‘Fahlanna Art Museum’ (FAM) คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางคูเมืองเชียงใหม่ รีโนเวตโกดังเก็บยาสูบร้างของสำนักงานยาสูบเชียงใหม่ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปะและวัฒนธรรมภาคเหนือ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นมาจากความรักในศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ ของ สันต์-เสกสันต์ สุทธะ เจ้าของธุรกิจ Fah Lanna Spa & Massage และนายกสมาคมไทยล้านนาสปาคนปัจจุบันของเชียงใหม่ เขามีความฝันอยากจะมีพื้นที่ที่ช่วยนำเสนองานศิลปะภาคเหนือให้คนทั่วโลกรู้จักและหันมาสนใจ พร้อมความตั้งใจที่อยากช่วยสนับสนุนและส่งต่องานศิลปะภาคเหนือให้คนรุ่นถัดไปเข้ามาศึกษา

ผลงานศิลปะและของโบราณมากมายที่จัดแสดงในห้องนิทรรศการทั้งหมด 10 ห้องนั้น ทุก ๆ ชิ้นคือของที่สันต์ตามหาและสะสมมาเป็นระยะเวลาหลายปี เขายังเป็นผู้ออกแบบและจัดแสดงนิทรรศการแต่ละห้องด้วยตนเอง สำหรับเขา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปรียบเสมือนมรดกที่เขาตั้งใจฝากไว้ให้คนรุ่นต่อไป
วันนี้เป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งที่เจ้าของพิพิธภัณฑ์จะเป็นผู้นำชมแต่ละห้องนิทรรศการ
อย่ารอช้า เปิดประตูเข้ามาที่ Fahlanna Art Museum
“ผมรักงานศิลปะและงานวัฒนธรรมมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ” สันต์เปรยขึ้นมา ขณะพาเราเดินไปยังห้องนิทรรศการแรก
“ตอนเด็กเวลามีเทศกาล แม่จะพาเราไปเที่ยว ไปดู ผมได้เห็นและรู้สึกประทับใจวัฒนธรรมต่าง ๆ ของภาคเหนือ ขณะเดียวกัน เวลามีแข่งประกวดวาดรูป ผมก็มักเป็นตัวแทนโรงเรียนไปประกวดเสมอ
“คงเหมือนกับหลายคนในยุคเดียวกับผม แม้ว่ารักศิลปะและอยากเรียนศิลปะขนาดไหน ณ ช่วงเวลานั้นมักไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน ตัวผมเองก็เข้าใจ เลยไปเลือกเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ตามที่ผู้ปกครองแนะนำ เพราะเป็นอาชีพที่ดี มีหน้าที่การงานมั่นคง เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ พอผมเรียนจบมาแล้ว ก็ออกมาทำงานตามสายอาชีพที่เรียนมา แต่ลึก ๆ ผมก็รู้สึกว่าไม่ใช่ชีวิตที่ผมอยากจะทำ
“วันหนึ่งผมได้รับมอบหมายให้ไปตรวจงานที่ไซต์สปา เข้าไปเห็นบรรยากาศของสปา มันสบาย และผ่อนคลาย เข้ามาแล้วรู้สึกมีความสุขจังเลย ผมค้นพบว่าเป็นเพราะการออกแบบและการตกแต่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับศาสตร์ศิลปะเหมือนกัน วันนั้นเลยเกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าทำให้คนมีความสุขแบบนี้ได้ก็น่าจะดีนะ หลังจากวันนั้นผมก็หันมาทำธุรกิจสปา เกิด Fah Lanna Spa ขึ้นมา” สันต์เล่าย้อนความ

