29 พฤศจิกายน 2025
1 K

ยังไม่ทันครบกำหนดปิดลงทะเบียน ‘โปรแกรมเดินป่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว’ ก็เกลี้ยงโควตา ไม่เชิงปลอบใจ แต่สำหรับใครที่พลาดโอกาส คอลัมน์ Have a Nice Stay รอบนี้ ชวนคุณสัมผัสมนต์เสน่ห์ของดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในมุมมองที่ต่างออกไป ทว่าเปี่ยมประสบการณ์อิ่มเอมจากขุนเขาแห่งนี้ไม่แพ้กัน 

นั่นคือการแบกเป้มาเปิดโหมดพักและใช้ชีวิตให้ช้าลงในบ้านไม้บรรยากาศสงบอบอุ่นที่คุณจะได้ตื่นขึ้นมาพบและจบวันลงพร้อมกับวิวดอยหลวงอันตราตรึง รวมถึงยังเป็นโถงถ้ำแสนเพลิดเพลิน ชุบชูใจบรรดาหนอนนักอ่านด้วยหนังสือจำนวนมหาศาลกว่า 2,000 เล่ม สมชื่อ ‘บ้านอ่านหนังสือ’ 

แบ่งปันความชอบ

จากร้านข้าวขาหมูเจ้าดังตัดสู่ถนนสายเล็ก ๆ ที่ตีแบ่งเลนด้วยเส้นความเอื้อเฟื้อของผู้ขับขี่ ไม่ถึง 2 กิโลเมตรดี ภาพร้านรวง อาคารพาณิชย์ และแนวสายไฟระยาง ก็แปรเปลี่ยนเป็นบ้านหลังน้อย ขนำกลางท้องนากับฉากหลังดอยหลวงตระการตา ไร้สิ่งปลูกสร้างบดบังทัศนียภาพอันรื่นรมย์ 

นี่กระมังที่ทำให้ ธนัช เพชรทองสิน หนุ่มนักเดินทางจากเมืองกรุงผู้สัญจรรอนแรมมาแล้ว 12 ประเทศและเก็บโฉนดที่ดินในหลายจังหวัดกลับตกหลุมรักและเลือกทำบ้านพักขึ้นที่นี่ 

“ผมชอบเดินทางท่องเที่ยว พอเจอทำเลตรงไหนที่ชอบมาก ๆ ก็จะซื้อที่ดินเก็บไว้ปลูกบ้านพักตากอากาศในอนาคต มีทั้งเชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน ระยอง และเพชรบูรณ์ แต่สุดท้ายพบว่าเราหลงรักเชียงดาวเป็นพิเศษ” 

ที่ดินผืนนั้นตั้งอยู่ในชุมชนบ้านทุ่งหลุก มาพร้อมบ้านไม้ 2 ชั้นที่เขากับคนรักรู้สึกได้ถึงความสุขสบาย หากที่ทำให้ประทับใจยิ่งกว่าคือตัวเรือนที่หันประจันหน้าเทือกเขางามสง่าแห่งอำเภอเชียงดาว

“ชอบตั้งแต่แรกเห็นเลย เพราะดอยหลวงเชียงดาวมีมนต์เสน่ห์จริง ๆ ไม่รู้สิ แค่รู้สึกว่าถ้าให้นั่งมองทั้งวันผมก็ทำได้” 

เขาตัดสินใจอย่างไม่ลังเล จากนั้นจึงลงมือต่อเติมโครงสร้างว่างเปล่าให้เป็นบ้านที่สมบูรณ์ ระหว่างนั้นเองมีนักท่องเที่ยวเดินหลงเข้ามาอยู่บ่อยครั้งเพราะสงสัยว่าเป็นคาเฟ่ และมีหลายคนถามไถ่ในทำนองเดียวกันว่า ไหน ๆ ก็ยังไม่ได้คิดจะอยู่ประจำ ทำไมไม่ลองเปิดที่พักให้นักท่องเที่ยวอย่างพวกเขาเช่านอนสักคืนสองคืน

