12 กรกฎาคม 2024
5 K

ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดที่เราผูกพันมากที่สุด เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของเรา 

เราผูกพันกับประจวบฯ พอ ๆ กับ 2 คำถามที่มักมีคนเอ่ยถาม

หนึ่ง ประจวบฯ อยู่ภาคไหน

สอง ทำไมประจวบฯ มีระยะทางยาวจัง

เราขอตอบคำถามแรกรัว ๆ ว่า ภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน ภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคตะวันตก แล้วแต่เกณฑ์การแบ่งของแต่ละหน่วยงาน ส่วนคำตอบของคำถามข้อที่ 2 ดูจะเป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เป็นเหมือนคำบอกเล่าประสบการณ์การเดินทางผ่านของแต่ละคนกับระยะทางประมาณ 212 กิโลเมตร จากเหนือจรดใต้สุดของจังหวัดที่หลับไม่รู้กี่ตื่นก็ยังไม่พ้น เราขอยืนยันอีกเสียงว่าประจวบฯ ที่เราอยู่มาตลอด 20 ปีนั้น ยาวจริง แต่ในความยาวก็มีอะไรดี ๆ ซ่อนตัวอยู่มาก วันนี้เราจึงอยากชวนคุณมาลองอยู่สั้น ๆ ในจังหวัดยาว ๆ พร้อมลองไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด เดินเที่ยวในจุดที่แคบที่สุด ชมศาลหลักเมืองที่สวยที่สุด กินไส้ผักที่เก่าแก่ที่สุด เที่ยวในเมืองที่มีสับปะรดมากที่สุด ร่อนทองคำบริสุทธิ์ที่สุด และกิจกรรมอีกมากมายที่จะทำให้คุณคิดถึงประจวบฯ ไปอีกยาว

#01
ลองแวะกางเต็นท์นอนที่วนอุทยานปราณบุรี

น้อยครั้งที่เราจะมีโอกาสออกมากางเต็นท์นอนนอกบ้าน ‘วนอุทยานปราณบุรี’ คือหนึ่งในนั้น และเป็นหนึ่งที่ที่นับว่าคุ้มค่า มองไปทางตะวันออกเห็นทะเล เหลียวไปทางตะวันตกคือป่าชายเลน ทางเหนือเป็นภูเขา ส่วนทางใต้เป็นปากแม่น้ำปราณบุรี ทั้งหมดคือธรรมชาติที่โอบล้อมลานกางเต็นท์ในวนอุทยานปราณบุรีที่ผู้มาเยือนและเราเลือกมากางเต็นท์นอน 

มื้อเย็นเรานั่งล้อมวงทำหมูกระทะกินกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน เพราะที่นี่อนุญาตให้นำอุปกรณ์ประกอบอาหารเข้ามาได้ 

05.45 น. เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น บิดขี้เกียจสัก 2 – 3 ที ก่อนเปิดเต็นท์ออกไปเดินชายทะเลเรื่อย ๆ จนถึงตลิ่งริมปากน้ำปราณบุรี เพื่อชมพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ เปล่งแสงสีชมพูส้ม โผล่พ้นน้ำทีละนิด ๆ พร้อมกับเรือชาวประมงที่แล่นเข้าออกตัดหน้าพระอาทิตย์ไปพร้อมกัน เราขอยกให้ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง หลังจากเต็มอิ่มแล้วเราเดินต่อไปสำรวจธรรมชาติป่าโกงกางอายุกว่า 100 ปี บนพื้นที่ 7 ไร่สุดท้ายในไทย พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็ม ๆ ปอด

#02
ลองล่องเรือชมธรรมชาติสามสีที่คลองเขาแดง

‘เขาสีแดง น้ำสีฟ้า ป่าสีเขียว’

