี้ยว ยิ่งชอบ

ไม่เพียงคุณแม่และคุณป้าที่พกข้าวตังติดตัวตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ พินซึ่งที่บ้านส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ๆ ก็พกข้าวตังติดตัวไปด้วยเช่นกัน ส่วนคุณยายก็ทำข้าวตังส่งไปให้หลานสาวเสมอ ๆ เหมือนเวลาคนพกน้ำพริกเวลาไปทริป จนสิ่งนี้กลายเป็นคอมฟอร์ตฟู้ดสำหรับพิน

“เวลาหิวเราก็กิน เวลาคิดถึงบ้านเราก็กิน” พินเล่าพร้อมรอยยิ้ม

ข้าวตังที่ทำจากวัตถุดิบชั้นดีและวิธีที่พิถีพิถัน

“เราโตมากับข้าวตัง มันเป็นขนมที่เรากินได้เรื่อย ๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ” พินเปรย

เราชักสงสัยแล้วว่า แผ่นข้าวกรอบ ๆ โรยหน้าด้วยหมูหย็อง มัดใจเธอได้อย่างไร

“เพราะคุณยายทำข้าวตังด้วยความรักและใส่ใจทุกขั้นตอน ซึ่งเราเคารพสิ่งนั้นมาก ๆ”

‘ความรักและความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการทำข้าวตัง’ ที่พินกล่าวนั้น เริ่มจากการนำปลายข้าวหอมสุรินทร์ไปหุงให้สุกและพักไว้ จากนั้นนำมาตัดบนพิมพ์ เป็นแม่พิมพ์ขนาดเฉพาะที่คุณยายคิดค้นขึ้นเอง ข้าวทุกแผ่นจึงมีลักษณะบางกรอบ พอดีคำ แม้บางกรอบแต่ยังคงรสชาติของเนื้อข้าวเอาไว้

“เราใช้เตาถ่านในการทำข้าวตังมาตลอด เพราะกลิ่นหอม เริ่มผัดกันตั้งแต่ตี 4 เสร็จก่อนบ่าย ถ้าช้ากว่านั้นจะร้อนจากเตาไฟและแสงอาทิตย์” เธอเล่า ขณะเดียวกันคุณลุงผู้สาธิตกำลังก่อไฟ

เมื่อกระทะบนเตาถ่านร้อนได้ที่ก็ใส่น้ำมัน ตามด้วยใส่แผ่นข้าวตังบางกรอบที่ตัดแล้วลงไปผัดให้พอเหลือง จากนั้นใส่ซอสสูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมของน้ำมันกระเทียมเจียว เพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม

ระหว่างผัด ต้องสังเกตสีข้าวตังให้เหลืองทองเสมอกันทุกแผ่น คุมน้ำหนักมือไม่ให้หนักไปหรือเบาไป หากถ่านร้อนฉ่าเป็นสีแดงหรือไฟเริ่มแรงขึ้น ต้องเติมขี้เถ้าเพื่อหรี่ไฟลง ไม่ให้ข้าวตังไหม้

“ไม่ง่ายเลย รายละเอียดเยอะมาก ทุกขั้นตอนต้องใจเย็น พิถีพิถัน และอาศัยความชำนาญ”

คั่วไปสักพักจนไฟเริ่มแรง ต้องยกกระทะออกเพื่อพักข้าวตัง จากนั้นใส่น้ำตาลไอซิ่ง

“เหตุผลที่เราใช้น้ำตาลไอซิ่ง เพราะอยากได้ความหวานละมุน ไม่เฝื่อน ไม่มีเม็ดหรือเกล็ดน้ำตาล ข้าวตังจึงมีกลิ่นหอมในทุกคำที่เคี้ยว” พินเล่าให้ฟังถึงรายละเอียดที่ มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง ใส่ใจมาตลอด 50 ปี แม้จะเป็นส่วนผสมเม็ดจิ๋วอย่างน้ำตาล ก็ต้องเลือกที่ดีที่สุดและอร่อยที่สุด

ส่วนผสมสำคัญที่ขาดไม่ได้คือหมูหย็อง ซึ่งส่งตรงจากขอนแก่น มีรสชาติเค็มและมัน เสริมรสข้าวตังได้เป็นอย่างดี เมื่อใส่ทุกอย่างครบและปรุงรสอีกสักนิดด้วยเกลือและพริกไทย ก็คั่วต่อจนมีสีเหลืองทอง จนส่งกลิ่นหอมเตะจมูกสมาชิกทุกคนที่อยู่หน้าเตา (แนะนำว่าต้องทานข้าวให้อิ่มก่อน ไม่อย่างนั้นจะหิวมาก เพราะกลิ่นข้าวตังที่ผัดเสร็จจากเตานั้นหอมมาก ชวนให้กระเพาะอาหารส่งเสียงคำราม!)

วันวานที่ข้าวตังยังหวานอยู่

พินลาออกจากงานประจำมาสานต่อกิจการข้าวตัง เพราะสิ่งนี้มีความหมายกับเธอ

“เราเชื่อว่าความอร่อยแบบไทย ๆ อยู่ร่วมกับความทันสมัยของโลกปัจจุบันได้ และเราอยากให้แบรนด์นี้เป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นพ่อแม่กับคนรุ่นลูก ผ่านอาหารที่อร่อยและมีความหมาย”

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน รูปแบบการทำธุรกิจก็เปลี่ยน อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดและช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี คือการวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและช่องทางออนไลน์ รวมถึงผลิตเนื้อหาในรูปแบบวิดีโอสั้น และ Stop Motion เผยแพร่ผ่านทาง Facebook, Instagram, TikTok ของมยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง

นอกจากสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ในหลากหลายช่องทาง ยังได้ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วย

ซึ่ง มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง เพิ่งรีแบรนด์และพัฒนาสินค้าของแบรนด์ให้ร่วมสมัยในทุกด้าน

ด้านผลิตภัณฑ์ ข้าวตังทุกกระปุกไม่ใส่ผงชูรสและสารกันบูด (เก็บได้นานถึง 2 เดือน) พินตั้งใจจะเพิ่มรสชาติสำหรับคนรุ่นใหม่และสายสุขภาพ เช่น แบบปราศจากน้ำตาล แบบวีแกน และนำภาพวาดคุณยายสมสมรสมัยสาว ๆ ซึ่งคุณตาวาดให้ด้วยความรักมาเป็นฉลากติดบรรจุภัณฑ์

ด้านสถานที่ พินอยากให้หน้าร้านแห่งนี้เป็นเหมือนบ้านให้ผู้คนแวะเวียนมาซื้อ ชิม สัมผัสบรรยากาศ หรือพูดคุยติชม อนาคตอาจมีเวิร์กช็อปหรือกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ ที่นี่

ด้านการบริการลูกค้า พินเข้าใจว่าสิทธิประโยชน์และโปรโมชันต่าง ๆ ที่ลูกค้าจะได้รับมีผลกับการซื้อซ้ำ จึงมีระบบสะสมแต้ม และออกแบบของขวัญตามเทศกาล เช่น ถุงผ้าลายปลายข้าวที่หน้าตาคล้ายพลุเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ ต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยการโลโก้คุณยาย-คุณตาแสนหวาน กระเป๋าผ้าลายปฏิทินจีนในเทศกาลตรุษจีน ถุงผ้ากันน้ำสีสันสดใสมอบความสดชื่นช่วงสงกรานต์ พินว่าลูกค้าชื่นชอบจนมีบางท่านกลับมาถามหาว่ายังมีกระเป๋าลายพิเศษบ้างไหม บางลายหมดแล้วหมดเลย ไม่ผลิตเพิ่ม

“เราอยากเปลี่ยนภาพจำที่คนมองข้าวตังล้าสมัย ให้เขารู้ว่ามันอร่อยและมีเรื่องราวขนาดไหน”

เต็มไปด้วยความรัก

แม้ มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง จะมีลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น แต่พินยังยึดมั่นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการรักษากลุ่มลูกค้าเดิม นั่นคือคนที่รักในรสชาติและสนับสนุนกันมานาน

“เคยมีครั้งหนึ่ง หลานสาวมาสั่งซื้อข้าวตังไปเยี่ยมไข้คุณตาซึ่งป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล คุณตาไม่ยอมทานอะไรมาหลายมื้อ แต่อยากทานข้าวตัง ซึ่งหลานสาวที่ซื้อไปดีใจมากที่คุณตายอมทาน เราได้รับข้อความแล้วซึ้งใจและขอบคุณมาก ๆ ดีใจที่ข้าวตังของเรามีคุณค่าและมีความหมายกับใครบางคน นี่คือหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราเลือกสานต่อ ไม่ให้ธุรกิจนี้หายไปและต้องรักษาคุณภาพให้ดีดังเดิม”

นอกจากข้อความอบอุ่นของลูกค้าจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ยังมีพนักงานที่ทำข้าวตังด้วยใจรัก เป็นหนึ่งแรงสนับสนุนที่ขาดไม่ได้ พวกเขาคือทีมพ่อครัวแม่ครัวที่อยู่หน้าเตาทำข้าวตังทุกวันมาตั้งแต่สมัยคุณยาย บางคนทำตั้งแต่อายุ 14 จน 60 รับรองฝีมือและความชำนาญ พินว่าทุกคนคือครอบครัว

ที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวของพิน เป็นทั้งกำลังใจและกำลังทัพสำคัญที่ทำให้ มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง อยู่มาจนถึงวันนี้และเดินหน้าไปต่อ พินดูภาพรวมของแบรนด์-โรงงาน และด้านครีเอทีฟ มีคุณพ่อให้คำปรึกษาเรื่องการทำธุรกิจ คุณแม่ช่วยดูเรื่องการตลาด น้องชายช่วยจัดการเรื่องข้อมูลและสถิติ

“คุณยายกับคุณแม่คือผู้หญิง 2 คนที่เก่งมาก ๆ เราเห็นทุกความพยายามและความแข็งแกร่งของพวกเขามาทั้งชีวิต เลยอยากต่อยอดสิ่งที่คุณยายกับคุณแม่ทำไว้ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น แต่เราไม่ได้เข้ามาเปลี่ยน ยิ่งเรื่องรสชาติ เราทำเหมือนเดิม สูตรเดิม ทุกอย่างที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่รักษาไว้”

พินเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณยายกับคุณแม่ทำมาตลอด และเธอจะสานต่อไม่ให้คุณค่านี้หายไป

“สำหรับเรา การรีแบรนด์ในครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยน แต่เป็นการเล่าเรื่องเดิมในมุมมองใหม่ เพื่อให้คนรุ่นหลังตกหลุมรัก เหมือนที่คนรุ่นก่อนเคยตกหลุมรัก มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง มาแล้ว” พินปิดท้าย

มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์

นักศึกษาเอกญี่ปุ่นจากมหาสารคาม สนใจภาพถ่าย ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเสียงเพลง อยากมีเงินไปมิวสิกเฟสติวัลเยอะๆ