2 พฤศจิกายน 2024
3 K

ย่านคูเมืองเชียงใหม่คือที่ตั้งของโรงแรมที่เราจะพูดถึงในวันนี้

ประตูหนึ่งเป็นซุ้มต้นไผ่สูง อีกประตูหนึ่งเป็นระเบียงโค้งยาว ยากจะรู้ว่าด้านในมีอาคาร 6 หลัง ถูกทำเป็นที่พักจำนวน 48 ห้อง ตั้งล้อมรอบต้นมะขามสูงใหญ่อายุ 200 กว่าปี แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอยู่กลางสนามหญ้าเขียวขจี จนเหมือนหลุดเข้ามาในเมืองที่ปราศจากความวุ่นวาย แม้จะอยู่บนถนนสายการค้าที่ผู้คนพลุกพล่านก็ตามที

คนเมือง (กรุง) อย่างเรารู้จักที่นี่ในนาม ‘Tamarind Village’ แต่คนเมือง (เชียงใหม่) เรียกที่นี่ว่า หมู่บ้านมะขาม 

โดย แทน-ปิยะนัส บุญฟู Public Relations Manager และ แนน-สุชาตินิจ ช่างสมบูรณ์ Hotel Group Marketing Communications Manager รอผายมือต้อนรับ พร้อมพาเราเยี่ยมชมที่พักสไตล์ล้านนาที่มีวัฒนธรรมล้ำค่าซุกซ่อนอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว

หมู่บ้านต้นมะขาม

โรงแรม Tamarind Village ก่อตั้งมาเป็นปีที่ 26 เดิมเป็นที่พักของ Backpacker ราคาย่อมเยา ก่อนจะเปลี่ยนมือมาบริหารโดย บริษัท พรีเมียร์ รีสอร์ทส์ แอนด์ โฮเทลส์ จำกัด หรือเจ้าของเดียวกันกับโรงแรมรายาวดีแห่งจังหวัดกระบี่ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าพักเช่นกัน และยกระดับให้กลายเป็นโรงแรม Luxury Boutique แห่งแรกในเชียงใหม่

นอกจากต้นมะขามสูงเด่นเป็นสง่า เมื่อก้าวเท้าเข้ามาจะสะดุดตากับหลังคาลงต่ำแบบล้านนา เป็นฝีมือการออกแบบของ อาจารย์องอาจ สาตรพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติประจำ พ.ศ. 2552 สาขาทัศนศิลป์ ด้านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยอ้างอิงจากวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันแต่โบราณของชาวเหนือ 

แทนยกตัวอย่างให้เรานึกภาพตามได้ง่าย ๆ ว่าคนเหนือจะอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มเครือญาติ มีคุณตา คุณยาย พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ลูกสาว ลูกชาย มีลานบ้านหรือข่วงบ้านที่กลายเป็นลานต้นมะขาม มีแหล่งน้ำที่กลายเป็นสระว่ายน้ำ มียุ้งข้าวที่กลายเป็นเรือนแทมมาริน ส่วนหลังคาลงต่ำเป็นกุศโลบายว่าเวลาเข้าบ้านใครต้องค้อมหัว อีกทั้งยังมีซุ้มพระด้านหน้าทางเข้าที่ทำหน้าที่คล้ายวัด เป็นจุดที่คนในหมู่บ้านใช้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงระเบียงเคี้ยวคดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัดต้นเกว๋น อำเภอหางดง ก็เป็นการนำสถาปัตยกรรมล้านนามาประยุกต์ให้ร่วมสมัย 

ส่วนสำคัญที่เราฟังแล้วประทับใจ คือที่นี่ให้ความสำคัญกับต้นไม้มาก สร้างอาคาร 2 ชั้นทั้ง 6 หลังให้หลบต้นไม้ จึงไม่ต้องแปลกใจหากห้องพักขนาดไม่เท่ากันทุกห้อง

สีเขียวสบายตาทำให้แทมมารินแตกต่างจากโรงแรมอื่น ๆ ที่มีสวนดอกไม้หลากสีสันชวนมอง เพราะเน้นไม้ใบ ไม้ผล ไม้พันธุ์ไทย มากกว่าเลือกใช้พันธุ์ไม้ต่างชาติ แม้จะแลกมากับการประคบประหงมที่มากขึ้น แต่ก็สะท้อนวิถีล้านนาได้อย่างเต็มเหนี่ยว ซึ่งได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก ครูต้อ-ธราดล ทันด่วน รุกขกรมากฝีมือของไทย ทำให้การตัดแต่งไม้ใบแต่ละครั้งไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม 

และเนื่องจากโรงแรมนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่มีภูเขาล้อมรอบ ประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองมากมาย แนวคิดการตกแต่งภายในของที่นี่จึงดึงเอาลวดลาย สีสัน หรือข้าวของเครื่องใช้จากกลุ่มต่าง ๆ มาปรับใช้ เราจึงหายสงสัยว่าทําไมหมู่บ้านต้นมะขามแห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยผ้าทอ เครื่องจักสาน เครื่องเงิน และเครื่องปั้นดินเผา

“ถ้าเข้าไปพักที่แทมมารินจะรู้สึกเป็นสาวเชียงใหม่ สะท้อนมาถึงชุดที่พนักงานสวมใส่ การอู้คำเมือง เพราะเราอยากนําเสนอวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่” แนนช่วยเสริม ก่อนจะเล่าต่อว่าการเฟ้นหาของแต่ละชิ้นนั้นเป็นอย่างไร

ล้านนาประยุกต์

“เราเป็นบูทีกโฮเต็ลแห่งแรกของเชียงใหม่ ตอนปรับปรุงแทมมารินเป็นยุคสมัยของการเริ่มต้นทํางานกับสล่าหรือพ่อครูแม่ครู 

“เชียงใหม่รวยเรื่องวัฒนธรรมอยู่แล้ว อยู่ที่ความเก่งกาจของใครต่างหากที่จะไปหามาได้” 

ข้อแรกที่แทมมารินยึดถือเป็นหลักเกณฑ์ คือที่นี่เป็นโรงแรมขนาดเล็ก ส่วนข้อสอง คือที่นี่เป็น Luxury Boutique ฉะนั้น จึงต้องหาสิ่งที่ไม่ได้ง่ายเกินไป แต่ก็ไม่ได้ยากจนหามาทดแทนได้ลําบาก

พวกเขาทำงานกับตลาดพื้นเมืองและครูมากฝีมือจากชุมชนทอผ้า อำเภอแม่แจ่ม ชุมชนเครื่องจักสาน บ้านป่าบง อำเภอสารภี เครื่องปั้นดินเผาจากดอยดินแดง จังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างรายได้และมอบโอกาสให้กับชุมชน

“เดิมทุกคนคิดว่าเสื้อก็ใส่เป็นเสื้อ แต่เรานํามาดีไซน์ใหม่ ตัดครึ่ง เย็บเป็นปลอกหมอน นำมาตกแต่งที่ล็อบบี้ เอาผ้าทอโบราณของชาวเขามาตกแต่งเสื้อของพนักงาน แม้กระทั่งนำใส่กรอบรูป ประดับตกแต่งในห้อง

“ในอนาคตมันอาจจะหายไป การรักษากลุ่มคนเหล่านี้ช่วยสร้างทั้ง Value ให้เรา แล้วก็สร้างความภาคภูมิใจให้เขา เติบโตไปด้วยกัน ลูกค้าบางคนก็รู้จักนะว่าดอยดินแดงไม่ธรรมดา ไม่ใช่ว่าไม่รู้ ยิ่งพอได้รับรู้ความตั้งใจดีของเรา รู้ว่าราคาที่ลูกค้าจ่ายเพื่อเข้าพักมันไปถึงทุกคนเบื้องหลัง ลูกค้าก็จะกลับมาพักซ้ำ

“เพราะการเข้าพักที่แทมมาริน 1 วันนั้นเรียนรู้วัฒนธรรมของเชียงใหม่ได้แทบทั้งหมด” 

พักพิงอิงก๋าย

อาคาร 2 ชั้นทั้ง 6 หลังมีที่พักจำนวน 48 ห้อง ความพิเศษคือไม่ได้แบ่งว่าห้องประเภทไหนอยู่ชั้นไหน แต่อยู่ปะปนกันไปเพราะข้อจำกัดของอาคาร ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยโทนสีขาวของผนังปูน ไม้สีเข้ม กระเบื้องดินเผา แต้มสีด้วยผ้าทอหลากสีสันจากชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันได้มาตรฐาน

แบ่งออกเป็นห้องพักลานนา ขนาดกะทัดรัดอยู่สบาย มีกล่องเครื่องเขินและหมวกเด็กชาวเขาตกแต่งอยู่ทั่วห้อง

ห้องลานนา ดีลักซ์ คล้ายคลึงกันกับห้องลานนา เพียงแต่มีระเบียงนั่งเล่นด้านนอก เปิดประตูรับลมชมสวนได้อย่างเต็มตา

ห้องลานนา สวีท มาพร้อมขนาดที่ใหญ่ถึง 46 ตารางเมตร แบ่งห้องเป็นสัดส่วน มีอ่างอาบน้ำในตัว เหมาะสำหรับคู่รักและครอบครัว 

และห้องสปา สวีท มาพร้อมขนาดใหญ่ที่สุดถึง 60 ตารางเมตร มีบันไดส่วนตัวไปยังห้องพัก ระเบียงพักผ่อน เตียงอาบแดด ทั้งยังได้ชมทิวทัศน์ต้นมะขามและยอดเจดีย์วัดอุโมงค์มหาเถรจันทร์

แทนเล่าว่าแขกส่วนใหญ่ที่มาเข้าพักจะมาจากโซนทวีปยุโรป อเมริกา อาจมาจากความคาดหวังว่ามาเชียงใหม่แล้วจะได้เห็นอะไร แถมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แทนพบว่ามีลูกค้ากลุ่มใหม่เป็นคนรุ่นใหม่ชาวเอเชียด้วยเช่นกัน ทั้งเกาหลี สิงคโปร์ ฮ่องกง อาจเป็นเพราะกระแสการท่องเที่ยวตอนนี้ที่หันกลับมาชื่นชอบวัฒนธรรมดั้งเดิม 

ซึ่งแทมมารินให้มากกว่าที่คาดหวัง จากการบริการด้วยใจของพนักงานกว่า 80 ชีวิต และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่อัดแน่นตลอดทั้งวัน ยืนยันด้วยการฟื้นตัวได้ทันทีหลังวิกฤตโควิดผ่านพ้นไป

ไปยะหยัง

ที่แทมมาริน วิลเลจ มีสิ่งที่เรียกว่ากิจกรรมประจำวัน ซึ่งแตกต่างกันทุกวันและแขกเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

วันจันทร์ : ระบายสีร่มกระดาษสาจากหมู่บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง 

วันอังคาร : พับกลีบบัว ถวายพระพุทธรูปหรือใส่บาตรตอนเช้า

วันพุธ : พับดอกไม้จากใบเตย ตกแต่งอาหารหรือขนม 

วันพฤหัสบดี : ร้อยมาลัย ต้อนรับแขกเหรื่อหรือถวายพระพุทธรูป

วันศุกร์ : ทำลูกประคบสมุนไพร ลดอาการปวดเมื่อย 

วันเสาร์ : ตัดตุงกระดาษ ใช้ประดับประดาบ้านเรือนและวัดวาอารามในช่วงเทศกาล

ส่วนวันอาทิตย์ จันทร์ พุธ ศุกร์ มีอีกกิจกรรมไฮไลต์เรียกว่า Village Walk หรือการพาแขกเดินชมรอบหมู่บ้าน เริ่มตั้งแต่ช่วงสายด้วยการถวายเพล หิ้วปิ่นโตคนละเถา ฟังประวัติศาตร์ของโรงแรมตั้งแต่ต้นมะขาม ก่อนไปถวายปิ่นโตที่วัดดวงดี เดินทะลุไปชมอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ แวะเยี่ยมพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่น และจบที่วัดอุโมงค์ด้านหลังโรงแรมในช่วงกลางวัน

ฝากท้องกันต่อที่ห้องอาหารเรือนแทมมาริน เพิ่งได้รับการตกแต่งใหม่ไปหมาด ๆ ด้วยการขยายแนวคิดจากการสะท้อนอัตลักษณ์ชนเผ่าพื้นเมืองของชาวเหนือให้เป็นชนเผ่าจากนานาอารยะ ไม่จำกัดความว่าต้องเป็นกลุ่มที่เราคุ้นเคยอย่างเย้าหรือปกาเกอะญอ แต่เลือกใช้ผ้าเบี่ยงหรือผ้าคลุมไหล่โบราณของสาวลาวมาใช้ในการตกแต่ง รวมถึงบางลวดลายยังให้ความรู้สึกถึงชนเผ่าทางแอฟริกันอีกด้วย 

โดยเรือนแทมมารินแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเรียกว่าหลองข้าวหรือยุ้งข้าว เป็นห้องสมุดเล็ก ๆ ที่เปิดให้แขกมาพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงปรับเปลี่ยนเป็นห้องจัดกิจกรรมหรือห้องอาหารส่วนตัวได้ตามต้องการ ชั้นล่างเป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหาร 2 สไตล์ คือเหนือดั้งเดิมหรือของกิ๋นบ้านเฮา อาทิ หน่ออั่ว แกงฮังเล ข้าวซอย ยำสะนัด แอบปลา และไทยดั้งเดิมที่มีอาหารโบราณหากินยากอย่างแกงรัญจวนซุกซ่อนอยู่

หรือหากไม่อยากทำกิจกรรมประดิดประดอย ขอเชิญไปพักผ่อนที่เดอะ วิลเลจ สปา ทรีตเมนต์ที่ได้รับความนิยมมาก คือเดอะ วิลเลจ ซิกเนเจอร์ เป็นการผสมผสานระหว่างนวดน้ำมันและนวดประคบ เรียกได้ว่าใช้ทั้งภูมิปัญญาทางเหนือและของไทยได้อย่างลงตัว จากฝีมือหมอนวดเชียงใหม่ขนานแท้ 

นอกจากนี้ยังมีแทมมาริน บูติก ร้านค้าของทำมือหายากที่คัดสรรมาจากชุมชนต่าง ๆ เช่น เครื่องประดับ เสื้อผ้า ของตกแต่งบ้าน ทั้งยังมีการวางจำหน่ายผลงานของดีไซเนอร์หน้าใหม่ให้เลือกช้อป

“สโลแกนของของเราคือพัก พิง อิง ก๋าย ในแก่นของวิถีล้านนา” แทนเล่าพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ “การมาพักผ่อนอย่างสบายกายสบายใจ ได้รับการบริการ และได้ร่วมกิจกรรมที่เรามี จะทำให้เขาตระหนักรู้คุณค่าของความเป็นล้านนา ได้รับรู้ว่ามีอีกชนเผ่าหนึ่งอยู่ในเมืองนี้ มีประสบการณ์ดี ๆ ที่จะทําให้ชีวิตเขามีความสุข”

แม้แทมมาริน วิลเลจ จะเป็นโรงแรมเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่อย่างถ่อมตัวท่ามกลางความอลหม่าน ความตั้งใจจริงที่จะรักษารากเหง้าของตัวเองไว้ก็แผ่ขยายออกมาจนมีผู้เข้าพักไม่ขาดสาย 

หากยังมีคนสืบทอด เราเชื่อว่าวัฒนธรรมล้านนาเหล่านี้จะคงอยู่ได้อีกนาน เหมือนที่พวกเขาหมั่นรักษาต้นมะขามให้อยู่ยงกว่า 200 ปีนั่นแหละ

3 Things you should do

at Tamarind Village

01

หิ้วปิ่นโตเดินชมหมู่บ้านรอบโรงแรมในกิจกรรม Village Walk กับไกด์ชุมชนที่จะพาชมสถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่า ถวายเพลวัดโบราณ และพบปะผู้คนที่เป็นมิตร

02

นั่งสามล้อถีบไปตลาดยามเช้าที่กาดประตูเชียงใหม่ ลัดเลาะตามตรอกประตูเมือง เรียนรู้วิถีชีวิตคนเหนือผ่านการแบกะดินขายของ

03

ลิ้มรสเมนูของกิ๋นบ้านเฮาที่ห้องอาหารเรือนแทมมาริน รสชาติดี สด สะอาด ปลอดภัยต่อลำไส้และระบบย่อยอาหาร

Tamarind Village Chiang Mai

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ภูพิงค์ ตันเกษม

ชีวิตผม ชอบการเดินทาง ชอบทำอาหาร และรักการบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่าย