19 เมษายน 2025
857

ห้องเล็ก ๆ ที่ใช้ไม้กระดานตีขึ้นมาอย่างเรียบง่ายวางตัวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่เชียงใหม่แห่งนี้ ดึงความสนใจของเราตั้งแต่แรกเห็น จากธงทิวสีสันสดใสและลวดลายแปลกตาที่แขวนตกแต่งอยู่โดยรอบ สิ่งของส่วนใหญ่ที่วางขายภายในร้านเป็นของที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนในเชียงใหม่ ยิ่งทำให้ร้านแห่งนี้น่าสนใจ และเชื้อเชิญให้เราเดินเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ พูดคุยกับเจ้าของร้าน และนำเรื่องราวมาแบ่งปันให้ทุกคน

ร้านแห่งนี้มีชื่อว่า ‘Golden Land Solidarity Collective’ เป็นร้านที่รวบรวมงานคราฟต์ งานศิลปะ จากศิลปินชาวพม่า และสินค้าไทย ๆ มาวางขาย ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งของร้านจะนำไปช่วยสนับสนุนองค์กรที่ช่วยเหลือความเป็นอยู่ของผู้คนพม่าท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ รวมถึงช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในพม่าเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นของร้านแห่งนี้เกิดขึ้นจากความรักในประเทศพม่าของหญิงสาวชาวอเมริกาชื่อ บี

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เธอรู้จักและได้เดินทางไปสัมผัสประเทศพม่าเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นบีก็เดินทางย้ายมาอยู่ที่พม่ากับสามีซึ่งมาทำงานที่พม่าอยู่ก่อนแล้ว เขาและเธอตัดสินใจเช่าบ้าน สร้างครอบครัว และมีลูกด้วยกันที่นั่น ตลอดระยะเวลา 5 ปีในพม่า บีเล่าให้ฟังว่า เธอไม่เคยรู้สึกว่าคิดผิดเลยที่ตัดสินใจบินข้ามมหาสมุทรมาสร้างชีวิตและครอบครัวที่นี่ เธอหลงรักผู้คนและประเทศนี้เป็นอย่างมาก

“ฉันรักนิสัยของคนพม่ามาก ๆ ทุกคนมีความห่วงใยต่อกัน ช่วยดูแล ช่วยระวังให้กันและกัน ตอนฉันอยู่ย่างกุ้ง ผู้คนส่วนใหญ่มักออกมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมนอกบ้านตลอดเวลา ทำให้ตอนกลางคืนที่พม่ามีความปลอดภัย ไม่น่ากลัว เพราะผู้คนคอยช่วยสอดส่องระมัดระวังให้กันอยู่เสมอ ผู้คนที่นั่นน่ารักมาก ๆ แม้ว่าฉันและครอบครัวจะเป็นชาวต่างชาติ พวกเขาก็คอยช่วยเหลือดูแลเช่นเดียวกัน”

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่อยู่ที่นั่น คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของเธอ และด้วยความรักที่มีต่อผู้คนพม่า ทำให้เธอมีความคิดที่จะก่อตั้งโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้คนและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพม่าให้กับผู้คนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดีและความคิดนี้ของเธอก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหารโดยกองทัพพม่า

“ตอนเกิดเหตุการณ์นั้น ฉันตัดสินใจเลือกสนับสนุนประชาชน และเป็นเหตุผลให้ฉันจำเป็นต้องทิ้งบ้าน ทิ้งทุกอย่างที่ครอบครัวเรามี และหลบภัยย้ายมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

“ฉันเลือกเชียงใหม่ เพราะชอบบรรยากาศและผู้คน คนเชียงใหม่ใจดี ใจกว้าง พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ มีผู้คนหลากหลายมาอยู่ร่วมกัน อีกอย่างคือมีเพื่อน ๆ ที่ทำงานช่วยเหลือความเป็นอยู่ของชาวพม่า และมีศิลปินชาวพม่าที่ลี้ภัยการเมืองมาอยู่ที่เชียงใหม่จำนวนมาก 

“ตอนมาอยู่เชียงใหม่ ฉันพบว่าหลายคนที่อพยพมาต่างก็ติดอยู่ในเซฟเฮาส์โดยไม่มีงานทำ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตมาก ทุกคนต้องการวิธีหารายได้ ฉันจึงพยายามติดต่อไปยังคนที่มีความสามารถด้านงานฝีมือต่าง ๆ ขอให้พวกเขาผลิตผลงานที่พวกเขาถนัด และฉันจะรวบรวมนำมาขาย นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันเกิดความคิดที่จะทำ Golden Land Solidarity Collective ขึ้นมา เพื่อจะได้มีพื้นที่ในการช่วยขายของ และนำรายได้จากการขายสินค้าทุกชิ้นส่งกลับไปช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้”

บีใช้ชื่อ Golden Land Solidarity Collective เพราะเธอพยายามหาคำที่แทนผู้คนพม่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใดก็ตาม และไม่เลือกใช้ชื่อของแม่น้ำหรือภูเขาที่บ่งบอกถึงแค่บางพื้นที่ จนลงตัวกับคำว่า Golden Land ซึ่งเป็นอีกชื่อที่คนพม่าใช้เรียกแผ่นดินของพวกเขาเอง คนพม่าเรียกประเทศตนเองว่า ‘ดินแดนแห่งทองคำ’ ส่วนหนึ่งมาจากข้าว ยามต้นข้าวออกรวง จะย้อมทั้งทุ่งนาให้เป็นสีทอง และอีกหนึ่งเหตุผลคือสีทองเป็นสีของเจดีย์ชเวดากองซึ่งพวกเขานับถือ ชื่อนี้จึงมีความเหมาะสมที่สุดแล้ว

ส่วนคำว่า Solidarity หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่อยู่ในชื่อร้านมาจากการที่เธอตั้งใจให้ร้านแห่งนี้เป็นเหมือนสะพานเชื่อมผู้คนให้รู้จักกับพม่า และลดเรื่องการแบ่งแยก

“ไม่ว่าเราจะชนชาติอะไรหรืออยู่ตรงไหนบนโลก ทุกคนเป็นมนุษย์ไม่ต่างกัน แต่เรากลับแบ่งแยกกันด้วยพรมแดน ศาสนา สีผิว เชื้อชาติ ฉันอยากสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คน ให้ทุกคนเห็นว่าเราต่างเป็นเพื่อนกัน ยอมรับกันและกัน อยู่ร่วมกัน ดูแลกันและกัน เพราะเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน”

ของทุกชิ้นที่เธอเลือกมาวางภายในร้าน นอกจากสวยงามและใช้งานได้จริงแล้ว ยังบอกเล่าเรื่องราวของพม่าในแง่มุมต่าง ๆ เช่น วัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง

ของชิ้นแรกที่เราสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น คือธงทิวสีสันสดใสที่แขวนตกแต่งอยู่รอบ ๆ ร้าน บีเล่าให้ฟังว่า เธอได้แรงบันดาลใจในการทำธงทิวนี้มาจากเหตุการณ์หนึ่งในพม่า มีกลุ่มผู้หญิงพม่านำโสร่งหรือผ้านุ่งที่ตนเองสวมใส่มาผูกกับเชือก แล้วนำมาขึงพาดไว้เหนือหัว เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเดินลอดเข้ามาทำร้ายพวกเธอและคนที่รัก เพราะผู้ชายพม่ามีความเชื่อคล้ายคลึงกับไทยว่า หากลอดโสร่งของผู้หญิงจะทำให้ของเสื่อม นั่นจึงอธิบายลวดลายแปลกตาบนธงที่เราเห็นว่า ที่แท้ก็คือลวดลายโสร่งพม่านี่เอง 

หลังจากอธิบายที่มาของธงทิว บีเดินไปหยิบเสื้อยืดมาหนึ่งตัว เธอว่าอยากแนะนำ

“ที่ร้านของเรามีเสื้อยืด สติกเกอร์ โปสต์การ์ดที่พิมพ์ลายคำว่า မိးလာလား (มีลาร์ลาร์) แปลว่า ไฟมาหรือยัง เนื่องจากการบริหารพลังงานที่ย่ำแย่ของรัฐบาลทหาร ทำให้ไฟฟ้าดับค่อนข้างบ่อย ผู้คนที่นั่นจึงพูดประโยคนี้กันเกือบตลอด อีกเหตุผลคือ ฉันไม่อยากใช้คำว่า မင်္ဂလာပါ (มิงกาลาบา) แปลว่า สวัสดี ในภาษาพม่า ความเป็นจริงแล้วแทบไม่มีชาวพม่าคนไหนใช้คำนี้ทักทายกัน เขาจะทักทายกันด้วยประโยคว่า กินข้าวหรือยัง จะไปไหน วันนี้ข้างนอกร้อนนะ มากกว่า

“ด้วยเหตุนี้เราเลยมีเสื้อและสินค้าอีกลายที่ฉันออกแบบร่วมกับศิลปินไทย เพื่อนำเสนอประโยค စားပြီးပြီလား (ซาห์ปีเปออาร์) มีความหมายว่า ‘กินข้าวหรือยัง’ มีตัวอักษรไทย พม่า อังกฤษ ล่าสุดเพิ่มไต้หวันเข้าไปด้วย เหตุผลที่เป็นประโยคนี้ เพราะเป็นประโยคที่คนพม่า คนไทย และคนในอาเซียนใช้ทักทายกันจริง ๆ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่มีความเอื้ออาทรต่อกัน แสดงให้เห็นว่าวิถีชีวิตของผู้คนแถบนี้มีความคล้ายคลึงกัน พวกเราต่างเป็นพี่น้องกัน อย่าเอาความอคติบางอย่างมาแบ่งแยก”

เธอเดินไปหยิบตุ๊กตาผ้าที่สวมใส่เสื้อพื้นเมืองชาวพม่า พลางเล่าว่า นี่เป็นงานฝีมือของกลุ่มผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในพม่า หากสังเกต ตุ๊กตาไม่ได้มีผิวสีขาวเหมือนคนชาติตะวันตกที่เราคุ้นตา นั่นเพราะเพื่อสนับสนุนความหลากหลายและนำเสนออัตลักษณ์ของผู้คนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถัดมาเธอหยิบผ้าขนหนูที่เธอออกแบบลายเองมาแนะนำ ผ้าทำมาจากผ้าฝ้ายที่ปลูกบริเวณทะเลสาบอินเลในรัฐฉาน เป็นฝ้ายที่มีคุณสมบัติพิเศษ แห้งไวและไม่เป็นเชื้อรา เธอต้องการนำเสนอของดีในพม่าที่คนยังไม่รู้จัก และแทนที่จะนำผ้าไปทำเป็นกระเป๋าซึ่งมีราคาสูงและคนซื้อได้จำนวนจำกัด ก็ทำเป็นผ้าขนหนูที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายและตั้งราคาให้คนทั่วไปเข้าถึงง่าย

ชิ้นถัดมาเป็นถุงเท้าแบรนด์ Keep Moving On ผลิตโดยผู้ที่สูญเสียขาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในพม่า รายได้ส่วนหนึ่งนำไปช่วยเหลือผู้คนที่พิการจากความขัดแย้ง รวมถึงช่วยสื่อสารให้คนตระหนักถึงความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในขณะนี้ 

ระหว่างที่เธอกำลังง่วนกับการหาของ เราเหลือบไปเห็นรูปปั้นนกฮูกสีสดใสบนหน้าต่างร้าน และเป็นหนึ่งในของที่เธอนำมาขายเช่นกัน เธออธิบายให้ฟังว่านี่เป็นนกฮูก (Zee Gwat) ที่เชื่อกันว่าหากนำมาวางประดับไว้ จะช่วยให้เจ้าของมีโชคลาภ นิยมวางเป็นคู่

ชิ้นสุดท้ายเธอเลือกภาพวาดของศิลปินพม่าที่เป็นโปลิโอ เขาใช้มือและแขนวาดรูปไม่ได้ จึงใช้เท้าจับพู่กันระบายภาพนี้ขึ้นมา ตอนเธออยู่พม่า เธอเห็นเขานั่งรถบัสวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อเดินทางเอาผลงานไปขายนักท่องเที่ยว 

ศิลปินคนนี้เคยเล่าให้เธอฟังว่า เขามีความฝันที่สักวันอยากมีนิทรรศการจัดแสดงผลงานของตัวเอง เธอจึงนำภาพวาดของเขามาขายที่ร้าน เพื่อหวังว่าจะมีคนมาเห็นแล้วชื่นชอบ และสักวันเธอจะช่วยทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง โดยเธอกำลังพยายามหาวิธีการและสถานที่จัดแสดงงานอยู่ (ถ้าคุณที่กำลังอ่านบทความนี้อยากเป็นส่วนหนึ่งของความฝัน พูดคุยกับเธอได้นะ)

นอกจากสินค้าจากพม่าที่เธอเลือกหยิบมาแนะนำ ภายในร้าน Golden Land Solidarity Collective ยังมีสินค้าอีกมาก ไม่ว่าจะโปสต์การ์ด หนังสือ โปสเตอร์ สบู่ รวมถึงสินค้าแบรนด์ไทยที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเธอตั้งใจช่วยสนับสนุน โดยรายได้จากการขายสินค้าทุกชิ้นจะนำไปช่วยเหลือคนพม่าเช่นเดียวกัน

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่มีจุดศูนย์กลางเกิดขึ้นในพม่า ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต บาดเจ็บ หลายคนต้องสูญเสียบ้าน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีอาหาร และซ้ำร้ายเข้าไปอีกเมื่อพวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ความช่วยเหลือเข้าไปถึงได้ยาก ช่วงนี้ Golden Land Solidarity Collective จึงนำรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยแผ่นดินไหวด้วยเช่นกัน

สินค้าทุกชิ้นภายในร้าน Golden Land Solidarity Collective จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากช่วยเหลือ-สนับสนุนชาวพม่า และถ้าอยากเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม หรือภูมิปัญญาของประเทศเพื่อนบ้าน เราว่าเรื่องราวของสินค้าภายในร้านจะยิ่งช่วยให้ระยะห่างของเราใกล้กันยิ่งขึ้น

ถ้าสะดวกเดินทาง แวะมาพูดคุยกันได้ที่เชียงใหม่ ร้านตั้งอยู่ใน The Loft Cafe

ถ้าไม่สะดวกเดินทาง สนับสนุนชิ้นงานต่าง ๆ ผ่าน www.goldenlandsolidarity.com ได้นะ 

Golden Land Solidarity Collective

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

ภูพิงค์ ตันเกษม

ชีวิตผม ชอบการเดินทาง ชอบทำอาหาร และรักการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย