‘Saku Boutique Homestay’ คือที่พักแสนน่ารักท่ามกลางสวนในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ของ คุณป้าแดง-สกุนตลา สุริยคำ นิโคล และ คุณลุงแดง-ดำรงศักดิ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ไม่นานมานี้ Saku Boutique Homestay กำลังเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดีย ผู้เข้าพักมาบอกเล่าประสบการณ์และความประทับใจที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศอบอุ่นของที่พักแห่งนี้ รวมถึงความน่ารักและเป็นกันเองของคุณลุงคุณป้า โดยมีไฮไลต์เป็นมื้ออาหารค่ำแบบฝรั่งเศส เสิร์ฟอาหารเป็นคอร์ส 7 รายการที่คุณป้าแดงตั้งใจทำสุดฝีมือ รับประกันความอร่อยด้วยประสบการณ์ที่เคยอยู่ปารีสมากว่า 30 ปี


คุณลุงคุณป้าต้อนรับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับ ‘น้ำฟ้า’ เครื่องดื่ม Welcome Drink เย็นชื่นใจ ทำจากน้ำมะนาวออร์แกนิกจากสวนที่ผสมกับไซรัปบลูคูราโซ่ (Blue Curacao Syrup) ให้มีสีสันน่าทาน
ป้าแดงเล่าที่มาของ Saku Boutique Homestay ให้ฟังว่า เดิมตั้งใจจะสร้างเป็นบ้านพักในวัยเกษียณ แต่ด้วยความที่มีเพื่อนฝูงเยอะ จึงสร้างบ้านเผื่อให้เพื่อน ๆ ที่มาเยี่ยมได้พัก ทำไปทำมาบ้านก็เลยมีขนาดใหญ่พร้อมห้องพักว่างจำนวนหนึ่ง ป้าแดงก็เลยปิ๊งไอเดียทำบ้านเป็นโฮมสเตย์ไปด้วยเลยดีกว่า
ที่มาของชื่อ ‘Saku’ มาจากชื่อจริง ‘Sakuntala’ เพราะฝรั่งออกเสียงชื่อไทยของเธอยาก

“ชื่อจริงของป้า คือ สกุนตลา คนฝรั่งเศสว่าบ่นยาวฉิบหาย ขอสั้น ๆ ได้ไหม ก็เลยมีชื่อว่า สาคู ฝรั่งจะเรียก สากุ๊ ๆ บางทีแขกญี่ปุ่นมาพักก็โค้ง อาริกาโตะ นึกว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น” ป้าแดงหัวเราะสนุก
ส่วนการตกแต่งบ้าน ป้าแดงเป็นคนลงมือออกแบบเองทั้งหมด
“เราอยากให้ที่นี่มีชีวิต อบอุ่น ก็เลยไปซื้อเฟอร์นิเจอร์เก่าที่ปารีสแล้วขนมา 2 ตู้คอนเทนเนอร์บาร์ตรงห้องรับรอง เป็นสิ่งที่ต้องมีค่ะ เอาไว้ต้อนรับเพื่อน ๆ และแขก เพราะพวกเราเป็นคนสนุกสนาน”


