18 กันยายน 2025
1 K

เสน่ห์ของสงขลาคือความเรียบง่าย กลิ่นอายดั้งเดิมของสถาปัตยกรรม คฤหาสน์อายุร่วมร้อยปี และอาคารเก่าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนและชุมชน ในช่วงไม่กี่ปีให้หลัง เมืองเก่าสงขลาได้รับการแต่งแต้มให้มีชีวิตชีวาจากกิจกรรมเชิงศิลปะและวัฒนธรรม 

ระหว่างจักรยานเคลื่อนตัวผ่านย่านเมืองเก่า ยังหลงเหลือร่องรอยของเทศกาลงานออกแบบประจำปีที่เพิ่งผ่านพ้นไป ไม่นานสองล้อก็เคลื่อนสู่ถนนรามัญ และหยุดด้านหน้า ‘Area 36 สเปซขนาดใหญ่ เสมือนฉายให้เห็นภาพสงขลากำลังแบ่งบานในพื้นที่เก่า จากการเนรมิตรอดีตโรงเรียนเอกชนอายุกว่า 80 ปีให้เป็นคอมมูนิตี้สเปซ ภายใต้การสรรค์สร้างของ ต๊อก-ปีรัชด์ อนันตพันธ์ และ คาเบียร์ ออรวอฟสกี

36 มาจากเลขที่ตั้ง ส่วน Area สื่อความหมายตรงตัวคือพื้นที่ ต๊อกและคาเบียร์ตั้งใจใช้ชื่อนี้เพื่อให้ความหมายกลาง ๆ บ่งบอกถึงสเปซสาธารณะ คอร์ตกลางล้อมด้วยอาคารเรียนสูง 2 – 4 ชั้น ห้องเรียนแต่ละห้องแทนที่ด้วยร้านกาแฟ ร้านดอกไม้ สตูดิโอศิลปะและแฟชั่น ห้องเรียนโยคะ บาร์เครื่องดื่ม และกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลาย ทว่ากลิ่นอายของโรงเรียนเก่ายังคงอบอวลท่ามกลางความสดใหม่แต่งเติมเข้ามาในภายหลัง ป้ายชื่อบนเสาปูนแข็งแรงยังคงโดดเด่นแก่สายตาผู้มาเยือนว่า ‘โรงเรียนสตรีวชิรานุกูล’

สิ้นเสียงเพลงชาติโรงเรียนสตรีวชิรานุกูล

ณ ห้องเรียนซึ่งปรับเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟ

ต๊อกเริ่มบทสนทนาด้วยอดีตของพื้นที่ ก่อนรู้จักในนาม Area 36 ตึกรามเหล่านี้เคยเป็นโรงเรียนสตรีวชิรานุกูล แยกออกมาจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2486 นับเป็นโรงเรียนเอกชนเก่าแก่แห่งหนึ่งของสงขลา ดำเนินการสอนหลายสิบปี กระทั่งปิดตัวลงถาวรภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 

“ก่อนหน้านั้นมีข้อกำหนดเอาไว้ว่า การเปิดโรงเรียนต้องมีที่ดินไม่ต่ำกว่า 2 ไร่ รวมถึงการเป็นโรงเรียนเอกชนมีการแข่งขันสูงมาก แต่อัตราการเกิดของเด็กน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กจึงทยอยหายไป ตอนนั้นเราเปิดร้านอาหารชื่อ The Secret Garden Songkhla อยู่ใกล้ ๆ กัน ได้ยินเสียงร้องเพลงชาติตอน 8 โมงเช้าทุกวัน จนช่วงหลัง ๆ เสียงเพลงเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ ไม่รู้เลยว่าปิดตัวไปตอนไหน” 

สิ้นเสียงเพลงชาติ ต๊อกและคาเบียร์จึงประสาน ครูโจ-ธิติ มานีมาน อดีตครูใหญ่ ขอเช่าพื้นที่ทางออกของโรงเรียนเพื่อขยายเป็นลานจอดรถ รองรับผู้ใช้บริการร้านอาหาร หลังจากการขอเช่าพื้นที่บางส่วน นำมาสู่การเช่าบริเวณทั้งหมดของโรงเรียน อันเป็นจุดเริ่มต้นของ Area 36 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา 

“ณ วันนั้นความคิดเราฟุ้งไปหมด แต่เห็นภาพคร่าว ๆ แล้วว่าต้องเป็นสเปซ เรามีความพร้อมและมีความมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ” ต๊อกแววตาเป็นประกาย ก่อนเล่าถึงภารกิจเปิดพื้นที่ใหม่ในโรงเรียนเก่า

รักษาความทรงจำเดิมเติมชีวิตใหม่

“ในวันเซ็นสัญญา ครูโจพาเราเดินไปดูห้องแต่ละห้อง ตอนยื่นกุญแจมาให้ก็บอกอีกว่า ฝากโรงเรียนด้วยนะ เรากำลังตื่นเต้นกับการวางแผนโปรเจกต์ใหม่ และคำพูดว่า ‘นี่คือความรับผิดชอบของต๊อกแล้วนะ’ ทำให้เรารู้สึกได้รับความเชื่อใจโดยผู้ใหญ่ซึ่งอยากเก็บรักษาโรงเรียนเอาไว้ เลยอยากเก็บอดีตของพื้นที่ คงความเป็นโรงเรียนเอาไว้ ไม่เอาอะไรออกไป แต่เติมชีวิตใหม่เข้าไปแทน” 

ต๊อกเล่าถึงแนวคิดในการเนรมิตคอมมูนิตี้สเปซในโรงเรียนเก่า โดยเลือกรักษาโครงสร้างหลักไว้ทั้งหมด ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งใด เพียงเสริมความมีชีวิตชีวาเข้าไป ตลอดจนป้ายโรงเรียนยังคงตั้งตระหง่านตรงทางเข้าด้านหน้า เขามองว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมาย มันเป็นมากกว่าป้ายหรืออาคารธรรมดา หากแต่เต็มไปด้วยความทรงจำของใครก็ตามซึ่งเคยใช้ช่วงเวลาหนึ่งในสถานที่แห่งนี้ 

“เราเชื่อว่า ถ้าเรายังคงทุกอย่างเอาไว้ โดยสื่อสารให้คนเข้าใจว่าตรงนี้คือโรงเรียนเก่าที่ปิดตัวแล้วแต่แต่งเติมให้เกิดความหมายใหม่ มีเสน่ห์กว่าการสร้างและทาสีทั้งหลังจนกลายเป็นแค่อาคารรีโนเวตธรรมดา การใส่ชีวิตเข้าไปและรักษาประวัติของสถานที่ทำให้สเปซมีคุณค่า แม้กระทั่งรอยเขียนบนฝาผนังเราก็ยังคงเก็บไว้ ให้ภาพของการเป็นโรงเรียนเก่าและคอมมูนิตี้สเปซส่งเสริมควบคู่กันไป” 

ต๊อกทำให้เราเข้าใจเหตุผลที่คงทุกอย่างไว้ดังเดิม ทว่าอาคารกินบริเวณกว้าง ปิดและทิ้งร้างเป็นเวลากว่า 4 ปี ในวันเปิด Area 36 ต๊อกตัดสินใจทุบกำแพงสูงกว่า 2 เมตรซึ่งเคยสร้างบรรยากาศน่ากลัว รวมถึงตัดแต่งต้นไม้ที่เคยบดบังประตูจนไม่เห็นพื้นที่ด้านใน เพื่อเปิดพื้นที่ส่วนบุคคลให้เป็นสาธารณะ 

“พอพื้นที่เปิดก็เกิดชีวิต เราทุบกำแพงและซุ้มประตูออกบางส่วน เพื่อให้โปร่งและถนนกว้างขึ้น วันทุบผนังกับวันเปิด Rooftop Bar คือวันเดียวกัน ทำให้เห็นพระอาทิตย์ตกจากระเบียงชั้น 4 เห็นเมืองเก่าและทะเลสาบสงขลา เมื่อภาพเหล่านี้กระจายออกไปตามสื่อต่าง ๆ จะทำให้คนจดจำ Area 36 ได้” 

Area 36 ต้องการเติมบรรยากาศของศิลปะ มุมมองสร้างสรรค์ บอกเล่าวัฒนธรรมและความเป็นท้องถิ่นสงขลา ซึ่งต๊อกออกแบบให้พื้นที่สาธารณะแห่งนี้เป็นแหล่งรวมพลของคนคุยภาษาเดียวกัน 

“เราพยายามเป็นจุดหนึ่งที่ดึงคนเข้าสู่เมืองเก่าสงขลา มั่นใจว่าที่นี่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว มีการจับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้น และจะเกิดการกระจายรายได้ที่ไม่ใช่แค่เราได้คนเดียวอีกต่อไป”

พื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนในเมืองเก่า

เพราะมองเห็นภาพตรงกันว่าสงขลาไม่มีพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนไอเดีย เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ต๊อกและคาเบียร์ออกแบบ Area 36 ให้เป็นพื้นที่ในการพบปะพูดคุย สร้างบทสนทนาใหม่ ๆ รื่นรมย์ด้วยพื้นที่สีเขียวและผู้คนที่มาเยือนนั่งเอนกายได้อย่างสบายใจ 

“เราอยู่สงขลามา 10 กว่าปี รู้สึกว่าเมืองนี้เป็นเมืองศิลปะ มีบรรยากาศของการแลกเปลี่ยน แต่ไม่มีคอมมูนิตี้ให้คนมาพบปะหรือรู้สึกสบายใจในการแบ่งปันเรื่องต่าง ๆ ร่วมกัน เราต้องการให้ Area 36 เป็นพื้นที่ที่มาแล้วเกิดการตั้งคำถาม เกิดหัวข้อการสนทนา แลกเปลี่ยนความรู้ หรือถ้าจัดอีเวนต์ก็ไม่กระทบกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง เราประเมินตั้งแต่แรกว่าพื้นที่ตรงนี้จัดงานสาธารณะได้โดยไม่ต้องปิดถนน” 

คาเบียร์บอกว่า นับตั้งแต่เปิด Area 36 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานหลายรูปแบบ ทั้งเดินแฟชั่น คอนเสิร์ต ครัวเปิด ส่วนบน Rooftop ใช้เป็นห้องประชุมหรือสัมมนาได้อย่างลงตัว 

ต๊อกเสริมว่าที่ผ่านมาเปิดให้หน่วยงานภาครัฐถกประเด็นเรื่องเมืองเก่าและทะเลสาบสงขลา ผู้เข้าร่วมเห็นภาพทั้ง 2 อย่างจากชั้น 4 ได้ในคราวเดียวกัน ที่นี่จึงส่งเสริมเมืองสงขลาได้หลากหลายทาง หากมองจากภาคเอกชน นี่คือพื้นที่สำหรับแสดงสินค้า และหากสถานศึกษาต้องการใช้พื้นที่เล็ก ๆ นำเสนอผลงาน Area 36 ก็พร้อมสนับสนุนโดยไม่ต้องทำหนังสือขออนุญาตและไม่ต้องมีการอนุมัติใด ๆ

“เมื่อทุกคนรู้สึกสบายใจในการแบ่งปันอะไรบางอย่างในสเปซแห่งนี้ นี่จึงไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือคนเข้ามาใช้พื้นที่ในการเสวนา ในอนาคตเราอยากให้จัด International Weekend รวมกลุ่มคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ มาสร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสงขลา” 

การจะไปสู่คอมมูนิตี้สเปซใจกลางเมืองเก่าสงขลา อันดับแรกต๊อกและคาเบียร์ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่ใช่ธุรกิจเครือข่ายหรือแฟรนไชส์ พร้อมจัดโซนชั้นล่างสุดเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ชั้น 2 และ ชั้น 3 เป็นพื้นที่ศิลปะ สตูดิโอของศิลปิน และแกลเลอรี ชั้นบนสุดเป็น Rooftop Bar ขณะที่อาคารอีกหลังซึ่งเงียบสงบ เป็นพื้นของธุรกิจ Wellness หรือเวิร์กช็อปต่าง ๆ

นอกจากให้คุณค่ากับงานศิลปะและงานออกแบบ ต๊อกและคาเบียร์ยังให้ความสำคัญการมีสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเขามีประสบการณ์ในธุรกิจสายนี้มาก่อน พร้อมมองว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม หากเป็นอาหารจะทำให้มีรสชาติกลมกล่อม 

“เราอยากสนับสนุนเรื่อง Wellness เพราะมันคือการดำรงชีวิต ที่นี่เลยมีคลาสโยคะและเวิร์กช็อปเกี่ยวกับจิตใจ เราพยายามผลักดันให้เกิดเวิร์กช็อป ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าที่ก็เข้ามาใช้พื้นที่ได้” 

ต๊อกยังบอกอีกว่า Area 36 มีศักยภาพไปได้ไกล เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาในการสร้างแกนกลางให้ชัดเจน ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยทักษิณเข้ามานำเสนอศิลปะการแสดงนิพนธ์ มีการจัดงาน CULTURAL EVENT “หรอยไหร หรอยในรู”, งานเทศกาล Pakk Taii Design Week 2025, งาน Gypsy Jazz Music Masterclass & Mini Concert, งาน Art & Craft Night Market ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งงานต่าง ๆ ทำให้ภาพของ Area 36 ชัดเจน และขยายวัตถุประสงค์ให้ใหญ่ขึ้น

ชุมชนคนรุ่นใหม่

เพื่อให้ Area 36 เป็นชุมชนของทุกคนโดยแท้จริง จึงเริ่มต้นเปิด Art & Craft Night Market ให้ 1 วัน ใน 1 สัปดาห์ เต็มไปด้วยความสนุกและสร้างสรรค์ ต๊อกเล่าว่าโปรเจกต์ตลาดเกิดจากต้องการให้สตูดิโอศิลปะด้านบนนำเสนอผลงานด้านล่าง ส่งเสริมให้คนเข้าถึงงานศิลปะโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปภายในห้อง รวมถึงสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการตัวเล็ก ๆ ที่มีสินค้าสร้างสรรค์ สินค้าทำมือ มีพื้นที่โชว์ของ 

“สิ่งที่ได้จากตลาดคือมีหัวข้อการสนทนาเกิดขึ้นทุกอาทิตย์ ตลาดไม่ได้คึกคักเพราะร้านค้าไม่ได้เยอะ แต่เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด เป็นเหตุผลว่าทำไมไอติมสิงโตถึงร่วมมือกับเส้นก๋วยเตี๋ยวตราเสือในเทศกาล Pakk Taii Design Week 2025 ตั้งแต่ทำตลาด เราก็ไม่เคยกลับบ้านก่อน เพราะได้รับพลังงานดี ๆ”

เรียกว่านี่คือส่วนเติมเต็มความหมายของการเป็นคอมมูนิตี้สเปซได้หรือไม่ – เราถาม

“ได้” ต๊อกตอบทันทีด้วยความมั่นใจ พร้อมคลายความสงสัยว่า คือการมีชุมชน มีชีวิตอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่การจัดตั้ง เป็นการรวมกลุ่มคนทำงานคราฟต์ งานศิลปะ และงานด้านวัฒนธรรม 

“เรากลับมาสงขลาตอนอายุ 23 – 24 ตอนนั้นยังไม่มีคนวัยเดียวกัน แต่ตอนนี้เรามีกำลัง มีประสบการณ์ และมีเครือข่าย เลยอยากสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มาใช้เวลาพบปะพูดคุยหรือทำบางอย่างร่วมกัน เราเชื่อว่าการจะสร้างเมืองต้องสร้างด้วยคนรุ่นใหม่ เพราะความคิดและไอเดียใหม่ ๆ รวมอยู่ที่คนเหล่านี้” 

ต๊อกบอกว่าการเปลี่ยนโรงเรียนเก่าเป็นชุมชนของคนรุ่นใหม่ ทำให้เขาเข้าใจความหมายของคำว่า ‘สร้างเมือง’ ว่าคือการสร้างพื้นที่ขึ้นมาแล้วใส่ชีวิตและผู้คนเข้าไป บ้านเรือนร้านค้าโดยรอบรู้สึกสบายใจจากสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ซึ่งมุมมองส่วนตัวของเขา ถึงแม้จะไม่มีคอมมูนิตี้สเปซ เมืองเก่าสงขลาก็ยังขับเคลื่อนได้ แต่การมีอยู่ของสเปซอย่าง Area 36 ก็ทำให้เมืองก้าวเดินไปในทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

“Area 36 บ่งบอกว่าสงขลากำลังก้าวไปทางไหน เราไม่ต้องเน้นเชิงพาณิชย์ แต่มีความเป็นศิลปะที่ส่งเสริมเมืองได้ ต่อไปการตอบรับเรื่องราวทางวัฒนธรรมก็จะชัดเจนในคอมมูนิตี้สเปซแห่งนี้” ต๊อกกล่าวทิ้งท้ายด้วยความภูมิใจ 

Area 36 Songkhla (โรงเรียนสตรีวชิรานุกูลเก่า สงขลา)

Writer

ธีรนาฎ มีนุ่น

ภัณฑารักษ์ทาสแมว ผู้รักการถ่ายภาพ การท่องเที่ยว การเขียน และการสื่อสารประวัติศาสตร์

Photographer

กิจพิมุกข์ ถาวรสุข

ช่างภาพสงขลา ลูก 1 ผู้ที่มีความฝันสูงสุดคือการได้เป็นเพื่อนคนแรกของ น้องจินนิค (ลูกสาว)