6 กันยายน 2025
694

เจ้าก้อนสี่เหลี่ยมในมือของเรานี่มันยังไงกัน ทั้งหนัก ทั้งหนา แต่ทำไมเราถึงไม่ยอมวางมันลงสักที

จู่ ๆ ก็มีสถานที่ที่ทำให้เราได้บอกกับตัวเองว่า “ถึงเวลาแล้ว ที่จะวางมันลง” 

จุดเริ่มต้นของการเปิดโอกาสให้นิ้วและสมองได้ลอง Digital Detox มาจากการไปเยือน ‘SAii Laguna Phuket (ทราย ลากูน่า ภูเก็ต)’ รีสอร์ตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลาง ‘ลากูน่า ภูเก็ต’ ริมหาดบางเทา อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นในฤดูฝนโปรยปราย แสงแดดอ่อนลงกว่าฤดูท่องเที่ยวไฮซีซัน ผู้คนบางตา ทำให้เราเห็นภูเก็ตในมุมที่ต่างออกไป 

สงบ ช้า และนุ่มนวล เป็นบรรยากาศที่เหมาะที่สุดสำหรับการชะลอจังหวะชีวิต และลองหันกลับมาใช้เวลาอยู่กับตัวเองดูบ้าง

ที่พักจอ ที่พักใจ

 SAii Laguna Phuket เพิ่งรีโนเวตครั้งใหญ่ พร้อมกับการรีแบรนด์ใหม่ของทั้ง SAii Hotels & Resorts ภายใต้กลุ่มเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ที่ตั้งใจให้แบรนด์โอบรับกับเทรนด์ Wellness มากยิ่งขึ้น ด้วยการมอบความสบายใจ ความสงบ และประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล 

สีขาวสว่างสดใสของล็อบบี้ตัดด้วยสีสด ๆ ของดอกไม้จากแดนปักษ์ใต้ในแจกัน 

สีน้ำเงินครามเก๋ ๆ ของห้องอาหารเข้ากันดีกับพื้นไม้สีน้ำตาลและเก้าอี้หวาย

ข้อดีของโรงแรมเก่าที่รีโนเวตใหม่ คือโครงสร้างเก่ายังคงอยู่ ห้องพักที่นี่จึงใหญ่กว่าโรงแรมทั่วไปในปัจจุบัน 

ต้องเรียกว่า ใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่มีเตียงคิงไซซ์อยู่ในห้องแล้ว ยังมีเตียงริมหน้าต่าง (Day Bed) ให้นอนฝันกลางวันได้อีกด้วย

ก่อนเมฆครึ้ม ๆ จะกลั่นออกมาเป็นสายฝนทำให้อดเดินเล่น เรารีบออกสำรวจภายในรีสอร์ตไปตามทางเชื่อม เราปฏิเสธการใช้ลิฟต์อย่างแข็งขัน แต่เป็นเพราะขึ้นลงบันไดเพียง 3 ชั้นก็มากสุดแล้ว

ทั่วรีสอร์ตแห่งนี้มีเพียงต้นมะพร้าวสูงชะลูดแซงความสูงตึก ไม่มีอาคารใหญ่บดบังสายตา มองไปทางไหนก็เจอแต่สีเขียวจากสวนหย่อมแซมด้วยต้นลีลาวดี มีต้นก้ามปูสีเขียวเข้มที่น่าจะรุ่นราวคราวปู่เกินร้อยปี ข้าง ๆ เป็นแปลงพืชผักสวนครัวสีเขียวสดใสที่ปลูกไว้สำหรับทำอาหารรับแขก

ทันใดนั้นเอง เราก็สะดุดตากับกล่องสีน้ำตาลที่ตั้งอยู่บนทางเดิน กล่องใบนี้เชื้อเชิญให้เราหย่อนโทรศัพท์มือถือลงกล่อง

‘No pings, no scrolling. Savour the flavours, sounds, and smiles around you’

ข้อความบนป้ายเหมือนกระซิบออกมาด้วยเสียงหวาน ๆ

หลังจากถ่ายรูปหน้าป้ายหนึ่งช็อต เราตัดสินใจหย่อนมือถือลงกล่องตามคำเชิญ เดินวนรอบสระว่ายน้ำ ดูเด็กไถลงมาจากสไลเดอร์ขนาดใหญ่ด้วยความสนุกสนานอยู่ประมาณ 10 นาทีก็เดินกลับมาที่กล่องสีน้ำตาลอีกครั้ง เหมือนมีแรงดึงดูดให้เรารีบกลับมาคว้ามือถือ