Saku Boutique Homestay เปิดเป็นที่พักตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ช่วงแรกแขกที่มาพักเป็นเพื่อนฝูงชาวต่างชาติของป้าแดงสมัยอยู่ฝรั่งเศส ความที่อยากดูแลแขกด้วยตนเอง ประกอบกับประสบการณ์เคยเปิดร้านอาหารที่ปารีสมากว่า 15 ปี ป้าแดงจึงลงมือทำอาหารให้แขกที่มาพักด้วยตนเอง ไม่ว่าจะขนมปังที่ป้าแดงอบเอง แยมมะนาวจากสวนของลุงแดง และแน่นอนว่าคอร์สอาหารฝรั่งเศส รสมือของป้าแดงจึงกลายเป็นไฮไลต์สำหรับแขก โดยเฉพาะเมนูเมนคอร์สอย่างเป็ดอบส้มและเนื้ออบไวน์ ไม่ว่าใครก็มาชื่นชอบ ปิดท้ายล้างปากด้วยเครื่องดื่ม Lime Chello สูตรเฉพาะของทั้งคู่ที่ทำจากมะนาวในสวนคุณลุง
“ตอนทำงานสายการบินที่ปารีส วันหนึ่งป้าคิดอยากเป็นเถ้าแก่กับเขาบ้าง ก็เลยตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านอาหารของตัวเอง ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินปารีส ทำอยู่ 15 ปี เราก็เริ่มอายุมากขึ้น เริ่มรู้สึกทำไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจขายกิจการ แล้วเดินทางกลับมาเชียงใหม่” ป้าแดงเล่าย้อนความหลังให้ฟัง
“แม่รู้สึกแก่ตอนไหนอะ” ลุงแดงแซว
“ที่จริงฉันยังไม่แก่ย่ะ” ป้าแดงตอบพร้อมรอยยิ้ม
หลังจากเปิดที่พักได้ 6 ปี ลุงแดงก็เข้ามาช่วยป้าแดงดูแลอีกแรง
ทั้งคู่เล่าให้ฟังว่ารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข (ปัจจุบัน : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศูนย์บพิตรพิมุข จักรวรรดิ)
“เป็น Poppy Love ค่ะ เป็นรักแรก” ป้าแดงเปรย
“เขาเป็นคนสวยครับ ส่วนเรา…ก็พอได้อยู่” ลุงแดงหัวเราะ
“โอ้ย เขารูปหล่อที่สุด” ป้าแดงยืนยัน
“เราเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันแต่คนละแผนกครับ” คุณลุงเล่าต่อ
“ผมอยู่ภาษาต่างประเทศ ป้าแดงอยู่แผนกเลขา เราก็ไปจีบเขา เลยได้เป็นแฟนกันครับ แล้วมันก็ไม่เป็นไปตามที่หวังเหมือนกับรักแรกของอีกหลายคน ผมเรียนจบก่อนเขา 1 ปี แล้วไปเรียนต่อด้านเครื่องยนต์ที่ฮอลแลนด์ 4 – 5 ปี ทำให้เราเริ่มห่างกัน หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ตอนแรกเราตั้งใจจะพาเขาไปเรียนต่อด้วยที่สหรัฐฯ แต่ปรากฏว่าเขาไม่ไปด้วย” คุณลุงเล่าถึงความรักของเขา


ภายหลังจากแยกย้ายกันไป ลุงแดงและป้าแดงไปทำงานเกี่ยวกับการบิน คุณลุงเป็นสจ๊วต ส่วนป้าแดงเป็นพนักงานบริการภาคพื้นดิน แต่อยู่คนละสายการบิน และแทบไม่ได้เจอกันเลยอีกหลายปี
“เราแทบไม่ได้เจอกันเลยค่ะ แต่คุณลุงเขาคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเราอยู่ตลอด”
“แม่จำได้ไหม สมัยที่แม่ยังทำที่สนามบินไทย มีครั้งหนึ่งแม่ยืนตรงเกตและพ่อเดินผ่าน วันนั้นเราไม่ได้ทักทายกัน จน 10 กว่าปีให้หลัง ผมรู้มาว่าเขาย้ายมาประจำอยู่ที่สนามบินปารีส วันนั้นเครื่องที่ผมทำงานมีโอกาสลงจอดที่ปารีส ลงจอดเสร็จปั๊บเปิดประตูมาเราก็เห็นว่าสายการบินของเขาจอดอยู่ใกล้ ๆ เกตของเรา ก็เลยลองเดินไปที่เคาน์เตอร์ เผื่อจะโชคดีได้เจอเขา เพราะเราติดตามข่าวเขาอยู่ว่าทำงานอยู่ที่ไหน สายการบินอะไร ก็ไปยืนใส่หมวกด้อม ๆ ดู แล้วก็เจอเขาจริง ๆ เลยเดินไปทักว่า สวัสดีครับ”
“เราก็ต๊กกะใจ มาได้ยังไง ไม่ได้เจอกันนานมาก วันนั้นเขาเดินมาทักแล้วถามเราว่า
“ว่างไหมครับ ขอเชิญไปดื่มกาแฟ นั่นแหนะ” ฝ่ายหญิงย้อนความหลัง
“วันนั้นผมเกือบตกงานเลยครับ เพราะมัวแต่นั่งดื่มกาแฟ คุยกับเขาจนลืมเวลาเครื่องออก เราเป็นหัวหน้าสจ๊วตด้วย รีบวิ่งหอบแฮกกลับมา พอไปถึงเจอกัปตันยืนคิ้วขมวด ไอ้เราก็จ๋อย เพราะเราบอกเขาว่าจะขอไปซื้อไวน์แป๊บเดียว เขาก็ถามนะ ไวน์มึงอยู่ไหน ผมตอบไปว่า ผมหลงทาง ทำขวดไวน์ตกแตกระหว่างมา ขอโทษครับ โชคดีที่มันไม่ล่าช้า ไม่งั้นโดนปรับอ่วมเลย เพราะเป็นกฎของสนามบิน ตามระเบียบต้องแจ้งเหตุผลที่ล่าช้าด้วย ถ้าตอบไปว่าช้าเพราะรอสจ๊วตไปซื้อไวน์นี่บ้าบอฉิบหายเลย
“แต่ถึงวันนั้นจะโดนด่า ก็คุ้มที่โดนด่านะครับ” ฝ่ายชายยิ้ม
หลังจากเจอกันครั้งนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนเวลาผ่านเลยไปอีกหลายปี
กระทั่งป้าแดงตัดสินใจกลับมาทำบ้านพักที่เชียงใหม่


“ตอนนั้นป้าแดงกลับมาอยู่บ้านได้ 6 ปี มีเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนแวะมาหาบ้าง ทีนี้เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนนี่แหละก็โทรไปหาคุณลุง เห้ยไอ้แดง แฟนเก่ามึงกลับมาแล้วนะ ยังสวยเหมือนเดิมเลย
“ได้ยินแบบนั้น ผมก็ต้องตามมาดูหน่อยสิว่ายังพอไหวไหม” ลุงป้าหัวเราะสนุก
ทั้งคู่กลับมาเจอกัน และรักกันอีกครั้งในวัย 50 ปลายจนปัจจุบันที่กำลังจะเข้าสู่วัยเลข 8
“เราเคยเป็นแฟนกันตอนเด็ก ๆ แล้วก็ไม่เจอกันอีกเลยค่ะ เราแยกย้ายกันไป ต่างคนก็ต่างมีครอบครัวของตัวเอง เขาเรียกว่า Destiny เนอะ ก็พาให้กลับมาเจอกันอีกครั้งตอนแก่ที่นี่”
“ไหนแม่บอกว่ายังไม่แก่ไง” คุณลุงแซว
จากบทสนทนา จะไม่ให้ Saku Boutique Homestay มีบรรยากาศที่อบอุ่นได้อย่างไร สำหรับผู้ที่สนใจมาพักที่ Saku Boutique Homestay มีห้องให้เช่าทั้งหมด 5 ห้อง มีทั้งห้องเตียงเดี่ยว เตียงคู่ ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว และค่าที่พักรวมอาหารเช้า สำหรับผู้ที่สนใจคอร์สอาหารฝรั่งเศส เข้ามาทานได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพักทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ป้าแดงรบกวนให้โทรจองก่อนล่วงหน้าเพราะต้องใช้เวลาในการเตรียมอาหาร ที่นี่ยังขายมะนาวออร์แกนิกและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะนาวที่คุณลุงคุณป้าทำด้วยกัน ในนาม D.D Organic Land ปัจจุบันส่งมะนาวจากสวนไปขายทั่วประเทศ
3 Things you should do
at Saku Boutique Homestay

01
ลองไปร้านหนังสืออิสระในบ้านที่ ร้านหนังสือเล็กๆ สารภี

02
ลองถ่ายรูปกับถนนต้นยางที่ ถนนทางหลวงหมายเลข 106 (ถนนเชียงใหม่-ลำพูน)

03
3. ลองแวะจิบกาแฟหรือมัทฉะวิวริมทางรถไฟที่ Chapter 2WO Saraphi









