วงการพิพิธภัณฑ์ไทยยืนอยู่จุดไหนของโลก
ส่วนหนึ่งอาจดูได้จากเบื้องหลังว่า เราจัดการ ดูแล และรักษาสมบัติของชาติได้ดีแค่ไหน
‘คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ’ ที่คลองห้า จังหวัดปทุมธานี ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์หรือตึกลูกเต๋า คืออีกสิ่งที่ช่วยย้ำคำตอบ
ที่นี่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สังกัดกรมศิลปากร ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย รับบทเป็นศูนย์กลางที่เก็บสิ่งของจากทั่วประเทศ คอยดูแลให้มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและถูกต้องตามวิธีการสากล ควบคู่ไปกับภารกิจบริการความรู้ในรูปแบบ Visible Storage หรือ ‘คลังเปิดเพื่อการศึกษา’ ให้คนที่ต้องการศึกษาหาความรู้จากโบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุของจริง
หากพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้คนชมกันเป็น ‘ส่วนหน้า’ ไว้คอยรับแขกและให้ความรู้สู่สาธารณะ คลังก็เหมือนกับ ‘ส่วนหลัง’ ที่คอยสนับสนุน
วงการพิพิธภัณฑ์ไทยยืนอยู่จุดไหนของโลก – คำตอบน่าจะชัดเจนขึ้นหลังจากได้รู้จักกับหลังบ้านของพิพิธภัณฑ์ไทยแห่งนี้


สร้างคลัง
‘พิพิธภัณฑ์’ แปลตรงตัวว่า สิ่งของนานาชนิด พิพิธภัณฑ์จึงมีของเป็นพระเอก หลายครั้งใช้ของมาเล่าเรื่อง หลายครั้งก็เล่าเรื่องของ แต่ของที่เราเห็นกันมักเป็นชิ้นสำคัญหรือไม่ก็ขึ้นกับคอนเทนต์ที่นิทรรศการอยากจะสื่อสาร
พิพิธภัณฑ์แทบทุกแห่งในโลกมี ‘คลัง’ ของตัวเอง ขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ไว้เก็บของที่ไม่ได้นำออกมาโชว์
วัตถุสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในการครอบครองของพิพิธภัณฑ์มีแต่ขาเข้า ทั้งจากการขุดค้นทางโบราณคดี ประชาชนและหน่วยงานมอบให้ การทวงคืนจากต่างประเทศ ยึดได้จากการทำผิดกฎหมาย ฯลฯ นานวันแต่ละพิพิธภัณฑ์ก็ประสบปัญหา ‘ของล้นคลัง’
สิ่งหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยในวงพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก คือการแก้ปัญหาของล้น จนเกิดเทรนด์การสร้างคลังแยกออกจากพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุรักษ์
วันนี้พิพิธภัณฑ์ชื่อดังหลายแห่งมีคลังแยกเอาไว้ต่างหาก เช่น Louvre Conservation Centre ของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์, Depot Boijmans Van Beuningen ที่เก็บคอลเลกชันงานศิลปะในเนเธอร์แลนด์, BM_ARC และ V&A East Storehouse ในสหราชอาณาจักร
ส่วนไม่ไกลบ้านเราอย่างสิงคโปร์ก็มี Heritage Conservation Centre (HCC) เป็นศูนย์กลางของการอนุรักษ์ ไว้ดูแลของจากพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ
คลังต่าง ๆ ที่พูดถึงนี้ บางแห่งปิดถึงขั้นหวงห้าม จัดเป็นพื้นที่ศึกษาเฉพาะนักวิจัย ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเยี่ยมชม บางแห่งเปิดเป็นสาธารณะ ผู้สนใจเดินเข้าไปชมได้ไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์ และบางแห่งเปิดเป็นกึ่งสาธารณะ คนภายนอกขอเข้าไปศึกษาได้เป็นกรณี
สำหรับคลังกลางฯ ของไทยเราเป็นอย่างหลัง


หลังบ้านพิพิธภัณฑ์
กรมศิลปากรมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในสังกัด 43 แห่งทั่วประเทศ พบปัญหาเหมือนกับที่เพื่อนทั้งโลกเจอ
คลังกลางฯ จึงเป็นตัวช่วยแก้ปัญหา ทำหน้าที่หลังบ้านที่รวบรวมของจากทั่วประเทศมาไว้ที่เดียว หวังให้เป็นต้นแบบในการวางระบบจัดการดูแลวัตถุ เมื่อไหร่ที่มีนิทรรศการใหม่ ๆ ค่อยกระจายของออกไปหน้าบ้านตามพิพิธภัณฑ์
ปัจจุบัน คลังกลางฯ จัดเก็บสมบัติของชาติ 100,000 กว่ารายการ และมีที่เหลือพอจะรองรับของที่เข้ามาเพิ่มได้มากกว่านี้อีกเท่าตัว แถมตัวอาคารยังออกแบบให้มีความแข็งแรง คิดเผื่อสำหรับภัยพิบัติที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างแผ่นดินไหว ซึ่งได้พิสูจน์จริงแล้วจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา สิ่งของเปราะบางที่เก็บไว้ไม่เสียหายเลย
การจัดเก็บในคลังแบ่งออกตามประเภทของวัสดุ คืออนินทรียวัตถุ-วัสดุจากสิ่งไม่มีชีวิต และอินทรียวัตถุ-วัสดุจากสิ่งมีชีวิต
วิธีนี้อิงตามหลักการอนุรักษ์สากล เพราะวัสดุแต่ละอย่างควรเก็บในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน การอยู่ในอุณภูมิที่พอเหมาะ ความชื้นที่พอดี จะลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพ วัตถุที่ทำจากอนินทรียวัตถุเก็บในห้องคลังชั้น 1 – 2 แยกย่อยออกมาตามประเภทของวัสดุได้อีก 3 ห้องใหญ่
ชั้นแรกสุดเป็น ‘คลังหินและปูนปั้น’ เมื่อมองผ่านกระจกนิรภัยเข้าไปในห้อง เราพบศิลาจารึกตั้งเป็นแถว หนึ่งในนั้นคือจารึกเมืองศรีเทพ เมืองโบราณที่เพิ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
ชั้นวางอื่น ๆ ในห้องยังมีพวกประติมากรรมและส่วนประดับตกแต่งอาคารที่เราเห็นในโบราณสถานหลายยุคสมัย ทั้งหน้าบัน ทับหลัง และยังมีวัตถุทางธรณีวิทยา เช่น แร่ หิน ก็เก็บไว้ที่นี่
ความพิเศษคือห้องนี้มีการติดตั้งระบบหมุนเวียนอากาศ ช่วยกรองและหมุนเวียนอากาศจากภายนอกเข้ามาในห้อง ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ และป้องกันการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย เป็นมิตรกับทั้งคนและของ


ขึ้นมาชั้นที่ 2 เป็นส่วนของ ‘คลังดินเผาและแก้ว’ ภายในแบ่งพื้นที่เป็นห้องย่อย วางสิ่งของเรียงไปตามรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ภาชนะดินเผาเนื้อดิน ภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง เครื่องเคลือบ และจัดกลุ่มตามยุคสมัย ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์จนถึงรัตนโกสินทร์
ของที่เก็บอยู่บนชั้นในห้องนี้โดยมากเป็นถ้วยชามรามไหต่างขนาด เช่น เครื่องปั้นดินเผาก่อนประวัติศาสตร์จากบ้านเชียง สังคโลกสมัยสุโขทัย เครื่องถ้วยจากแหล่งเตาต่าง ๆ และยังมีบางส่วนมาจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย
ส่วนของชิ้นเล็ก ๆ อย่างแวดินเผา ลูกปัดแก้ว และพระพิมพ์ ก็มีรวมอยู่ในห้องนี้เช่นกัน โดยเก็บไว้ในกล่องอีกทีหนึ่ง


นอกจากภาชนะ ของที่เก็บในคลังดินเผายังรวมถึงงานปูนปั้นที่เคยติดประดับสถาปัตยกรรม ตัวอย่างเช่น ปูนปั้นจากเมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองในวัฒนธรรมทวารวดีเมื่อกว่าพันปีที่แล้ว
ห้องฝั่งตรงข้ามกันเป็น ‘คลังโลหะ’ เก็บวัตถุที่ทำจากโลหะทุกรูปแบบ นำโดยพระพุทธรูปที่คะเนด้วยตาแล้วเห็นว่ากินพื้นที่กว่าค่อนห้อง จัดกลุ่มตามอายุสมัย ปาง และขนาด ส่วนที่เหลือก็เป็นโลหะหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเทวรูป อาวุธ เงินตรา กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์ต่าง ๆ


บางชิ้นมีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ อย่างปืนพระสุบินบันดาล ปืนใหญ่ที่สร้างให้ยิงได้ทีละหลายนัด สร้างขึ้นตามพระสุบินของรัชกาลที่ 4 เครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อ Smith Premier ที่มีแป้นพิมพ์ภาษาไทย รุ่นแรกของสยาม หรือพระพรหม (องค์เดิม) ที่เคยประดิษฐานอยู่ที่แยกราชประสงค์


ข้างกันกับห้องโลหะมีห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง จัดเป็นห้องมั่นคง (นิรภัย) ที่มีความปลอดภัยสูง ด้านในเก็บรักษาโบราณวัตถุมีค่าและของหายากที่อาจมีเพียงชิ้นเดียว เช่น พระพุทธรูปทองคำ ส่วนหนึ่งได้มาจากกรุวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) และทองคำที่พบจากเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
มาถึงชั้นสุดท้าย อาณาบริเวณชั้นนี้เป็นส่วนของ ‘คลังอินทรียวัตถุ’ ฟากหนึ่งเก็บวัตถุที่ทำจากไม้ ส่วนมากเป็นของขนาดใหญ่อย่างเครื่องเรือนจำพวกโต๊ะ ตู้ เตียง และของใช้เนื่องในศาสนาอย่างบานประตูอาคาร ตู้พระธรรม เครื่องใช้ไม้สอย รวมถึงพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์คราวงานพระเมรุรัชกาลที่ 9 ก็เพิ่งย้ายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาเก็บรักษาไว้ที่นี่
ส่วนอีกฟากรวมของประเภทอินทรียวัตถุอื่น ๆ เช่น ผ้า กระดาษ งาช้าง หนังสัตว์ ตาลปัตรพัดรองที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ ฯลฯ ของเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวสูง บางชิ้น เช่น หนังใหญ่ชุดพระนครไหว ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ไม่เพียงแต่อายุที่เก่าแก่ แต่ยังจำเป็นต้องเก็บในแนวราบเพื่อให้คงสภาพความสมบูรณ์ ห้องนี้จึงมีลิ้นชักไว้เก็บของลักษณะนี้โดยเฉพาะ
บรรดาห้องที่พูดถึงมีเครื่องวัดความชื้นตั้งตามมุม ให้ภัณฑารักษ์หมั่นคอยตรวจสอบว่า ความชื้นจะไม่ขึ้นสูงเกินเกณฑ์จนมีผลกระทบต่อสิ่งของที่อยู่ด้านใน
คลังคน
บทบาทของภัณฑารักษ์ยุคนี้ทำมากกว่าแค่ดูแลสิ่งของ
ของที่เก็บในคลังยังแยกประเภทตามวัสดุ ภัณฑารักษ์ก็ไม่ต่างกัน แต่ละคนเชี่ยวชาญคนละอย่าง เก่งคนละด้าน บางคนไปสายวิชาการ ถนัดวิจัย ทำหน้าที่เป็นต้นทางของความรู้ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ
บางคนเป็นสายนำชม ชอบทำนิทรรศการ ย่อยความรู้และอธิบายเรื่องราวยาก ๆ ออกมาเป็นเรื่องง่ายให้คนนอกวงการเข้าใจได้ ซึ่งมักจะประจำอยู่ในส่วนหน้า
หน้าที่ของทีมส่วนหลังในคลังกลางฯ มีทั้งการอนุรักษ์ ทำทะเบียน สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์โบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุ เป็นงานหลังบ้านที่มีกระบวนการสากลเรียกว่า การจัดการคลังพิพิธภัณฑ์ (Collection Management)



คลังแห่งนี้จึงเป็นเหมือน ‘ศูนย์ฝึกภัณฑารักษ์’ คนที่ทำงานจะได้เห็น ได้จับ ได้ทำงานกับโบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุของจริง หรือหลายครั้งของที่รับเข้ามาเป็นสิ่งเทียมโบราณวัตถุ ก็จะได้ฝึกทักษะการเปรียบเทียบ ตรวจพิสูจน์กับของแท้
ในโอกาสที่โบราณวัตถุออกไปจัดแสดงภายนอกแล้วกลับมาหรือได้ของเข้ามาใหม่ ภัณฑารักษ์ในคลังกลางฯ ก็จะเป็นด่านแรก ทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพและจัดการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ หากเรียบร้อยก็จะนำเข้าไปเก็บในห้องคลัง แต่ถ้าชำรุด ถึงคราวต้องอนุรักษ์ ก็จะนำของข้ามไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันก่อน พื้นที่บริเวณนี้จึงเป็นระบบนิเวศที่ดูแลสมบัติของชาติอย่างดีและครบวงจร

หากเทียบให้เห็นภาพ คลังกลางฯ ก็เหมือนโรงพยาบาล มีภัณฑารักษ์เป็นแพทย์คอยดูแลโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อย่างถูกวิธี ยืดอายุของโบราณนี้ให้คงสภาพได้นานที่สุด และพร้อมออกไปจัดแสดงด้านนอก
นอกจากนี้ ในทุกปี คลังกลางฯ ยังเป็นสถานที่อบรมภัณฑารักษ์จากทั่วประเทศ มาร่วมกันอัปเดตความรู้และเทรนด์ด้านพิพิธภัณฑ์ แล้วกลับไปปรับใช้กับพิพิธภัณฑ์ในภูมิภาคต่าง ๆ


คลังความรู้
ย้ำกันอีกครั้งตัวโต ๆ ขึ้นชื่อว่า ‘คลัง’ ที่นี่มีเพื่อเก็บวัตถุพิพิธภัณฑ์เป็นหลัก
ต่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่คุ้นเคยกัน เพราะไม่มีห้องจัดแสดง ไม่มีนิทรรศการที่วางเส้นเรื่องให้เพลิดเพลิน ไม่มีเนื้อหาบนบอร์ดให้อ่านเพื่อเติมความรู้ และไม่ใช่ที่ที่จะมาเดินดูของที่เก็บด้านในได้ดังใจ
ส่วนหนึ่งเพราะจำต้องมีการควบคุมและรักษาความปลอดภัยตามหลักพิพิธภัณฑ์วิทยา (Museology)
แต่ก็ใช่ว่าจะสงวนไว้สำหรับคนทำงานส่วนหลังเท่านั้น เพราะอย่างที่บอกไป คลังกลางฯ แห่งนี้ตั้งใจเป็น Visible Storage หรือคลังเปิดในรูปแบบคลังเพื่อการศึกษา (Study Collection)
นักศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย เข้ามาสืบค้นในห้องสมุดและใช้บริการไฟล์ถ่ายภาพโบราณวัตถุที่มีมากกว่าแสนไฟล์ ในห้องค้นคว้าด้านล่าง
หรือหากต้องการศึกษาจากของจริง ก็มาขอศึกษาโบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุเป็นรายชิ้นได้ โดยสืบค้นจากฐานข้อมูลของกรมศิลปากรเป็นอันดับแรก จากนั้นทำเรื่องขออนุญาต ภัณฑารักษ์จะนำของเข้ามาให้ดูที่ห้องศึกษาซึ่งจัดสรรพื้นที่ไว้ให้โดยเฉพาะ หรือหากสิ่งของที่ต้องการมีชิ้นใหญ่ น้ำหนักมาก ภัณฑารักษ์ก็จะพาเข้าไปศึกษาด้านในห้องคลัง
ที่นี่จึงเหมือน ‘ห้องสมุดโบราณวัตถุ’ ที่เราจะได้ศึกษาโบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุที่เก็บรักษาไว้อย่างใกล้ชิด แต่ยืมออกไปไม่ได้ แบบเดียวกับการอ่านหนังสืออ้างอิงในห้องสมุด


ส่วนผู้ที่เข้ามาใช้บริการก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องสนใจแต่เรื่องประวัติศาสตร์-โบราณคดี เพราะของที่เก็บไว้ในคลังกลางมีความหลากหลาย ของชิ้นหนึ่งเล่าเรื่องอื่นได้อีกเยอะแยะ ผู้ที่สนใจอยากค้นคว้าเรื่องแขนงอื่น ๆ เช่น เครื่องแต่งกาย ยานพาหนะ ธนบัตร-การเงิน ฯลฯ ก็มาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่นี่
ขณะเดียวกัน คลังกลางฯ ยังเต็มใจต้อนรับเหล่าคนทำพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ ที่อยากเข้ามาศึกษาดูงาน เรียนรู้มาตรฐานการจัดเก็บและจัดการพิพิธภัณฑ์ระดับชาติ
เพราะการจัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ ตามหน้าบ้านพิพิธภัณฑ์ทั่วไทย จะขาดทีมหลังบ้านที่ทำงานทั้งดูแลและค้นคว้าไปไม่ได้เลย คลังกลางฯ จึงนับเป็นอีกหมุดหมายที่แสดงให้เห็นว่าบ้านเราให้ความสำคัญกับการเก็บรักษามรดกของชาติไม่แพ้ใครในเวทีพิพิธภัณฑ์โลก


