ไม่มีข้อความหรือโทรศัพท์เข้ามาแม้แต่น้อย ไม่มีใครอยากคุยกับเราในตอนนี้ แล้วเราก็ไม่ได้อยากคุยกับใคร

ทำไมไม่เดินเล่นให้นานกว่านี้นะ

ถอดมือถือในมือคุณ

ตกบ่าย ได้เวลานวด 

การมาสปาที่นี่ นอกจากต้องปลดเปลื้องเสื้อผ้าเพื่อนวดน้ำมัน เรายังมีโอกาสปลดมือถือออกจากตัวเอง ด้วยความใส่ใจจากพนักงานใน SAii Spa เอ่ยถามอย่างสุภาพว่า 

“สถานที่นี้เป็น Digital Detox Zone อยากชวนทุกท่านให้ลดการใช้จอ หากคุณผู้หญิงสนใจ อยากให้เราเก็บโทรศัพท์ให้หรือปิดเครื่องไหมคะ”

เมื่อเขาเสนอ เราจึงสนอง “เก็บโทรศัพท์มือถือไปได้เลยค่ะ”

ก่อนจะรีบพิมพ์ตอบข้อความที่ทำงานเป็นประโยคสุดท้าย ปิดเสียง ปิดสั่น และวางมือถือบนถาดอย่างตั้งใจ 

บรรยากาศในห้องสปาชวนเคลิ้มไปกับกลิ่นน้ำมันนวดมะพร้าวออร์แกนิกแบบอ่อน ๆ เสียงเพลงบรรเลงเปียโนเบา ๆ เตียงที่มีระบบทำความอุ่นอยู่ข้างใต้ และแรงกดนวดที่ไหลไปตามร่างกาย 

แม้จะเอาก้อนความคิดในหัวเก็บเข้าตู้ไม่ได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ แต่การปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลายไปตามแรงนวด ช่วยทำให้ความคิดขยุกขยุยในหัวถูกคลี่ให้เป็นเส้นตรง แล้วค่อย ๆ ตกตะกอนลงสู่เบื้องล่าง เหมือนที่ลมหายใจเราตกสู่พื้นระหว่างนอนเอาหน้าคว่ำลงบนเตียงที่มีรู

ในห้วงเวลานั้น เราเจอความสงบบางอย่าง ก่อนจะผล็อยหลับไป

ชาร์จชีวิตแบบออฟไลน์

เช้าวันถัดมา ด้วยความลุกลี้ลุกลนตื่นให้ทันคลาสโยคะยามเช้า หลังจากปิดประตูห้องดังปังเพียงเสี้ยววิ ก็เพิ่งมีสติว่า “ลืมมือถือและคีย์การ์ดในห้อง!” 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นคนขี้ลืมขนาดนี้ 

แต่กลับเป็นครั้งแรกที่บอกตัวเองว่า “ไม่เป็นไรมั้ง ดีเหมือนกัน ลองไม่มีมือถือสักครึ่งวันดีกว่า”

เมื่อตัดสินใจขังมือถือไว้ในห้อง เราเดินไปร่วมคลาสโยคะใต้ต้นมะพร้าวสูงใหญ่ อากาศอบอ้าวแดนใต้ทำให้โยคะเบา ๆ เพียง 1 ชั่วโมงได้เหงื่อใช่ย่อย

ต่อด้วยการเดินไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ Terra & Mar ตักเต็มจานกลับมาที่โต๊ะก็เจอกับแยมผลไม้ไทยขวดจิ๋ววางเสิร์ฟทุกโต๊ะ ให้ทานคู่กับตัวเลือกขนมปังเกิน 10 แบบ หรือใครชอบมื้อเช้าแบบไทย ๆ นอกจากข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ผัดหมี่ ยังมีอาหารใต้ท้องถิ่นอย่างหมูฮ้องพร้อมข้าวสวยให้ทานแบบจัดหนัก

จบมื้อเช้า ต้องขอไปเดินย่อยริมทะเล ทักทายฝูงไก่ของหมู่บ้านข้าง ๆ ที่มาเดินเล่นในรีสอร์ตได้อย่างอิสระ (รูปนี้มาจากการกลับไปเอามือถือมาถ่ายอีกวัน โชคดีที่ไก่ยังอยู่)

การเดินย่ำทรายบนหาดแบบไม่มีโทรศัพท์มือถือ ทำให้เราลองตั้งใจใช้สายตาแคปเจอร์วิวตรงหน้าแทนโทรศัพท์ 

ฟองฟ่อดสีขาวจากคลื่นที่กระทบฝั่ง ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

