23 ตุลาคม 2024
3 K

ย้อนกลับไป 5 ปีก่อน ช่วงที่ทั้งโลกหยุดชะงักเพราะการระบาดของโควิด-19 ลี-อายุ จือปา และ เจนนี่-จันทร์จิรา หยกรุจิ สองผู้ก่อตั้ง Akha Ama (อาข่า อ่ามา) ตามด้วยทีมงานอีกหลายชีวิตร่วมกันลงขันความคิดที่สวนทางสถานการณ์โลกว่า

“อยากพากาแฟไทยไปให้คนทั่วโลกรู้จัก เราจะเริ่มต้นด้วยการไปเปิดร้านที่ญี่ปุ่น”

จากสถิติอ้างอิงการบริโภคกาแฟของคนญี่ปุ่น พบว่าคนญี่ปุ่นบริโภคกาแฟเฉลี่ยคนละ 15 กิโลกรัมต่อปี นับเป็น Top 5 ของโลก และโตเกียวมีประชากรกว่า 33 ล้านคนอาศัยอยู่ ไม่นับรวมนักท่องเที่ยวหรือประชากรแฝง หากมองในเชิงเศรษฐศาสตร์ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ใหญ่ มีศักยภาพสูง และหากมองในเชิงภูมิศาสตร์ก็ไม่ได้ห่างจากประเทศไทยมาก การขนย้ายและเดินทางไม่ยากเย็นอะไร และประเทศไทย-ประเทศญี่ปุ่นก็มีนโยบาย JETRO Thailand ที่สนับสนุนการทำการค้า-การส่งออกเป็นอย่างดี

นี่จึงเป็นโอกาสที่จะขยายขอบเขตการดื่มกาแฟไทยไปให้ถึงคนทั่วโลก ในสายตาของชาวต่างชาติเอง เขามองหากาแฟไทยไม่แพ้กาแฟเอธิโอเปียหรือกาแฟปานามา สะท้อนได้จากโรงคั่วกาแฟหลาย ๆ แห่งที่เริ่มใช้กาแฟไทยอย่าง Blue Bottle Coffee, Kurasu, ONIBUS จึงนับได้ว่ากาแฟไทยค่อนข้างสากล น่าภูมิใจที่เราค่อย ๆ สื่อสารให้คนทั้งโลกหันมารักกาแฟไทยอย่างละมุนละม่อมได้

เพียงไม่นาน โปรเจกต์ในฝันก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือ ‘Akha Ama Coffee JAPAN’ สาขาแรกในย่านคากุระซากะที่ร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง นัตซึสะ ยามาชิตะ (Natsusa Yamashita) และ จุนเป อิชิคาวะ (Jumpei Ichikawa) สามีภรรยาผู้ตกหลุมรักประเทศไทยและกาแฟอย่างสุดหัวใจ 

จวบจนวันนี้ พวกเขายังคงมุ่งมั่นเดินทางต่ออย่างมั่นคง พร้อมกับฝันอันยิ่งใหญ่

“เราอยากเปิดร้านกาแฟที่มีโรงคั่วอยู่ในโตเกียว” ลีเอ่ยถึงฝันของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ค้นหา

ระหว่างตระเวนหาย่านที่ตั้งร้าน ก็ประจวบเหมาะกับ ไม้-วนกร วงค์กองแก้ว มือคั่วกาแฟประจำ Akha Ama เดินทางมาพักผ่อนที่ญี่ปุ่นกับครอบครัวพอดี เขาบังเอิญเจออาคารผนังปูนเปลือยบริเวณหัวมุมถนนย่านวาเซดะที่กำลังประกาศให้เช่า ไม้ส่งข่าวบอกทีมทันที ลีเล่าว่าเมื่อเห็นอาคารนั้นผ่านภาพถ่าย เขาก็รู้สึกว่า นี่แหละคือทำเลของร้านในฝัน! การติดต่อเพื่อลงหลักปักฐานให้ที่นี่เป็น Akha Ama Coffee Roaster สาขา 2 ในญี่ปุ่นจึงเกิดขึ้นทันที และเขาเรียกสาขาใหม่แห่งนี้ว่า ‘สาขาวาเซดะ’

ลีไม่เพียงชื่นชมเฉพาะความสวยงามของทัศนียภาพอันเป็นทำเลที่ตั้ง เขายังวิเคราะห์ในแง่ลูกค้าให้เราฟังว่า พื้นที่นี้อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยวาเซดะ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย Top 3 ของญี่ปุ่น นับว่าเป็นที่หมายปองของนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญกว่านั้น สาขานี้เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินวาเซดะได้ (Waseda Station) เพียง 350 เมตร หรือราว ๆ 5 นาที และอยู่ห่างจากสาขาคากุระซากะเพียง 1 สถานี เอื้อต่อการบริหารงาน ทำเลนี้ก็ไม่ห่างจากศูนย์กลางเมืองมากนัก มีทั้งนักเรียนและวัยทำงานอาศัยอยู่รายล้อมพื้นที่

คอนเซปต์

เจนนี่เล่าว่าเธออยากทำร้านกาแฟที่มีเครื่องคั่วกาแฟอยู่ในร้านมาตั้งแต่ก่อนสาขาแรกเปิด เพราะอยากส่งเสริมให้การบริหารจัดการเมล็ดกาแฟที่ใช้ภายในร้านสะดวกขึ้นมาก แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนั้น และพื้นที่ในสาขาแรกก็ไม่เอื้อต่อการติดตั้งเครื่องคั่วด้วย โดยก่อนหน้านี้เธอต้องใช้วิธีการคั่วเมล็ดกาแฟจากไทยและขนส่งด่วนมาที่ญี่ปุ่นภายใน 3 – 4 วัน เพื่อให้คุณภาพเมล็ดกาแฟคั่วยังคงสดใหม่ ซึ่งในทางธุรกิจถือว่าไม่เป็นผลดีสักเท่าไหร่

แน่นอนว่าในสาขาที่ 2 มีการวางแผนติดตั้งเครื่องคั่วกาแฟให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ร้านอย่างลงตัว นับจากนี้เมล็ดกาแฟที่ใช้ในคาเฟ่ทั้ง 2 สาขาเป็นเมล็ดกาแฟคั่วใหม่จากสาขาวาเซดะ แถมอนาคตยังทำการตลาดในกลุ่ม Wholesale ได้ด้วย เราอาจได้เห็นกาแฟไทยไปอยู่ในร้านอาหารหรือโรงแรมญี่ปุ่นก็เป็นได้

การตกแต่งภายในของสาขานี้เป็นฝีมือของทีมสถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่ตีความเรื่องราวของวัฒนธรรมชาวอาข่า มานำเสนอให้คนญี่ปุ่นได้สัมผัส เพราะเข้าใจธรรมชาติของคนในพื้นที่ดี จึงออกแบบได้อย่างกลมกลืน มีกลิ่นอายท้องถิ่น เจือกับความโมเดิร์นของอาคาร สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแผงไม้ติดผนังขนาดใหญ่ฉลุลายแพตเทิร์น นั่นคือลวดลายบนเสื้อพื้นเมืองของชาติพันธุ์อาข่า และหากหมุนตัวมาอีกฝั่ง บริเวณบันไดขึ้นชั้น 2 ก็จะเห็นเสื้อพื้นเมืองอาข่าที่แขวนประดับราวบันไดอยู่ด้วย

ความท้าทาย

ลีเล่าว่าจากสาขาแรกที่คากุระซากะ เขาไม่มีประสบการณ์การทำคาเฟ่ในญี่ปุ่นเลย เขาขับเคลื่อนทุกอย่างด้วยแพสชันล้วน ๆ จนมีความชำนาญเกี่ยวกับการทำร้านกาแฟแบบ Take Away ตอนนี้ร้านของเขากว้างขวางขึ้น มีบาร์กาแฟ มีเครื่องคั่วเป็น Shop Roasting และนี่คือฝันที่ลีอยากทำมาตลอด

“เราอยากลองดึงศักยภาพของทีมงาน เพราะในโตเกียว คาเฟ่เราที่สาขาวาเซดะ ถือเป็นคาเฟ่สเกลใหญ่ทีเดียว มีสเปซกว้าง มีที่นั่ง 2 ชั้น มันท้าทายตรงที่เราจะหาลูกค้ามาเติมเต็มร้านได้อย่างไร”

สิ่งแรกที่เขาทำ คือจัดการกับการนำเสนอกาแฟทุกตัวที่มีในท่าที่เขาถนัดที่สุดผ่านการแนะนำรสชาติหรือการเล่าเรื่อง สร้างความสม่ำเสมอทางรสชาติของกาแฟในทุกแก้วและทุกเมนู รวมถึงเค้กและขนมแต่ละชิ้น เพราะนี่คือคุณภาพที่ Akha Ama ตั้งใจนำส่งจากคนต้นน้ำสู่คนปลายน้ำ 

สิ่งที่ถัดมา คือการบริหารค่าใช้จ่ายภายในร้าน ซึ่งยากระดับหนึ่ง เพราะมีเรตค่อนข้างสูงตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น และสุดท้ายคือเรื่องคู่แข่ง อย่างที่รู้กันว่าโตเกียวมีคาเฟ่เยอะมาก สิ่งที่เขาทำคือ เขาไม่ได้คิดว่าร้านเขาเป็นรองหรือเขาจะสู้หลาย ๆ ร้านได้ไหม แต่ลีกลับมีแนวคิดว่า ในแต่ละวันของการเปิดร้าน เขาจะออกศึกชิงพื้นที่ให้กาแฟไทยได้เพิ่มมากขึ้นไหม

ความฝัน

สำหรับสาขาใหม่นี้ คนที่ตื่นเต้นที่สุดหนีไม่พ้น นัสสะ และ จุมเป สองพาร์ตเนอร์คนสำคัญที่รับหน้าที่ดูแลคาเฟ่ในญี่ปุ่นทั้ง 2 สาขาเต็มเวลา นัสสะเล่าว่า สาขานี้จะพาผู้คนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ เห็นความมีชีวิตชีวา มีทั้งบาร์ โต๊ะตัวยาว และเครื่องคั่วกาแฟ แม้จะเป็นแบรนด์เดียวกัน แต่มีรายละเอียดหลากหลายเยอะขึ้นมาก ๆ เธอตั้งใจให้คนเข้าถึงและเข้าใจกาแฟได้อย่างลึกซึ้งผ่านทั้ง 2 สาขา เพราะมีคนจากทั่วโลกแวะเวียนมาที่ Akha Ama มากขึ้น มีคนรักแบรนด์นี้มากขึ้น และรักกาแฟไทยมากขึ้นด้วย

เรื่องราวเหล่านี้เกิดจากการเดินทางร่วม 12 ปี ของลี เจนนี่ นัสสะ และจุนเป ที่พวกเขาพบกันครั้งแรกในทริป Coffee Journey แม่จันใต้ที่ลีจัดขึ้น 

ในวันนี้ นัสสะบอกเราว่าเธอเคารพและเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของลี เจนนี่ และทีม Akha Ama อย่างมาก ทุกคนทำให้เห็นการเติบโตของวงการกาแฟไทย การพัฒนาคนต้นน้ำ การส่งเสริมเกษตรกร การส่งมอบความคิดที่ดีสู่คนปลายน้ำ เธอเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะยิ่งสะท้อนกลับมาเป็นวงกว้าง 

นัสสะย้ำว่า “นี่คือเรื่องราวที่สวยงามที่ฉันอยากสนับสนุนและสื่อสารมันต่อไป”

เมนูแนะนำ

  • ‘กาแฟฟิลเตอร์ (กาแฟดำ)’ ลองเลือกเมล็ดจาก Taste Note ที่ชอบ ทุกเมล็ดมาจากเกษตรกรไทยที่ตั้งใจทำกาแฟที่ดี ถ้าใครชอบรสชาติฟรุตตี้-สดชื่น แนะนำเบลนด์ ‘PONLAMAI’ เป็นพิเศษ
  • ‘กาแฟนม’ เมนูลาเต้ร้อนที่เหมาะกับอากาศประเทศญี่ปุ่น เลือกกาแฟคั่วเข้ม เบลนด์ ‘KHEM KHON’ กาแฟรสเข้มสมชื่อ โทนคาราเมลหรือช็อกโกแลตมีความหวานยาวเข้ากับนมเป็นอย่างดี
  • ‘แซนด์วิชบาแกตต์ไส้แฮม’ แป้งขนมปังบาแกตต์จาก Pain des Philosophes ร้านเบเกอรีท้องถิ่นละแวกใกล้เคียง แฮมจาก Ohnoya ร้านขายเนื้อเก่าแก่ประจำย่านคากุระซากะ ประกบด้วยผักดองและชีส แนะนำให้ชวนเพื่อนไปแชร์ความอร่อยลงตัวนี้ เพราะ 1 ชิ้นอิ่มเกินกว่าจะกินคนเดียวหมด
AKHA AMA COFFEE ROASTERS TOKYO / アカアマコーヒ
  • 110-17 Waseda Tsurumaki Cho, Shinjuku City, Tokyo, Japan (แผนที่)
  • เปิดบริการวันจันทร์, วันพุธ-วันอาทิตย์ (ปิดวันอังคาร) เวลา 08.00 – 17.00 น.

Writer & Photographer

นพพร ทัตสิริวรวัฒน์

ครีเอทีฟและกราฟิกดีไซเนอร์ อยู่เบื้องหลังอีเวนท์เทศกาลกาแฟ พบตัวได้ที่หน้าโต๊ะคอนโทรลในทุกงานอีเวนท์ของ The Cloud