8 มกราคม 2025
3 K

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ริมถนนสายรองที่แยกตัวออกมาจากกลางเมืองแสนพลุกพล่าน มีบ้านขนาดกะทัดรัดซ่อนตัวอยู่ บ้านหลังนั้นคงจะกลมกลืนไปโดยไม่มีใครค้นพบ หากแต่กลิ่นขนมอบอันหอมหวนกลับลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ซึ่งมิใช่เพียง 1 หรือ 2 ครั้ง แต่หญิงสาวในบ้านนี้อบขนมส่งกลิ่นหอมฟุ้งต่อเนื่องกันจากรุ่นสู่รุ่น ประกอบกับรั้วบ้านลายจิงโจ้อันเป็นเอกลักษณ์ คนแถวนั้นจึงพร้อมใจกันเรียกที่นี่ว่า ‘บ้านจิงโจ้’ 

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ บ้านจิงโจ้มิใช่เพียงเคหสถานอันเป็นต้นทางของกลิ่นขนมอบอีกต่อไป แต่กลายมาเป็นคาเฟ่ที่มีทั้งเบเกอรีและกาแฟในความดูแลของ นน-รัชพล และ ต้า-พัณณิตา ปัญญาสาคร หลานชาย-หลานสาวของคุณยายผู้เป็นเจ้าของบ้านจิงโจ้ อีกทั้งเป็นตัวแทนคนสมุทรสาครรุ่นใหม่ที่มองเห็นความเป็นไปได้ในการกลับมาทำธุรกิจที่บ้านเกิด แม้นิยามตัวเองเป็น ‘คาเฟ่’ แต่วิธีคิดของบ้านจิงโจ้ก็แตกต่างและน่าสนใจไม่น้อย 

เราและช่างภาพขอใช้โควตาบ้านใกล้ สลับบทบาทจากลูกค้าประจำสู่คนสัมภาษณ์ นั่งคุยกับนนและต้าถึงวิธีคิดในการเนรมิตบ้านคุณยายให้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร อ้อ เรามีแขกรับเชิญเป็น เจคอบ โกลเดนรีทรีฟเวอร์ตัวใหญ่ใจดีซึ่งเป็นตัวการให้ที่นี่เป็นร้าน Pet-friendly มาร่วมให้กำลังใจด้วยนะ 

ศึกชิงแชมป์เค้กแคร์รอต

ย้อนกลับไปในช่วงโควิด-19 แม้ว่าโรคระบาดพัดพาให้หลายธุรกิจล้มหาย แต่ก็มีหลายคนที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ค้นพบทักษะใหม่ ๆ จากการต้องอยู่บ้านนานหลายเดือน ต้าก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอคืออดีตพนักงานบริษัทที่ชื่นชอบทำและกินขนมหวาน โดยเฉพาะ ‘เค้กแคร์รอต’ เมื่อเมืองปิด หาเค้กแคร์รอตที่ถูกปากไม่ได้ เธอจึงลงมือทำเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจากคุณแม่ ผู้เชี่ยวชาญและชื่นชอบการทำขนมยิ่งกว่าใครในบ้าน 

“คุณแม่ชอบทำขนมมาก ทำขนมมาตั้งแต่เราเด็ก ๆ จำความได้ก็เห็นคุณแม่อบขนมอยู่ในครัวแล้ว

“คุณแม่มีอุปกรณ์ครบ พอเราอยากกินก็หาสูตรแล้วลองทำดู พอเขามาเห็นก็บอกว่ามีสูตรเค้กแคร์รอตที่อร่อยเหมือนกัน เลยเป็นการแข่งขันว่าของใครจะอร่อยกว่า เราทำแล้วส่งไปให้เพื่อน ๆ ที่ชอบเค้กแคร์รอตชิมทั้งสูตรของเราและของคุณแม่ ผลปรากฏว่าทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าของคุณแม่อร่อยกว่า! เพราะสัดส่วนวัตถุดิบต่าง ๆ ในสูตรของคุณแม่ลงตัวกว่า ทั้งอบเชย ลูกเกด ครีมชีส เนื้อเค้กก็ละมุนกว่า” ลูกสาวผู้พ่ายแพ้ในการแข่งขันครั้งที่ 1 เล่าด้วยเสียงหัวเราะ พร้อมกับวิเคราะห์เคล็ดลับของผู้ชนะให้ฟัง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับต้าหลังจากนั้นไม่ใช่การแข่งขันต่อในครั้งที่ 2 หากแต่เป็นการบอกต่อปากต่อปากในหมู่เพื่อนซึ่งเป็นเหล่าคนรักเค้กแคร์รอต นำมาสู่ออร์เดอร์ทั้งจากคนรู้จักและคนแปลกหน้าที่ทักมาสั่งซื้อจริง ๆ และในวันเดียวกันนั้นเองเธอจึงจับพลัดจับผลูกลายเป็นแม่ค้าที่ต้องคิดทั้งราคา วิธีส่ง แพ็กเกจจิง ไปจนถึงชื่อร้าน และชื่อบ้านจิงโจ้ก็ถูกใช้มาตั้งแต่วันนั้น 