มารู้ทีหลังว่าฟองที่ขาวละเอียดยิ่งว่าฟองนมบนคาปูชิโน่ เป็นเพราะช่วงหน้ามรสุมคลื่นจะแรงผิดปกติ บวกกับในอดีต หน้าหาดย่านนี้เคยเป็นเหมืองทราย ทำให้มีพื้นที่ลุ่มต่ำในทะเล เกิดเป็นปรากฏการณ์ตีฟองตามธรรมชาติที่ใหญ่มาก ทางรีสอร์ตจึงไม่อนุญาตให้เล่นน้ำในช่วงหน้ามรสุมเช่นนี้

แต่กิจกรรมใน SAii Laguna Phuket รีสอร์ตมีอีกร้อยแปดพันเก้า ตั้งแต่ตีเทนนิส ยิงธนู มวยไทย พิลาทิส ไทชิ สควอต เกมรูม พายเรือในทะเลสาบ เข้าฟิตเนส ทำขนม ชงค็อกเทล เรียนภาษาไทย ไปจนถึงเข้าคลาสหัดพับผ้าขนหนูเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ 

หรือใช้เวลา 1 วัน นั่งสปีดโบตไป-กลับเกาะพีพี เพื่อไปเยี่ยมปลาการ์ตูน บอกตามตรงว่าดำน้ำไปเยี่ยมในทะเลอาจไม่เจอ (น่าเศร้าที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ทำร้ายดอกไม้ทะเล บ้านของปลาการ์ตูนไปเกือบหมด) แต่เราไปเจอครอบครัวปลาการ์ตูนนับร้อยตัวได้ที่ ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre) ของ SAii Phi Phi Island Village ซึ่งมีภารกิจหลักในการฟื้นฟูปะการัง เพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน และปล่อยกลับคืนสู่มหาสมุทร

Thai Service Essence

ตกเที่ยง ไปทานข้าวที่ไหนดี แค่เลือกอาหารในรีสอร์ตก็สนุกแล้ว

ด้วยขนาดรีสอร์ต 255 ห้องพัก รองรับแขกจากทั่วโลก มีห้องอาหารให้เลือกถึง 5 แห่ง สับเปลี่ยนหมุนเวียนได้ทั้งสัปดาห์ ทุกที่มีการออกแบบเมนูจากพื้นฐานคำว่า Concious Dining คิดมาตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่ใช้ของท้องถิ่น สด สะอาด ปลอดภัย และต้องอร่อย

Terra & Mar อาหารนานาชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่นสด ๆ จากทั้งบนบกและทะเล

Miss Olive Oyl อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน อุดมไปด้วยน้ำมันมะกอกเพื่อสุขภาพ

Mr. Tomyam อาหารไทยทั้งคลาสสิกและโมเดิร์นให้ต่างชาติตกหลุมรักรสไทย

bean / Co คาเฟ่ยามกลางวัน เลานจ์ยามค่ำคืน เสิร์ฟเครื่องดื่มจากเมนูวัตถุดิบไทย

The Club คลับนั่งเล่นริมน้ำ ผ่อนคลายไปกับชุดน้ำชายามบ่าย

บ่าย ๆ ระหว่างที่นั่งรอแดดร่มลมตก เราได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากับ ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ซีอีโอชาวอังกฤษบอกว่า การสร้างแบรนด์ SAii ให้แข็งแกร่งและสดใหม่ขึ้นในปีนี้ ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการขยายการลงทุนไปทั่วโลก ด้วยแผนการเข้าซื้อโรงแรมในต่างประเทศเพิ่มเติมทั้งในญี่ปุ่น เวียดนาม บาหลี รวมทั้งแถบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างสเปน อิตาลี โปรตุเกส กรีซ

“Thai Service Essence” ไมเคิลตอบอย่างรวดเร็ว

คนไทยอย่างเราเอียงคอถามต่อ อยากรู้เหลือเกินว่า การบริการแบบไทย มีความเป็นเอกลักษณ์ยังไงกันในสายตาชาวต่างชาติ

“การดูแลเอาใจใส่ของคนไทยแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่คนโรงแรม ออกไปนอกโรงแรม ไปที่ไหนก็ตามในประเทศไทย ไม่ว่ายุคไหน คนไทยก็ยินดีให้ความช่วยเหลือที่ออกมาจากใจ” ไมเคิลเล่าถึงความประทับใจตั้งแต่สมัยที่เป็นวัยรุ่นกระเป๋าแบนมาเที่ยวไทยเมื่อปี 1990 จนย้ายมาทำงานที่ไทยตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา

แล้วเราจะนำ Thai Service Essence ไปอยู่ในโรงแรมท้องถิ่นที่กรีซหรืออิตาลีได้อย่างไร – เราถามอีก

