26 กันยายน 2025
3 K

ใครไปเยือนตลาดน้อยบ่อย ๆ คงเดินเฉียดไปเฉียดมาบ้านสถาปัตยกรรมไทย-จีน บริเวณปากซอยแฟลตทรัพย์สินอยู่บ้าง บางครั้งเปิด บางครั้งปิด สร้างความฉงนให้แก่ผู้พบเห็น บ้านหลังนี้เคยเป็นคาเฟ่ และพื้นที่จัดแสดงผลงานของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week

เราเดินจากรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสิน ผ่านตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ระยะทางพอเรียกเหงื่อ แถมสุนทรีย์กับร้านรวงริมทางได้ไม่นาน ก็เดินมาถึงบ้านเก่าที่เปิดประตูกว้างรอต้อนรับผู้มาเยือน

บ้านโบราณอายุกว่า 200 ปีหลังนี้ กลับมามีลมหายใจอีกครั้งในนาม ‘965 

สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่คาเฟ่หรือร้านอาหาร แต่ตั้งใจเปิดเป็นคอมมูนิตี้สเปซที่มีโซนขายงานคราฟต์ฝีมือคนไทย มีบริการเครื่องดื่มให้จิบแก้กระหาย และอาหารฟิวชันที่เปลี่ยนเมนูตามดูกาลของวัตถุดิบ 

ในอดีตบ้านหลังนี้เคยเป็นโรงงานน้ำมันหอย เป็นที่พำนักของร่างทรง เป็นที่อยู่อาศัยของหลายครอบครัว และที่สำคัญ เป็นความทรงจำของคนตลาดน้อย ไม่นานมานี้ Fa Somers และ Adam McAsey ตัดสินใจเปิดประตูบ้านต้อนรับผู้คนอีกครั้ง เพราะทั้งคู่ตกหลุมรักบ้านเก่าหลังนี้จนอยากบูรณะและคงสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้คนแวะเวียนมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน พร้อมชมความงามของสถาปัตยกรรม รวมถึงฟื้นเรื่องราวให้ผู้คนย่านตลาดน้อยกลับมาพูดคุยถึงประวัติศาสตร์ที่พวกเขาเคยมีส่วนร่วม

คืนลมหายใจให้บ้านเก่า 

สิ่งแรกที่เราเห็นเมื่อเดินเข้าไปยังโถงกลางบ้านของ 965 คือคราบสีหลุดกร่อนบนผนัง ประตูไม้ และหน้าต่างเหล็กดัด เปรียบดังเสน่ห์แห่งกาลเวลา เจ้าของพื้นที่เลือกคงสภาพเดิมเอาไว้ เพราะตั้งใจให้เรื่องราวในอดีตกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง 

‘965’ มีจุดเริ่มต้นจากฟ้ากำลังหาที่อยู่อาศัย จนมาเจอบ้านโบราณหลังนี้ ทันทีที่พวกเขาเข้ามาเห็นด้านในก็เกิดความหลงใหล จนคิดอยากจะทำให้บ้านเก่ากลับมามีชีวิต

ฟ้าเป็นลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ เธอรู้จักย่านตลาดน้อยดี และมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่นี้มาโดยตลอด อดัมเป็นหนุ่มออสเตรเลีย ผู้ก่อตั้ง 8Degree Projects ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย พวกเขาสนใจเรื่องราวของบ้านหลังนี้ และคิดว่าประเทศไทยควรมีสถานที่ที่บรรจุประวัติศาสตร์ชุมชนเอาไว้

“เราอยากทำบ้านหลังนี้ด้วยความรู้สึกเหมือนทำบ้านตัวเอง ปรับปรุงให้คนรู้สึกว่าบ้านไม่ได้เปลี่ยนไป อยากให้พื้นที่ด้านในเป็นห้องนั่งเล่นไม่ใช่ร้านอาหาร คิดนานมากว่าควรจะตั้งชื่อว่าอะไรดี สุดท้ายได้ชื่อ ‘965’ ซึ่งมาจากบ้านเลขที่ เพื่อบอกว่าเราเคารพในสิ่งที่บ้านหลังนี้เป็น” ฟ้าเล่า

ใครบางคนอาจออกแบบสิ่งต่าง ๆ จากไอเดีย ปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นไปดั่งใจคิด แต่ฟ้าและอดัมเริ่มต้นโดยไร้ซึ่งแผนการใด ๆ ทว่าพวกเขาปรับเปลี่ยนความคิดไปตามพื้นที่ว่าเหมาะสมกับสิ่งใด

“เราอยากให้คนที่มาเยือนได้อยู่ในบรรยากาศที่ดี ดื่มและกินของมีคุณภาพ จึงร่วมงานกับร้าน Homeland คาเฟ่แถวทองหล่อที่ทำงานกับเกษตรกรโดยตรงและไม่กดราคารับซื้อผลผลิต

“เครื่องดื่มที่เราอยากแนะนำคือน้ำมะเฟืองหวาน เป็นผลไม้ที่เกษตรกรไม่นิยมปลูกกันแล้ว เลยหากินยากและราคาแพง เราอยากสนับสนุนคนที่ยังปลูก เพราะเป็นผลไม้ไทยมีคุณค่าทั้งทางโภชนาการและเศรษฐกิจ เราไม่อยากสูญเสียพรรณพืชดี ๆ ของไทยไป เลยตั้งใจจะเก็บเมนูนี้ไว้”

นอกจากเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากผลผลิตของเกษตรกรไทยแล้ว อาหารที่นี่ก็ปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลของวัตถุดิบ เน้นเสิร์ฟเมนูฟิวชันสไตล์ไทย ซึ่งร่วมงานกับ HAAWM เชฟเทเบิลอาหารไทยในย่านอ่อนนุช 

บ้านที่ปรับเปลี่ยนด้วยความใส่ใจ

พวกเรานั่งคุยกันสบาย ๆ จิบน้ำมะเฟืองบริเวณใต้ถุนโล่งกลางบ้าน มีสายลมพัดเข้ามาพอคลายความอบอ้าว พื้นที่บริเวณโถงอากาศไหลเวียนถ่ายเทได้ดี หากแหงนหน้าขึ้นจะมองเห็นท้องฟ้าชัดแจ๋ว 

ฟ้าเปรยว่างานซ่อมแซมคือของยาก ช่างต้องพยายามออกแรงขูด-ลอกสีน้ำมัน เพราะบ้านนี้เปลี่ยนมือมาหลายครั้ง ผนังทาสีทับไม่รู้กี่รอบ พวกเขาขูดจนเจอผนังสีเหลือง และคาดเดาว่านี่น่าจะเป็นสีแรก 

แต่ถึงจุดหนึ่งก็หยุด เปลี่ยนความคิด แล้วปล่อยให้ผนังบอกเล่ากาลเวลาด้วยคราบสีที่ไม่สมบูรณ์คงจะดีกว่า

ความสนุกอีกอย่างของ 965 คือเฟอร์นิเจอร์ที่มีชิ้นเดียวในโลก อย่างโต๊ะ ขาโต๊ะทำจากลูกกรงไม้จากการรื้อไม้เก่าภายในบ้าน ท็อปโต๊ะทำจากโมเสกค้างสต็อกในร้านสุขภัณฑ์เก่าแก่ย่านตลาดน้อย เป็นการผสมผสานของเก่าให้เป็นกลายเป็นของใหม่ และในบ้านประดับด้วยข้าวของเครื่องใช้เก่า-ใหม่คละกันไป 

บ้านคนจีนสมัยก่อนมักมีร้านค้าอยู่ด้านหน้า พื้นหน้าบ้านของที่นี่จึงเป็นลานขายงานคราฟต์ สินค้าในร้านคัดสรรอย่างตั้งใจ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายที่อยากให้ผลิตภัณฑ์ของคนไทยเป็นที่รู้จัก

สินค้าส่วนใหญ่เป็นงานของคนไทยที่ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ร่วมสมัย เช่น Suchai Craft หยิบปิ่นโตอะลูมิเนียมที่เราคุ้นเคยมาทำสีสันใหม่ ๆ ให้น่าสนใจมากขึ้น, Slowstitch Studio แบรนด์ผ้าไทยจากเชียงใหม่ที่ใช้ศาสตร์ชิโบริจากญี่ปุ่นจนกลายเป็นเอกลักษณ์, Wisdomative แบรนด์ที่ทำงานกับชุมชนทอผ้าหลายจังหวัดในอีสาน, Panisa Objects แบรนด์ของเล่นไม้สีพาสเทลที่ลูกสาวต่อยอดจากกิจการของพ่อ, naphakard เทียนหอมทำมือกลิ่นธรรมชาติ นำอะลูมิเนียมเก็บดินในงานวิจัยมาใช้ใหม่ ฯลฯ

“สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้าน (คนปัจจุบัน) ฝากฝังเราไว้ คืออยากให้เราดูแลบ้าน ตอนที่เขามาเห็น 965 เขาบอกว่าบ้านดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา เมื่อเรามองเข้าไปที่บ้านสักหลังแล้วรู้สึกว่าบ้านดูร้าง ๆ อาจเป็นเพราะมันไม่มีความรักอยู่ในนั้น เราจึงพยายามใส่ผู้คนและชีวิตเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ด้วยความรัก”

ระหว่างกำลังนั่งสนทนากันอยู่ ผู้คนเก่า-ใหม่ยังคงหลั่งไหลแวะเวียนเข้ามาที่บ้านหลังนี้ไม่ขาดสาย ใครบางคนที่อยู่แถวนี้มานานรำพึงว่า ทั้งชีวิตไม่เคยเข้ามาในบ้านหลังนี้เลย ได้เพียงแค่เห็นหน้าประตู

บ้านที่มีประวัติศาสตร์ส่วนตัว

คนแถวนี้เรียกบ้านหลังนี้ว่า ‘บ้านตลาดน้อย’ สมัยก่อนเคยเป็นโรงงานทำน้ำมันหอย มีเบรกเกอร์ไฟเก่าเป็นเครื่องยืนยัน ประวัติศาสตร์ของบ้านส่วนใหญ่มาจากคำบอกเล่าของคนเก่าแก่ในย่าน บางคนบอกว่าเคยมีศาลเจ้าในนี้ ทุก ๆ เช้าจะได้ยินเสียงตีกลองดังสนั่นไปทั่ว 

บ้างบอกว่าเจ้าของเก่าเป็นร่างทรง มีหลักฐานเป็นตุ๊กตาจีนและร่องรอยเวทีที่เจ้าของคนถัดมารื้อออก เสียงลือเสียงเล่าอ้างมีมากมาย บางเรื่องก็พิสูจน์ได้ ส่วนบางเรื่องเป็นเพียงเสียงที่ลอยขึ้นมาแผ่ว ๆ ไม่มีหลักฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่เรื่องจริง 

เราสนุกที่ได้ฟังประวัติศาตร์ส่วนตัวของผู้คน เพราะมันทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิต

“เจ้าของบ้านคนเก่าย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่เด็ก เธอเจออินสตาแกรมเราโดยบังเอิญ และบอกว่าเติบโตที่บ้านหลังนี้ เคยว่ายน้ำเล่นในบ่อหลังบ้าน ซึ่งบ่อนั้นก็ยังอยู่ ข้างบนชั้น 2 เคยเป็นห้องพระของคุณยายและน้าสาวเล่นโยคะอยู่ในห้องนั้น เธอดีใจมากที่บ้านหลังนี้ยังอยู่ เพราะมันเป็นสิ่งปลูกสร้างที่บันทึกความเยาวว์วัยของเธอเอาไว้” ฟ้าเล่าเรื่องบังเอิญสุดน่ารักให้ฟัง

นี่อาจเป็นของขวัญกล่องใหญ่ที่มอบให้แด่ความพยายามของฟ้าและอดัม

เราเดินขึ้นบันไดไปบนชั้น 2 มีมุมสงบให้นั่งรับลมอยู่ริมระเบียง เราว่าเหมาะสำหรับคนที่อยากปลีกวิเวกไปนั่งอ่านหนังสือหรือทำงานเงียบ ๆ หากเดินเลี้ยวไปยังปีกหน้าของอาคาร จะเจอห้องไม้เก่าที่ทั้งคู่วางแผนไว้ว่าจะจัดนิทรรศการเล่าประวัติของบ้าน ภายในห้องยังคงรักษาโครงสร้างเดิมเอาไว้ ทั้งคานใต้หลังคา แผ่นไม้ลายฉลุบริเวณกันสาด ลวดลายวาดมือจาง ๆ บนขอบประตูและพื้นไม้เก่า 

รายละเอียดทั้งหมดทำให้เราค่อย ๆ เห็นการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตในอดีตตามคำบอกเล่าของฟ้าและอดัม 

บ้านที่อยากให้ผู้คนมาใช้ชีวิตร่วมกัน

หลังจากเปิดบ้านไม่นาน 965 ก็ได้รับความสนใจล้นหลาม ผู้คนทั่วทุกสารทิศแวะเวียนมาเช็กอิน จนบางทีอาจผิดจุดประสงค์ที่เจ้าบ้านอยากให้เป็น ซึ่งฟ้าและอดัมอยากให้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้สเปซที่ผู้คนเข้ามาพักผ่อน สร้างบทสนทนา ชมสถาปัตยกรรมไทย-จีน

“เราเศร้าใจที่คนเข้ามาถ่ายรูป เขาไม่ได้สนใจบ้านและสิ่งที่เราตั้งใจทำ จริง ๆ เราเข้าใจและยินดีให้ถ่ายรูปนะคะ แต่บางคนถึงขั้นนั่งขวางบันไดและย้ายเฟอร์นิเจอร์ เราเลยพยายามสื่อสาร แม้มันจะยากก็ตาม” เธอยิ้ม “ตอนนี้ก็เลยขอความร่วมมือจากผู้มาเยือน ไม่ถ่ายรูปจนรบกวนผู้อื่น”

ในอนาคต ทั้งคู่อยากทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ผู้คนมาแชร์ชีวิตร่วมกันผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพราะรู้สึกว่าผู้คนหมกหมุ่นกับหน้าจอและโลกโซเชียล จนอาจจะโดดเดี่ยวในโลกความเป็นจริง

บ้านที่ยังมีลมหายใจ

แม้อดัมและฟ้าจะไม่ได้ทำธุรกิจ แต่การใช้พื้นที่ให้เกิดรายได้ยังคงจำเป็น

พวกเขาต้องมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายเงินเดือนพนักงาน จ่ายค่าเช่า ค่าบำรุงรักษาตึก เพื่อประคองให้เปิดบ้านต่อไปได้เรื่อย ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากจำกัดความให้พื้นที่นี้เป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ว่าฤดูกาลหรือความรู้สึกของผู้คน จึงมีแผนจะทำกิจกรรมหลากหลายในอนาคต

“เราอยากให้พื้นที่นี้พัฒนาและปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดนิ่ง มีเวิร์กช็อป และให้คนที่มีจุดยืนเดียวกันมาใช้สำหรับทำอะไรบางอย่าง เปลี่ยนแปลงคอนเซปต์ที่นี่ไปด้วยกัน”

ทั้งบ้านเก่าหลังนี้ ย่านตลาดน้อย หรือย่านสัมพันธวงศ์ ล้วนมีจุดร่วมเดียวกัน คือการเปลี่ยนแปลงที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ เป็นย่านในกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีคอนโดหรือตึกสูง เดินถนนเลี้ยวเข้าตรอกซอกซอยยังคงเห็นวิถีชีวิต ชุมชน และร้านค้าเก่าแก่ ผู้คนที่เข้ามาใหม่ก็มาด้วยความหลงใหลในเสน่ห์ของย่าน

“ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบใด คำถามสำคัญที่เราคิดเอาไว้เสมอ คือเราจะเปลี่ยนอย่างไรให้ชุมชนและวิถีชีวิตยังคงอยู่ ร้านรถเข็นโตเกียวป้าน้อยยังขายอยู่เคียงกันกับอาคารเก่าที่บูรณะ เราสร้างสิ่งใหม่เพราะอยากให้คนอื่น ๆ เห็นว่า ตึกเก่าทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่โรงแรมหรือคาเฟ่ได้ เรามาเปลี่ยนผังเมืองด้วยมือของพวกเรากันเถอะ เพื่อให้ย่านมีความแตกต่าง ไม่ได้มีเพียงแค่ห้างกับตึกสูง”

965 ซอยวานิช 2
  • 965 ซอยวานิช 2 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (แผนที่)
  • เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 11.00 – 20.00 น.
  • 965bkk
  • 965bkk

Writer

นฤภรกมล แมงกะพรุน

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยอาหารอร่อย หมาหน้าตลก อยู่เพื่ออ่านวรรณกรรมแล้วดูหนังไปเรื่อย ๆ ฝันอยากเป็นนักเขียนเรื่องสั้น มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปทุกที่และทดลองทำอีกหลายล้านอย่าง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