ธุรกิจสปาของสันต์ประสบความสำเร็จอย่างมาก เขานำความชอบไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรือวัฒนธรรมล้านนามาประยุกต์ใช้ในการตกแต่งสปา นำชื่อจังหวัดในอาณาจักรล้านนามาตั้งชื่อ นำของดีของแต่ละที่มาใช้ตกแต่ง นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำผลิตภัณฑ์สปา นั่นทำให้ Fah Lanna Spa & Massage มีเอกลักษณ์และได้รับความสนใจอย่างมาก
เมื่อประสบความสำเร็จจากธุรกิจสปา เขามีกำลังพอจะสนับสนุนศิลปินภาคเหนือ ด้วยการซื้อผลงานมาสะสม เช่นเดียวกับของเก่าต่าง ๆ จากภาคเหนือ จากไม่กี่ชิ้นก็ค่อย ๆ ขยายมากขึ้นเป็นโกดัง
“ผมชอบสะสมของ ของที่บางคนอาจมองว่าเป็นขยะไม่มีค่า ผมว่าของเหล่านี้มีความรู้สึก มีคุณค่า มีเรื่องราว ผมมีของหลากหลายที่ตามเก็บในแต่ละช่วงอายุของตัวเอง ผมเก็บของไว้เยอะมาก
“ผมมีความคิดอยากจะทำพิพิธภัณฑ์มาสักพักแล้วครับ ผมเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า ถ้าผมไม่อยู่แล้วใครจะดูแลอนุรักษ์ของพวกนี้ อีกอย่าง ถ้าเก็บไว้เฉย ๆ ก็ไม่มีใครมาเห็น ซึ่งผมอยากให้คนได้มาเห็นคุณค่าของของเหล่านี้ อยากส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้มาดู ได้มาศึกษาต่อ” สันต์พูดด้วยแววตาจริงจัง
จังหวะและโอกาสหลาย ๆ อย่างเข้ามาในช่วงเวลาที่สันต์พร้อมพอดี วันหนึ่งเขาเจอประกาศชวนคนมาประมูลเช่าพื้นที่โกดังร้างของสำนักงานยาสูบเชียงใหม่ ความบังเอิญที่สันต์พูดเล่น ๆ ว่า
“อาจเป็นพรหมลิขิตก็เป็นได้ครับที่ทำให้ผมได้ทำพิพิธภัณฑ์”

เพราะโกดังยาสูบร้างแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับที่ตั้ง Fah Lanna Spa & Massage ของเขาพอดี
เมื่อได้สิทธิ์เช่า สันต์ก็เริ่มต้นรีโนเวตทันที เขาลงมือออกแบบพื้นที่และรูปแบบการนำเสนอในห้องนิทรรศการต่าง ๆ ด้วยตนเอง ใช้เวลาเกือบปีชุบชีวิตโกดังร้างให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ในฝัน
“พิพิธภัณฑ์มีห้องนิทรรศการทั้งหมด 10 ห้อง ลำดับเล่าจากอดีตไปสู่อนาคต โดยแต่ละห้องมีรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกันออกไป” เจ้าของพิพิธภัณฑ์พ่วงตำแหน่งคิวเรเตอร์เล่า
สันต์บอกให้เราฟังว่า ทุกครั้งที่มีโอกาสไปต่างประเทศ เขาต้องแวะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ตามเมืองต่าง ๆ ที่เขาไป บางที่ก็น่าเบื่อ บางที่ก็โดดเด่นและมีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ ทุกที่ต่างมีเรื่องและวิธีการเล่าในแบบฉบับของตนเอง ซึ่งเขานำข้อดีของแต่ละที่มาปรับใช้ในการออกแบบพิพิธภัณฑ์แห่งนี้


“ผมอยากให้พิพิธภัณฑ์ของผมเป็นศูนย์รวมของการเรียนรู้ทางศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ พอพูดถึงวัฒนธรรมแล้ว คนมักคิดว่าล้าหลัง ดูน่าเบื่อ ปัจจุบันนี้เรามีเทคโนโลยีใหม่ ๆ หากนำมาประยุกต์ใช้ให้ดีก็จะทำให้การเล่าเรื่องศิลปวัฒนธรรมล้านนามีเสน่ห์ขึ้นมาได้ ช่วยดึงดูดเด็กรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้ ซึมซับ เขาจะได้รักวัฒนธรรมของเขา” สันต์อธิบาย ก่อนชวนเราเดินชมนิทรรศการ
- ปราการนฤมิต
ห้องนิทรรศการแรกได้รับการออกแบบให้เป็นห้องที่ทำหน้าที่ต้อนรับและปลุกความคิดสร้างสรรค์ของผู้ที่เข้ามาชม ด้วยเทคโนโลยี Interactive Projection Mapping ฉายภาพบนผนังและพื้นห้อง นฤมิตเป็นสิ่งต่าง ๆ ได้จากการปฏิสัมพันธ์และการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ชมในห้อง

- พุทธศิลป์เทวากษัตรา
ห้องนี้เล่าเรื่องด้านความเชื่อและความเคารพของคนล้านนาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่มีต่อศาสนา ผีบ้านผีเมือง ผีบรรพบุรุษ และเทพเทวาที่คนเหนือนับถือ โดยแสดงผ่านพิธีกรรมต่าง ๆ

- บรรพกาลล้านนา
เล่าเรื่องวิถีชีวิตและข้าวของเครื่องใช้สอยของคนล้านนาในอดีต ในห้องนิทรรศการมีการยกโครงสร้างเรือนไม้บางส่วนมาให้เห็นวิถีการใช้ชีวิตบริเวณใต้ถุนและลานรอบบ้านของคนเหนือ
- ภูษานครา
ห้องแสดงงานผ้าที่มีอัตลักษณ์ของไทยและผ้าซิ่นลวดลายเอกลักษณ์จาก 8 จังหวัดล้านนา เช่น ผ้าซิ่นตีนจกที่ยาวที่สุดในโลก ผ้าซิ่นลายที่ได้รางวัลชนะเลิศ ผ้าไหมมัดหมี่ที่ได้รางวัลพระราชทานจากพระพันปีหลวงฯ ผ้ายกดอกลำพูนที่ได้รับรางวัลระดับเอเชีย และอีกมาก
“ผ้าแต่ละผืนมีเรื่องราวของตัวเองที่แตกต่างกัน อยากให้ทุกคนลองเข้ามาศึกษา”

- ห้องเขาวงกต
ห้องแสดงภาพถ่ายเก่าของคนเหนือ ภาพถ่ายที่ไม่ได้บันทึกไว้เพียงแค่หน้าตาของผู้คน แต่ยังบันทึกชั่วขณะของเรื่องราว วิถีชีวิต และวัฒนธรรมเอาไว้ในภาพ ซึ่งหลาย ๆ อย่างไม่เห็นแล้วในปัจจุบัน ภาพถ่ายในอดีตแต่ละภาพจึงมีคุณค่าและเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
แต่ละภาพที่จัดแสดงมาพร้อมกับ QR Code ให้สแกนอ่านเรื่องราวในภาพได้ด้วย

- ห้องกาลเวลา
ห้องนี้ขยับขึ้นมาใกล้กับปัจจุบันมากขึ้น เป็นห้องแสดงสิ่งของและวัฒนธรรมของยุค 80 – 90 ครับ เป็นช่วงเวลาที่เป็นเด็ก เป็นห้องที่เข้าไปทุกครั้งก็จะรู้สึกอบอุ่น มีความสุข เพราะเป็นของที่อยู่ในความทรงจำ และเชื่อว่าหลายคนในช่วงวัยเดียวกัน ถ้าได้เข้ามาก็จะรู้สึกเหมือนกัน

- ห้องหัตถศิลป์
ห้องนี้เป็นนิทรรศการแสดงผลงานประติมากรรมของศิลปินต่าง ๆ
งานปั้น งานไม้ รวมถึงผลงานหัตถกรรมที่หมุนเวียนนำมาจัดแสดงให้ได้ชมกัน

- ห้องอนันตกาล
ห้องนี้ใช้เทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์ จัดแสดงโดยใช้แสง สี เสียง กลิ่น และภาพต่าง ๆ ตอนนี้แสดงธีมธาตุเจ้าเรือนที่มีดิน น้ำ ลม ไฟ นำเสนอแต่ละธาตุให้ผู้คนมาสัมผัสและถ่ายรูปกัน

- ห้องมหัศจรรย์
ห้องฉายวิดีโอด้วยเทคนิค Video Projection Mapping เปลี่ยนห้องความยาวกว่า 24 เมตร ซึ่งน่าจะใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ตอนนี้ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้เข้าชมดำดิ่งไปกับภาพที่ฉายได้

- ห้องเหย้าศิลป์
ห้องแสดงงานศิลปะที่สันต์สะสมมาตลอดหลายปี ส่วนใหญ่เป็นผลงานของศิลปินภาคเหนือทั้งเก่าและใหม่ ห้องนี้ออกแบบให้เป็นนิทรรศการหมุนเวียน เขาตั้งใจจะเปิดพื้นที่สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่อยากแสดงผลงาน รวมถึงเด็กนักเรียนศิลปะที่ต้องการหาพื้นที่จัดแสดงงานของตัวเอง

เมื่อเดินออกมาจากห้องนิทรรศการทั้ง 10 ห้อง บริเวณโดยรอบก็มีการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ช่วงที่เราไป จัดแสดงงานศิลปะสีน้ำของ อาจารย์ธนกร ไชยจินดา ศิลปินสีน้ำชื่อดังผู้ล่วงลับของเชียงใหม่ และงานของลูกศิษย์ในนิทรรศการ ‘ครบรอบ 1 ปี รำลึกถึงสล่าแต้มสีน้ำ อ.ธนกร ไชยจินดา’
ถ้าเดินชมนิทรรศการจนหมดแรง ที่นี่มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เติมพลังก่อนเดินทางกลับ