“วิธีการที่ใช้ในช่วงแรกคือเปิดรับออร์เดอร์ทางออนไลน์ นัดวันส่ง จากนั้นก็ขับรถจากมหาชัย สมุทรสาคร เข้าไปส่งตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ เช่น พระราม 2 สาทร สยาม อารีย์ นานวันเข้า เค้กแคร์รอตแสนอร่อยจากบ้านจิงโจ้ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ลูกค้าประจำเรียกร้องให้มีหน้าร้าน รวมถึงมีคนพื้นที่ที่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วแม่ค้าอยู่ใกล้บ้าน เลยไปนัดรับกันที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับมากินที่สมุทรสาครอีกทีหนึ่ง” แม่ค้ามือใหม่เล่า

เมื่อมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้ามากขึ้น ประกอบกับต้าและนนเริ่มอิ่มตัวจากงานประจำ สองพี่น้องจึงพูดคุยกันอยู่นานนับปีก่อนจะพบว่านี่แหละคือโอกาสดี จึงจับมือกันวางแผนเปิดร้านจริงจัง น้องสาวรับหน้าที่ดูแลเมนูเบเกอรีโดยมีคุณแม่เป็นที่ปรึกษา ส่วนพี่ชายซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ในวงการกาแฟพิเศษรับหน้าที่ดูแลเมนูเครื่องดื่ม 

บ้านหลังนี้มีจิงโจ้ 

ย้อนกลับไปตอนที่ต้าต้องกลายเป็นแม่ค้า สิ่งที่ขาดไม่ได้คือชื่อร้าน ซึ่ง ‘บ้านจิงโจ้’ คือชื่อที่ถูกเลือกมาตั้งแต่ในคราวนั้น

“คิดอยู่นานเลยว่าจะตั้งชื่อร้านยังไงให้แปลกใหม่ ไม่ซ้ำกับคนอื่น เลยคิดไปถึงคุณแม่กับคุณยาย 

“ท่านชอบทำอาหารและทำอร่อยมาก ทุกครั้งที่มาบ้านคุณยายเราจะได้กินของอร่อย เมื่อ 30 – 40 ปีก่อนคุณยายทำของดองน้ำหวานตราบ้านจิงโจ้ขายด้วย ถ้าไปถามคนมหาชัยรุ่นเก่า ๆ น่าจะรู้จัก บ้านหลังนี้คือพื้นที่สำหรับคนชอบทำขนมและอาหาร ทำต่อเนื่องกันมา 3 รุ่นแล้ว พอมาถึงรุ่นเรา เราอยากเปิดบ้านนี้ให้ทุกคนเข้ามาชิมรสมือของเรา จึงเลือกนำชื่อบ้านมาเป็นชื่อร้าน” 

และเมื่อถามลึกลงไปอีกว่าทำไมต้องเป็นจิงโจ้ หรือว่าที่นี่มีเคยมีจิงโจ้กระโดดดึ๋ง ๆ อยู่จริง ๆ หลานชาย-หลานสาวสันนิษฐานให้ฟังว่าน่าจะเพราะรั้วบ้านมีลายจิงโจ้อยู่ 2 ตัว ซึ่งรั้วดั้งเดิมนี้ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีและยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน

อบอุ่น ผ่อนคลาย คล้ายบ้าน 

ครั้งแรกที่ได้มาเยือนบ้านจิงโจ้ เราสัมผัสได้ถึงบรรยากาศผ่อนคลาย อบอุ่น เป็นกันเอง พร้อมสอดแทรกรายละเอียดที่รู้ได้ทันทีว่าเต็มไปด้วยความตั้งใจและพยายามทำให้ใกล้เคียงกับ ‘บ้าน’ มากที่สุด 

พวกเขาบอกว่าพื้นที่ร้านริมถนนสรศักดิ์ ใกล้กับวัดป้อมวิเชียรโชติการามกลางเมืองมหาชัยแห่งนี้อยู่ในแผนการมาตั้งแต่แรก ที่นี่คือบ้านคุณยายที่เคยวิ่งเล่นกันมา พอโตขึ้น ออกไปผจญภัยไกลบ้านมามากมาย เมื่อถึงวันที่อยากกลับบ้าน พวกเขาจึงเนรมิตบ้านเก่าขนาดราว 100 ตารางเมตรให้เป็นพื้นที่ที่ต่อยอดงานอดิเรกที่รักสู่ธุรกิจ แม้ว่ามีเสียงทัดทาน เพราะถนนหน้าบ้านนั้นแทบไม่มีรถผ่าน แต่สองพี่น้องกลับเห็นต่าง ใช้ความสงบเงียบนั้นมาเป็นคอนเซปต์ของร้าน ใช้ความอบอุ่น-สบายเหมือนมาบ้านเพื่อนเป็นจุดขาย และนั่นทำให้บ้านจิงโจ้เป็นคาเฟ่ที่ไปเยือนได้ซ้ำ ๆ 

“หลังจากตั้งโจทย์ว่าอยากให้ร้านมีลักษณะเหมือนบ้าน เราก็ได้ร่วมงานกับสถาปนิกซึ่งเป็นรุ่นพี่ของเพื่อน ให้โจทย์เขาว่าอยากให้วัสดุหลักเป็นไม้ มีความดิบนิดหนึ่ง ใช้สีเขียวเป็นหลัก เข้ามาแล้วจะได้รู้สึกร่มรื่น และขอพื้นที่สวนเยอะหน่อย” เราถามต่อว่าใครรับหน้าที่ดูแลเรื่องการก่อสร้าง ได้คำตอบว่าทั้งคู่ อย่างนี้เคยมีเรื่องไม่ลงรอยกันไหม ปากคำที่ได้จากน้องสาวก็คือ “เยอะแยะ!” 

“เช่นเรื่องพื้น นนชอบแนวดิบ ๆ แต่ต้าแอบติดแกลม อย่างพื้นตอนแรกอยากให้ปูเป็น Terrazzo แต่พี่ชายไม่เอา เลยจบลงตรงที่พื้นหินขัด วิธีการหาตรงกลางก็คือสลับกันตัดสินใจ เธอเลือกตรงนั้น ฉันเลือกตรงนี้ และมีสถาปนิกที่คอยให้คำแนะนำด้วย อย่างเสาที่กรุด้วยอิฐลอนลูกฟูกสถาปนิกก็เป็นคนเลือก กระเบื้องเคาน์เตอร์ก็เลือกกันอยู่นานมากกว่าจะได้สีเขียวเฉดที่ถูกใจ และอีกเรื่องที่เราให้โจทย์ คืออยากให้ที่นี่มีภาพจำ มีมุมถ่ายรูป เห็นแล้วรู้เลยว่าคือบ้านจิงโจ้ 

“ที่นี่ใช้เวลาสร้างนานเกือบปี ซึ่งจริง ๆ พื้นที่ขนาดนี้ 3 – 4 เดือนควรเสร็จแล้ว ที่นานขนาดนี้เพราะเราเก็บทุกรายละเอียด” 

นอกจากภายในร้านที่เก็บทุกรายละเอียด พื้นที่นอกร้านก็ไม่แพ้กัน มุมที่เจ้าของบอกว่าคนไม่ค่อยรู้ว่ามี คือสวนด้านหลัง ทั้ง 2 คนบอกว่ามุมนี้เหมือนบ้านจริง ๆ ของพวกเขา เป็นมุมแนะนำสำหรับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว หรือถ้าใครพาน้อง ๆ สี่ขามาด้วย มุมนี้เหมาะมากกับการพามาวิ่งเล่นปล่อยพลัง 

สำหรับเรา ไม่ว่าจะนั่งมุมไหนในบ้านจิงโจ้ก็รู้สึกสบายใจและเป็นเอกเทศ เพราะแต่ละโต๊ะไม่ได้ตั้งติดกันมาก วันไหนอยากหามุมสงบนั่งทำงานก็มี ถ้าอยากเปิดตี้ยกกันมาทั้งแก๊งก็ยังได้ หรือถ้าอยากพาเจ้าแสบสี่ขาที่บ้านมาวิ่ง สวนหลังร้านก็รับจบ! อีกทั้งที่นี่ยังมีน้ำดื่มและถุงเก็บอึสำหรับน้อง ๆ บริการด้วย ที่สำคัญ พาสัตว์เลี้ยงทุกตัวเข้าห้องแอร์เย็นฉ่ำได้ 

Everyday Cake & Coffee 

บ้านจิงโจ้โดดเด่นเรื่องทำขนมอร่อยมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย คุณแม่ และต่อเนื่องมาถึงรุ่นต้า พอหลานสาวสานฝันเปิดบ้านเป็นร้านขนมจริงจัง เธอจึงนำทั้งรสมือและทักษะที่สาว ๆ ในบ้านสืบทอดกันมาใช้ เสริมด้วยเมนูเครื่องดื่มจากนนผู้ศึกษาและสนใจกาแฟโดยเฉพาะในกระบวนการคั่ว ซึ่งเขาบอกว่าเป็นศาสตร์ที่ต้องทดลอง ทำซ้ำ ๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เช่นเดียวกับกระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์

โจทย์ที่ทั้งคู่ใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์เมนูก็คือเค้กและกาแฟของพวกเขาต้องเป็นเมนูที่ทานได้ทุกวัน แฝงความพิเศษที่รอการค้นพบอยู่เสมอ และต้องอร่อยจนอยากกลับมาทานซ้ำ รวมถึงเลือกนำของดีในท้องถิ่นมาใช้ด้วย 

“เราทำขนมด้วยความตั้งใจให้อร่อย ทานได้ทุกวัน และใช้ของที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกับที่เราทำทานเอง เราทานยังไงก็ขายอย่างนั้น ไม่มีการลดต้นทุน อย่างเมนูเค้กของเราเป็นเมนูพื้นฐาน หาทานที่ไหนก็ได้ เช่น เค้กแคร์รอต เค้กลอดช่อง สตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้ก พายมะพร้าว เค้กส้มยูซุ แต่ถ้าได้ลองชิมแล้วจะรู้เลยว่าเป็นความธรรมดาที่พิเศษ 

“อย่างเค้กส้มยูซุ เราพัฒนามาจากสูตรเค้กหน้านิ่มของแม่ นำสูตรที่แม่ทำอร่อยอยู่แล้วมาผสมผสานให้พิเศษขึ้น กลายเป็นเค้กตัวใหม่ที่หยิบความอร่อยจากเค้กตัวอื่น ๆ มารวมกัน หรือเค้กลอดช่อง สมุทรสาครมีลอดช่องวัดเจษฯ เป็นของขึ้นชื่อ เราหยิบมาเป็นส่วนประกอบหลัก คนมาทานก็ถามว่าใช่ใช่ไหม บางคนชอบมาก เราก็แนะนำต่อได้ว่าให้ตามไปซื้อจากร้านไหน อีกอย่างคือพายมะพร้าวและกาแฟมะพร้าว เราเลือกใช้มะพร้าวจากอำเภอบ้านแพ้ว หอม อร่อย สดใหม่ ส่งมาจากสวนและเฉาะจากลูกทุกเช้า” น้องสาวเล่า ก่อนพี่ชายจะเสริมว่า

“ส่วนกาแฟ เราเลือกตามโทนที่ชอบและดูจากกลุ่มลูกค้าซึ่งครอบคลุมคนหลายกลุ่มตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ เน้นให้ดื่มได้ทุกวัน รวมถึงมีกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ด้วย จากการสำรวจ เราว่าคนในพื้นที่ชอบกินแบบคั่วกลางถึงกลาง-เข้ม และตอนนี้เราเริ่มคั่วเมล็ดกาแฟที่นำมาขายในร้านเอง ซึ่งผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ มีคนขอซื้อเมล็ดกลับไปด้วย”

Bounce like a Jingjo

ไม่ผิดนักหากเราจะเรียกนนและต้าว่าเป็น ‘คนกลับบ้าน’ พวกเขาคือตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมาในสมุทรสาคร จังหวัดที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม-ห้างร้าน และเป็นจังหวัดทางผ่านที่ไม่ค่อยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยว 

แต่จากการพูดคุยกันครั้งนั้น สองพี่น้องตรงหน้าทำให้ความคิดของเราซึ่งฝันอยากเป็นคนกลับบ้านเช่นเดียวกันนั้นเปลี่ยนไป เพราะพวกเขามองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้มากมายในเมืองประมง-ดงโรงงานแห่งนี้ 

“ถ้าถามว่าอะไรทำให้มั่นใจว่ากลับมาบ้านแล้วจะรอด เราว่าคงเป็นความรู้สึก บวกกับเห็นความเป็นไปได้ว่าตอนนี้คนรุ่นเราเริ่มกลับมาทำอะไรบางอย่างที่บ้านของเราแล้วนะ สมุทรสาครโรงงานเยอะ บริษัทเยอะ ลูกหลานซึ่งเป็นคนรุ่นเราพอไปทำงานที่อื่นมาสักพักสุดท้ายก็ต้องกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน เพราะฉะนั้น ธุรกิจที่รองรับไลฟ์สไตล์พวกเขาได้ก็น่าจะอยู่รอด นั่นแหละคือจุดที่ทำให้เรากลับมา 

“และไม่ใช่แค่เรา ตอนนี้มีคนรุ่นใหม่กลับมาทำธุรกิจกันเยอะเลย ด้วยความที่จังหวัดเราเล็ก จึงรู้จักกันเกือบหมด เราอยู่กันแบบเอื้อเฟื้อ สมมติร้านนี้เมนูนี้อร่อย ลูกค้ามาร้านเราแล้วไม่มี เราก็จะแนะนำให้เขาไปร้านนั้นร้านนี้เพื่อไปเจอสิ่งที่ดีที่สุด”

ก่อนสลับบทบาทจากคนสัมภาษณ์กลับไปเป็นลูกค้าประจำดังเดิม เราเอ่ยคำถามสุดท้ายไปยังพี่ชาย-น้องสาวถึงการก้าวกระโดดครั้งถัดไปของบ้านจิงโจ้หลังนี้

หลานสาวผู้ชอบอบขนมบอกว่าพื้นที่ตรงนี้ยังคงเป็นฐานที่มั่นหลักของพวกเขาต่อไป อาจมีการพัฒนาเมนูขนมหรือมีเมนูอาหารเช้าเพิ่มด้วย (ต้ากระซิบว่าเพราะคุณแม่ทำชอบทำสารพัดเมนูขนมปังมาก) และด้วยความที่ตอนนี้ลูกค้าเกินครึ่งเป็นคนกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจขับรถมาถึงร้าน เธอจึงฝันอยากขยายสาขาเข้าไปใกล้เมืองมากขึ้น อีกทั้งเธอยังอยากขยับไปดูแลงานหลังบ้าน อย่างตอนนี้ต้าก็ทำเค้กส่งให้คาเฟ่อื่น ๆ โดยวิธีการไม่ใช่ว่าให้เลือกเมนูแล้วเธอทำส่งเลย แต่ต้องคุยกันก่อนว่าคาเฟ่นั้น ๆ อยากนำเสนอคอนเซปต์อย่างไร แล้วช่วยกันพัฒนาจนออกมาเป็นเมนูที่เหมาะกับแต่ละร้านต่อไป 

ส่วนหลานชายผู้ชอบชงกาแฟและการคั่วบอกว่าอยากมีโรงคั่วเมล็ดกาแฟเป็นของตัวเอง หลังจากเริ่มชิมลางแล้วได้ผลตอบรับที่ดี ต่อไปก็น่าจะมีการนำเมล็ดที่คั่วเองมาวางจำหน่ายให้คอกาแฟซื้อกลับไปชงเองได้ 

ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นโรงคั่วหรือห้องอบขนมในเรือนกระจกข้างร้านด้วยนะ 

Recommended Menus

1. Iced Latte Rum Raisin & Dark Frenzy Cookie

ลาเต้ที่คนรักรัมเรซิ่นต้องถูกใจ แนะนำให้ทานคู่กับคุกกี้ดาร์กช็อกโกแลตและวอลนัตอุ่นร้อน

2. Iced Americano & Signature Carrot Cake

อเมริกาโน่เข้ม ๆ ที่มีเมล็ดและระดับการคั่วให้เลือกหลายแบบ แนะนำทานคู่กับเค้กแคร์รอต ของดีห้ามพลาด

3. Yuzu Oolong & Yuzu Orange Cake

รับรสส้มยูซุแบบจัดเต็มทั้งในรูปแบบชาและเค้ก รับรองว่าสดชื่นตั้งแต่คำแรก

BAN JINGJO Bakehouse & Coffee
  • ถนนสรศักดิ์ ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร (แผนที่)
  • วันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30 – 17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 07.30 – 17.00 น.
  • ban.jingjo
  • ban.jingjo

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

บรรณาธิการฝึกหัดที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง