“มีคนมาที่นี่แล้วขอไม่ให้ผมพูดหรือเล่าอะไรเลย เขาบอกว่าเขาอยากพักเหนื่อย หลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ขอแค่ให้ผมทำเครื่องดื่มให้เขาก็พอ” ม่อน-อลงกต แก้วบุตรา เจ้าของ AQUAYA.BAR เล่าให้ฟังระหว่างกำลังชงเครื่องดื่มให้ผม
ม่อนจะเปิด AQUAYA.BAR ตามการนัดหมาย รับเพียงรอบละ 4 ที่นั่ง และหากวันนั้นคุณโชคดี เขาอาจปิดรอบให้คุณได้นั่งคนเดียว เพื่อให้ได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง หรือเฉพาะกลุ่มเพื่อนของคุณเพื่อความเป็นส่วนตัว
บาร์นี้เน้นเรื่องความผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เครื่องดื่มทั้งหมดเป็นแบบไร้แอลกอฮอล์ และออกแบบตามคอนเซปต์ที่เปลี่ยนไปทุก 2 เดือน
ก่อนจะเข้าถึงบาร์ ทางเข้าออกแบบมาให้เป็นทางเดินแคบและสลัว ก่อนจะพาเราเข้าสู่โถงที่กว้างและสูงโปร่ง เพราะได้แรงบันดาลใจจากเรือนชงชาของญี่ปุ่นที่มีทางเข้าเล็กและแคบ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัส
ในห้องโถงตกแต่งด้วยหินและกระเบื้องสีดำสลับกับไม้ หย่อนแสงไฟไว้บางจุดให้เกิดเงาสลัว อุณหภูมิเย็นสบาย เปิดเสียงเพลงผ่อนคลายราวกับอยู่ในสปา


บนเคาน์เตอร์มีอุปกรณ์ต้มน้ำร้อน ชงชา ชงเครื่องดื่ม รวมถึงอุปกรณ์ประกอบอาหารเล็กน้อย และที่นี่ยังมีอาหารจานเบา ๆ เสิร์ฟร่วมกับเครื่องดื่มในแต่ละมื้อด้วย
เมื่อเราเข้ามานั่งพักด้านใน ปรับลมหายใจ คลายความรู้สึกให้สงบแล้ว จึงเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มแก้วแรก ซึ่งอาจเป็นชา ก่อนจะเข้าสู่คอร์สแรกที่เป็นเครื่องดื่มตามคอนเซปต์ในช่วงนั้น
เครื่องดื่มและอาหารของ AQUAYA.BAR ได้รับแรงบันดาลใจจากหลายแหล่ง ม่อนสนใจทั้งปรัชญาตะวันออก วัตถุดิบตามฤดูกาล โดยเฉพาะแนวคิดจากการแพทย์แผนตะวันออกที่เขากำลังศึกษา เช่น การกินตามธาตุของร่างกายหรือสมดุลร้อน-เย็นของอาหาร


นอกจากบรรยากาศ เครื่องดื่ม และอาหารจะช่วยผ่อนคลายจิตใจแล้ว ยังมีผลกับร่างกายและความรู้สึกอย่างเป็นรูปธรรมด้วย เพราะคอนเซปต์การเสิร์ฟของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามวาระ เครื่องดื่มที่คุณได้พบอาจไม่เหมือนกับที่ผมเล่า แต่จะมาจากแนวคิดที่ใกล้เคียงกัน
ความสมดุลของร่างกายเป็นหนึ่งในหัวใจของการคิดเครื่องดื่มแต่ละแก้ว เช่น ในฤดูร้อนที่หลอดเลือดขยายตัว หัวใจทำงานหนัก เลือดข้น ระบบน้ำในร่างกายไม่สมดุล ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือเหนื่อยง่าย และอากาศร้อนยังส่งผลให้ถุงน้ำดีทำงานไม่สมดุล ผลิตน้ำย่อยได้น้อย จนไม่อยากอาหารหรืออาหารไม่ย่อย
อาการเหล่านี้ทำให้ม่อนคิดเครื่องดื่มเพื่อบำรุงธาตุไม้ เพราะตับเป็นธาตุไม้ และรสที่ช่วยกระตุ้นธาตุนี้คือรสเปรี้ยว วัตถุดิบหลักที่ใช้เป็นธาตุน้ำตามหลักแพทย์แผนจีนที่ว่าน้ำก่อเกิดไม้ ช่วยส่งเสริมกัน และตามตำรับยาไทย รสเปรี้ยวนำต้องตามด้วยหวาน จะช่วยบำรุงตับ คอร์สนี้เป็นตัวอย่างของการประสานรสยาแบบไทยเข้ากับธาตุของจีน
‘ยำเห็ดหูหนูดำ’ ใช้เห็ดหูหนูดำดองกับสาเก มิริน น้ำส้มสายชูดำของจีน แลคโตะ และหล่อฮังก๊วย ให้รสเปรี้ยว เสิร์ฟกับไชเท้าดองหวาน



เสิร์ฟคู่กับ ‘น้ำแห้ว’ สีเหลืองนวลจากแห้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นพืชฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณหลักคือช่วยดับกระหาย ช่วยย่อย ลดอาการท้องอืด ดีต่อปอดและกระเพาะอาหาร


นอกจากนี้ยังมีของหวานอย่าง ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ ที่ออกแบบมาให้กินแล้วไม่รู้สึกผิด เพราะโดยปกติของหวานฤดูร้อนจะมีฤทธิ์ร้อน กินมากจะกระทบธาตุไฟ ซึ่งไม่ดีต่อร่างกาย ข้าวเหนียวมะม่วงแบบ AQUAYA.BAR ทำเป็นกรานิต้าจากข้าวหอมมะลิเพาะงอกกลั่นรวมกับเนื้อมะพร้าวอ่อน ได้รสและกลิ่นเหมือนข้าวเหนียวมูนแต่เบากว่า
มะม่วงอินทรีย์กลิ่นหอมถูกนำมาผสมกับอินทผลัม ทำเป็นโฟมเนื้อนุ่มเนียน ด้านล่างเป็นเจลลี่จากมะระหวานซึ่งมีฤทธิ์เย็น ผสมกับเปลือกมะนาว เพิ่มรสขมเล็ก ๆ ช่วยปรับฤทธิ์ของทั้งข้าวและมะม่วง เป็นขนมแก้วใหญ่ที่เรากินได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาล
ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงที่เราได้หย่อนตัวลงกับบาร์แห่งนี้ คือช่วงเวลาของการปล่อยตัวให้ผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มที่ออกแบบมาเพื่อปรับสมดุลร่างกาย และในท้ายที่สุด การมาที่ AQUAYA.BAR อาจคลี่คลายบางอย่างให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นระบบย่อยอาหาร ความเหนื่อยล้าทางร่างกาย หรือแม้แต่จิตใจที่วุ่นวายตลอดวันก็อาจสงบลงได้


