24 สิงหาคม 2024
6 K

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจังหวัดแพร่เป็นหนึ่งในจังหวัดที่กำลังใช้ความสร้างสรรค์ขับเคลื่อนเมือง จากความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ อย่าง แพร่คราฟท์ และ เปื้อนยิ้มแป้ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนทำงานสร้างสรรค์ ทั้งงานคราฟต์ งานศิลปะ ที่พัก คาเฟ่ ร้านค้า และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ในมุมใหม่ให้ผู้คนได้หันกลับมามองและทำความรู้จักกับจังหวัดบ้านเกิดของพวกเขาอีกครั้ง และเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนท้องถิ่นไม่ต้องดิ้นรนออกไปไกลจากบ้านเพื่อไปคว้าโอกาสในจังหวัดอื่น

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวและบรรยากาศย่านเมืองเก่า จากเรือนขนมปังขิงที่ตั้งกระจายกันอยู่กลางเมืองแพร่ เราค้นพบว่ามีบ้าน 2 ชั้นเก่าแก่หลังหนึ่งได้รับการรีโนเวตเพื่อปรับให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในนาม ‘Bored Town’ ที่ตั้งใจจะพาแพร่ไปสู่อนาคตด้วย Blockchain และ Cryptocurrency

นี่คือความฝันของ แก๊ป-สลันดา สิระสราญ กราฟิกดีไซเนอร์หญิงชาวแพร่วัย 45 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจาก NFT เธออยากใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเชื่อมโยงผู้คนและจังหวัดแพร่ไปสู่โอกาสในอนาคตอย่าง Blockchain และ Cryptocurrency ผ่านกิจกรรมและเวิร์กช็อปของ Bored Town 

แก๊ปเปิดประตูรอต้อนรับอยู่แล้ว เชิญก้าวเข้าสู่อนาคตและมาฟังไอเดียของเธอกัน

“Blockchain เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอแน่ ๆ ภายใน 5 ปีนี้ค่ะ” แก๊ปเริ่มต้นเปรยความคิดของเธอทันที “มันเหมือนเรากำลังอยู่ในโลกก่อนจะมีอินเทอร์เน็ต เรายังนึกไม่ออกว่าคืออะไร ทำหน้าที่ยังไง ส่งผลอะไรบ้าง เลยเป็นช่วงที่ถ้าใครเข้าไปในโลกของ Blockchain ได้ก่อน คุณมีโอกาสได้เข้าไปขุดทองก่อนคนอื่น ๆ และรอยต่อในช่วง 5 ปีนี้จึงสำคัญและเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ” เธอย้ำ

“เราตัดสินใจลงทุนทำ Creative Space ตรงนี้ขึ้นมา เพราะเห็นโอกาส เห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับผู้คนและจังหวัดแพร่ Bored Town จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงให้ผู้คนที่สนใจโลกของ Blockchain เข้ามาทำความรู้จัก เรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราออกแบบ เช่นเดียวกัน เราก็จะเป็นคนเชื่อมโยงคนจากโลกของ Blockchain มาเจอกันกับคนที่สนใจ”

การมีอยู่ของ Bored Town คือสิ่งที่บอกถึงโอกาสทางความสำเร็จ เพราะเป็นผลจากการที่แก๊ปเข้าไปสู่โลกของ Blockchain และ Cryptocurrency ซึ่งเธอรู้จักครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

“เราสนใจเรื่องคริปโตฯ มา 10 ปีแล้วค่ะ ตอนนั้นมีชาวต่างชาติจ้างทำงานกราฟิก ซึ่งเขาบอกเราว่าจะจ่ายเงินเป็นบิตคอยน์ (Bitcoin) เราก็เลยเริ่มต้นศึกษาและทำความรู้จักตั้งแต่ตอนนั้น จึงพบว่ามันคือสกุลเงินในอนาคต ด้วยความที่เป็นคนมีนิสัยชอบลอง ชอบเสี่ยงอยู่แล้ว” เธอหัวเราะสนุก “อนาคตก็อนาคต มันไม่น่าจะเสียหายอะไร เราก็ตอบตกลงรับงานนั้นค่ะ”

เมื่อได้รับค่าตอบแทนเป็นสกุลบิตคอยน์ครั้งแรก เธอจึงเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับสกุลเงินในอนาคตตั้งแต่นั้น แต่ก็ไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มเติมกับมัน ในช่วงเวลาใกล้กัน เธอตัดสินใจย้ายจากกรุงเทพฯ กลับมาจังหวัดแพร่ เพื่อให้มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น และให้ลูกของเธอได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี

เธอหารายได้ด้วยการผลิตสบู่ปลอดสารเคมี ซึ่งเริ่มต้นมาจากความต้องการให้ลูกของเธอได้ใช้ของที่ปลอดภัย ประกอบกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาในช่วงนั้น ทำให้ยอดขายสบู่ของเธอเป็นไปด้วยดี กระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ยอดขายสบู่ที่เคยดีก็ค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้คนเริ่มลดค่าใช้จ่าย เธอจึงต้องหาทางออก

“ช่วงที่โควิดระบาด Bitkub ก็กำลังดัง เราเลยตัดสินใจลองเอาเงิน 5,000 ไปซื้อเหรียญ ETH แล้วก็ลอง Trade ดู ช่วงแรกก็พอได้กลับมาบ้างค่ะ แต่พอผ่านไปสักเดือนหนึ่ง กราฟลงแรงมาก เราเลยไปค้นดูว่าเขาเอาเหรียญพวกนี้ไปใช้ทำอะไรกัน พบว่ามันเอาไปใช้สร้าง NFT ได้ เป็นช่วงที่ NFT กำลังพุ่งใหม่ ๆ เราเห็นว่ามีแนวโน้มที่ดี ประกอบกับชอบวาดรูปอยู่แล้ว สำหรับเราการวาดรูปเหมือนเป็นการผ่อนคลาย ได้ปลดปล่อย ก็เลยตัดสินใจลองดู แล้วดันขายได้จริง ๆ ด้วย ตรงนี้สำคัญ” เธอหัวเราะสนุกอีกครั้ง 

“เราเลยลองนั่งวาดภาพ วาดทุกวัน วันละ 5 ชิ้นทุกเดือน เพราะตอนนั้นเรายังไม่รู้เรื่องของการ Generative ภาพที่ปล่อยทีละหมื่นตัวแบบคนอื่น ๆ ได้ แต่ก็อาจจะกลายเป็นข้อดี ด้วยความที่ตอนนั้นยังไม่มีศิลปินหญิงที่วาดเป็นชิ้น ๆ สักเท่าไหร่ พอทำไปคนก็เริ่มมาติดตาม มาซื้อ จนถึงจุดหนึ่งที่คนเริ่มมาแย่งกันซื้อ สมมติปล่อยไป 5 ชิ้นก็หมดภายใน 3 วินาที ทีนี้เรายิ่งสนุกเลย แต่เหตุผลหลัก ๆ ที่ขายได้ มาจากการที่เราใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ด้วย เราเขียนบรรยายงานแต่ละชิ้น มีการปล่อยเป็นธีม ให้คนรู้สึกว่าเรามีความเคลื่อนไหว มีความเป็นไปได้ เขาก็จะตั้งตารอเก็บสะสมงานของเรากัน

“เราเคยขายชิ้นหนึ่งได้ราคาสูงสุดอยู่ที่ 170,000 บาท แต่ถ้ารวมเซตนั้นทั้งหมดก็ประมาณ 2,000,000 บาท แต่หลังจากนั้นกระแส NFT ก็เข้าสู่ขาลง เราเริ่มสังเกตเห็นว่าคนในช่วงนี้ไม่ได้ซื้องาน NFT เพราะความสวยงาม แต่ซื้อเพื่อหวังให้ได้รับอะไรกลับคืน อาจจะเป็นเหรียญหรืออื่น ๆ ช่วงนั้นเราจะเบื่อมาก เพราะมีแต่คนเข้ามาถามว่า ซื้องานเราแล้วได้อะไรกลับไป เพราะเราไม่ได้คิดมาก่อนว่าฉันจะต้องมีผลกำไรให้คุณในอนาคต เพราะเราเริ่มต้นมาจากการอยากลองเฉย ๆ แล้วมันดันไหลไปเรื่อย ๆ เราก็แค่อยากวาดรูป ไอ้ความเบื่อนั้นก็เลยออกมาเป็นตัวละครตัวหนึ่ง ซึ่งเราตั้งชื่อว่า Bored Town 

“เราตั้งใจไว้ว่า Bored Town จะเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนด้วยด้านลบ ประชดประชัน เราอยากระบาย ก็เลยวาดตัวละครนี้ออกมาด้วยอารมณ์นี้ ทำเสร็จภายในวันเดียว ทั้งหมด 5,000 ตัว และตัดสินใจแจกทั้งหมดเลย ตอนนั้นเรามองหาว่าจะทำไปแจกที่ไหนดี ก็พบว่า Optimism เขาเพิ่งเปิดตัว แล้วสีของตัว Bored Town ที่เป็นสีขาว แดง ดำ ก็ตรงกับโลโก้ของเขาพอดีด้วย งั้นก็ปล่อยที่นี่แหละ”

จากความเบื่อหน่ายและตั้งใจที่จะสร้างผลงานขึ้นมาแจกเพื่อประชดประชัน และระบายความไม่พอใจของเธอ ปรากฏว่าความประชดประชันนั้นกลับกลายเป็นการพาเธอไปสู่โอกาสใหม่

“เราพบว่าคนไม่ได้ซื้องาน NFT เพราะความสวยอีกแล้ว แต่มันกลายเป็นเหมือนใบปลิวที่แต่ละ Blockchain ใช้ดึง User เข้าไปสู่สิ่งต่าง ๆ ของแต่ละ Blockchain อารมณ์การประชาสัมพันธ์ ตอนที่เรานำไปแจกเราก็เอาไปทวีตและบอกกลุ่มคนไทยใน Optimism ไว้ ปรากฏว่าคนชอบกัน อยู่ดี ๆ ก็มีคนเข้ามาใน Discord เราเป็นพัน ๆ คนในเวลาแป๊บเดียว งงว่าชอบอะไรกัน แต่ก็ดี” เธอหัวเราะ

“เขาคงมองว่าแปลกดีมั้ง ไม่เหมือนกับตัวละครอื่น ๆ ในช่วงนั้น และฟรีด้วย

“ปรากฏว่าพอมันดัง มีคนอยากได้เยอะ ๆ เกิดการซื้อขายต่อกันขึ้น ซึ่งเราได้ค่า Royalty มาบางส่วน แล้วพอ Blockchain เขาได้ User เพิ่มขึ้นมาจากงานเรา ทางเขาก็ได้ประโยชน์ และเกิดเป็นการตอบแทน อารมณ์ให้ทุนสนับสนุนเรียกว่า AirDrop มาให้กับเรา ช่วงแรกที่เราทำได้ทีหนึ่งเยอะอยู่นะคะ เป็นหลักล้านก็มี เราเริ่มเห็นกระแสแล้วว่าตอนนี้ทาง Blockchain กำลังต้องการงานของครีเอเตอร์ที่ดึง User ให้เข้าไปหาเขาได้ เราเลยเอาผลงานเราไปปล่อยทุก Blockchain อารมณ์เหมือนเป็นอินฟลูเอนเซอร์เลยค่ะ ซึ่งเป็นผลพลอยได้มาจากการที่เราประชดประชันทำแจกตอนนั้นนั่นแหละ

“พอเวลาผ่านไป มีผู้เล่นมากขึ้น ก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลงเป็นธรรมชาติ ปัจจุบัน AirDrop ทีหนึ่งได้ประมาณ 10,000 และก็ได้ยากขึ้นด้วย เลยต้องขยับไปหาช่องว่างอื่นต่อ แล้วเราก็พบว่าไม่จำเป็นต้องเป็นงานศิลปะอย่างเดียว อาจจะเป็นแพลตฟอร์มหรืออะไรก็ได้ที่ดึง User ให้เขาได้” 

ตั้งแต่เริ่มต้นทำ NFT มาจนถึงช่วงขาลง แก๊ปทำเงินได้ประมาณ 10 ล้านบาท วันที่ได้เงินมาเธอตั้งใจไว้ว่าจะแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน คือเงินเก็บของเธอเอง และเงินอีกครึ่งเธอตั้งใจจะสร้าง Community ขึ้นมา โดยเป็นที่ที่เธอเอาประสบการณ์ความรู้มาช่วยพัฒนาให้คนที่สนใจ Blockchain และนำโอกาสมามอบให้กับคนและจังหวัดแพร่ที่มีศักยภาพ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Bored Town Creative Space 

“เราเป็นคนต่างจังหวัดที่มีโอกาสไปเรียนและไปทำงานที่กรุงเทพฯ ก่อนตัดสินใจกลับมาแพร่ เราพบว่าคนแพร่หรือคนต่างจังหวัดมีศักยภาพและความเป็นไปได้เยอะมาก ๆ แต่ว่าโอกาสมาไม่ถึง งานส่วนใหญ่มักจัดที่กรุงเทพฯ ซึ่งหลายคนไม่สะดวกเดินทางไป เรากลับมาคิดดูว่าจะมีอะไรที่สร้างโอกาสให้คนต่างจังหวัดได้บ้าง และพบว่า Blockchain ที่เราทำมันข้ามขั้นได้เลยนะ คือไปสู่ระดับสากลได้เลย”

