16 มกราคม 2026
3 K

ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เขาทบทวนจำนวนที่เธอเตรียมตั้งท่าแล้วพับแผนการเปิดร้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แน่นอน เธอรักการทำอาหารชนิดเชื่อมั่นและรู้สึกทะเยอทะยานอยากปรุงอาหารให้คนอื่นกิน เรื่องนี้นอกจากทั้งคู่ แฟนหนังสือของ พู-อุรุดา โควินท์ ย่อมรู้และสัมผัสได้ผ่านตัวอักษรที่เธอถ่ายทอดผ่านคอลัมน์ ‘ครัวสีแดง’ ในนิตยสาร ขวัญเรือน หรือ ‘ครัวอยู่ที่ใจ’ ใน มติชนสุดสัปดาห์ และสะท้อนผ่านเรื่องราวความสัมพันธ์ครบรสบนหน้านวนิยาย อาทิ แหวนพระจันทร์ สามฤดูเป็นหนึ่งใจ และ หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา 

ทุนรอน เวลา และงานเขียน นับเป็นกำแพงที่ทำให้ใจเลือกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา กระทั่งปลายเดือนพฤศจิกายนปีกลาย เธอทำลายกำแพงลงจนได้ เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ คือกลัวไม่ได้ทำมากกว่า 

ทุกวันนี้อุรุดายังคงเข้มข้นกับการอ่านเขียนเป็นกิจวัตร จังหวะชีวิตเดียวกันกับคนรัก ต้น-อติภพ ภัทรเดชไพศาล นักแต่งเพลง นักเขียน และนักแปลผู้เชื่อมโยงโลกวรรณกรรมรัสเซียคลาสสิกสู่ภาษาไทย

เว้นเพียงช่วงสุดสัปดาห์ที่ทั้งสองจะว่างเว้นจากการประกอบถ้อยคำมาประจำ ‘ดินหญ้าฟ้าแถน’ ร้านอาหารเล็ก ๆ เคียงบ้านพักในจังหวัดเชียงราย ช่วยกันรังสรรค์เมนูปักษ์ใต้หรอยคาด ซึ่งพิถีพิถันเลือกเฟ้นวัตถุดิบและทิ่มเครื่องแกงเองทุกจาน เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองของดีและอร่อยแบบที่เธอชอบทาน ตลอดจนอาหารโซเวียตหากินยากแบบที่เขาคิดถึง 

ดาห์ลิยากับอุรุดา

“เรารู้สึกตลอดเวลาว่าอยากทำ คิดดูสิว่าเคยเขียนให้ ‘ดาห์ลิยา’ ตัวละครหนึ่งในนิยาย แหวนพระจันทร์ เป็นเจ้าของร้านอาหารไทย พลางจินตนาการว่าจะทำครัวแบบนี้ ขายอาหารแบบนั้น แล้วก็ยังตั้งชื่อร้านด้วยว่า ดินหญ้าฟ้าแถน” 

เพราะชื่นชอบและรู้สึกเข้าปาก เธอเลยขอหยิบยืมชื่อนี้มาจากอัลบั้มเพลงไทยเดิมชุดดินหญ้าฟ้าแถนของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ซึ่งเขาถอดคำมาจากสำนวนเริ่มเรื่องพงศาวดารล้านช้าง ความว่า 

กาลเมื่อก่อนนั้น ก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากัน บ่ขาด 

ในปีที่ 7 ของการย้ายจากสามพรานมาเป็นชาวชุมชนวัดใหม่หน้าค่าย จังหวัดเชียงราย อุรุดาตัดสินใจเลิกโอนอ่อนผ่อนปรน แล้วลงมือสานต่อโปรเจกต์ในฝันให้เป็นจริง โดยปรับปรุงห้องทำงานและลานร่มรื่นหน้าบ้านที่ปกคลุมด้วยร่มเงาไม้ลิ้นจี่ใหญ่นับสิบต้น ให้เป็นร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่น เปี่ยมชีวิตชีวา 

“ดินคือแหล่งกำเนิดของสรรพสิ่ง หญ้าเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เติบโตได้เอง ต่อให้ไม่มีใครต้องการ มันก็จะโตอยู่ดี ฟ้าเปรียบเสมือนสิ่งที่เราไม่อาจควบคุมได้ในชีวิตนี้ ส่วนแถนคือตัวแทนของจิตวิญญาณ” 

อุรุดาถอดความหมายของชื่อร้าน ซึ่งทั้งคู่ลงความเห็นตรงกันว่า เข้าท่ากว่าชื่อภาษาอังกฤษที่คิดกันอยู่นานหลายตลบ 

“เราเป็นคนทำงานเกี่ยวกับการเขียน ถ้อยคำจึงมีความหมายและคุณค่า ดินหญ้าฟ้าแถนยังสะท้อนถึงความเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกสรรพสิ่ง เราและพี่ต้นเชื่อในสิ่งนี้ และรู้สึกว่ามันเหมาะกับที่นี่ด้วย” 

จริงจังเรื่องความอร่อย

อุรุดายกหนังสือเป็นตั้งมาวางลงบนโต๊ะ ประมาณดูเกินครึ่งของผลงานล้วนข้องเกี่ยวกับอาหาร 

“ไม่ทันคิดเหมือนกันว่าตอนไหนที่ต้องรักการทำอาหาร” เธอบอกเราด้วยท่าทีฉงน 

สำหรับอุรุดา การเข้าครัวเป็นทักษะติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ไม่จำเป็นต้องรัก ต้องสน แต่ต้องทำ เด็กสาวที่ยายและแม่ใช้เด็ดผักเด็ดหญ้าต้องเรียนรู้ที่จะหัดทำกับข้าวกับปลาเองโดยอัตโนมัติ ทำเพื่อประทังความหิวและหล่อเลี้ยงชีวิต 

จนเมื่อได้เริ่มเขียนคอลัมน์ครัวสีแดง ทุกบรรทัดเหมือนสะสมความคิดถึงในการทำอาหาร ก่อนครัวเล็ก ๆ ในคอนโดมิเนียมจะกลายมาเป็นมุมโปรดรองจากโต๊ะทำงาน และ 10 ปีในบทบาทคอลัมนิสต์จึงเป็นโอกาสให้เธอได้กลับมารื้อฟื้น พัฒนาฝีมือ และสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่มากมาย 

ด้วยเหตุนี้ ดินหญ้าฟ้าแถนจึงเปรียบเสมือนพื้นที่เสิร์ฟประสบการณ์สั่งสมที่อุรุดาปรุงรสและทดลองมาค่อนชีวิต จนออกมาเป็นอาหาร 10 กว่าเมนู คัดสรรด้วยความมั่นใจว่าอิ่มอร่อย มีคุณค่าและความหลากหลาย 

“เราเป็นคนกินยากมาก ต้องอร่อย ต้องรู้ว่ากินอะไรเข้าไป ส่วนใหญ่จึงชอบทำอาหารกินเอง อาหารทุกจานที่เสิร์ฟในร้านจึงคิดง่าย ๆ ว่า อันดับแรกต้องเป็นของที่เราชอบกินและทำได้อร่อย” อุรุดาปูวิธีคิดเบื้องหลังการนำเสนออาหาร ขณะเดียวกันเธอยังให้ความสำคัญกับความหลากหลายด้วย 

“เรามีเมนูให้ทุกคนเลือกทานไม่ว่าคุณจะชอบรสจืดหรือจัดจ้าน และแน่นอนว่าจานเดียวอิ่ม ควบคู่กันคือเราตั้งใจให้ใน 1 จานนั้นมีสารอาหารเพียงพอ เนื่องจากช่วงหลังตั้งแต่ออกกำลังกายอย่างจริงจังและจัดระบบอาหารการกินใหม่ พบว่าสุขภาพร่างกายดีขึ้น เมนูส่วนมากออกแบบโดยคำนึงถึงคนออกกำลังกาย และระบุปริมาณโปรตีนไว้ในแต่ละเมนูด้วย”

อุรุดาเสริมว่า แม้จะคิดถึงโภชนาการแต่ก็ไม่เคร่งครัดถึงขั้นอาหารคลีน เพราะเธอตั้งใจให้ดินหญ้าฟ้าแถนเป็นร้านอาหารที่ตอบโจทย์ความอร่อยสำหรับทุกคน 

เหนือจรดใต้

ตอนคิดจะทำร้าน เมนูแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร 

“ขนมจีน” เธอตอบทันควัน พร้อมเหตุผลน่ารัก “เพราะพี่ต้นชอบ” 

“แล้วเขาทำอร่อยจริงไง” เจ้าตัวยืนยันพลันทำเธอยิ้มระรื่น

ขนมจีนที่อุรุดาว่าไม่ใช่ทั้งขนมจีนน้ำเงี้ยวสีใสพิมพ์นิยมหรือสูตรข้นคลั่กตำรับเชียงราย หากคือ ‘ขนมจีนน้ำยาปลาช่อนนา (ใต้) และไก่ทอด’ ที่จัดอยู่ในหมวดแกงใต้รสจัดจ้าน ฟังดูแล้วชักสับสนปนสงสัย อะไรทำให้สาวเหนืออู้กำเมืองแหลวแลดอย่างเธอมั่นใจฝีมือขนาดออกปากว่า ‘อร่อยแน่’ และเปลี่ยนใจคนไม่กินอาหารใต้มาแล้วนักต่อนัก 

“เราเคยอยู่ภาคใต้มา 7 ปี ทั้งสงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ความโชคดีก็คือชีวิตวนเวียนอยู่ในกลุ่มคนทำอาหารอร่อย บ้างเป็นยอดฝีมือทำขนมจีน บ้างทำแกงส้มเก่งกาจ เราอาศัยไปช่วยเขา ครูพักลักจำแล้วก็กลับมาหัดทำกินเอง” เธอเฉลย 

“ส่วนเมนูไหนทำแล้วรสยังไม่ผ่านก็จะถาม มีครูอาหารใต้คนหนึ่งที่ช่วยปลดล็อกหลาย ๆ อย่าง คือ พี่แพร จารุ เพราะบางเมนูสัดส่วนของเครื่องปรุงเพียงเล็กน้อยมีผลสำคัญมาก ถ้าเราไม่รู้หรือมองข้าม ทำยังไงก็ไม่มีทางอร่อย” 

เคล็ดไม่ลับที่เป็นหัวใจหลักของอาหารใต้ฉบับดินหญ้าฟ้าแถน คือการเลือกวัตถุดิบอย่างเข้าใจและใช้เครื่องแกงที่ลงแรงทิ่มเองทุกครก 

“หัวใจของอาหารใต้คือวัตถุดิบและเครื่องแกง เราทิ่มเครื่องแกงเองเพราะแกงใต้ต่างจากภาคกลาง ยกตัวอย่าง แกงเขียวหวานที่อาศัยความมันของหัวกะทิเพื่อดึงกลิ่นเครื่องเทศออกมา บางทีใช้เครื่องแกงอื่นก็อร่อยได้ แต่แกงใต้กะทิต้องไม่แตกมัน กลิ่นเครื่องแกงจึงชัดเจนมาก สมมติว่าร้านไหนใช้เครื่องแกงเก่าหรือใช้เคยที่ไม่มีคุณภาพ มันจะแสดงตัวออกมา เรายอมรับว่าตัวเองค่อนข้างเรื่องมากกับเคย 

“ถึงอย่างนั้น เคยก็เป็นอีกสิ่งที่คนชอบไม่เหมือนกัน สำหรับเราชอบเคยที่ไม่ค่อยเค็ม เพราะในเครื่องแกงใต้ 30% เป็นเคย ฉะนั้น ถ้าเค็มไปจะไม่อร่อย เคยดีต้องเค็มน้อยและมีตากุ้งเคยเยอะ รวมถึงสีไม่เข้ม ทำให้น้ำแกงสวยน่ากิน ที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นมันควรจะหอม” 

ส่วนกะทิ ผัก หรือปลาที่พอจะหาได้ในท้องถิ่น อุรุดาก็พิถีพิถันชนิดตระเวนจับจ่ายกันหลายตลาดหลากช่วงเวลา เพื่อให้ได้วัตถุดิบสดใหม่ มีคุณภาพ และรสชาติถูกต้อง 

เมนูขนมจีนน้ำยาปลาช่อนฯ นั้นเสิร์ฟเป็นชุดพร้อมเครื่องเคียงผักสดและผักดอง ประกอบด้วยแคร์รอต แตงกวา และมะละกอขูดรสสดชื่น ช่วยเบรกความจัดจ้านของน้ำยาได้อยู่หมัด ส่วนไก่ทอดแต่ไหนแต่ไรมาก็นับว่าเหมาะควรคู่กัน และดีงามตรงที่เธอเลือกทำร้อน ๆ ให้ทานกันชุดต่อชุด 

“ขนมจีนของเราใช้ปลาช่อนนาตัวขนาดกำลังดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป เพื่อให้ได้เนื้อฟูและไม่มีกลิ่นคาว ส่วนกะทิใช้เฉพาะหัวกะทิคั้นสด เอาจริง ๆ กินขนมจีนของใครก็ไม่ถูกใจเท่าตัวเองทำ เพราะเราหักโหมและจริงจังกับกะทิและปลาช่อนมาก ๆ” อุรุดาพูดกลั้วหัวเราะ 

อีกเมนูปักษ์ใต้ที่เธอขีดเส้นใต้ว่าอยากให้ลิ้มลอง คือ ‘แกงเคยปลาสูตรพัทลุง’ ที่มีเคยปลาหรือกะปิทำจากปลาเป็นส่วนประกอบหลัก ดีหรือเลวจึงอยู่ที่ความพิถีพิถันในการจัดการเคย ก่อนอื่นใดอุรุดาจะจัดแจงนำเคยปลามาต้มใส่ตะไคร้ ใบมะกรูดโดยใช้ไฟอ่อน จนกลิ่นเคยอวลหอมในลักษณะที่เธอเปรียบเปรยว่า ‘หอมแบบมีวุฒิภาวะ’ เสร็จสรรพแล้วจึงกรองพร้อมนำไปปรุงประกอบกับปลาช่อนนาทอดต่อนใหญ่ หมูสับ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ตะไคร้ซอย หยอดหัวกะทินิดหน่อยเพิ่มความนุ่มนวล แกงเคยปลาตำรับดินหญ้าฟ้าแถนไม่เหมือนที่ไหน เพราะใส่มันเทศเพื่อช่วยผ่อนคลายความเผ็ดอย่างลงตัว 

“สำหรับเรา แกงเคยปลาคือแกงใต้ที่ทำยากที่สุด แต่ถ้าทำได้ มันจะเป็นอาหารที่จานอื่นไม่อาจแทนได้เลยค่ะ” 

รสที่คิดถึง

นอกเหนือจากแกงใต้หรอยแรง ที่นี่ยังมีอาหารต่างแดนที่เสาะหากินได้ไม่ง่ายนักในบ้านเรา อย่าง ‘ดึมลามา (Dimlama)’ จานเด็ดหมายเลข 1 ที่ทำให้อติภพคิดถึงวัฒนธรรมอาหารเอเชียกลาง 

“มันเป็นสตูผักที่ผมเคยกินสมัยเรียนอยู่ที่ Tashkent State Conservatory ประเทศอุซเบกิสถาน มีส่วนผสมระหว่างวัฒนธรรมมุสลิมกับรัสเซีย ขณะนั้นยังเป็นสหภาพโซเวียตอยู่” อติภพย้อนประสบการณ์กินที่ทำเขาติดใจมาจนถึงทุกวันนี้ 

อุรุดากล่าวถึงจานนี้ว่า “ดึมลามาเป็นอาหารเอเชียกลางจานแรกที่เราหัดทำ แกะสูตรจากคลิปแม่บ้านรัสเซียหลายคลิป ซึ่งพี่ต้นช่วยแปลให้ฟัง แล้วก็เป็นเมนูที่เราชอบมาก เพราะใน 1 จานมีอาหารครบ 5 หมู่เลย” 

สตูผักสีสันสวยงามเสิร์ฟให้ทานคู่กับขนมปังบาแกตต์จี่เนื้อหนุบหนับ ไม่กลบหรือกวนรสชาติ จานนี้เต็มไปด้วยสารพัดผัก เนื้อวัว เครื่องเทศกลิ่นหอมหลายหลาก อาทิ ยี่หร่า เม็ดผักชี ใบกระวาน ปาปริกา และพริกไทยดำ เคี่ยวทั้งหมดรวมกันก่อนตุ๋นจนเข้าที่ และมีรสเปรี้ยวอ่อน ๆ จากมะเขือเทศ จัดเป็นรสชาติคุ้นลิ้นคนไทย สดชื่นและเข้าใจไม่ยากอย่างที่คิด 

อีกเมนูที่อติภพเอ่ยถึงจนตาเป็นประกายว่า “เป็นสิ่งที่จำได้แม่นว่าอร่อยมาก” คือ ‘คัตเลต (เนื้อ/หมู) มันฝรั่งบดและซอสแบบ USSR’ อาหารจานหลักที่พบได้ทั่วไปตามโรงอาหารของโรงเรียนในสหภาพโซเวียต และยังถูกนำไปเผยแพร่ในรัฐต่าง ๆ ที่โซเวียตยึดครองได้ทั่วเอเชียกลาง 

“คัตเลตเป็นอาหารที่กินง่าย กินเร็ว และมีประโยชน์ รัสเซียนิยมทำเป็นคัตเลตหมู แต่อุซเบกิสถานเน้นเป็นเนื้อวัว จำได้ว่าสมัยเรียนอยู่ที่นู่นผมกินเป็นอาหารกลางวันเกือบทุกวัน” อติภพรำลึกอย่างสนุกสนาน 

“ทุก ๆ ชนชาติจะมีวิธีกินหมูสับที่เป็นก้อนแตกต่างกันไป ถ้าของไทยเราก็ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย แต่รัสเซียมีทั้งหอมหัวใหญ่ ขนมปัง และเครื่องเทศหลายชนิด การปรุงเราใช้วิธีการจี่แล้วอบต่อในกระทะพร้อมเนยและใบเบย์ เมื่อคัตเลตสุก เนื้อข้างในยังคงชุ่มฉ่ำ น่ารับประทาน เราว่ามันเป็นเมนูที่กินง่ายนะ เพราะไม่เผ็ด ไม่เลี่ยน และเน้นรสชาติหลักจากวัตถุดิบจริง ๆ เห็นหลายคนพอได้ชิมแล้วต้องกลับมากินซ้ำอีกประจำ” อุรุดาเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ 

ถ้าหากคุณเป็นนักอ่านตัวยง ย่อมไม่อาจพลาดลิ้มรสอาหารตามปลายปากกา นิโคไล โกโกล (Nikolai Gogol) นักเขียนนามอุโฆษผู้เป็นเสาหลักแห่งวงการวรรณกรรมรัสเซีย นั่นคือเมนู ‘ไก่อบกระทะแบบรัสเซียและมันฝรั่งบด’ ที่ปรากฏในผลงาน Мёртвые души ซึ่งอติภพร้อยเรียงสู่ฉบับภาษาไทยเป็นครั้งแรกในชื่อ วิญญาณที่ตายแล้ว

“โกโกลเป็นนักเขียนคนแรก ๆ ของรัสเซียที่เขียนร้อยแก้ว เขาเขียนทุกอย่างจากประสบการณ์ผสมผสานการค้นคว้าและพูดคุยกับชาวบ้าน ฉะนั้น ในแง่หนึ่งเมนูนี้จึงถือเป็นเครื่องสะท้อนวัฒนธรรมการกินของชาวรัสเซียยุคประมาณปี 1850” 

อติภพขยายความน่าสนใจของเมนูไก่อบกระทะฯ ที่เสิร์ฟให้รับประทานคู่มันบดเนียนละมุนลิ้น จัดเป็นเมนูอร่อยเรียบง่ายและโภชนาการครบครัน ปัจจุบันขึ้นแท่นอาหารเช้าสุดรักของทั้งคู่ไปโดยปริยาย 

ดื่มวัฒนธรรม

ไม่เพียงความเชี่ยวชาญด้านดนตรีระดับมีผลงานการประพันธ์เพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตราชั้นนำของไทย หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า อติภพคลั่งไคล้ศาสตร์การทำค็อกเทลไม่ใช่เล่น ที่ดินหญ้าฟ้าแถนจึงมีทั้งชา กาแฟ และเมนูค็อกเทลที่เหมาะเปิดต่อมรับรส ไปจนถึงเพิ่มอรรถรสระหว่างมื้ออาหาร 

“เราสนใจค็อกเทลเพราะว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องดื่ม แต่ผูกโยงกับมิติทางวัฒนธรรม ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของผู้คนและการเมือง เนื่องจากมันมาเฟื่องฟูมากขึ้นในยุคที่สหรัฐอเมริกาประกาศห้ามขายเหล้า ทำให้คนหันมาผลิตเหล้ากินเอง แต่คุณภาพอาจไม่สู้ดีนัก จึงเกิดการปรุงแต่งรสและกลิ่นให้กินคล่องคอขึ้น ดังนั้น ค็อกเทลในโลกนี้จึงมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ Aroma และ Sweet and Sour ซึ่งร้านเรามีทั้ง 2 แบบ” อติภพสาธยายอย่างออกรส 

The Fine Art of Mixing Drinks เขียนโดย เดวิด เอ. เอ็มบูรี (David A. Embury) คือตำราครูเล่มแรกที่อติภพใช้เรียนรู้ทักษะการชงค็อกเทลด้วยตนเอง และทันทีก็หลงเสน่ห์ของมาร์ตินี วิสกี้ซาวร์ และโอลด์ แฟชั่น ซึ่งแน่นอนว่ากลายมาเป็นเมนูชูโรงที่เขาละเมียดละไมชง ไม่แพ้การเลือกใช้สำนวนภาษาสละสลวยและคลี่คลายในวรรณกรรม 

อย่างไรก็ดี อยากให้เผื่อท้องไว้ลองไอริชคอฟฟี่กันสักนิด เพราะความเข้มกลมกล่อมตัดครีมหอมละมุนของแก้วนี้เข้าที่เข้าทางอย่างร้ายกาจ สมกับที่อุรุดายกให้เป็นแก้วที่เธอโปรดปรานจิบแกล้มอากาศเย็นสบายยามเช้าแสนผ่อนคลาย 

ความสุขเดียวกัน

“เราว่าการทำอาหารให้เพื่อนหรือครอบครัวกับการทำร้านอาหารมันเป็นโลกคนละใบกันเลย เพราะอย่างหลังเราต้องรักษามาตรฐานการบริการ บริหารวัตถุดิบ และบริหารเวลาไม่ให้อาหารออกช้าเกินไปด้วย ที่สำคัญก็คือทำยังไงไม่ให้ขาดทุน” อุรุดานิ่งนึก “อีกอย่างก่อนหน้านี้ที่เราไม่กล้าทำร้านอาหาร เพราะกลัวไม่ได้เขียนหนังสือ กลัวสนุกกับมันหรือทำอาหารจนเหนื่อยแล้วทิ้งการเขียน”

เธอตอบไปหัวเราะไปว่า สิ่งที่ทำให้ครั้งนี้เธอโค่นความกลัวทุกกรณีลงได้คือ ตัวเลข 5 หน้าอายุ บวกกับความไม่มั่นใจนักว่า ถ้าชักช้าไปกว่านี้จะยังมีเรี่ยวแรงทำไหว 

ทำตอนนี้หรือไม่ทำ ถึงตอนนี้เธอได้คำตอบชัดยิ่งกว่าชัด แม้ผลลัพธ์ของการเลือกจะเต็มไปด้วยความท้าทาย ทว่าก็เป็นอีกเส้นทางที่ฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความแช่มชื่นและเบิกบาน 

“ร้านอาหารก็เหมือนบ้าน มันสะท้อนตัวเรา ขณะเดียวกันก็สะท้อนคนที่เดินเข้ามาด้วยว่าเขาจะต้องมีบางอย่างเชื่อมโยงกับเรา ดินหญ้าฟ้าแถนทำให้เราได้เจอผู้คนมากมาย ทั้งคนเชียงรายที่ติดตามเพจครัวสีแดง by Uruda หรือคนที่เขารู้จักเรามานานแล้วเพียงแต่ไม่เคยได้พบกัน 

“มีลูกค้าคนหนึ่งขับรถมาไกลจากเชียงของ เป็นผู้ชาย มาคนเดียวด้วย ทีแรกก็ไม่คิดว่าเขาจะรู้จักเพราะหนังสือ เราไม่ค่อยมีนักอ่านผู้ชายสักเท่าไหร่ พอกินเสร็จชวนคุยกัน เขาบอกว่ารอเราเปิดร้านมานานและตามอ่านงานมาเป็นสิบปีแล้ว เราก็อึ้ง รู้สึกขอบคุณและประทับใจมาก พลางแอบคิดว่าตามมาตั้งแต่เป็นสาว ๆ เจอฉันตอนนี้เธอต้องผิดหวังแน่เลย” อุรุดาหัวเราะร่วน 

การได้พบเจอ พูดคุย รวมถึงได้ทำของอร่อยที่ดีให้ลูกค้าทาน เป็นกำไรและคุณค่าที่เธอค้นพบจากดินหญ้าฟ้าแถน

ก่อนมื้ออาหารอิ่มเอมจะจบลง อุรุดาเผยถึงแผนการอนาคตคร่าว ๆ ไว้ว่าอาจขยับขยายเวลาทำการเพิ่มเป็น 3 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้กับพื้นที่ดื่มสังสรรค์และสร้างบทสนทนาอย่างไม่มากหรือน้อยไปกว่าที่ทั้งสองเชื่อ

“แต่ตอนนี้ขอเปิดแค่ 2 วันก่อนนะคะ” เธอแย้มยิ้ม “เพราะเราอยากสนุกกับมัน ไม่อยากให้เหนื่อยมาก แล้วก็ยังอยากมีพลังงานแบบที่รู้สึกว่าดีใจจังถึงวันเสาร์-อาทิตย์แล้ว ที่สำคัญคือเรายังจะเขียนหนังสืออยู่” 

อุรุดารักการเขียนหนังสือ และแน่นอนว่ารักการทำอาหาร เพราะสำหรับเธอ ความสุขของการเขียนหนังสือและทำอาหารเป็นความสุขประเภทเดียวกัน ซึ่งได้จากการใส่ความตั้งใจและลงมือลงแรงทำสิ่งที่เชื่อมั่นในคุณค่าเพื่อส่งต่อให้กับผู้อื่น 

ดินหญ้าฟ้าแถน
  • 222 ถนนวัดใหม่หน้าค่าย ซอย 3 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย (แผนที่)
  • เปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 15.30 น.
  • 08 9488 4020
  • ดินหญ้าฟ้าแถน

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

จารุเกียรติ หน่อสุวรรณ

งานประจำก็ทำ ช่างภาพก็อยากเป็น