“ต้องฝึกฝนและส่งคนไทยไปอยู่ด้วยบางส่วน อย่างที่เราเคยส่งคนไทยไปประจำที่ SAii มัลดีฟ เราไม่ได้ต้องการให้แขกรู้สึกว่านี่เป็นโรงแรมสัญชาติไทย โรงแรมอยู่ในพื้นที่ไหนก็ความสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่นั้น แต่ต้องการให้ Service Mind ของทีมงานทั่วโลกมีความเอาใจใส่แบบคนไทย จะเรียกว่า Thai Ethic ก็ได้”

ซีอีโอเสียงนุ่มนวลคนนี้ทำให้คู่สนทนาเบื้องหน้ายืดอกอย่างภาคภูมิใจโดยไม่รู้ตัว อุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลกให้การยอมรับวิถีบริการแบบไทยเป็น Top of Mind และนี่คือจุดแข็งที่ SHR จะเข้าไปลงทุนฟื้นโรงแรมทั่วโลกที่อาจไปไม่รอดจากพิษโควิด-19 ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ติดฝน… ติดแหง่กหรือติดใจ

ทำรีสอร์ตบนเกาะ จะจุดธูปกี่ดอกก็คงเลี่ยงฝนไม่ได้

เมื่อเข้าหน้ามรสุม โรงแรมทั้งหลายจึงทำใจว่า ช่วงโลว์ซีซันคงทำอะไรมากไม่ได้ แต่ SAii Laguna Phuket กลับหามุมที่เป็นเสน่ห์ของหน้าฝนได้อย่างน่าสนใจ

“นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางชอบฝนมาก ฝนตกทีไรก็เห็นเขาวิ่งออกไปตากฝน หรือการนั่งทำสมาธิพร้อมฟังเสียงสายฝนกระทบหลังคา ยิ่งเป็นโมเมนต์พิเศษ” ไมเคิลเล่า

บวกกับโปรแกรมที่ให้แขกอยู่ในรีสอร์ตได้ทั้งวันหรือนั่งเอนกายในห้องตรงมุม Day Bed ที่มีหน้าต่างกระจกล้อมรอบ (เหมือนที่ผู้เขียนกำลังพิมพ์ต้นฉบับในขณะนี้) 

ยิ่งเห็นฝนตกผ่านหน้าต่าง ยิ่งรู้สึกชอบบรรยากาศแบบนี้มากกว่าแดดเปรี้ยง ๆ ฟ้าใส ๆ เสียอีก

ผ่านมา 2 วัน เริ่มได้คำถามใหม่ในใจ

ระหว่าง ‘โรงแรมหรูหรา’ ที่ทำให้แขกรู้สึกตัวเล็กลีบ ทำตัวไม่ถูกกับการแต่งตัวหรือสั่งอาหาร กับ ‘โรงแรมเรียบง่าย’ ที่ทำให้แขกเป็นตัวของตัวเอง มีอิสระเลือกสิ่งที่อยากทำ

โรงแรมแบบไหนทำให้เราอยากไปมากกว่า 

เราขอนิยามว่า SAii คือรีสอร์ตที่มอบ Mindfulness แบบสมัครใจ ไม่ต้องมีกฎระเบียบเคร่งครัด 

ห้วงเวลาไม่อยากสุงสิงกับใคร อยากหาข้อมูลเองก็มีแอปพลิเคชันให้ข้อมูลครบถ้วน ใช้ชีวิตในรีสอร์ตใหญ่ได้ไม่หลงทางและไม่เบื่อเลย

แต่หากอยากวางโทรศัพท์มือถือ มีปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นหรือบาร์เทนเดอร์ ก็มีพนักงานคอยให้คำแนะนำ และมักจะแถมคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นประโยชน์มาก

ทั้งหมดนี้ทำให้เราออกแบบช่วงเวลาพักผ่อนได้อย่างละเมียดละไม ตั้งใจจะมาพักเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เหมือนได้เอาตัวเองมาเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบ Mindfulness มากขึ้น จนเอากลับไปทำต่อเองที่บ้านได้อีกยาว ๆ

3 Things you should do

at SAii Laguna Phuket

01

หย่อนมือถือลงกล่องแล้วเดินหนีไป

02

ร่วมกิจกรรมในรีสอร์ต ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ

03

สั่งอาหารที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม ชื่นชมเบา ๆ เคี้ยวช้า ๆ

ภาพ : SAii Laguna Phuket

Writer

ธันยมัย อนันตกรณีวัฒน์

นักข่าวเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยเชื่อว่า GDP คือคำตอบ แต่กลับชื่นชอบในแนวคิด Circular Economy ว่าจะสร้างอนาคตอันสดใสให้กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน