ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ‘Fimue’ กลายเป็นร้านยอดฮิตที่สุดร้านหนึ่งในเชียงใหม่ที่เราเห็นประจำบนหน้าฟีด โดยมี ‘ทีรามิสุ’ ของร้านเป็นจุดเด่นตรงที่เดินมาตักเสิร์ฟถึงโต๊ะตามแบบฉบับอิตาเลียน บวกกับบรรยากาศในร้านที่สวยน่ารักจากการตกแต่งด้วยสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์วินเทจสไตล์ยุโรป ทำให้หลังจากเปิดร้านได้เพียงสัปดาห์ Fimue ก็ตกผู้คนบนโลกโซเชียลได้จำนวนมาก จนเกิดภาพผู้คนที่ตั้งใจมายืนรอต่อคิวเป็นแถวยาวเหยียดด้านหน้าร้าน
กระทั่งเชียงใหม่เข้าสู่ช่วง Low Season ลูกค้าเริ่มบางตา เราจึงได้มีช่วงเวลาเข้าไปทำความรู้จักกับ Fimue และนำเรื่องราวมาฝากผู้อ่าน
“พวกเราเพิ่งมีเวลาได้พักหายใจจากทีรามิสุกันไม่นานนี้เองครับ”

ซูอี้-ซูยัง คิม และ ท็อปแท็ป-กิตติคุณ เก่งกิจการ 2 ตัวแทนหุ้นส่วนร้านเปรยขึ้นหยอกล้อตัวเองหลังจากเปิดประตูต้อนรับเรา
“สารภาพตามตรงครับว่าพวกเราตั้งตัวกันไม่ทัน พวกเราไม่ได้คิดกันไว้ว่าทีรามิสุจะได้รับความนิยมเร็วและมากขนาดนี้ จนคนเรียกร้านเราว่าร้านทีรามิสุ พวกเราดีใจนะครับที่ทีรามิสุของทางร้านเป็นกระแสขึ้นมา เพราะมันช่วยทำให้คนรู้จักร้านเราเร็วมาก ๆ แต่ก็ทำให้คนเข้าใจว่าเราเป็นคาเฟ่ที่ขายทีรามิสุ ซึ่งเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งจากความตั้งใจที่เราสร้างร้านนี้ขึ้นมาเท่านั้น” ท็อปอธิบาย
“ชื่อร้าน Fimue หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นภาษาฝรั่งเศส ออกเสียงกันว่าฟิมูเอะ บางคนก็ฟิมัว ทำให้ร้านเราดูหรูหราขึ้นมาเลยครับ” ท็อปกล่าวพร้อมหัวเราะอารมณ์ดี “เป็นความตั้งใจของเราที่อยากจะหาคำที่มีเสียงเหมือนภาษาทางยุโรป แต่จริง ๆ มีความหมายเป็นไทยนะครับ นั่นคือคำว่า ฝีมือ (Fimue)”
เหตุผลที่พวกเขาเลือกใช้คำว่า ‘ฝีมือ’ มาตั้งเป็นชื่อร้าน ซูอี้ผู้เป็นคนเลือกชื่อนี้อธิบายให้ฟังว่า มาจากการประกอบกันของนิสัยของพวกเขาที่ทำงานด้านโปรดักชัน ด้านสื่อที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุ่มสุดฝีมือลงไปในสิ่งที่พวกเขาทำ และอีกเหตุผลมาจากความหลงใหลในงานฝีมือต่าง ๆ ของซูอี้ที่เห็นคุณค่าและเสน่ห์ของงานแฮนด์เมด ซึ่งเมื่อมีโอกาสเธอก็จะซื้อสะสมไว้จำนวนมาก มากจนพวกเขาตัดสินใจเปิดร้านขึ้นมาที่กรุงเทพฯ เพื่อขายของที่สะสมไว้ และรับงานโปรดักชันไปด้วย


กระทั่งต่อมา พอเกิดสถานการณ์โควิดประกอบกับความเหนื่อยล้าสะสมจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ทำให้พวกเขาเกิดความคิดที่อยากจะย้าย และตัดสินใจย้ายมาเชียงใหม่ในที่สุด
“มันไม่ใช่ว่ากรุงเทพฯ ไม่ดีนะคะ แต่แค่ไม่เหมาะกับเรา เราเคยมีโอกาสมาเที่ยวที่เชียงใหม่และหลงรักจังหวัดนี้มาก ๆ ถ้ามีโอกาสเราก็เลือกมาเที่ยวเชียงใหม่ตลอดเลย เราคิดว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่เหมาะสมกับศิลปิน เหมาะกับการทำงานความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ ผู้คนที่นี่ใจดี เป็นมิตร บรรยากาศสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ”
เชียงใหม่จึงเป็นคำตอบเดียวของพวกเขา
เมื่อได้ที่หมาย ขั้นตอนต่อมาก็คือเป้าหมายของร้านใหม่ในสถานที่ใหม่ที่พวกเขาจะทำขึ้นมา
“อย่างที่อธิบายเหตุผลของการตั้งชื่อร้านว่า Fimue (ฝีมือ) เลยครับ พวกเรานำสิ่งที่พวกเราหลงใหลและอยากทุ่มสุดฝีมือให้กับมันมาใส่รวมกันภายในร้านแห่งนี้” ท็อปอธิบายไอเดียของร้าน “หุ้นส่วนคนหนึ่งของเราหลงใหลเรื่องกาแฟมาก ๆ ไปตามหาเมล็ด ทดลองหาวิธีคั่ว หาสูตรกาแฟที่ลงตัว เรียกว่าเป็นเนิร์ดกาแฟได้เลย เราก็เลยมีส่วนของการขายกาแฟ แฟนของซูอี้รวมถึงตัวเราชื่นชอบด้านดนตรี ก็เลยมีบูทดีเจ งานวินเทจงานฝีมือต่าง ๆ ที่ซูอี้ชอบและสะสมไว้ รวมถึงงานที่ซูอี้ออกแบบ เราก็นำมาวางขายภายในร้าน


“ทีนี้พอร้านเกิดขึ้นจากความหลงใหลสิ่งต่าง ๆ เราเลยอยากให้ร้านนี้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนที่หลงใหลในสิ่งเดียวกับเรา ผู้คนที่ทำงานสร้างสรรค์ ได้มีพื้นที่พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนกัน นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เราไม่ได้จำกัดความร้าน Fimue ให้เป็นแค่คาเฟ่ เราเลยห้อยท้ายต่อจากชื่อร้านไว้ว่า coffee & music social club เป็นสิ่งที่เราตั้งใจอยากให้คนที่มาร้านได้สัมผัส”
“เราไม่ได้บอกว่าเป็นคาเฟ่ เพราะไม่อยากให้คนเข้าใจว่าเราขายแค่กาแฟอย่างเดียวค่ะ” ซูอี้เสริม “เราอยากให้เป็นพื้นที่ที่คนได้มาใช้เวลานั่งพูดคุยกัน กาแฟเป็นแค่ส่วนเสริม เราอยากทำบุ๊กคลับให้คนมาแบ่งปันหนังสือกันอ่าน แลกเปลี่ยนความคิด หรือถ้าร้านเราทำให้เกิดไอเดียความคิดสร้างสรรค์ได้ยิ่งดี มันเลยใช้คำว่า Social Club เป็นพื้นที่ให้คนได้มาใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางสิ่งของแฮนด์เมดและเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่เราคัดสรรมาวางให้ผู้คนได้มาสัมผัส มาลองใช้ ถ้าชอบหรือสนใจซื้ออันไหน เราก็ขายหมดเลยค่ะ” ซูอี้หัวเราะอย่างขี้เล่น
ร้านในฝันของพวกเขาจึงค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา กระทั่งกลายเป็นร้าน Fimue ที่ตั้งอยู่บนถนนศิริมังคลาจารย์ ระหว่างนิมมานเหมินท์ซอย 9 และ ซอย 11 เปิดประตูต้อนรับให้ทุกคนให้เข้ามาใช้เวลาและสัมผัสกับสิ่งที่พวกเขาหลงใหล มีโซนคาเฟ่ที่เสิร์ฟกาแฟและเครื่องดื่มต่าง ๆ มีส่วนเบเกอรีที่พวกเขาตั้งใจทำออกมาเสิร์ฟ


สั่งเครื่องดื่มกับเบเกอรีแล้วก็มาเลือกมุมของร้านที่อยากนั่งได้เลย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งร้านทุกอย่างล้วนเป็นของวินเทจที่ซูอี้ชื่นชอบ และถ้าเห็นอันไหนแล้วสปาร์กจอยพวกเขาก็พร้อมขาย ย้ำว่าขายทุกชิ้น!
“ไม่ต้องกลัวเราจะหวงของนะครับ ของที่เห็นภายในร้านนี้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์จากของทั้งหมดที่ซูอี้สะสมไว้ครับ ใครชอบอันไหนก็เลือกซื้อกันได้เลย เน้นขายครับ” ท็อปหัวเราะสนุก “อันไหนที่ออกไปเราก็จะเอาอันใหม่มาเติมและคอยเปลี่ยนเรื่อย ๆ ครับ ทำให้บรรยากาศของร้านมีความน่าสนใจอยู่เสมอ”
ภายในร้านยังมีโซนของแฮนด์เมดน่ารัก ๆ ที่ซูอี้คัดมาวางเพื่อช่วยสนับสนุนงานฝีมือของชุมชนและนักออกแบบต่าง ๆ และยังมีของที่ซูอี้ออกแบบเองด้วย
นอกจากเมนูเครื่องดื่ม เบเกอรี เฟอร์นิเจอร์ และของแฮนด์เมด ทางร้านยังมีชีวิตชีวาอยู่ตลอดจากบทเพลงที่ดีเจผลัดกันมาเปิด รวมถึงกิจกรรมและเวิร์กช็อปศิลปะ งานฝีมือ งานสร้างสรรค์ ที่ทีม Fimue นำมาจัดให้คนที่สนใจมาเรียนรู้และใช้เวลาร่วมกันภายในร้าน
ท้ายที่สุดนี่ที่ขาดไปไม่ได้… ทีรามิสุ เมนูที่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ Fimue กลายเป็นกระแสสุด ๆ บนโลกโซเชียล


“เมนูทีรามิสุเกิดขึ้นมาจากเพื่อนของเราครับ เขาเป็นเจ้าของร้าน NICOLO BAKERY เขาเห็นว่าเรากำลังพยายามจะเปิดร้านกัน ด้วยหัวใจที่เขามีให้กับพวกเรา เขาก็ยกสูตรทิรามีสุของทางร้านให้เราเอาไปทำขายที่ร้านได้เลย ขอแค่เราคงแบบฉบับของชาวอิตาเลียนที่เป็นเหตุผลให้เรายกถาดทีรามิสุไปตักเสิร์ฟถึงโต๊ะ และกลายเป็นกิมมิกที่ทำให้คนรู้จักร้านของเรา
“ตอนแรกไม่มีใครคิดว่าทีรามิสุจะทำให้ร้านเราบูมขนาดนี้ วันหนึ่งจู่ ๆ ก็มีลูกค้ามายืนต่อแถวหน้าร้านกันยาวไปถึงนู้นนน พวกเรายังงงกันอยู่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น จนน้องในทีมเอามือถือมาให้ดู”
“อ๋อ… พลัง TikTok” ซูอี้แทรกขึ้นมาเรียกเสียงหัวเราะในวงสนทนา “มันกะทันหันมาก ทุกคนมาที่ร้านโดยหวังที่จะได้กินทีรามิสุ พวกเราก็กลัวคนที่มาจะผิดหวังถ้าเขาอุตส่าห์มาแล้วมันหมด จนกลายเป็นว่าอะไรที่เราตั้งใจจะทำกันต้องวางไว้ก่อน สามีเราเป็นดีเจ เราตั้งบูทดีเจไว้กะให้เขามาเปิดเพลงที่ร้านให้คนที่มาได้ผ่อนคลาย ตัดภาพมา ดีเจก็ต้องมาช่วยทำทีรามิสุเสิร์ฟก่อนเลยค่ะ” ซูอี้หัวเราะสนุก

“ตอนนั้นเราเพิ่มจำนวนเป็นเท่าตัวก็แล้วนะครับ พยายามทำเพิ่มเท่าที่เราจะทำกันได้แล้วก็ยังไม่พอเสิร์ฟอยู่ดี เจอพายุทีรามิสุเข้า” ท็อปหยุดหัวเราะ “แต่ก็ต้องขอบคุณเมนูที่เพื่อนของเรายกให้ด้วยความหวังดีนี้นะครับ ที่ทำให้ Fimue กลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียลและมีคนรู้จักร้านเราเร็วมาก
“ท้ายที่สุดนี้สิ่งที่เราอยากจะแนะนำก็คือร้านเราไม่ได้มีแค่ทีรามิสุนะครับ” ท็อปยิ้ม “ยังไงมาทานทีรามิสุที่ร้านเราแล้ว เราอยากชวนให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสส่วนอื่น ๆ ของร้านที่พวกเราตั้งใจทำกันสุดฝีมือทุก ๆ จุด และฝากติดตามกิจกรรมต่อไปของทางร้านด้วยนะครับ”

