6 กุมภาพันธ์ 2025
3 K

Rose Ville Farm’ คือที่พัก 3 หลังในเชียงใหม่ของสาววัย 64 ที่ชื่นชอบกุหลาบเป็นที่สุด

เธอชื่อ อ้อ-อนันตรา สุคนธสิงห์ เป็นที่รู้จักในแวดวงน้ำหอมว่าเป็น ‘นักปรุงน้ำหอมกุหลาบ’ มือฉมัง ในวันที่เมืองไทยแทบไม่มีใครสนใจมัน ควบกับการเป็นเจ้าของแบรนด์ Witch’s Scent ซึ่งทำน้ำหอมเลียนกลิ่นธรรมชาติขายดีมานักต่อนัก 

ความจริงหนึ่งข้อที่เราอยากให้ทุกคนรับรู้ คือพี่อ้อไม่ได้เป็นคนเชียงใหม่แต่อย่างใด แต่เลือกมาลงหลักปักฐานที่นี่ก็เพราะอยากมีสวนกุหลาบเป็นของตัวเอง

ไม่ใช่แค่แปลงดอกไม้ เธอขยับขยาย Rose Ville Farm เป็นที่พัก ร้านอาหาร และร้านน้ำหอมที่กำลังจะเปิดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

บ้านพักของแม่มดนักปรุงกลิ่นย่อมไม่มีใครเหมือน

นอกจากนอนสบาย บ้านพักของเธอหอมกลิ่นป่าฝน กุหลาบ ยันดอยหลวงเชียงดาว

เจ้าช่อมาลี

เราพูดคุยกันทางโทรศัพท์แทนการพบหน้า ก่อนพบว่าพี่อ้อชื่นชอบดอกไม้มาตั้งแต่เด็ก

เธอเติบโตมากับพ่อที่รับราชการ แต่มีงานอดิเรกคือการทำสวน เรือนกล้วยไม้กับดอกไม้นานาพรรณคือสิ่งที่เธอเห็นจนชินตา

ความชอบติดตัวเธอเรื่อยมาจนอายุ 50 ปี พี่อ้อที่เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ขณะนั้นก็ตัดสินใจเกษียณ ทำให้เธอมีเวลามากพอจะกลับไปคิดถึงความต้องการของตัวเองในวัยเยาว์

พี่อ้อออกเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อนหลายประเทศ จนจุดประกายการทำธุรกิจขึ้นมาที่อิหร่าน หลังทราบว่าประเทศนี้ส่งออกน้ำมันกุหลาบเป็นรายได้หลัก ซึ่งมีราคาแพงมาก เธอจึงอยากลงขันทำธุรกิจนี้กับเพื่อนสนิท แม้ไม่มีประสบการณ์

จากนั้นไม่นานกุหลาบแปลงแรกในชีวิตก็หยั่งรากบนผืนดินปากช่อง นครราชสีมา เพราะมีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ที่ปลูกแล้วออกดอกงาม ต่อให้ไม่อยู่ทางเหนือ

กุหลาบมอญบ้านเราทำน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบเหมือนอิหร่านได้ยาก แต่ทำน้ำกุหลาบได้ดีเหลือหลาย กลั่นกลีบดอกด้วยไอน้ำออกมาได้กลิ่นเปรี้ยวนิดหนึ่ง ผลไม้นิดหน่อย ทั้งยังนำเข้าน้ำมันกุหลาบจากอิหร่านด้วย สร้างรายได้จนกลายเป็น บริษัท โคลเอ้ โรส จำกัด รับผลิตและจำหน่ายสกินแคร์ โดยใช้กุหลาบเป็นสารสําคัญ

กระทั่งเกิดแผ่นดินไหวบนเขาใหญ่ ส่งผลให้สภาพน้ำใต้ดินเปลี่ยนแปลงไป กุหลาบที่เคยส่งกลิ่นหอมโชยก็เริ่มเลือนหาย เชียงใหม่จึงกลายเป็นจุดหมายต่อไปของเธอ

คราวนี้เธอหยั่งรากกุหลาบดามัสก์สีชมพูเข้มและอ่อนลงผืนดิน ปรากฏว่าดามัสก์สีชมพูอ่อนทําเป็นน้ำกุหลาบได้กลิ่นหอมดีมาก นั่นทำให้เธออยากมีร้านจำหน่ายสินค้าเป็นหลักแหล่งและอยากแบ่งปันคุณประโยชน์ของกุหลาบให้ทุกคนรู้จัก

Rose Ville Farm จึงไม่ใช่แค่ความฝันในวัยเยาว์อีกต่อไป

Make a Witch

สำหรับชาวเชียงใหม่จะเห็นว่า Rose Ville Farm เวอร์ชันแรกไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้

พี่อ้อตั้งใจเปิดคาเฟ่และร้านอาหาร โดยใช้กุหลาบจากสวนเป็นส่วนผสมในเมนูต่าง ๆ เช่น เมนูสลัดกลีบกุหลาบหรือน้ำกุหลาบเย็นชื่นใจ ไม่ลืมที่จะจำหน่ายสกินแคร์บำรุงผิวพรรณของเธอเอง เนื่องจากผลผลิตปราศจากสารเคมี ควบคุมคุณภาพได้ รวมถึงการตกแต่งร้านเป็นศูนย์กุหลาบให้คนเข้ามาถ่ายรูปได้ก็ด้วย เพราะเธอรวบรวมไว้มากกว่าหลายร้อยสายพันธุ์ หน้าหนาวบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวล

ประกอบกับช่วงนั้นเธอก็ให้กำเนิดแบรนด์ Witch’s Scent หรือกลิ่นของแม่มดขึ้นมา ซึ่งน้ำหอมตัวแรกใช้กุหลาบจากสวนเป็นส่วนผสม ได้รับผลตอบรับดีมาก จนค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนทิศทางของ Rose Ville Farm ให้อิงไปทางน้ำหอมมากยิ่งขึ้น

ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นกลิ่นของแม่มด ขอชวนอ่านคำตอบของเธอด้านล่างนี้

“การทําน้ำหอมจริงจังไม่ใช่แค่เอากลิ่นนั้นกลิ่นนี้มาผสมกัน แต่คือการเรียนเข้าไปถึงเคมีของกลิ่น หยิบสารเคมีแต่ละตัวมารวมกัน จนกลายเป็นกลิ่นที่ต้องการขึ้นมา เรามองว่าสิ่งนี้เป็นเหมือนการเสกเวทมนตร์ของแม่มด”

พิสูจน์ได้จากการที่พี่อ้อนำใบมะยมมาสกัดร่วมกับกุหลาบ ทำเป็นเซรั่มบำรุงผิว เพราะมีสารช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย 

เมื่อนำไปประกวดที่งานนวัตกรรมโลกภาคพื้นยุโรป ปี 2019 ที่โรมาเนีย ก็ได้รางวัลเหรียญเงินกลับมา ราวกับการร่ายมนต์ครั้งนี้บังเกิดผล 

ปัจจุบันบทบาทของร้านอาหารจึงลดน้อยลง แต่เพิ่มร้านน้ำหอมเข้ามาแทนที่ และให้ความสำคัญกับห้องพักที่มีกลิ่นมากขึ้น

บุปผาราตรี

ที่พักของ Rose Ville Farm มีเพียง 3 หลังด้วยกัน ก่อนแนะนำให้ทุกคนรู้จัก เราขอแนะนำให้คุณลบภาพในจินตนาการว่าบ้านพักของเธอจะตกแต่งในสไตล์ตะวันตก หรูหรา เหมาะสมกับสวนราชินีดอกไม้

เพราะพี่อ้อตั้งใจให้บ้านพักของเธอเป็นเรียวกังแบบญี่ปุ่น

ซึ่งทำร่วมกับ บอย-วรภพ นิ่มปลื้ม นักเคมีเครื่องสำอางที่เป็นเหมือนน้องแท้ ๆ ของพี่อ้อ รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งร้าน บ้านพัก และแลนด์สเคปทั้งหมด

เดิมดินผืนนี้มีต้นไผ่เติบโตเต็มไปหมด บอยที่อยากให้บ้านพักกลมกลืนกับธรรมชาติที่สุด จึงต้องนำไผ่มาทำเป็นรั้วกั้นหรือนำมาประยุกต์เป็นของตกแต่งบ้าน รวมถึงแนวคิดสวนเซนของญี่ปุ่นก็เข้ากันได้ดี

บ้านพักกลางสวนกุหลาบจึงคล้ายเรียวกังมาก หากแต่ไม่ใช้กระดาษในการทำผนังบ้านเท่านั้น

พี่อ้อเล่าว่าเครื่องนอนของเธอเป็นวัสดุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นหมอน ที่นอน ผ้าห่ม ตอบรับสรีระ ทำให้นอนสบาย ไม่ปวดหลัง ไม่ลืมที่จะมีโต๊ะเล็ก ๆ ไว้นั่งจิบชาตามวัฒนธรรมญี่ปุ่น รวมถึงใครที่ต้องการอาหารเช้า ที่นี่ก็จะเสิร์ฟเซตอาหารญี่ปุ่นแบบถึงใจให้ด้วย

โดยความพิเศษคือพี่อ้อปรุงน้ำหอมให้บ้านแต่ละหลังไม่ซ้ำกัน มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การเลือกเข้าพักจึงคล้ายกับการเลือกน้ำหอมที่ชอบ

บ้านหลังแรกที่พี่อ้ออยากนำเสนอมีชื่อว่า ‘บ้านป่าฝน’ หลังบ้านตกแต่งแบบสวนเซน มีการเทน้ำกระดกเสียงก๊อกแก๊ก และมีไอน้ำพ่นออกมาเป็นระยะ ให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในป่าฝนจริง ๆ ซึ่งพี่อ้อออกแบบกลิ่นให้สอดคล้องกับชื่อบ้าน บ้านนี้จึงมีกลิ่นเขียวของใบไม้ที่ถูกน้ำฝนหยดลงมา สดชื่น เย็นสบาย เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชอบความสงบเงียบเหมือนอยู่กลางป่า 

ต่อมาชื่อ ‘บ้านบนดอย’ ลองทายดูไหมว่าคราวนี้เธอทำน้ำหอมกลิ่นอะไร

คำตอบคือพี่อ้อทำน้ำหอมกลิ่นดอยหลวงเชียงดาว เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ บนนั้นให้ความรู้สึกเย็นของไอ้หมอก มีกลิ่นดอกไม้ป่าโชยมา ซึ่งเป็นกลิ่นที่ Witch’s Scent ส่งประกวด แล้วได้รับรางวัล The Best Chypre ในงานของสมาคมสุคนธกรไทย (Thai Perfumers) เมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมา 

สุดท้าย เป็นหลังที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พี่อ้อยังไม่ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ แต่เธอคิดว่าคงใช้ชื่อว่า Rose Ville Farm เพราะตั้งใจให้บ้านนี้รักษาภาพลักษณ์ของสวนกุหลาบเอาไว้ ให้บรรยากาศของสวนกุหลาบเต็มที่ โดยใช้กลิ่นกุหลาบจุฬาลงกรณ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 

“รู้จักไหมคะ” เธอถามกลับบ้าง ส่วนเราที่เป็นฝ่ายรับข้อมูลสุดเนิร์ดได้แต่ตอบว่าไม่

เจ้าดารารัศมี พระราชชายา นำสายพันธุ์ดีจากอังกฤษมา แล้วก็ให้คนเอามาผสมกับกุหลาบมอญบ้านเราให้เป็นกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ มีสีชมพู ต้นสูงประมาณเท่าตัวคนได้ เลี้ยงยากนะ แต่กลิ่นหวานกว่ากุหลาบมอญบ้านเรา และดอกใหญ่กว่าด้วย” แม้จะเป็นการพูดคุยกันผ่านเสียงตามสาย เราก็สัมผัสได้ว่าเธอเล่าไปยิ้มไป

นอกจากจะได้เอนกายในสวนกุหลาบ มาที่นี่ยังได้แช่อ่างอาบน้ำกลีบกุหลาบอีกด้วย

ซ้ายมือถัดจากร้านน้ำหอม เรื่อยมาถึงหน้าริมรั้ว เป็นที่ตั้งของสปาที่พี่อ้อทำร่วมกับหุ้นส่วนอีกท่าน โดยทำเป็นสปา Joya เพื่อสุขภาพที่คนสมัยนี้นิยมกัน มีห้องซาวน่าให้บริการ ทั้งยังมีบ่อน้ำเย็นร่วมด้วย ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันดี

ทุกเดือนพี่อ้อจะจัดกิจกรรมพิเศษให้กับลูกค้า เช่น การเอากลีบกุหลาบจากสวนลงไปผสม ให้แช่น้ำภายใต้แสงจันทร์ในคืนพระจันทร์เต็มดวง รวมถึงกิจกรรมวันวาเลนไทน์ก็มีเช่นกัน ติดตามได้ในช่องทางโซเชียลมีเดียของเธอ 

ส่วนใครที่ติดใจเครื่องหอมในห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นแชมพู ครีมอาบน้ำ สบู่ล้างมือ ไปจนถึงน้ำหอมที่ใช้ ขอบอกข่าวดีว่าร้านน้ำหอมของเธอกำลังจะเปิดในเดือนเมษายนนี้

เมื่อถามว่าเธออยากให้ลูกค้าแบบไหนมาเข้าพัก พี่อ้อก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นทันควัน ราวกับรอให้ใครสักคนถามคำถามนี้มาเนิ่นนาน 

“เป็นความใฝ่ฝันเลยนะคะ เราอยากให้คนที่ชื่นชอบศิลปะมาพักที่ Rose Ville Farm” 

ไม่ว่าจะเป็นศิลปะแขนงไหน วาดภาพ ดนตรี เป็นเสียง หรือเป็นกลิ่นอะไร Rose Ville Farm ก็อ้าแขนรอต้อนรับทั้งหมด สังเกตได้จากการออกแบบที่ละเมียดละไมและใส่ใจทุกรายละเอียด มาจากความตั้งใจที่อยากให้คนเสพศิลปะได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าการมาพักฉาบฉวย 

“เราทําไว้ให้ดู ทั้งเสพด้วยสายตา ทั้งหูที่ได้ฟังเสียงจากธรรมชาติ เสียงนก เสียงน้ำ แม้เราจะไม่ได้อยู่ไกลสนามบิน แต่พอเข้ามาในซอยที่ตั้งของเรา คุณจะรู้สึกเหมือนถูกตัดออกจากความเคลื่อนไหวข้างนอก เราอยากให้แขกได้คุณค่ายิ่งกว่าจํานวนเงินที่ต้องจ่ายให้กับเรา”

La Vie en Rose

คุยกันมาจนถึงช่วงท้าย คำถามที่ไม่ถามไม่ได้ คือเธอตกหลุมรักอะไรในดอกกุหลาบ

“กลิ่น” เธอตอบ “แล้วก็รูปทรงของกุหลาบ เป็นสิ่งที่อัศจรรย์อย่างหนึ่ง“

“พูดว่า กุหลาบ จะมีหลากสีหลากพันธุ์หลากหลายรูปทรง กลีบม้วนบ้าง กลีบงอเข้ามาบ้าง ดอกเล็กเป็นฝอย ๆ บ้าง กลีบ 5 แฉกเป็นดอกกุหลาบป่าบ้าง มันเป็นความอัศจรรย์ของพันธุ์ไม้นี้ที่ทําให้เราหลงรัก

“ทุกวันนี้พี่อ้อดมกลิ่นกุหลาบที่ปลูกไว้พร้อมกับเอากลีบของเขามาชิมด้วยนะคะ เวลาดมแล้วฉีกออกมาเคี้ยว มันทั้งหอม ทั้งหวาน มีความเฝื่อนนิด ๆ ให้ความรู้สึกหอมจากจมูกด้วย แล้วก็หอมเข้าไปในโพรงจมูกด้วย” เรียนตามตรงว่าเราไม่เคยได้ยินใครพูดถึงกุหลาบด้วยใจเปี่ยมรักเช่นนี้มาก่อน และนั่นทำให้เราชื่นชมพี่อ้อเป็นการส่วนตัวอยู่ลึก ๆ

จากพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ดอกไม้มีหนามพันธุ์นี้ทำให้เธอกลายมาเป็นผู้ประกอบการที่พักอาศัยและทำน้ำหอมจนได้รางวัล อยากรู้ว่าเธอมองตัวเองเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

“โอ๊ย มากเลยล่ะ” เธอพักคิดครู่หนึ่ง “การทํางานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เป็นงานที่ค่อนข้างยากและเครียดมาก ทุกวันเราต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตี 5 ครึ่งมาแย่งที่จอดรถ

“แต่หลังจากผันตัวเองออกไปเปิดหูเปิดตาตามที่ต่าง ๆ บนโลกมากขึ้น กระทั่งเริ่มทําธุรกิจด้วยตัวเอง เราพบว่ามันก็มีความเครียด แต่เป็นความเครียดที่ตอบสนองพลังที่อยู่ข้างใน”

สิ่งที่กุหลาบมอบให้พี่อ้อจึงไม่ใช่แค่รายได้หลักในชีวิต แต่เป็นบทเรียนชีวิตมากมายที่ได้จากหนามแหลมคม จากดอกกุหลาบที่เธอมักจะเรียกแทนว่า เขา อย่างเอ็นดูเสมอ

“เขาเป็นเหมือนกับผู้หญิงที่รักในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ปล่อยตัวลื่นไหลไปตามสภาพแวดล้อมง่าย ๆ ถ้าเข้าหาไม่ถูกก็อาจจะบาดเจ็บกันได้ แต่กลิ่นของเขา ดอกของเขา นอกจากจะสวยแล้ว หอมแล้ว ยังมีสรรพคุณมากมาย ต้นไม้ชนิดนี้รักในคุณค่าของตัวเอง แล้วก็มีคุณค่าจริง ๆ ให้ชื่นชมสําหรับคนที่มีความรักจริงใจกับเขา ค่อย ๆ ทะนุถนอมดูแล เราก็จะได้ประโยชน์จากตัวเขาได้มาก สมควรค่ากับที่เขาเล่นตัว”

เคล็ดลับดูแลกุหลาบสําหรับนักปลูกมือใหม่

  1. กุหลาบไม่ชอบดินแน่น จึงต้องพรวนดินและใส่วัสดุที่ไม่ใช่ดินแท้ ๆ เช่น ฟาง ซังข้าว ลงไปปะปนในเนื้อดิน จะช่วยทําให้ดินโปร่งขึ้น 
  2. กุหลาบไม่ชอบความอึดอัด ต้องหมั่นริบกิ่งที่อยู่แถวโคนต้นทิ้ง เพื่อให้ลำต้นโปร่ง มีลมพัดได้
  3. กุหลาบชอบแดด ตั้งตากแดดไปเลย มีแดดตรงไหนตั้งตรงนั้น
  4. กุหลาบชอบน้ำ รดน้ำเช้าเย็นได้ แต่ไม่ชอบน้ำแฉะ 
  5. กุหลาบชอบปุ๋ยคอก ช่วยทําให้โตสวยและลำต้นแข็งแรง

3 Things you should do

at Rose Ville Farm

01

นั่งรถม้าชมเวียงกุมกาม เขตโบราณสถานของเชียงใหม่ที่เดินจากที่พักไปได้

02

เดินเที่ยวถนนคนเดินท่าแพ แหล่งรวมงานคราฟต์และศิลปะเชียงใหม่ในตอนกลางคืน

03

เยี่ยมชมวัดพระสิงห์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่นั่งรถไปไม่เกิน 10 นาที

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