เช้าตรู่กลางเมือง สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์แน่นขนัด ผู้คนหลากชาติหลายช่วงวัยเดินกันขวักไขว่ด้วยจุดหมายต่างกัน บ้างมุ่งตรงเข้าตึกสำนักงานใกล้เคียง บ้างยืนออกันรอห้างหรูเปิดประตูรับลูกค้า
ที่หมายของเราวันนี้อยู่บนชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม เราก้าวขึ้นจากบันไดเลื่อน เดินทะลุโซนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปเกินครึ่งชั้นก่อนจะพบว่าผิดทาง จึงต้องย้อนกลับมาบริเวณหน้าลิฟต์
ตอนเรามาเยือนเอ็มโพเรียมครั้งก่อน ประตูข้างลิฟต์นี้ยังเป็นเพียงทางออกไปสู่ลานจอดรถ ทั้งเรียบและไม่น่าจดจำนัก แต่บัดนี้กลับเปลี่ยนรูปจนจำไม่ได้ กลายเป็นช่องผนังไม้พื้นอิฐเทาสวยงามดึงดูดให้เดินเข้าไป พร้อมป้ายฟอนต์ลายมือน่ารักเขียนบอกว่า – FRIEND FRIEND เปิดแล้วนะ
เมื่อเดินพ้นช่องประตูไปถึงตัวร้าน เหมือนทะลุมาอีกมิติ แทบไม่เชื่อสายตาเลยว่านี่คืออาคารเดียวกัน ตัวห้างหลักแม้สว่างไสว สะอาดสะอ้าน แต่เป็นแสงขาว ผนังขาว แน่นขนัดด้วยสินค้า ทว่า ‘FRIEND FRIEND’ ใช้ปูนเปลือยแต่ไม่เรียบ แสงอาทิตย์ส่องทะลุช่องหน้าต่างผสมกับแสงไฟสีอุ่นให้ความสว่างแต่พอดี พื้นที่เรียงรายด้วยร้านรวง-สินค้าหลากชนิด ดูไปแล้วคล้ายคาเฟ่แต่งสวยอยู่ไม่น้อย


แต่ความจริง FRIEND FRIEND คือ Life-friendly Store ที่เพิ่งเปิดได้เดือนเศษ สร้างบนอดีตพื้นที่จอดรถชั้น 3 ของเอ็มโพเรียม ด้วยแนวคิดที่อยากหยิบยื่นความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ผู้มาเยือนทุกคน
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นว่าร้าน ‘เพื่อน ๆ’ นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ดียังไง และเหมาะกับใคร เราจึงชวน ช้าง-สุชาดา เพียรพิริยะ และ แพท-วรพันธ์ สินาคม Co-project Director ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของ FRIEND FRIEND มานั่งลงที่เคาน์เตอร์ครัวตัวงามกลางร้านซึ่งทั้งคู่ปลุกปั้นขึ้นมา เพื่อฟังเรื่องราวว่ากว่าจะก่อร่างสร้างร้านสวยกลางที่จอดรถแห่งนี้สำเร็จ ทั้งสองและทีมงานทุกคนผ่านอะไรมาบ้าง


ร้านขายความสัมพันธ์
เท้าความว่าเดิมทีช้างกับแพททำงานอยู่ในสายการตลาดของ The Mall Group (ตอนนี้ก็ยังทำอยู่) ดูแลเรื่องอีเวนต์และโปรเจกต์ต่าง ๆ มาเกือบ 2 ทศวรรษ เมื่อราว 5 ปีก่อนพวกเขาได้โจทย์ตั้งต้นเรื่องการทำ Life-friendly Store ร้านที่เป็นมิตร เข้าถึงลูกค้า และเข้าไปมีส่วนร่วมกับชีวิตของผู้คนได้จริง
โจทย์นี้ดูเรียบง่ายแต่ตอบและทำจริงยาก ทีแรกก็มีหลายความคิดน่าสนใจ แต่ยังไม่เจอไอเดียที่ใช่สุด จนทั้งทีมไปสะดุดกับ TED Talks ตอนหนึ่งเข้าอย่างจัง เล่าเรื่องการสัมภาษณ์คนหนุ่มสาวหลายรุ่นตั้งแต่ทศวรรษ 1930 ด้วยคำถามเดียวว่า “ความสุขในชีวิตคืออะไร” คำตอบที่ได้ไม่ใช่เรื่องเงินทอง ชื่อเสียง หรือสุขภาพ แต่เป็น ‘ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว’ แม้ผ่านมาเกือบร้อยปี แต่คำตอบนี้ยังจีรัง
ฉับพลันทุกอย่างเริ่มลงตัว แนวคิด ‘Life Friendly’ เวลานี้แปลความถึงการที่ร้าน ‘มอบความสัมพันธ์ที่ดี’ หรืออย่างน้อยก็มอบ ‘สิ่งตั้งต้นความสัมพันธ์’ ให้ลูกค้าได้ เพราะเมื่อให้ความสัมพันธ์ที่ดีก็ย่อมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนไม่ยาก เมื่อไอเดียชัด แผนงานก็คืบหน้าขึ้นเป็นระยะ ทีมงานเริ่มตามหาสินค้าตรงใจและชักชวนเพื่อนร่วมคิดที่จะมาเปิดร้าน จากโจทย์ยากเมื่อ 5 ปีก่อน บัดนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างให้เห็น
สาเหตุว่าทำไมจึงเลือกลานจอดรถเป็นที่ตั้งร้านนั้นเรียบง่ายกว่าที่คิด แม้ไอเดียชัดแต่ความที่ร้านค้าปลีก (Retail Store) ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับแพท ช้าง และทีมงานที่ทำโปรเจกต์การตลาดระยะสั้นมาตลอด พวกเขาจึงไม่กล้าใช้พื้นที่ของห้างเต็มรูปแบบ แต่ขอเขยิบมาหยิบชั้น 3 ของอาคารจอดรถ ซึ่งเปิดกว้างและยืดหยุ่นเรื่องไอเดียกว่า ผนวกกับแพทถูกใจช่องแสงธรรมชาติและวิวอุทยานเบญจสิริของที่นี่เป็นทุนเดิม ทำให้อดีตชั้น 3 ของอาคารจอดรถนี้แปรสภาพใหม่จนออกมาเป็น FRIEND FRIEND อย่างที่เห็น
ซึ่งพอถามต่อว่าคิดว่าการตัดสินใจนี้ถูกแล้วหรือไม่ เพราะการรีโนเวตนี้ก็เป็นต้นทุนไม่น้อยเทียบกับการใช้พื้นที่ตัวห้างหลัก ทั้งสองเหลือบมองกันแวบหนึ่งก่อนตอบยิ้ม ๆ ว่า “ถูกแล้วแน่นอน”


พ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่
สิ่งหนึ่งที่สงสัยมาสักพักว่าสรุปแล้ว FRIEND FRIEND เป็นร้านสำหรับใครกันแน่ แพทให้ความกระจ่างกับเราว่า “FRIEND FRIEND นิยามตัวเองว่าเป็นร้านสำหรับแม่บ้านสมัยใหม่ที่ใส่ใจคุณภาพการกิน การอยู่ และการใช้ชีวิต อย่างที่บอกตอนต้นว่าอยากให้ร้านนี้ขายความสัมพันธ์และชีวิตที่ดีแก่ลูกค้า”
ซึ่งไอเดียนี้ก็สะท้อนออกมาให้เห็นในทุกมุมของร้าน ตั้งแต่ชื่อ
“ชื่อ FRIEND FRIEND มาจากความชื่นชอบของหัวหน้าเรา เดิมทีเรามีชื่ออื่น แต่ที่เลือก FRIEND FRIEND ก็ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ทุกอย่างง่าย สบาย โดยมองลูกค้าเป็นเหมือนเพื่อน ให้ความจริงใจกับเขา ใช้เวลากับเขา อยากแนะนำสินค้าให้ลูกค้าเหมือนเพื่อนที่ดี” ช้างอธิบายเสริม
เช่นเดียวกับการออกแบบตกแต่ง ถึงแม้จะไม่ได้ชาญเชี่ยวงานออกแบบโดยตรง แต่ภาพในหัวที่ชัดเจนทำให้แพทและช้างรู้ดีว่าต้องการให้ในร้านเพื่อน ๆ นี้มีอะไรบ้างและหน้าตาออกมาอย่างไร


“ตอนคุยกับสถาปนิกเราร้องขอแค่ 3 สิ่งหลัก ๆ หนึ่ง อยากมีให้แสงธรรมชาติเข้ามาในร้านให้มากที่สุด สอง มีต้นไม้และพื้นที่ผ่อนคลายให้ผู้มาเยือนได้ใช้พักผ่อนหย่อนใจ สาม เราต้องการเปลี่ยนประสบการณ์การซื้อของใช้จำเป็นของแม่บ้าน จากปกติเวลาเดินห้างต้องรีบมา รีบเดิน รีบซื้อ รีบกลับ ให้กลายเป็นการเลือกซื้อที่ผ่อนคลาย ไม่เร่งเร้า” สองหัวเรือใหญ่อธิบาย “ด้วยความที่เราคลุกคลีกับเบื้องหลังการทำห้างมาตลอด เราอยากให้บรรยากาศร้านนี้แตกต่างออกไปจากงานที่ทำประจำ เหมือนทะลุมาอีกมิติที่ลูกค้าได้ผ่อนจังหวะแต่ละก้าวให้ช้าลงและใช้เวลากับเรื่องตรงหน้ามากขึ้น”
พอลองเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมในสถานที่จริง เราก็รู้สึกถึงทั้ง 3 ข้อที่ว่าได้ชัดเจนมาก มากเสียจนไม่รู้จะเอ่ยปากชมนักออกแบบที่ทำงานตรงโจทย์หรือผู้ให้โจทย์อย่างแพทและช้างที่รู้ใจลูกค้าดี


สินค้าแด่เพื่อน
สิ่งสำคัญที่สุดของร้านค้าคงหนีไม่พ้นสินค้า สินค้าคือหน้าตา คือหน้าต่างร้าง คือสิ่งที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับแรกก่อนก้าวเท้าเข้าร้าน ในโลกที่ร้านรวงแย่งชิงส่วนแบ่งลูกค้าในตลาด การสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้คนจดจำสินค้าของตนนับเป็นเรื่องยาก ยิ่งกับร้านของแต่งและอุปกรณ์ทำงานบ้านยิ่งแล้วใหญ่
FRIEND FRIEND ไม่ใช่ร้านเพื่อคนรักงานบ้านที่ครบครันสุด หรูหราสุด หรือใหญ่โตที่สุด แต่ช้างกับแพทบอกว่าเขามั่นใจในสินค้าของร้านมาก เพราะนอกจากเป็นของดีแล้ว ยังมีเกณฑ์การคัดเลือกสินค้าอย่างใส่ใจ ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ Clean ต้องเป็นสินค้าที่ดีต่อเรา ดีต่อโลก ส่งผลเสียน้อยที่สุด Care ต้องเป็นสินค้าที่ทำด้วยความใส่ใจ และ Current ต้องเป็นสินค้าที่เข้ากับชีวิตปัจจุบัน ใช้งานได้ดี


โดยแบ่งร้านรวงภายในพื้นที่เป็น 3 หมวดตามความต้องการพื้นฐานของคนรักงานบ้าน
หนึ่ง การกิน มีร้านชูโรงคือ Colorama ร้านอาหารที่เน้นวัตถุดิบจากพืชผัก ไฟเบอร์ ถั่ว และโปรตีนที่จำกัดเฉพาะเนื้อขาว เช่น ปลาเนื้อขาว กุ้ง และแซลมอน ออกแบบเมนูจากสีสันของพืชผักในธรรมชาติ เพราะอยากสร้างอาหารสุขภาพที่ดีและอร่อย ให้การกินอาหารดีมีประโยชน์ไม่น่าเบื่อ โดยมี เชฟ Jennifer Evans จากร้าน Birdies Bangkok มาร่วมรังสรรค์เมนู และมีโซน Grocery ที่จำหน่ายวัตถุดิบบางส่วนซึ่งใช้จริงในโลล่า เผื่อใครที่ติดใจอาหารแล้วอยากลงมือทำเองก็มาเลือกซื้อกลับไปลับฝีมือที่บ้านได้ทันที
ต่อด้วย Tyler Juice Directory ร้านน้ำปั่นและสมูทตีที่เน้นวัตถุดิบจากผัก ผลไม้ และซูเปอร์ฟู้ดเพราะเชื่อว่า หากลูกค้าดื่ม Tyler Juice Directory นอกจากจะมีสุขภาพดีแล้ว ยังต้องมีความสุขด้วย


ปิดท้ายหมวดการกิน (และดื่ม) ที่ SAUCE COFFEE บาร์กาแฟดริปที่อยากพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกาแฟให้ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมใช้วัตถุดิบในประเทศเพื่อส่งต่อรายได้ให้เกษตรกรโดยตรง จึงเป็นร้านกาแฟเจ้าแรกที่ FRIEND FRIEND เชิญมาส่งต่อความเป็นมิตรในร้าน

สอง การอยู่ มีจุดขายคือ Kitchenware และ Tableware เน้นอุปกรณ์เครื่องครัวและภาชนะบนโต๊ะอาหารที่ผ่านกระบวนการทำอย่างใส่ใจ มาคู่กับโซนอุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ที่มีสินค้าสำหรับช่วยทำความสะอาดบ้านแทบทุกรูปแบบ ตั้งแต่โต๊ะ ตู้ เตียง ผนัง พื้น เพดาน จาน ชาม ช้อน มีครบหมด
เสริมทัพด้วยพื้นที่จัดเวิร์กช็อปขนาดย่อม ในอนาคตจะมีการสอนองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคนรักงานบ้าน เช่น สอนทำอาหารหรือวิธีผสมน้ำยาทำความสะอาดจากธรรมชาติ


สาม การใช้ชีวิต ครอบคลุมทุกมิติทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต เริ่มตั้งแต่มุมสกินแคร์และบริการที่ตอบตามความต้องการของคนรักงานบ้านในหลายมิติ ทั้งซักรีด บริการซ่อมเสื้อผ้า หรืออาบน้ำสุนัข


นอกจากร้านรวงข้างต้น สินค้าหลายชิ้นยังเป็นสินค้าที่ทั้งคู่ชอบ ประทับใจ และใช้งานจริงอยู่แล้วถึงเลือกมาขายในร้าน ดังนั้น หายห่วงเรื่องคุณภาพ แค่พูดปากเปล่าอาจยังไม่น่าเชื่อถือ เราเลยให้แพทกับช้างลองเล่าถึงสินค้าโปรดของทั้งคู่มาคนละชิ้น ซึ่งคำตอบที่ได้ก็ถูกใจเราเสียด้วย
สินค้าที่ช้างเลือกคือ ‘หม้อดินโดนาเบะ (Donabe Pot)’ จากจังหวัดอิกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นหม้อโปรดที่เจ้าตัวเคยรู้จักและใช้มาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด หม้อทำจากดินเหนียวเผาอย่างดี ด้วยเทคนิคที่สืบทอดสู่รุ่นมากว่า 180 ปี แต่ละใบมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
หม้อนี้เร่งไฟไม่ได้ การปรุงอาหารจึงใช้เวลานาน ทว่าในสายตาช้างเรื่องนี้กลับเป็นข้อดี แม้หม้อร้อนช้าแต่เก็บอุณหภูมิได้สม่ำเสมอ รักษาความร้อนของอาหารได้นาน ที่สำคัญ หม้อนี้ทำให้การปันช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารร่วมกันกับคนใกล้ชิดมีความหมายมากขึ้น เพราะเมื่อรีบร้อนไม่ได้ การรับประทานอาหารก็ผ่อนจังหวะลง คนร่วมโต๊ะไม่ได้มุ่งไปที่อนาคต แต่หันมามองคนรอบข้างในปัจจุบันมากขึ้น เรียกว่าเป็นสินค้าที่ตรงกับแนวคิด ‘Life-friendly Store’ ของร้านที่สุดชิ้นหนึ่งเลย


ในขณะที่แพทเลือก ‘แปรงทำความสะอาด Redecker’ จากเยอรมนี เป็นอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีอยู่ในบ้านแล้วทำให้มีความสุข ความเจ๋งคือแบรนด์นี้ทำแปรงมาแล้ว 3 ชั่วคน มีแปรงสำหรับแทบทุกเรื่อง ทุกความต้องการในชีวิต แพทประทับใจแปรงทำความสะอาดผืนมูลี่เป็นพิเศษ เพราะมูลี่เป็นสิ่งที่มีแทบทุกครัวเรือน แต่น้อยบ้านจะมีอุปกรณ์เพื่อทำความสะอาดจริงจัง แปรงทำจากไม้และขนม้า ทนทาน ใช้งานได้ดี และดูสวยงามแม้เมื่อแขวนไว้ไม่ได้ใช้ จึงถูกใจทั้งคนเลือกมาขายและผู้มาเยือนอีกหลายราย


ส่วนสินค้าชิ้นที่ 3 อาจไม่ใช่ชิ้นที่แพท ช้าง หรือทีมงานคนไหนโปรดปรานเป็นพิเศษ แต่พอฟังที่มาของสินค้า เราก็อดไม่ได้ที่จะเอามาเล่าให้ผู้อ่านรู้จักด้วย ซึ่งของที่ว่าคือ ‘ดอกไม้’
ช้างกับแพทตั้งใจจะขายดอกไม้ในร้านแต่แรกแล้ว เพราะคะเนว่าลูกค้าน่าจะสนใจและไปกันได้กับของแต่งบ้านที่มี ทว่าสมาชิกในทีมคนหนึ่งซึ่งคลุกคลีกับธุรกิจจัดดอกไม้บอกว่า ดอกไม้โดยมากนั้นชุบสารเคมีเพื่อคงความสดให้ยาวนาน ซึ่งขัดกับแนวคิดหลักของร้าน แทนที่จะถอดใจ พวกเขากลับติดต่อฟาร์มดอกไม้หลายแห่งทั่วประเทศเพื่อสั่งปลูกดอกไม้ชุดใหม่โดยไม่ชุบหรือใช้สารเคมี แล้วนำมาเทียบวัดคุณภาพ การคงสภาพ จนได้เจ้าที่ถูกใจใช้จริง บรรจุขายในขวดไวน์รีไซเคิลอย่างที่เป็นในที่สุด
สินค้าที่นี่จึงเป็นของดีที่คนในทีมรักจริง ใช้จริง และอยากแบ่งปันให้ลูกค้าได้รู้จักจริง ๆ


ปัจจุบันของเพื่อน
5 ปีจากวันจุดประกายความคิด
ราว 3 ปีตั้งแต่เริ่มลงมือปลุกปั้น
4 สัปดาห์นิด ๆ ที่เปิดร้านเล็ก (Soft Opening)
3 บรรทัดบนคืออดีตที่ผ่านไปแล้วของร้านเพื่อคนรักงานบ้านบนลานจอดรถเอ็มโพเรียม
บางกิจการที่อยู่ในช่วงจังหวะเดียวกันอาจกำลังทุ่มเวลาโปรโมตให้คนรู้จักเพิ่มหรือนับถอยหลังจัดอีเวนต์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับแพท ช้าง และทีมงานเบื้องหลังของ FRIEND FRIEND สิ่งสำคัญที่สุดคงเป็นช่วงเวลา ณ ขณะนี้ เช่นเดียวกับแนวคิดอันเป็นหัวใจของร้าน
ดังนั้น เราจึงไม่อยากพาบทสนทนาไปไกลเกินกว่าปัจจุบัน
เราขอขมวดจบด้วยคำถามสุดท้ายว่า สิ่งที่แพทและช้างเรียนรู้จากการทำร้านนี้คืออะไร
“เราเรียนรู้ที่จะฟังกันและกัน แต่ละคนก็เหมาะจะตัดสินใจคนละเรื่อง สิ่งสำคัญคือทีมเวิร์ก ต้องจับมือกันให้มั่น ถ้าเหนื่อยก็พัก พักแล้วไปต่อ เรามีเป้าหมายร่วมกันว่าต้องไปให้ถึง สุดท้ายมันไปถึงจริง ๆ”