“งั้นก็ทำในแบบที่เราชอบนี่แหละแล้วแบ่งปันไป ใครอยากพักก็ให้พัก”

ธนัชคิดว่าไอเดียนี้ฟังดูเข้าท่าดีเหมือนกัน ใช่ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้น 

ไม่ลดทอนความสุข

ปรอยฝนหล่นจนคล้ายเป็นละออง อากาศเหมาะกับสวมเสื้อตัวหนา จิบกาแฟอุ่น ๆ มวลเมฆเกาะกลุ่มลอยอ้อยอิ่งรอบดอยหลวงแลดูเหมือนผ้าพันคอนุ่มนิ่มจากขนแกะ 

บ้านอ่านหนังสือต้อนรับเราด้วยไอริสเหลืองดอกกระจิริดน่ารักที่ประดับซุ้มประตูไม้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่น หลังบานประตูเป็นบันไดทางเดินแคบ ๆ โอบล้อมด้วยพรรณไม้เขียวสะพรั่ง ทั้งสะระแหน่ประดับ หลิวไต้หวัน โกสน เทียนหยด และแว่นแก้ว ซึ่งนำทางขึ้นมาถึงตัวบ้าน บรรยากาศปลอดโปร่งและเป็นส่วนตัว 

นอกจากบรรจงแต่งแต้มพื้นที่สีเขียวจนชะอุ่มไปทั่วบริเวณบ้าน ธนัชยังจัดแจงออกแบบชั้นวาง ม้านั่ง ตลอดจนฟังก์ชันใช้สอยต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะส่วนของระเบียงชั้น 2 ที่ต่อเติมออกมาจากห้องนอน ซึ่งเขาจงใจไม่ทำแผงรั้วกั้นและมุมซ้ายสุดยังประกอบบาร์ 2 ที่นั่ง ขัดใจช่าง แต่ได้มุมหย่อนอารมณ์ชื่นชมทิวทัศน์สวย ๆ ของดอยหลวงอย่างเต็มตา 

“ผมปรับบ้านตามความพึงพอใจของตัวเองเป็นหลัก ม้านั่งทุกตัวผมสั่งทำโดยคำนวณแล้วว่าสูงและเอนระดับนี้นั่งสบายแน่ แม้จะทำให้บางอย่างมันออกมาดูไม่เป๊ะตามมาตรฐาน แต่สำหรับเรามันไม่จำเป็นต้องตรงเป๊ะทุกอย่าง แค่หลังคาไม่รั่ว แอร์เย็นฉ่ำ มีหนังสือให้อ่าน และน้ำอุ่นให้นอนแช่ เท่านี้ก็ถือว่าเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบแล้ว”

กระนั้นในรายละเอียดเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งปลั๊กไฟหลายจุดอย่างรู้ใจมนุษย์ยุคเชื่อมต่อโลกดิจิทัล มีกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัย ตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ หรือแม้แต่เครื่องซักผ้า ก็สะท้อนให้เห็นว่าในความเรียบง่ายนั้นแฝงไว้ด้วยความใส่ใจ ซึ่งเป็นความตั้งใจของธนัชที่อยากให้บ้านหลังนี้ตอบโจทย์การพักผ่อนและไม่ลดทอนความสุขของการใช้ชีวิต

เรียบง่ายแค่นี้

“เราเป็นคนชอบหนังสือและมีหนังสือเยอะมาก บ้านหลังนี้จึงมีบรรยากาศคล้ายห้องสมุดขนาดย่อม ลองจินตนาการนะ ถ้าคุณได้นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด ท่ามกลางอากาศปลอดโปร่ง เย็นสบาย และมองเห็นวิวสวยงามสุดสายตาจะรู้สึกยังไง สำหรับผม มันทำให้ผมรู้ว่าความสุขนั้นโคตรเรียบง่ายเลย” 

หากคุณเป็นคนที่หลงใหลการอ่าน มีความสุขกับการท่องไปในอาณาจักรอักษร

มาที่นี่รับรองว่าจะต้องใจฟู เพราะทุกจุดมีหนังสือใกล้มือให้หยิบอ่าน ทั้งวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล นิยายหวานซึ้ง การ์ตูน ไปจนถึงหนังสือสารคดีและการพัฒนาตนเอง รวม ๆ แล้วมากกว่า 2,000 เล่ม เรียงรายตั้งแต่ชั้นล่าง ซึ่งกองย่อม ๆ ในมุมบอร์ดเกม บนชั้นวางติดข้างเสา หรือแม้แต่ขณะแช่อ่างจากุซซี่ก็มีให้เอื้อมคว้า ส่วนใครอยากเปิดม่านชมบรรยากาศไปพลางก็ฟังดูน่าอภิรมย์ 

บริเวณชั้นล่างนี้มีโต๊ะยาวสำหรับรับประทานอาหารที่ธนัชบอกว่าบางทีก็ชอบมานั่งทำงาน เขาจัดแจงวางกีตาร์ไว้ให้ขับกล่อมคลายเหงา มีโปสต์การ์ดและตู้ไปรษณีย์ที่จะไขทุกไตรมาสเพื่อส่งย้ำความทรงจำดี ๆ และไม่ลืมสรรหาข้าวของเครื่องใช้สารพัดมาไว้บริการผู้เข้าพัก ให้อยู่ง่ายกินง่ายเหมือนได้กลับบ้าน 

“ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณได้กลับบ้าน เพราะมีกีตาร์ให้เล่น หม้อหุงข้าว หม้อสุกี้ เตาปิ้งย่าง อุปกรณ์ดริปกาแฟครบชุด รวมถึงจักรยานและมอเตอร์ไซค์ ทุกอย่างใช้ได้หมดเหมือนเป็นบ้านคุณเอง ที่สำคัญไม่มีใครมาวุ่นวายกับคุณ มีแค่แม่บ้านมาเก็บกวาดและตรวจตราความเรียบร้อยตอนเช็กเอาต์เท่านั้น” 

ย่องขึ้นบันไดมาชั้นบน มีหนังสือเรียงเป็นระเบียบยาวเหยียดริมผนังจรดโถงทางเดินที่พาเรามายังบริเวณหน้าห้องพัก 2 ห้อง ภายในห้องพักมีชั้นหนังสือสุ่มแนวให้เลือกอ่านอีกนับร้อย แน่นอนว่าต้องมีโคมไฟบนหัวนอน ขณะที่โต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะเครื่องแป้งออกแบบให้เป็นบานพับไม้ ช่วยประหยัดพื้นที่และดูเก๋ไก๋ แต่ที่ยอมรับว่าสวยสะกดเหนืออื่นใด คือผนังฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นบานกระจกใส วางทิศทางให้ทอดมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวตระหง่านเยือกเย็น และให้ความรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก 

“ผมชอบขึ้นมานั่งชมวิวบนบ้านช่วง 5 โมงเย็น ตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ในหน้าหนาวท้องฟ้าด้านหลังดอยหลวงจะฉาบด้วยแสงสีส้มเรืองรองดูสงบ แต่บางครั้งก็เหงาจับใจโดยเฉพาะหน้าฝน ส่วนช่วงเช้าด้วยความที่ห้องนอนหันไปทางทิศตะวันตก กว่าดวงอาทิตย์โผล่มาก็บ่าย นั่นหมายความว่าคุณจะออกไปนั่ง ๆ นอน ๆ ตรงระเบียงอ่านหนังสือรับสายลมเย็น สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด หรืองีบนอนพักผ่อนอีกสักตื่นหลังมื้ออาหารเช้าก็ยังได้ 

“ผมว่าบางทีความสุขมันก็เรียบง่ายแค่นี้ ไม่ได้มีอะไรมากเลย”

ธนัชบอกว่าบ้านอ่านหนังสือให้บริการทั้งแบบเช่าเหมาหลังและแบบแยกห้อง ห้องหนึ่งพัก 2 – 3 คนกำลังดี กระนั้นก็ดี ใครที่มากันน้อยแต่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากก็เจรจาตกลงขอเหมาหลังในราคาพิเศษได้ไม่ตายตัว 

มนุษยทำ

นักสัญวิทยาชาวฝรั่งเศส โรล็องด์ บาร์ตส์ เคยกล่าวถึงวัสดุไม้ไว้ทำนองว่า ไม้เป็นวัสดุที่มีทั้งความหนักแน่น ละเอียดอ่อน และยามจับต้องจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นตามธรรมชาติ 

เรากระจ่างในถ้อยคำนั้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านอ่านหนังสือ และคงเป็นเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่เคยมาใช้เวลาในบ้านหลังนี้ ซึ่งต่างซึมซับรับพลังงานดี ๆ และทิ้งร่องรอยความปลาบปลื้มไว้บนกระดาษจดโน้ตแปะเต็มกระดาน

ธนัชบอกกับเราว่า กลุ่มลูกค้าของบ้านค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่หนุ่มสาววัยมหาลัย คนทำงาน จนถึงกลุ่มเกษียณอายุที่มากันเป็นก๊วน เพราะที่นี่มีความเป็นส่วนตัวสูง พูดคุยเฮฮากันได้สนุกกว่า ที่สำคัญคือบรรยากาศเงียบสงบ จึงมีหลายคนเลือกใช้เป็นหลุมหลบภัย ชาร์จพลังใจในช่วงเวลาที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย 

“เคยมีคุณหมอท่านหนึ่งอยู่เชียงใหม่ จองเต็ม 2 คืน แต่มาเช้าแล้วเย็นกลับ ไม่นอนค้าง เหมือนท่านต้องการปลีกมาชาร์จพลังและใช้ความคิดทบทวนบางอย่าง หรืออีกรายหนึ่งเป็นผู้บริหารหญิง เช่าเหมาบ้านเพื่อมาใช้เวลาอยู่กับตัวเองทีละ 1 สัปดาห์ และจองมา 2 ปีติด แถมกลับไปยังซื้อหนังสือดี ๆ ส่งกลับมาเราให้ด้วย” 

อีกเรื่องหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นเหตุผลให้หลายคนรักที่นี่ คือบริการที่จริงใจ 

“เราไม่ได้มองเรื่องตัวเงินเป็นหลักมากไปกว่าความรู้สึกของคนที่เข้าพัก” 

ธนัชกล่าวเช่นนั้น และบอกว่าลูกค้าที่ไม่ได้รับความสะดวกสบายในการพักผ่อน เขายินดีมอบบัตรแทนเงินสดที่ใช้ชำระค่าห้องพักฟรีแบบไม่ระบุเงื่อนไขวันหมดอายุ ไม่เพียงเท่านั้น บ้านอ่านหนังสือยังมีแนวคิดคืนกำไรแก่สังคมโดยการเปิดบ้านให้ผู้ป่วยพร้อมผู้ติดตาม หรือลูกหลานที่อยากพาคุณพ่อคุณแม่มาใช้ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันที่เชียงดาว เข้าพักฟรี 2 คืนต่อเดือน

“ไม่มีอะไรมากเพราะเรามีวันเหลือตั้งเยอะแยะ เหลือไปก็ไม่มีประโยชน์ให้คนมาพักดีกว่า แบ่งปันกันไปให้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่และคนรักอย่างมีความสุข เหมือนที่เราเคยได้รับความสุขจากบ้านหลังนี้”

การคิดถึงคนอื่นนั้นทำให้เราเป็นมนุษย์ ธนัชว่า และนี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่เขายึดมั่นเป็นหัวใจการปลุกปั้นบ้านอ่านหนังสือ สอดประสานไปกับความรักและมิตรไมตรีเพื่อประกอบสร้างพลังงานดี ๆ และมอบความสุขทางใจให้แก่ผู้มาเยือน 

บ้านอ่านหนังสือ

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย