ด้วยรสชาติหวานหอม อร่อยเป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งรวมวิตามิน ใยอาหารสูง และแคลอรีต่ำ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ จึงเป็นผลไม้ที่ครองใจคนรักสุขภาพทั่วโลก แถมยังมีประโยชน์แทบทุกส่วน และเชื่อหรือไม่ว่ากินกับอะไรก็อร่อย
คอลัมน์ Share Location รอบนี้ พาผู้อ่านมาตะลุยสวนมะพร้าวน้ำหอมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีคาเฟ่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเงียบสงบและร่มรื่น น้ำหวาน-สวิตตา จินณรัตน์ คือเจ้าของคาเฟ่และร้านอาหาร ‘โดมตะวัน’ แห่งนี้ เธอเป็นทายาทรุ่นสามผู้เปี่ยมความกระตือรือร้นในการกลับบ้านมาพัฒนาผืนดินของบรรพบุรุษ ด้วยแนวทางที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมสายพันธุ์ดั้งเดิมอายุเกือบ 100 ปี เพื่อนำเสนอรสชาติโดดเด่นที่หล่อเลี้ยงจากทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ถิ่นเมืองสามน้ำ สะท้อนอัตลักษณ์บ้านเกิดอย่างสร้างสรรค์

คุณค่าที่ยั่งยืน
ทิวมะพร้าวทะลายงามแผ่ก้านใบชอุ่มสลับร่องสวนปริ่มน้ำสุดลูกหูลูกตา โดมตะวันต้อนรับเราด้วยเสน่ห์จากธรรมชาติอันรื่นรมย์ ซึ่งสัมผัสได้ตั้งแต่ภายนอกจรดภายในร้านที่ตกแต่งเรียบง่าย เน้นความโปร่งโล่ง และปราศจากเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ลูกค้าใกล้ชิดเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบด้านและสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นกันเต็มปอด ในจุดหมายปลายทางที่ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) ยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ Low Carbon แห่งแรกของจังหวัดพัทลุง
การออกแบบธุรกิจบนพื้นฐานความใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่น้ำหวานสนใจ เธอมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยพลิกฟื้นสวนมะพร้าวของครอบครัว ซึ่งติดวังวนปัญหามะพร้าวล้นตลาดและราคาตกต่ำ กอปรกับศักยภาพของมะพร้าวน้ำหอมที่แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้สารพัดวิธี
หลังสั่งสมประสบการณ์บริหารงานขายในบริษัทเอกชนรายใหญ่มากว่า 10 ปี น้ำหวานกลับมาต่อยอดสวนมะพร้าวดั้งเดิมสู่ธุรกิจสวนมะพร้าวน้ำหอมครบวงจร เดินหน้าพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GAP วางระบบการจัดการสวนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด BCG เพื่อยกระดับผลผลิตธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าที่มีมาตรฐาน คุณค่า และเรื่องราว พร้อมเปิดโดมตะวันเป็นพื้นที่สำหรับคนอยากสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยใหม่ ผ่านอาหารและเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์จากมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพที่ทั้งดีต่อสุขภาพและยังส่งเสริมความยั่งยืน

หลานขยายยายปลูก
“มีคนเคยถามเราว่า กลับมาปลูกมะพร้าวให้วัวกินเหรอ ทำไมไม่ปลูกยาง ปลูกปาล์ม พอเราลงมือทำให้เห็นว่ามะพร้าว 1 ลูกเพิ่มมูลค่าเป็นเท่าตัวได้ คนแถวนี้ก็หันมาปลูกมะพร้าวกันหมดเลย”
น้ำหวานระลึกความทรงจำครั้งเริ่มกลับมาขยับขยายธุรกิจ ด้วยวิธีคิดแปรรูปสร้างเม็ดเงินจากมะพร้าวทุกส่วนอย่างคุ้มค่า แทนการตัดผลสดซึ่งขายได้ราคาไม่มากนัก เช่น เปลือกและขุยทำเป็นวัสดุเพาะปลูก เนื้อกับน้ำรังสรรค์เป็นอาหาร เครื่องดื่ม ขนม และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ แม้กระทั่งเศษอาหารเหลือทิ้งก็เนรมิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ เวียนมาใช้รดบำรุงต้นมะพร้าวให้ดอกผลงามสะพรั่ง
“ลองชิมน้ำมะพร้าวจากสวนของเราก่อนค่ะ”
พาพร จินณรัตน์ คุณแม่ของน้ำหวานและเชฟใหญ่ ผู้คิดค้นหลากรายการอาหารบรรเจิดของโดมตะวัน เดินมาทักทายพลางยื่นมะพร้าวน้ำหอมผลโตที่เพิ่งตัดและเฉาะสด ๆ มาให้พร้อมรอยยิ้ม
มะพร้าวลูกนี้เป็นหนึ่งในผลผลิตจากจำนวนหลายพันต้นที่เพาะปลูกและพัฒนาจนได้รับการรับรองเป็นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์แท้ที่มีคุณภาพมาตรฐาน นอกจากรสชาติหวานกลมกล่อม สิ่งที่ชวนให้เราประหลาดใจอย่างมาก คือกลิ่นหอมละไมแบบที่ไม่เคยเจอในมะพร้าวลูกไหนมาก่อน

“มะพร้าวของเราเป็นสายพันธุ์ก้นจีบ ปลูกในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงทะเลสาบลำปำ ซึ่งเป็นทะเลสาบสามน้ำ คือน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะรสหวานที่สม่ำเสมอ หอมชัด เนื้อหนานิ่ม และอวลกลิ่นคล้ายกับใบเตยอ่อน ๆ” น้ำหวานอธิบายต่อว่า มะพร้าวของโดมตะวันผ่านการตรวจสอบ DNA จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และวัดค่าความหอมกับ Central Lab Thai เพื่อยืนยันคุณลักษณะการเป็นมะพร้าวน้ำหอมแท้ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน
“ที่นี่ปลูกมะพร้าวแบบสวนเดียวพันธุ์เดียว ไม่มีสายพันธุ์อื่นปะปน โดยการเพาะขยายพันธุ์เฉพาะต้นกล้าจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอายุเกิน 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น จึงรับรองว่าไม่กลายพันธุ์ คุณภาพผลผลิตเหมือนกันทุกต้น สวนของเรายังได้รับมาตรฐาน GAP เป็นสวนเกษตรที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และได้รับรางวัลชนะเลิศแปลง GAP ดีเด่น สำหรับพืชมะพร้าวน้ำหอมระดับเขต (ภาคใต้) ด้วย”
น้ำหวานก็ชี้ให้เราดูยอดมะพร้าวสูงชะลูดไกลลิบ เธอว่านั่นคือต้นตระกูลของมะพร้าวในสวน คุณยายปลูกไว้เคียงนาข้าวสังข์หยด ปัจจุบันยังคงออกดอกผลดกดื่นแม้ยืนต้นมานานเฉียดศตวรรษ
ด้วยประการฉะนี้ เมนูธรรมดาอย่าง ‘มะพร้าวน้ำหอมสด’ จึงเป็นสิ่งแรกที่เธอกำชับว่าไม่ควรพลาด ขอวงเล็บว่า ‘สด’ ของที่นี่ หมายถึงสั่งปุ๊บตัดปั๊บ รับจากทะลายมาเฉาะเสิร์ฟให้ดื่มถึงโต๊ะ ใช่ สดกันเบอร์นั้น
“บางโต๊ะขอไปตัดเองก็มี ลูกค้าชอบมากเวลาที่ได้เลือกเอง ตัดเอง แล้วเฉาะดื่มกันที่โคนต้นเลย” น้ำหวานเล่ากลั้วหัวเราะ พร้อมเสริมว่ามะพร้าวน้ำหอมของโดมตะวันมีผลผลิตให้กินตลอดปี ที่สำคัญคือรสชาติไม่ติดเปรี้ยวซ่า เนื่องจากเก็บเกี่ยวในระยะเวลาที่เหมาะสม คือ 20 วันตัดครั้ง

เครื่องดื่มแนะนำที่น่าสนใจยังมีกาแฟมะพร้าวน้ำหอม ชาเขียวมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวน้ำหอมโซดา โกโก้มะพร้าวน้ำหอม ชาไทยมะพร้าวน้ำหอม หรือม็อกเทลมะพร้าวน้ำหอม ที่ล้วนใช้ความหวานธรรมชาติจากมะพร้าวมาชูรสชาติเครื่องดื่มอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งทุกเมนูเลือกได้อีกว่าอยากเสิร์ฟในแก้วหรือดื่มจากผล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนชอบถ่ายรูปเก๋ ๆ เข้าบรรยากาศ
ถ้าติดใจจนอยากหิ้วกลับไปฝากครอบครัวหรือคนรัก ก็มีมะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวดให้อุดหนุน จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้อยู่ที่ทุกขวดเก็บรักษาได้ยาวนานร่วมปี โดยไม่เติมสารปรุงแต่ง น้ำตาล หรือสารกันบูด เพราะนวัตกรรมที่น้ำหวานนำเข้ามาพัฒนา ช่วยรักษาความอร่อยแบบออริจินอลไว้ครบถ้วนทุกมิติ
เข้าใจจึงพิเศษ
ไม่ไกลจากทะเลสาบลำปำ มีร้านอาหารเก่าแก่ที่อาคารออกแบบเป็นโดม 8 เหลี่ยมคลาสสิก และทิวทัศน์ยามรุ่งอรุณจากมุมนี้ก็สวยสะดุดตา จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ ‘Ma-Praw โดมตะวัน’ จุดเริ่มต้นไอเดียการสร้างสรรค์เมนูอร่อยจากมะพร้าวน้ำหอม
“แม่เราทำร้าน Ma-Praw โดมตะวัน มา 30 กว่าปีแล้วค่ะ ระหว่างนั้นทำธุรกิจสวนมะพร้าวน้ำหอมไปด้วย เราเลยมีความคิดกันว่า น่าจะนำผลผลิตจากสวนมาให้ลูกค้าทานแบบ Farm to Table คุณแม่ก็เลยลองจับมะพร้าวน้ำหอมมาต่อยอดเป็นอาหารไทยและพื้นถิ่น จนเกิดเป็นเมนูเอกลักษณ์ฉบับโดมตะวันขึ้นมา”
มะพร้าวน้ำหอมผลกลมด้านบนพูนด้วยกุ้งตัวโตและเนื้อมะพร้าวสีขาวนวล ‘ต้มยำกุ้งสามน้ำลำปำมะพร้าวน้ำหอม’ คือจานแรกที่น้ำหวานภูมิใจนำเสนอ เพราะจัดเป็นสำรับประเดิมที่ทำให้ผู้คนรู้จักและจดจำโดมตะวัน
“กุ้งลำปำหรือกุ้งสามน้ำเมืองลุงเป็นวัตถุดิบขึ้นชื่อของจังหวัดพัทลุง กุ้งชนิดนี้มีโปรตีนคุณภาพสูง ไขมันต่ำ เนื้อหวานและอร่อยมาก จนถึงขนาดถูกเลือกให้ขึ้นโต๊ะอาหารในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยทางร้านสนับสนุนกุ้งลำปำจากกลุ่มประมงพื้นบ้าน นำมาปรุงกับเครื่องสมุนไพรนานาชนิด เนื้อมะพร้าวอ่อน และซุปรสกลมกล่อมจากน้ำมะพร้าวน้ำหอมล้วน”

น้ำหวานเสริมว่าเธอยังพัฒนาให้เมนูดาวเด่นของร้านจานนี้กลายเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Ready to Eat หิ้วง่าย เก็บรักษาได้นาน และอิ่มอร่อยทันทีเพียง 3 นาทีหลังอุ่นไมโครเวฟ
‘น้ำพริกมะพร้าวน้ำหอม’ ที่หยิบวัตถุดิบพื้นถิ่น ‘ใบทำมัง’ มีกลิ่นหอมแรงคล้ายแมงดานาและสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงเลือดมาจับคู่กับมะพร้าวคั่วเพื่อรังสรรค์เป็นน้ำพริกรสเข้มข้น หอมนัว เสิร์ฟในกะลามะพร้าว ใช้ช้อนขูดคลุกกินกับข้าวสวยร้อน ๆ รับประกันความเหมาะเจาะและเจริญอาหาร

ส่วนเมนูแนะนำของร้านที่คนรักมะพร้าวและความแซ่บต้องปลื้มปริ่ม นั่นคือ ‘ส้มตำมะพร้าวน้ำหอม’ รสคุ้นลิ้นและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน ความแซ่บนัวครบรสเมื่อมาผสมผสานกับเนื้อมะพร้าวน้ำหอมหนานิ่มและมัน ช่างสดชื่นเข้ากันเกินคาด

“ทุกเมนูของโดมตะวันมีมะพร้าวน้ำหอมเป็นส่วนประกอบทั้งหมดและไม่เติมน้ำตาล เราพยายามศึกษาว่ามะพร้าวแต่ละช่วงอายุให้รส กลิ่น หรือเนื้อสัมผัสแบบไหน และควรนำไปสร้างสรรค์วิธีการใดถึงจะอร่อยที่สุด เพราะเราคิดเสมอว่า ถ้ายังไม่เข้าใจวัตถุดิบดีพอ ต่อให้สูตรเจ๋งแค่ไหนยังไงก็ไม่พิเศษ”
น้ำหวานเผยวิธีคิดเบื้องหลังสารพัดเมนูน่าลิ้มลองของร้าน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ามะพร้าวน้ำหอมทานกับอะไรก็อร่อย ก่อนกล่าวถึงเรื่องราวการเปลี่ยนอาหารเป็นเครื่องมือสร้างคุณค่าที่เธอเลือกนำเสนอผ่านการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อบ่มเพาะความเข้าใจระหว่างคนกินกับคนปลูกอย่างเป็นรูปธรรม
ส่งต่อด้วยรัก
ภายในสวนมะพร้าวขนาด 50 ไร่แห่งนี้จึงไม่ได้มีแค่เพียงคาเฟ่และร้านอาหาร หากยังมีศูนย์การเรียนรู้มะพร้าวน้ำหอมครบวงจร เพื่อแบ่งปันความรู้แก่ผู้ที่อยากปลูกมะพร้าวหรือต่อยอดมะพร้าวในเชิงธุรกิจ รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปที่สอนกันตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์มะพร้าว การเพาะขยายพันธุ์ การปลูกมะพร้าวน้ำหอมตามมาตรฐาน GAP การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม อาหาร หรือขนม อาทิ วุ้นมะพร้าวน้ำหอม เค้กมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวน้ำหอมแก้ว ตลอดจนการเลี้ยงผึ้งในสวนมะพร้าวที่ช่วยให้มะพร้าวน้ำหอมผลดกขึ้นถึง 30%
“เราอยากถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน เพราะธุรกิจที่ดีไม่ใช่แค่กำไร แต่ต้องทำให้ระบบรอบตัวดีขึ้นและไม่สร้างปัญหาให้วันพรุ่งนี้”
น้ำหวานกล่าวถึงหมุดหมายของศูนย์การเรียนรู้ที่เธอยกให้เป็นอีกหัวใจสำคัญของที่นี่ โดยการเกษตรแบบยั่งยืนนับเป็นวิถีทางที่เธอเชื่อมั่นและพยายามขับเคลื่อนผ่านการสร้างเครือข่ายลูกสวน พร้อมส่งเสริมให้กว่า 350 ครัวเรือน ได้รับมาตรฐาน GAP เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ยังมีบริการฟาร์มสเตย์ให้ทุกคนมาซึมซับบรรยากาศการพักผ่อน ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่อากาศดีและมีความเป็นส่วนตัว
“ลูกค้าฟาร์มสเตย์ของเรามีทุกกลุ่ม ทั้งเด็ก วัยรุ่น จนถึงวัยเกษียณที่รักในมะพร้าวน้ำหอมและรักธรรมชาติ บ้างเดินทางมาจากกรุงเทพฯ บางคนมาจากภาคตะวันออก เคยมีชาวต่างชาติครอบครัวหนึ่งที่มาทานอาหารแล้วประทับใจ หลังจากนั้นพอมีโอกาสแวะมาเยี่ยมญาติที่เมืองไทย เขาก็กลับมาพักกับเราคราวละ 2 – 3 สัปดาห์ เพราะบอกว่าชอบมะพร้าวน้ำหอมที่นี่มาก ๆ มาพัก 3 ปีติดต่อกันแล้ว”
น้ำหวานพูดต่ออย่างเบิกบานว่า อยากให้ทุกคนที่แวะเวียนมาโดมตะวันได้รับทั้งความสุข ประสบการณ์ดี ๆ และไอเดียที่นำกลับไปต่อยอดธุรกิจ สร้างอาชีพใหม่หรืออาชีพเสริม เหนืออื่นใดคืออยากส่งต่อผลผลิตปลอดภัยให้ลูกค้าได้มีสุขภาพที่ดีไปด้วยกัน
“เรากินมะพร้าวน้ำหอมมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่ก็ดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน และครอบครัวเราก็แทบไม่เจ็บป่วย โดมตะวันจึงเป็นธุรกิจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นด้วยความรักและเชื่อมั่นในคุณค่า” เธอกล่าวแต้มรอยยิ้ม “เหมือนเป็นชีวิตมะพร้าวไปแล้วค่ะ”