สิ่งที่ได้พบหลังเรือแล่นออกจากท่า ล่องไปตามคลองเขาแดงในเขตอำเภอกุยบุรี 

น้ำสีฟ้าและธรรมชาติสีเขียวของป่าชายเลนตลอดแนวคลองเขาแดงปรากฏให้เห็นตั้งแต่เรือแล่นออก ก่อนที่อีกสักพักเขาหินปูนสีแดงที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘เขาแดง’ จะโผล่มาให้เห็น สีของธรรมชาติทั้งสามประสานกันอย่างลงตัว เหมือนเป็นของขวัญจากธรรมชาติแทนคำขอบคุณผู้มาเยือน ถ้าโชคดีอาจได้เห็นค่างแว่นถิ่นใต้กับลิงแสมออกมานั่งโชว์ตัวตามเขาและกิ่งไม้ให้ดูด้วย

หลังล่องเรือ เราอยากแนะนำให้เดินไปชมโบสถ์หลังเก่าของวัดเขาแดงอายุกว่า 100 ปีที่ซ่อนตัวอยู่แถว ๆ เชิงเขา ไม่ไกลจากท่าเทียบเรือ หรือหากคุณมีใจรักการผจญภัย อยากชวนให้ลองปีนขึ้นเขาแดงระยะทาง 420 เมตร ไปชมวิวนากุ้งสุดลูกหูลูกตา ทิวเขาสามร้อยยอด ทะเล และพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า

#03
ลองชมศาลหลักเมืองที่สวยที่สุดในไทยที่ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบฯ

เมื่อผ่านเข้าไปในตัวอำเภอเมืองประจวบฯ ต้องไม่พลาดไปชมสถาปัตยกรรมศิลปะเขมรทาสีแดงอิฐที่ตั้งเด่นลดหลั่นกันอยู่ 5 หลัง พร้อมกับรายละเอียดงานประดับตกแต่งที่เห็นถึงความบรรจงของช่างผู้สร้าง นี่คือ ‘ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์’ ที่ว่ากันว่าสวยที่สุดในไทย 

ศาลหลักเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2534 เปิดใช้ใน พ.ศ. 2537 ภายในอาคารหลักประดิษฐานองค์หลักเมือง ‘จตุโชค’ ที่แกะสลักจากไม้ตะเคียน ได้มาจากการเสี่ยงทายไม้ในผืนป่ากุยบุรี ส่วนอาคารอื่น ๆ ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประจำทิศ อันเป็นสิ่งเคารพของชาวประจวบฯ เสมอมา

อยากให้คุณลองมาสัมผัสศาลหลักเมืองประจวบฯ กับตา แล้วร่วมตัดสินว่าจริงมั้ยที่ศาลหลักเมืองแห่งนี้สวยที่สุดในประเทศไทย

#04
ลองเดินเล่นสะพานปลา ชมอ่าวประจวบ แบบ 360 องศา

‘เมืองสามอ่าว’ เป็นอีกหนึ่งฉายาของจังหวัด ชื่อนี้มีที่มาจาก 3 อ่าวที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกัน ซึ่ง ‘อ่าวประจวบ’ คือหนึ่งในนั้น แถมแลนด์มาร์กสำคัญยังอยู่ที่สะพานสราญวิถี อดีตสะพานปลาที่สร้างยื่นออกไปกลางอ่าว โดยปัจจุบันทาสีแดงจนเป็นเอกลักษณ์ 

ตอนกลางวันคุณเดินเล่นรับลมทะเลเย็น ๆ บนสะพานและชมอ่าวประจวบได้ทุกทิศทาง อย่างถ้ามองไปสุดสายตาทางตะวันออก จะเจอกับ ‘เขาตาม่องล่าย’ มองลงไปทางใต้เห็นเขาสูงที่สุดชื่อ ‘เขาล้อมหมวก’ มองขึ้นไปทางเหนือจะเจอกับ ‘เขาช่องกระจก’ เขา 3 ลูกนี้มีเรื่องเล่าเป็นตำนานท้องถิ่นสนุก ๆ ในชื่อ นิทานตาม่องล่าย ซึ่งอธิบายถึงที่มาของภูเขาทั้งสามตามทัศนะของคนโบราณ ถ้ามีโอกาสได้คุยกับคนประจวบฯ ลองให้เขาเล่าให้ฟังก็ได้ 

ส่วนกลางคืน สะพานปลาคืนชีวิตตามหน้าที่ของมัน เพราะเวลานี้มักมีผู้คนมานั่งตกปลา เปิดแสงไฟสีเขียว ๆ ล่อหมึก ให้เราได้ดูแบบไม่ต้องนั่งเรือออกไปกลางทะเล ความพิเศษอีกอย่างของที่นี่ ตอนเย็นวันศุกร์-เสาร์มีถนนคนเดิน พ่อค้าแม่ค้าจะออกมาตั้งร้านขายของยาวเลียบอ่าวประจวบ

#05
ลองตื่นเช้า ซื้ออาหารทะเลสด ๆ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองประจวบฯ

มาเที่ยวเมืองชายทะเลทั้งทีจะมีอะไรดีเท่าการได้ตื่นเช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้น สูดไอทะเล และต่อด้วยการเดินไปเลือกซื้ออาหารทะเลที่ ‘ตลาดสดเทศบาลเมืองประจวบฯ’ บนถนนไมตรีจิต ใกล้กับอ่าวประจวบ พ่อค้าแม่ค้าตั้งร้านกันตั้งแต่เช้ามืด ก่อนคืนสภาพเป็นถนนให้รถวิ่งหลัง 9 โมงเช้า

ตลาดแห่งนี้เป็นหนึ่งในตลาดที่ชาวบ้านจะนำอาหารทะเลที่เพิ่งได้จากการออกเรือขึ้นมาขาย จึงมีอาหารทะเลที่สดใหม่ ปลาตัวใหญ่ ตาใส ๆ ทั้งนั้นเลย

#06
ลองกินผลิตภัณฑ์จากสับปะรด

ถ้าถามคนประจวบฯ ว่า “เบื่อผลไม้ใดมากที่สุด” คำตอบคงจะเป็น ‘สับปะรด’ เพราะไปที่ไหนก็หนีไม่พ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะประจวบฯ เป็นจังหวัดที่ปลูกสับปะรดมากที่สุดในประเทศ จนกลายมาเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดเคียงคู่กับมะพร้าว จนเอาเข้าไปใส่ในคำขวัญประจำจังหวัด สับปะรดที่ขึ้นชื่อคือ ‘สับปะรดฉีกตา’ กินได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก นอกจากนี้ชาวบ้านในจังหวัดยังคิดแปรรูปสับปะรดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เห็นไม่ขาดตาคือ ‘สับปะรดกวน’ มีทั้งแบบธรรมดากับใส่กะทิ เพิ่มความอร่อยไปอีกแบบ ตอนหลังพัฒนามาเป็น ‘ชีสเชคไส้สับปะรด’ ขายอยู่ทั่วไปในจังหวัด ไม่ได้กินเท่ากับพลาด

#07
ลองจับเลียงร่อนหาทองเนื้อเก้าที่บางสะพาน

มาประจวบฯ ทั้งที ไม่ได้ไปร่อนทองที่บางสะพานก็เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่มีแหล่งแร่ทองคำบริสุทธิ์มากกว่า 90 % ที่รู้จักกันในนาม ‘ทองนพคุณเมืองบางตะพาน’

แหล่งทองคำที่นี่เป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยอยุธยา ถึงขั้นที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เกณฑ์ไพร่พลมาร่อนทองได้ไปราว 90 ชั่ง หรือแม้แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ได้พระราชทาน ‘กำไลมาศ’ ซึ่งทำจากทองบางสะพานแก่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ พร้อมพระราชนิพนธ์ตรึงใจสลักไว้ที่กำไลวงนั้นว่า

กำไลมาศชาตินพคุณแท้ 

แม่ปรวนแปรเป็นอื่นย่อมยืนสี

เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที

จะร้ายดีขอให้เห็นเป็นเสี่ยงทาย…

ทุกวันนี้ยังมีชาวบ้านออกมานั่งร่อนทองตามแนวคลองทอง และมีเลียงหรืออุปกรณ์ร่อนทองพร้อมกระป๋องดินกับแชลงให้เช่าในราคา 100 บาท ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ใครอยากเป็นเศรษฐีขอให้ลองไปร่อนดูสักครั้ง

#08
ลองกินไส้ผักป้าแมวในตลาดเก่าบางสะพาน

‘ไส้ผัก’ ดูจะเป็นอาหารที่หาทานได้ทั่ว ๆ ไป แต่ร้านไส้ผักป้าแมวในตลาดบางสะพานพิเศษตรงที่ร้านนี้ขายต่อกันมาอย่างน้อย 3 รุ่น อายุร่วม 100 ปี 

ตั้งแต่เช้ามืดของทุกวัน เราจะเห็น ป้าแมว ออกมานั่งเปิดฝาวนแป้งทำไส้ผักขายอยู่หน้าบ้านจนเก็บร้านตอนบ่าย ๆ กลายเป็นภาพจำให้บางสะพานไปแล้ว

ไส้ผักร้านป้าแมวทำให้ทานกันแบบสด ๆ ใหม่ ๆ มีด้วยกัน 2 ไส้ คือกุยช่ายและถั่วงอกแคร์รอต พร้อมน้ำราดอร่อย ๆ ทานเสร็จป้าแมวยังมีน้ำลอยดอกมะลิที่ป้าทำเองให้กินเติมความชื่นใจ

#09
ลองกินติ่มซำที่หอนาฬิกาบางสะพาน

ร้านติ่มซำในประจวบฯ มีอยู่ไม่กี่ร้าน เพราะไม่ใช่อาหารที่นิยมกินกันแบบภาคใต้ ที่อำเภอบางสะพานเห็นจะมีร้านติ่มซำอยู่เพียงร้านเดียว คือ ‘ติ่มซำที่หอนาฬิกา’ ซึ่งเปิดขายมาเกือบ 20 ปี ที่นี่เป็นติ่มซำทำเอง ให้ความรู้สึกเหมือนทำให้คนในครอบครัวทาน หากไม่อิ่มที่ร้านยังมีก๋วยเตี๋ยวแคะด้วย

ร้านนี้มาได้ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เพราะเราก็ลืมแล้วพลาดไปกินบ่อย ๆ เหมือนกัน

#10
ลองดูวิถีชีวิตชาวประมง และพกช้อนถือกระป๋องมาหาหอยเสียบที่หาดแม่รำพึง

หากสังเกตดี ๆ เมื่อมองไปปลายสุดของอ่าวในทะเลบางสะพาน จะเห็นภูเขารูปร่างคล้ายผู้หญิงนอนทอดยาวลงไปในทะเล เขาลูกนี้คือเขาแม่รำพึง หนึ่งในเขาตามนิทานพื้นบ้านประจวบฯ เรื่อง นิทานตาม่องล่าย

ในทุก ๆ เช้าทางฝั่งบ้านอ่าวยาง บริเวณเชิงเขาแม่รำพึง จะมีเรือประมงขนาดน้อยใหญ่ผลัดกันแล่นกลับเข้าฝั่งเพื่อขึ้นปลากันแถวสะพานปลา ส่วนตอนกลางวันชาวบ้านจะออกมาตากปลาและหมึกกันอย่างคึกคัก ด้วยความที่อาหารทะเลแห้งที่นี่สดใหม่ รสชาติจึงดีถึงขั้นอร่อยมาก

ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเป็นเวลาที่น้ำทะเลลดต่ำ เป็นที่รู้กันของผู้คนที่นี่และคนใกล้เคียงว่าถึงเวลาที่ต้อง ‘พกช้อนถือกระป๋อง’ ออกจากบ้านมาเดินแคะหอยเสียบหรือหอยตลับที่อยู่ในทราย เพื่อเอาไปทำเมนูยอดฮิตอย่างหอยเสียบดองน้ำปลา เท่าที่เราจำความได้ หาหอยเสียบเป็นกิจกรรมที่สนุกมาก

#11
ลองกินร้านศรีปทุม หมูกระทะ กับน้ำจิ้มรสเด็ด

ร้านศรีปทุม หมูกระทะ’ อีกหนึ่งร้านหมูกระทะเจ้าเก่าขึ้นชื่อจนหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งของดีประจำอำเภอบางสะพานเลยก็ว่าได้ 

สำหรับเรา ความพิเศษที่ทำให้หมูกระทะร้านนี้ไม่เหมือนที่ไหนอยู่ที่น้ำจิ้มรสเด็ดที่ยากจะลืมความอร่อย หากใครได้กินก็ต้องกลับมาซ้ำทุกราย 

มีทริกเพิ่มความอร่อยให้กับหมูกระทะที่คนพื้นที่รู้กันและอยากแนะนำสำหรับผู้มาเยือนหน้าใหม่ เพียงแค่เรียกพนักงาน แล้วเอ่ยปากขอ “น้ำหมักหมู 1 ที่” ได้แล้วเทลงน้ำซุปในกระทะ ความอร่อยคูณสองจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

#12
ลองเดินเลียบชายทะเลชมธรรมชาติผาฝั่งแดง

เดินทางลงใต้สู่บางสะพานน้อย อำเภอล่างสุดของจังหวัด ที่นี่มีผาหินสีแดงสูงประมาณ 5 เมตร ยาวเลียบทะเลกว่า 4 กิโลเมตร รู้จักกันในชื่อ ‘ฝั่งแดง’ ความงดงามของธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะหินของคลื่นทะเล จนกลายเป็นภาพของผาสีแดงเข้มที่ตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล พร้อมบรรยากาศสงบ ๆ ไร้ผู้คน ที่นี่เหมาะกับมาเดินเล่นในเวลาเย็น ๆ เพราะผาแดงจะบดบังแสงอาทิตย์พอดี ทำให้อากาศเย็นสบาย

#13
ลองย้อมผ้าจากดินฝั่งแดง

เดินเล่นที่ฝั่งแดงเต็มที่แล้ว เราอยากชวนไปย้อมผ้ามัดย้อมจากดินฝั่งแดงต่อกับกลุ่มผ้ามัดย้อมดินฝั่งแดงที่อยู่ไม่ไกลกัน กลุ่มผ้ามัดย้อมดินฝั่งแดง เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2566 ริเริ่มโดย ประนอม วัดละเอียด ที่นำดินสีแดงโทนต่าง ๆ จากผาฝั่งแดงมาใช้เป็นสีในการย้อมผ้า จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากดินฝั่งแดง ตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก ผ้าคลุม จนตอนนี้กลายเป็นของดีประจำอำเภอบางสะพานน้อยไปแล้ว

#14
ลองแวะสักการะหงส์ทองตัวใหญ่ริมถนนเพชรเกษม

เชื่อว่าหลายคนเวลานั่งรถจากภาคใต้เดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ต้องได้พบกับรูปปั้นหงส์สีทองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านยื่นปากออกมาล้ำถนนเพชรเกษม นี่เป็นสัญญาณให้รู้ว่าตอนนี้คุณได้เดินทางมาเกือบครึ่งทางของประจวบฯ แล้ว

หงส์ทองตัวนี้ตั้งอยู่ที่วัดห้วยลึก ในเขตอำเภอทับสะแก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2514 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2518 แต่เดิมหงส์ตัวนี้ตั้งอยู่ห่างจากถนนเพชรเกษม ซึ่งทางวัดหมายจะให้เป็นซุ้มประตูทางเข้าวัด แต่เมื่อมีการขยายถนน ถนนเลยขยับมาอยู่ติดกับหงส์จนเป็นที่สังเกตของคนที่ผ่านไปผ่านมา 

ปัจจุบันทางวัดมีการสร้างหงส์ตัวเล็กขึ้นคู่กันอีก 1 ตัว จนตอนนี้กลายมาเป็นสิ่งเคารพของคนในพื้นที่และคนสัญจรที่ต่างเดินทางมาขอพรเรื่องต่าง ๆ กันอย่างไม่ขาดสาย

#15
ลองแวะด่านสิงขร เดินเล่นในจุดที่แคบที่สุดในไทย

‘ด่านสิงขร’ ด่านชายแดนไทย-เมียนมา ที่ตั้งอยู่ในจุดที่แคบที่สุดของไทย ระยะทางเพียง 10 กว่ากิโลเมตร ที่นี่เป็นด่านโบราณซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและเส้นทางเดินทัพในสมัยอยุธยา จนปัจจุบันด่านสิงขรพัฒนามาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่าง 2 ประเทศ มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ เครื่องประดับหิน กล้วยไม้ป่า และสินค้าพื้นเมืองขายอยู่ตลอด ที่สำคัญ ด่านสิงขรยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างไทยกับเมียนมา ถ้าสถานการณ์ต่าง ๆ ปกติ เราเดินทางจากไทยไปสู่หมู่บ้านเมาตอง (Maw Doung) ในประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย

แม้ด่านสิงขรอาจซบเซาไปบ้างตามสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถ้าหากคุณอยากเป็นหนึ่งในคนที่ได้มายืนในจุดที่แคบที่สุดในไทยเราก็ขอแนะนำให้คุณลองมาเดินเล่นที่นี่กันนะ

#16
ลองล่องเรือชมธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำโลกที่ทุ่งสามร้อยยอด

บึงน้ำจืดกว้างสุดลูกหูลูกตา พร้อมทิวเขาสามร้อยยอดที่เรียงตัวสูงต่ำเป็นฉากหลัง ที่นี่คือหนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำแหล่งสำคัญของประเทศ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด

หากอยากชมความงามของธรรมชาติมีด้วยกัน 2 วิธี หนึ่ง เช่าเรือชาวบ้านนั่งล่องไปตามบึงน้ำ บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก เพราะคุณจะได้พบกับเหล่าพืชท้องถิ่นทั้งต้นอ้อ กก ธูปฤๅษี บัว และบรรดานกกว่า 300 ชนิดที่พากันมาบินอวดโฉมอยู่ตลอดเส้นทาง อีกวิธี คือขับรถมาจอดที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ (บึงบัว) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด แล้วเดินสำรวจธรรมชาติบนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปกับบึงน้ำก็ได้เหมือนกัน

#17
ลองแวะถ่ายภาพที่สถานีรถไฟเก่าหัวหิน

หลายคนเมื่อนึกถึงประจวบฯ มักนึกถึงหัวหิน และเมื่อนึกถึงหัวหิน หลายคนมักนึกถึงภาพสถานีรถไฟเก่าที่ทาสีครีมตัดกับสีแดง 

‘สถานีรถไฟหัวหิน’ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 อาคารสถานีเป็นแบบตะวันตก สร้างขึ้นเคียงคู่กับพลับพลาทรงไทยที่ตั้งอยู่ด้านข้างอาคารสถานี และสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน แต่นำมาไว้ที่นี่เมื่อ พ.ศ. 2511 สถาปัตยกรรมทั้งหมดทาด้วยสีครีมตัดสีแดง จนกลายเป็นภาพจำให้เมืองหัวหินไปแล้ว

ปัจจุบันสถานีรถไฟหลังนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพราะมีการสร้างสถานีรถไฟยกระดับซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน แต่อย่างที่บอกว่าที่นี่กลายเป็นภาพจำของหัวหิน จึงมีผู้คนยังคงแวะมาถ่ายรูปกับสถานีกันอยู่ตลอด และคุณก็ควรจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้มาเยือนเช่นกัน

Writer & Photographer

นนท์พิเชษฐ์ชาญ ชัยหา

เกิดและโตที่ประจวบฯ ชอบเดินตลาด ชอบสัมภาษณ์ผู้คน ชอบค้นเอกสารเก่า ชอบเข้าวัดวา ตามหาพระและแมวที่จริงใจ