ด้วยความรู้ทางเทคโนโลยีและรู้จักกับผู้คนในแวดวงนี้ ล่าสุด Bored Town ได้ร่วมกันกับเพื่อน ๆ และทาง ททท. สร้างสรรค์แอปพลิเคชันสำหรับกิจกรรมสนุก ๆ อย่าง AmazingHunt: NFT Travel Guide ท่องเที่ยวตามรอยสัตว์วิเศษและถิ่นที่อยู่ โดยใช้สัตว์วิเศษออกแบบโดยศิลปิน NFT ที่ซุกซ่อนอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ เมื่อได้พบ สัตว์วิเศษเหล่านี้ก็จะเป็นไกด์พาผู้คนให้ไปค้นพบของดีประจำถิ่นของจังหวัดนั้น ๆ พร้อมกับรางวัลตอบแทนให้กับนักค้นหาสัตว์วิเศษที่ออกเดินทาง เป็นหนึ่งในผลงานสนุก ๆ ของ Bored Town ที่ในอนาคตยังมีตามมาอีกจำนวนมาก ซึ่งเธอตั้งใจทำให้จังหวัดต่าง ๆ รวมถึงจังหวัดแพร่โดยเฉพาะ 

“เรามองเห็นโอกาส เห็นว่าแพร่มีคนเจ๋ง ๆ อยู่เยอะมาก ถ้าดึงโอกาสมาให้คนกลุ่มนี้ได้ แพร่จะกลายเป็นจังหวัดที่เติบโตแบบก้าวกระโดด เหมือนเห็ดถอบที่อยู่ในดินแล้วจู่ ๆ ก็โผล่โพละออกมา

“เราเห็นถึงศักยภาพ เราเห็นคนทำงานคราฟต์ ซึ่งบางคนถ้ามีลูกค้าประจำอยู่แล้วก็โอเค แต่บางคนที่อยากกลับมาอยู่ที่แพร่ อยู่ที่ต่างจังหวัด กว่างานคราฟต์ที่เขาทำจะได้เงินมันช้า สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้ ถ้าเรานำ Blockchain มาเชื่อมให้เขามีทุนในการทำงานในบ้านเกิดก็น่าจะดี อารมณ์เหมือนเราเป็นท่อน้ำเลี้ยง

“ที่ Bored Town จัดเวิร์กช็อปให้กับคนที่สนใจในเรื่องนี้ เข้ามาเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่เราเชิญมา ตั้งแต่เรื่อง Blockchain การทำแบรนดิ้ง การตลาด การผลิตสื่อ และเวิร์กช็อปอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการเข้ามาสู่โลกของ Blockchain ขณะเดียวกันเราก็จัดกิจกรรมประกวดผลงานโดยมอบรางวัลให้เป็นเหรียญคริปโตฯ เหมือนกับตอนแรกที่เราเคยรับจ๊อบแล้วได้ค่าตอบแทนเป็นคริปโตฯ เหมือนการยินดีต้อนรับเขาให้เข้ามาสู่โลกของ Blockchain เราตั้งใจจะเชื่อมโยงคนที่สนใจให้เข้ามาสู่โลกของ Blockchain และคนจาก Blockchain เองก็ได้มาเจอกับคนที่สนใจ”

นอกจากกิจกรรมและเวิร์กช็อปที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain พื้นที่ของ Bored Town ยังต้อนรับกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ให้ทุกเพศทุกวัย เราจึงเห็นบ้านหลังนี้มีผู้คนหลากหลายทั้งเด็กและผู้ใหญ่แวะเวียนกันเข้ามา ไม่ว่าจะมาเรียนทำงานศิลปะ ลองทำช็อกโกแลต ลองย้อมผ้า มาฟังดนตรี และอีกมาก ทั้งกิจกรรมที่พวกเขาจัดขึ้นและกิจกรรมที่ผู้อื่นสนใจเข้ามาจัด ในทุกวันเสาร์ที่ตรงนี้มีการจัดถนนคนเดิน ‘กาดกองเก่า’ ทาง Bored Town เปิดพื้นที่ให้คนที่ทำงานสร้างสรรค์ งานคราฟต์ มาใช้พื้นที่นำงานมาขาย หรือใครที่มองหาพื้นที่ใช้ประชุม คุยงาน หรือหาพื้นที่ทำงาน ที่นี่ก็พร้อมต้อนรับแขกทุกคน เพื่อที่จะทำให้เมืองแพร่มีชีวิตชีวา

“เราอยากเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุน และอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมที่ไปพร้อม ๆ กับกลุ่มขับเคลื่อนอื่น ๆ ในแพร่ที่เขากำลังขับเคลื่อนกันอยู่ นี่คือความฝันของเราเลย” เธอพูดด้วยแววตาจริงจัง

Bored Town
  • 29 สันกลาง 2 ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ (แผนที่)
  • เปิดวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 10.00 – 18.00 น.
  • 09 1415 4020
  • Bored Town
  • www.bored.town

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

ภูพิงค์ ตันเกษม

ชีวิตผม ชอบการเดินทาง ชอบทำอาหาร และรักการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย